บทที่ 829 : เจ้าอาจไม่รอด!
ในขณะที่กำปั้นยักษ์โขกลงมา พลันปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งมาฟาดกำปั้นยักษ์เข้าอย่างจัง
คนถือกระบี่หาใช่ใครอื่น ที่แท้เป็นเยี่ยฉวน!
ในตอนแรกที่รับรู้ถึงพลังปะทะของกำปั้นยักษ์ตนนี้ สีหน้าของเยี่ยฉวนแปรเปลี่ยนไปทันที แล้วทะยานลงไปด้านล่างอย่างเร่งด่วน ชายหนุ่มใช้แขนซ้ายโอบสะเอวของเหลียนว่านลี่ไว้ ก่อนพุ่งวาบลงไปอีกด้านอย่างรวดเร็ว กระทั่งคนทั้งสองไปถึงยังบริเวณเชิงกำแพงเมือง
เยี่ยฉวนค่อยๆ วางร่างของเหลียนว่านลี่ลงบนพื้น ขณะพิจารณาหญิงสาวที่นอนสงบนิ่งอยู่ สีหน้าของชายหนุ่มกลายเป็นเยียบเย็นพิกล!
มันอยากได้ชีวิตเขา!
นับตั้งแต่เมืองชิงจนถึงเดี๋ยวนี้มีคนมากมายที่อยากเห็นเขาตายไปต่อหน้าต่อตา คนพวกนี้ไม่มีวันจบสิ้น! ถ้าคนหนึ่งตาย……จะมีคนอื่นโผล่ขึ้นมาทันที!
เพราะเขาเป็นต้นเหตุทำให้มิตรสหายในอดีตพลอยติดร่างแห รวมไปถึงน้องสาวของชายหนุ่ม ซึ่งตอนนี้เหลียนว่านลี่ที่อยู่ตรงหน้าเองยังรับผลไปด้วย……
คิดเช่นนั้นแล้ว ท่าทีสีหน้าของชายหนุ่มกลายเป็นถมึงทึงเหี้ยมเกรียมไปทันที!
เยี่ยฉวนเช็ดคราบโลหิตที่มุมปากของเหลียนว่านลี่อย่างเบามือ “ระวังตัวให้ดี ข้าจะล้างแค้นให้เอง!”
ว่าแล้วหันหน้ามองกลับไปทางมนุษย์หินร่างยักษ์ที่อยู่ไกลออกไปอีกด้าน ฝ่ายหลังกำลังจ้องเขม็งมาที่เขาเช่นกัน ทันใดนั้นเจ้ามนุษย์หินยักษ์กระโจนพรวดออกมาพร้อมกับเงื้อกำปั้นพุ่งเข้าใส่เยี่ยฉวน!
ชั้นอากาศพลันสั่นไหวพร่าเลือนไปในบัดดล!
เยี่ยฉวนถือกระบี่ไว้มือขวาพร้อมกระชับแน่นเข้า ใบหน้าเคร่งเครียดดุดันขึ้น ในตอนที่กำปั้นพุ่งเข้ามาใกล้เพียงระยะไม่กี่จั้งจวนถึงเบื้องหน้า ชายหนุ่มเงื้อกระบี่ตวัดฟันทันที!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
ชริ้ง!
เสียงกระบี่กรีดก้องดังสะท้านแผ่นฟ้า!
พลันคมกระบี่ของเยี่ยฉวนแทงใส่กำปั้นยักษ์
ต้านทานอย่างเด็ดเดี่ยว!
ตูม!
เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น! ร่างของมนุษย์หินยักษ์ผงะเงิบถอยห่างครั้งแล้วครั้งเล่า จนกำปั้นขนาดมหึมาเริ่มแตกออกทีละน้อยๆ!
เยี่ยฉวนไม่รอช้ากระโจนออกไปพร้อมวาดกระบี่ฟันลงไป
ฝ่ายมนุษย์หินยักษ์มองขึ้นไปเห็นเยี่ยฉวนพุ่งเข้ามา ก่อนคำรามด้วยเสียงอันดังพร้อมกับยกมือข้างซ้ายกวาดออกไปในอากาศ
จนบังเกิดรอยแตกร้าวขึ้นในช่องอากาศที่ลำแขนใหญ่โตของมันพุ่งผ่านในทันที!
บนอากาศเยี่ยฉวนจับกุมด้ามกระบี่ก่อนจะฟาดลงไป!
ฉัวะ!
แรงปะทะหนักหน่วงตวัดตัดท่อนแขนของเจ้ามนุษย์หินยักษ์จนขาดสะบั้น ในเวลาเดียวกันนั้นปรากฏกลุ่มกระบี่บินพุ่งแทงเข้าที่คอหอยเจ้ามนุษย์หินทันที ทว่ากลับพลาดเป้าเนื่องจากมันปัดป้องไว้ได้ทั้งหมด!
เยี่ยฉวนเงื้อกระบี่ในมือขึ้นเหวี่ยงใส่ศีรษะเจ้ามนุษย์หินยักษ์ แล้วตวัดกระบี่วาดในแนวนอนซ้ำลงไป
ฉับ!
ศีรษะเจ้ามนุษย์หินร่างยักษ์ขาดกระเด็น!
เยี่ยทะยานลงมาบนพื้น พลันกระอักโลหิตทะลักพรวดออกมาทางมุมปาก!
บาดเจ็บ!
ร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้กับโม่เยี่ย ตอนนี้ยังไม่หายสนิทดี! ทว่าไม่มีเวลาเยียวยาบาดแผล!
ชีวิตคนสำคัญกว่า!
ชายหนุ่มเดินอย่างกะปลกกะเปลี้ยกลับไปยังเหลียนว่านลี่ มีเสียงถามมาจากหญิงสาวดังขึ้นว่า “เหตุใดพลังปะทะจึงแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าแต่ก่อน?”
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
ชายหนุ่มบิดมุมปากฝืนยิ้มพลางส่ายหน้า ความจริงรู้สึกรันทดใจเกินกว่าจะสาธยายได้ว่าพลังปะทะดังกล่าวสัมพันธ์กับอารมณ์โกรธได้อย่างไร ยิ่งอารมณ์โกรธรุนแรง หรือกระหายในการฆ่ามากเท่าใด พลังปะทะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ตรงข้ามในสถานการณ์ปกติพลังปะทะเรียกได้ว่างั้นๆ ไม่ได้วิจิตรพิสดารแต่อย่างใด!
“ไอ้น้อง!”
เสียงของสุนัขอสูรตะโกนเรียกดังมาจากบนอากาศที่ไกลออกไป
เยี่ยฉวนหันขวับมองไปยังสุนัขอสูร จึงเห็นว่าสุนัขอสูรกับเจ้ากิเลนอสูรกำลังถูกกองทัพสัตว์อสูรรุมกินโต๊ะ [1] อย่างหนัก!
แม้สุนัขอสูรและกิเลนอสูรจะมีพลังอำนาจมากเพียงใด ทว่าไม่อาจขับไล่คู่ต่อสู้ทั้งกองทัพเช่นนี้ได้!
เสียงตะโกนอย่างฉุนเฉียวของสุนัขอสูรแว่วมา “มาช่วยกันหน่อยสิโว้ย!”
ชายหนุ่มอดยิ้มขำไม่ได้ ก่อนจะหันหน้ากลับไปพูดกับเหลียนว่านลี่ “มา ข้าจะพาเจ้าไปหาที่หลบพักเสียก่อน”
ว่าแล้วจึงพาเหลียนว่านลี่เข้าสู่หอคอยแห่งเรือนจำ จากนั้นหมุนตัวกลับแล้วทะยานเข้าหากองทัพสัตว์อสูรที่กระจายเต็มท้องฟ้าทันที!
ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ
เหลียนว่านลี่มองไปรอบตัวด้วยความสงสัย ทันใดนั้นเด็กหลิงน้อยโผล่ออกมาตรงหน้า หญิงสาวกะพริบตาปริบขณะมองด้วยความสนใจ “น่ารักจัง!”
หลิงน้อย “……”
…
ข้างนอกขณะที่เยี่ยฉวนพุ่งตัวไปทางสุนัขอสูร ท้องฟ้าปรากฏกระบี่บินมากมายนับไม่ถ้วนทะยานออกมา ชั่วครู่หนึ่งบังเกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความวิปโยคดังก้องไปในอากาศ!
บนท้องฟ้าคนหัวหน้ายอดฝีมือต๋าหม่อหันขวับมองลงไปที่พื้นล่างเมื่อเห็นเต็มสองตาว่าเยี่ยฉวนยังมีชีวิตอยู่ พลันสีหน้าหมองคล้ำไปถนัดตา เขาหันศีรษะกลับหลังอย่างกะทันหันเนื่องจากคนผู้ที่ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าคือเว่ยหยางเทียน!
สีหน้าของผู้อาวุโสต๋าหม่อแปรเปลี่ยนสิ้นเชิง พลันผลักฝ่ามือกดไปข้างหน้าอย่างแรง ลูกไฟที่ลอยอยู่ด้านข้างจึงแปรสภาพกลายเป็นคลื่นเพลิงพร้อมกับพุ่งตรงไปทางเว่ยหยางเทียนทันที!
คนตรงข้ามผลักหมัดกระแทกออกไป!
ตูม!
ลูกไฟแตกกระจัดกระจาย!
เวลานี้ผู้อาวุโสต๋าหม่อถอยห่างออกไปนับร้อยๆ จั้ง ที่เบื้องหน้าปรากฏคนสวมชุดดำสองคนขึ้น!
ต่างคนต่างจ้องเขม็งไปที่เว่ยหยางเทียนด้วยประกายตาแรงกล้า พลังของสตรีผู้นี้เหนือกว่าที่คาดคิด! นี่ยังไม่ใช่ขั้นสูงสุดของระดับพลังของเว่ยหยางเทียน! ต่อให้ประสานพลังกันก็ไม่อาจยับยั้งนางได้!”
นอกจากเว่ยหยางเทียน ชายชราหลังโก่งคนสำนักแมวดำน่ากลัวไม่น้อย คนผู้นั้นขจัดคลื่นพลังประจุไฟออกไป มิเช่นนั้นเว่ยหยางเทียนคงติดอยู่ในกับดัก!
ชายชราทั้งสองจ้องตาเขม็งมองซึ่งกันและกัน จนสายตามองเลยไปทางหกยอดฝีมือต๋าหม่อที่อยู่ทางด้านหลังตน
อาวุโสต๋าหม่อยืนเฉยนิ่งงัน!
หนึ่งคนสวมชุดดำขมวดคิ้วเล็กน้อย “เหยี่ยนเสิง มัวลังเลอะไร?”
หลังจากนิ่งเงียบท่าทางลังเลใจไม่น้อยอยู่ชั่วขณะ ยอดฝีมือต๋าหม่อคนที่ถูกเอ่ยนามว่าเหยี่ยนเสิงเหลือบตามองคนทั้งห้าด้านหลังตน “ใช้วิชาคัมภีร์ต้องห้าม!”
คนทั้งหกเคลื่อนไหวโยกย้ายตำแหน่ง พึมพำท่องบ่นอาคม ทันใดนั้นบนอากาศปรากฏค่ายกลขนาดมหึมา ส่งให้แผ่นฟ้าพลันมืดมัวลงทันที!
พื้นปฐพีกลายเป็นสีแดงฉาน!
ไกลออกไปเว่ยหยางเทียนมองไปที่ค่ายกลแดงดุจโลหิตพลางนิ่วหน้าเล็กน้อย มือขวากำชับเข้าหากันช้าๆ
จู่ๆ ตรงกึ่งกลางค่ายกลสีโลหิตปรากฏดวงตาขนาดใหญ่สีแดงฉานจ้องเขม็งไปที่เว่ยหยางเทียน ฉับพลันมีลำแสงพุ่งวาบออกมาจากดวงตาแดงฉานนั่น!
ที่ใดที่ลำแสงพุ่งผ่าน ช่องอากาศบริเวณนั้นแปรเปลี่ยนเป็นดำมืด!
ห่างออกไปเว่ยหยางเทียนเผยฝ่ามือแล้วส่งผลักออกไป พร้อมบิดหมุนข้อมือเล็กน้อยเผยพลังงานรุนแรงแผ่วาบออกมาจากฝ่ามืออย่างรุนแรง!
ตูม!
ท่ามกลางเมฆาบนแผ่นฟ้าและผืนปฐพี เสียงระเบิดดังสนั่นอย่างต่อเนื่องหลายครั้งหลายครา
เว่ยหยางเทียนทะยานถอยห่างไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนครั้งนี้ถอยออกไปไกลกว่าสามพันจั้งในคราวเดียว!
ในขณะที่ชายชราสวมชุดดำสองคนกำลังจะจู่โจมซ้ำ พลันเสียงเหยี่ยนเสิงซึ่งสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้นทันที “จัดการเยี่ยฉวนก่อน เร็ว!”
สังหารเยี่ยฉวน!
ยามนี้พวกเขาระลึกได้ถึงจุดประสงค์หลักในการมาครั้งนี้ว่า มิใช่เพื่อทำลายสำนักแมวดำหรือดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางเท่านั้น ทว่ายังมีสมบัติล้ำค่าในตัวเยี่ยฉวนอีกด้วย!
พวกเขาจึงหันกลับแล่นลงไปข้างล่างทันที!
เยี่ยฉวนเหมือนจะรับรู้ได้ภัยอันตราย สีหน้าเปลี่ยนวูบ ขณะที่ชายหนุ่มจะขยับออกเคลื่อนไหว พลันอากุ้ยทะยานออกมาขวางเบื้องหน้า ทันใดนั้นปรากฏอาวุธเคียวโค้งคมกริบสีแดงฉานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ในอากาศ ชายชราหนึ่งในสองผลักฝ่ามือกดลงมาอย่างรุนแรง!
ตูม!
พลันช่องอากาศที่ว่างเปล่าบิดเบี้ยวบุบบิบบู้บี้พิกล ก่อนที่อากุ้ยจะทันเข้าถึงตัว เขาผละถอยห่างไปอย่างต่อเนื่อง! ทว่าอากุ้ยกลับหายวับไปเสียอย่างน่าประหลาด เมื่อกลับมาปรากฏอีกครั้งจึงโผล่ขึ้นต่อหน้าชายชราสวมชุดดำแล้ว เคียวโค้งสีแดงฉานพุ่งเข้าปาดเข้าที่คอหอยของคนสวมชุดดำอย่างเงียบเชียบ…
ฉัวะ!
เสียงวัตถุฉีกขาดดังขึ้น!
คนสวมชุดดำกลับหายวับไปจากสถานที่ อากุ้ยหมุนตัวกลับพร้อมกับตวัดอาวุธเคียวคมกริบ!
ตูม!
อากุ้ยทะยานย้อนหลังทันที ก่อนจะเหวี่ยงเคียวในมือซ้ายตัดไปที่ร่างเงาประหลาดร่างหนึ่งทันที
ตูม!
ร่างเงาแหลกกระจาย จู่ๆ ร่างของชายชราสวมชุดดำโผล่ขึ้นมา หน้าอกมีรอยเลือดเปื้อนเป็นทาง!
ชายชราสวมชุดดำใบหน้าเผือดซีด
อีกด้านหนึ่ง เสียงอากุ้ยร้องเร่งเยี่ยฉวน “ไปกัน!
ขณะที่เยี่ยฉวนขยับทำท่าจะโต้แย้ง พลันร่างชายชราสวมชุดดำสองคนหายวับไป อากุ้ยสีหน้าเปลี่ยนวูบพลางฉวยอาวุธเคียวโค้งติดมือ ก่อนทะยานมุ่งหน้าออกไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นไม่ลังเลแม้แต่น้อย เงื้อกระบี่ขึ้นฟาดฉับ
ฉัวะ!
คลื่นพลังลำแสงของกระบี่แตกกระจายไป!
ทว่าทันทีที่แสงกระบี่แตกกระจาย ชายชราสวมชุดดำคนหนึ่งพุ่งตัวไปปรากฏอยู่ต่อหน้าเยี่ยฉวน แล้วผลักหมัดกระแทกเข้าที่ใบหน้าชายหนุ่ม!
พลังอำนาจที่ปะทะโดยตรงส่งผลให้ชั้นอากาศรอบข้างแตกออกทีละน้อยๆ!
สุญญากาศช่างเปราะบางนักเมื่ออยู่ใต้อำนาจคนเหล่านี้!
เยี่ยฉวนฉวยจับกระชับกระบี่ด้วยมือทั้งสองข้างก่อนจะฟาดออกไป
ยามนี้เขาทุ่มเทพลังทั้งหมดอย่างเต็มที่!
หลังจากนั้นปรากฏลำแสงกระบี่เจิดจ้าประดุจแสงอาทิตย์ส่องสว่างทว่าเพียงไม่นานก็ดับวูบ ลำแสงกระบี่แตกสลายในชั่วพริบตากับร่างของเยี่ยฉวนปลิวละลิ่วไปครั้งแล้วครั้งเล่า!
มิทันที่เขาจะหยุดนิ่ง พลันชายชราสวมชุดดำปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าอีกหน ก่อนซัดเปรี้ยงเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง!
ขณะที่เยี่ยฉวนบิดมุมปากยิ้มทันที ต่อมากระบี่ในอุ้งมือแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่เจิ้นหุนอย่างฉับพลัน!
เยี่ยฉวนเสือกกระบี่แทงเข้าที่ฝ่ามือของชายชราตรงๆ!
ตูม!
ความรุนแรงส่งร่างชายหนุ่มกระเด็นถอยไปทันที!
ถึงกระนั้นชายชราสวมชุดดำกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทว่าเพียงไม่นานความหวาดกลัวค่อยเลือนหายไป ขณะที่ร่างไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่น้อย!
กำจัดดวงวิญญาณ!
ห่างออกไป เยี่ยฉวนหยุดยืนโดยถือกระบี่ชี้ปลายลงบนพื้น มุมปากมีโลหิตไหลซึมออกมา บริเวณอกเสื้อบัดนี้แดงฉานด้วยซับโลหิตจนชุ่มโชก
ยามนี้ชายหนุ่มประจักษ์แล้วว่าพลังของตนยังห่างชั้นจากพลังของชายชราสวมชุดดำมากนัก เพราะฉะนั้นจำต้องพึ่งพาอำนาจของกระบี่เจิ้นหุนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!
แน่ล่ะว่าไม่ใช่มีแต่กระบี่เจิ้นหุน ทว่าต้องใช้ทักษะหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณด้วย! ลำพังกระบี่เจิ้นหุนถือว่ายากที่จะยึดเอาดวงวิญญาณของมันออกมา!
เคราะห์ดีในการต่อสู้กับชายชราสวมชุดดำ กระบี่เจิ้นหุนกับทักษะหนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณยังใช้ได้ผล มิเช่นนั้นเขาเองมีหวังตายสถานเดียว!
ถึงแม้จะไม่ตาย ทว่าเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าเป็นกำลัง สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังของเจ้าหุนก็ลดฮวบลงด้วย!
ในขณะนั้นมีเสียงเจ้าหุนเอ่ยขึ้นมาความคิดของเขาว่า ‘นายท่าน… ต่อไปใช้ทักษะกับกระบี่ของข้าอีกไม่ได้แล้วนะ… ต้องขอพักก่อน…’
ไม่นานต่อมาเสียงพูดเลือนหายไปจนเงียบสนิท
เยี่ยฉวนยืนนิ่งสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ที่เดิม ชายหนุ่มจับสังเกตได้ว่าเสียงเจ้าหุนอ่อนระโหยไปมาก แสดงว่าพลังออกปะทะไม่เพียงทำให้ตัวเขาสูญเสียพลัง ทว่าเจ้าหุนก็เช่นกัน!
ด้วยเขายังไม่อาจหักโหมใช้พลังของเจ้าหุนได้ทั้งหมดและมากครั้งตามอำเภอใจ จำต้องอาศัยความร่วมมือของกระบี่เจิ้นหุนอีกด้วย ดังนั้นทุกครั้งที่ชายหนุ่มใช้เจ้าหุน……กระบี่จึงสูญเสียพลังไปจำนวนมหาศาลด้วยเช่นกัน!
อากุ้ยซึ่งกำลังต่อสู้อยู่ไม่ไกลกลับเป็นฝ่ายล่าถอย ชายชราสวมชุดดำอีกคนหันกลับมาที่เยี่ยฉวน สายตาจ้องเขม็งก่อนจะถามออกมาอย่างคาดคั้น “เจ้าทำอะไรกับมัน!”
เยี่ยฉวนกลับนิ่งไม่ตอบ
ยามนี้คนสวมชุดดำตรงหน้าท่าทางโกรธจัด พุ่งเข้าหาเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็ว!
ชายหนุ่มฉวยกระบี่เจิ้นหุนขึ้นมาอีกครา ยกขึ้นชี้ไปที่หน้าของชายชราสวมชุดดำ “ตาเฒ่า……ข้าไม่ล้อเล่น ถ้าขืนข้าฟาดด้วยกระบี่นี่อีกครั้งเจ้าไม่รอดแน่!”
ชายชราสวมชุดดำ “…”
…………….
[1] รุมทำร้ายคนจำนวนน้อยกว่า
