Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 849


บทที่ 849 : ปล่อยให้ข้าตายเถอะ! (ปลาย)

ท่ามกลางจักรวาลดารา ชายชราสวมชุดคลุมสีม่วงมองดูเยี่ยฉวนกับอันหลานซิ่วที่กำลังโรมรันพันตูในสนามรบ ความอาฆาตมาดร้ายส่องประกายวาววับออกมาจากแววตาเย็นเยียบ!

ทันใดนั้นจู่ๆ เยี่ยฉวนหมุนตัวหันขวับ ก่อนที่จะลงมือสังหารศัตรูเป็นรายต่อไปพลันร่างชายหนุ่มหายวับไปจากสถานที่

ฟึ่บ!

คลื่นพลังกระบี่สาดแสงสะท้อนจากคมกระบี่ซึ่งฟาดลงบนศีรษะของยอดฝีมือคนหนึ่งทันที

พลันต่อหน้าต่อตาบรรดายอดฝีมือทั้งหลาย ปรากฏร่างของคนสวมชุดดำค่อยๆ ลอยละลิ่วร่วงลงมาจากอากาศ

คนผู้นี้ที่แท้คือจ้านจุน!

ณ บัดนี้จ้านจุนจึงเหลือเพียงแขนซ้ายเพียงข้างเดียว!

เยี่ยฉวนถลันเข้าไปประคองรองรับร่างของจ้านจุน ซึ่งยามนี้บาดแผลอาบโลหิตจนแดงฉาน ลมหายใจอ่อนเบารวยรินลงทุกขณะ

จ้านจุนเหยียดมุมปากยิ้มให้ ก่อนจะกระอักโลหิตออกมาเป็นสาย

เยี่ยฉวนค่อยๆ วางร่างจ้านจุนลงบนพื้นอย่างเบามือ เมื่อนอนราบลงกับพื้นดินแล้ว สายตาคนเจ็บเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ไร้ขอบเขต ก่อนพึมพำเสียงแผ่ว “พี่เยี่ย ข้า……เห็นทีจะไม่รอดเสียแล้ว”

ชายหนุ่มสั่นศีรษะโดยเร็ว “ไม่! พวกเรายังมีหวัง!”

ขณะที่พูด เยี่ยฉวนล้วงเอาอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงออกมากำมือหนึ่งยัดใส่ในอุ้งมืออีกฝ่ายทันที

คนเจ็บส่ายหน้าน้อยๆ “เวลานี้ข้าไร้ความสามารถ ไม่อาจร่วมต่อสู้ได้อีก อยู่ไปรังแต่จะเป็นตัวถ่วงทำให้พี่น้องคนอื่นต้องลำบาก สู้ตายเสียดีกว่าจะได้เป็นอิสระ”

เสียงเยี่ยฉวนพึมพำตอบด้วยน้ำเสียงขึ้งโกรธ “พูดบ้าอะไรอย่างนั้น? เจ้ามีชีวิตอยู่จะเป็นตัวถ่วงอะไรกัน?”

เสียงจ้านจุนอ่อนระโหยยิ่ง “พี่เยี่ย ปล่อยให้ข้าไปเถอะ!”

ความตาย!

แน่นอนถ้ามีโอกาสเขายังอยากมีชีวิตอยู่ ทว่า ณ ขณะนี้รู้ตัวดีว่าการมีชีวิตคงเป็นตัวถ่วงคนอื่นเปล่าๆ

ด้วยบัดนี้ตนสูญเสียพลังที่จะต่อสู้แล้วอย่างสิ้นเชิง พี่น้องคนอื่นต้องพลอยพะวักพะวนช่วยปกป้องความปลอดภัยให้ ไม่ว่าทางใดล้วนกลายเป็นตัวถ่วงของคนเหล่านั้น!

ส่วนตัวแล้วจ้านจุนไม่ได้อยากตาย ทว่าสิ่งที่เป็นกังวลมากกว่าคือไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้พี่คนอื่นต้องคอยช่วยอยู่เสมอ!

เยี่ยฉวนค่อยๆ วางจ้านจุนลงบนพื้นราบอย่างเบามือ มือข้างหนึ่งกุมมือคนเจ็บไว้แน่น “ฟังนะ รักษาชีวิตให้รอด อยู่กับพวกข้า!”

ว่าแล้วชายหนุ่มหันขวับไปข้างหลัง ทันใดนั้นตวัดกระบี่ฟันฉับ

ฟึ่บ!

ที่เบื้องหน้าเยี่ยฉวนร่างของศัตรูขาดครึ่งในฉับพลัน ทว่าครู่เดียวปรากฏยอดฝีมืออีกคนถลันพรวดเข้ามาตรงหน้าเยี่ยฉวน รวมถึงกองกำลังก็พากันกรูกันเข้ามา!

ชายหนุ่มเขม้นมองกลุ่มยอดฝีมือซึ่งพากันมุ่งหน้าเข้าหา สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นถมึงทึงดุดัน เมื่อกลุ่มยอดฝีมือพุ่งเข้ามาในระยะห่างจากตัวเองไปประมาณสามสิบจั้ง พลันเยี่ยฉวนใช้มือทั้งสองโบกเบาๆ พร้อมกันทันที

หึ่มม!

ในอากาศบังเกิดกระแสพุ่งสูงขึ้นไปสองกระแส พลันต่อมาปรากฏกระบี่สองเล่มทะยานอยู่บนท้องฟ้า เพียงชั่วขณะกลุ่มยอดฝีมือที่ถลันเข้ามาตรงหน้าถูกสะบั้นจนศีรษะขาดกระเด็น แม้กระนั้นไม่นานนักปรากฏคนอีกกลุ่มกำลังพุ่งตรงมาเป็นระลอก!

จ้านจุนมองหน้าเยี่ยฉวน สีหน้าของคนเจ็บบอกความรู้สึกหลายอย่างระคนกัน “พี่เยี่ย……”

อีกฝ่ายส่งเสียงคำรามห้ามปรามเบาๆ “หุบปาก รีบรักษาบาดแผลเร็วเข้า!”

ทันทีนั้นเยี่ยฉวนสะบัดกระบี่ไปทางข้างหนึ่ง พร้อมผลักพลังกระบี่ชี่ออก ไกลออกไปทางด้านขวา พบว่าศัตรูนับสิบรายถูกสังหารตายลงอย่างรวดเร็ว!

อย่างไรก็ตามที่เส้นขอบฟ้ายิ่งมียอดฝีมือปรากฏตัวตามกันลงมามากขึ้นทุกขณะ ณ บัดนี้มองอีกแง่หนึ่ง ยิ่งมีคนของสำนักแมวดำและดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางถูกฆ่าตายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ!

ทั้งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางและสำนักแมวดำต่างถูกตีจนพ่ายเป็นระนาวกราวรูด!

ในจังหวะนั้นปรากฏเสียงดังขึ้นที่เส้นขอบฟ้า พลันโม่เยี่ยแห่งสำนักแมวดำหันขวับไปมองด้วยความแปลกใจ จึงเห็นว่าห่างไปไม่ไกลจากที่โม่เยี่ยอยู่เท่าใดนัก จั่วชิงซึ่งบัดนี้ถูกกระบี่แทงเข้าที่ทรวงอก ทันใดนั้นปรากฏยอดฝีมือที่มาจากต่างดินแดนตวัดกระบี่ตัดศีรษะของเขาจนขาดกระเด็น!

ดวงตาทั้งสองของจั่วชิงค่อยปิดลงอย่างช้าๆ

สำหรับเขานั้นสิ้นไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานเสียแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้มิใช่การต่อสู้ระหว่างบุคคล ส่วนตัวเขาเองสังหารยอดฝีมือที่บุกรุกไปนับร้อย เวลานี้เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าไร้กำลังเหลือเกิน!

โม่เยี่ยเบิกตามองด้วยความตกตะลึง ขณะขยับตัวทำท่าจะเข้าไปช่วยจั่วชิง พลันกลุ่มคนนับสิบกรูกันเข้ามาปิดล้อมไว้หมดทุกทิศทาง!

สีหน้าโม่เยี่ยแปรเปลี่ยนถมึงทึง พลันใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าที่อกเสื้อของตนเองทันใดนั้นพลังบางอย่างถูกกระตุ้นขึ้นจนพวยพุ่งออกออกจากร่าง

เปรี้ยง!

แรงระเบิดผลักให้ยอดฝีมือทั้งหมดผงะถอยออกไปทันที!

โม่เยี่ยหันไปมองทางจั่วชิง ซึ่งบัดนี้ศีรษะไม่ได้กระเด็นไปทันที ทว่ากลับเลื่อนไปตามคมกระบี่ก่อนจะตกลงไปด้านล่างอย่างช้าๆ!

โม่เยี่ยเหลือบมองไปทางเยี่ยฉวนอีกด้านหนึ่ง ณ ที่นั่นชายหนุ่มกำลังประมือกับกลุ่มคนยอดฝีมือนับร้อยเพียงลำพัง!

ครู่ต่อมาสายตาของโม่เยี่ยเบนกลับไปมองจั่วชิงขณะกำลังร่วงลงไปยังเบื้องล่าง สายตาของฝ่ายหลังมองสบโม่เยี่ยพลางยิ้มน้อยๆ “ข้าไปก่อนล่ะ!”

ในขณะที่จั่วชิงเอ่ยกับอีกฝ่ายนั้น เขาเหลือบแลไปเห็นยอดฝีมืออีกหลายคนที่อยู่รอบๆ กำลังพุ่งเข้าหา “สำนักแมวดำ……สู้จนลมหายใจเฮือกสุดท้าย!”

จากนั้นคนพูดใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่บริเวณกลางลำตัวของตนเอง!

โม่เยี่ยนั้นถึงกับตกใจสุดขีด “ไม่!”

พร้อมกันนั้นทะยานเข้าหาจั่วชิงทว่าช้าเกินไป ด้วยพลังงานระเบิดออกจากร่างของจั่วชิงในเวลาเดียวกัน ศัตรูแกร่งกล้านับร้อยที่อยู่ในรัศมีรอบบริเวณกลายเป็นเถ้าธุลีไปในบัดดล!

โม่เยี่ยชะงักนิ่งหยุดมองดูด้วยตะลึงงัน

เยี่ยฉวนที่อยู่อีกทางหนึ่งก็เช่นเดียวกัน

ต่างคนต่างนิ่งเงียบงัน โม่เยี่ยหันขวับไปยังเส้นขอบฟ้ามือทั้งสองเกร็งกำเข้าหากันจนแน่นก่อนจะผลักหมัดกระแทกพลังออกไป

เปรี้ยง!

ชั้นบรรยากาศไกลออกไปราวสามร้อยจั้งเศษสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลันต่อมาช่องอากาศเกิดรอยปริร้าวแตกแยกออก บริเวณโดยรอบเผยพลังงานสีดำแผ่กระจายไปทั่ว ครู่หนึ่งบังเกิดเสียงกรีดก้องโหยหวนดังไปทั่วบริเวณ

โม่เยี่ยเงยหน้ามองพลางส่งเสียงคำรามเหี้ยมเกรียม “คนสำนักแมวดำทุกคนจงฟัง ฆ่ามัน! ไม่ว่าทางใด……ฆ่ามันให้ราบ!”

ทันใดนั้นผู้พูดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทุกที่ที่เขาเคลื่อนผ่านจะตามมาด้วยศีรษะจำนวนมากขาดสะบั้นไปทุกแห่งหน!

ส่วนอีกด้านหนึ่งเยี่ยฉวนหันไปทางจ้านจุน เห็นว่าฝ่ายค่อยกำหมัดเข้าหากันด้วยความคับแค้น ชายหนุ่มจึงปรามเสียงเข้ม “อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ!”

จ้านจุนตอบเสียงเบาหวิว “ข้าไม่อยากเป็นภาระพวกเจ้านี่!”

ทันใดนั้นเขาใช้ฝ่ามือกระแทกเข้ากลางลำตัวที่จุดตันเถียนโดยไม่คาดฝัน พลังงานไหลวูบเข้ามาอย่างรวดเร็วอย่างไม่อาจควบคุมในพลัน

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version