Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 850


บทที่ 850 : ถ้าไม่ทำลายความไว้วางใจของข้า ข้าก็จะไม่เช่นกัน!

ระเบิดปลิดชีพ!

เมื่อเห็นเข้า เยี่ยฉวนถึงกับตาเหลือกด้วยความตกใจ ชายหนุ่มตัดสินใจตวัดฟาดกระบี่ออกไป

ฟิ้ว!

กระบี่หลุดวาบออกไป จากนั้นกลุ่มศัตรูยอดฝีมือที่อยู่ไกลออกไปกว่าสิบจั้งถูกกระบี่สะบั้นร่างจนขาดครึ่ง ทว่าเยี่ยฉวนรีบหมุนตัวหันไปรับมือกับกองกำลังนักรบที่ดาหน้ากันเข้ามา!

จ้านจุนจับตามองเยี่ยฉวนพลางยิ้มมุมปาก “พี่ชาย รักษาตัว!”

พร้อมกับดวงตาค่อยปิดลงทีละน้อย

ตอนนั้นมือของใครคนหนึ่งกดลงบนบ่าของจ้านจุน ส่งให้พลังงานภายในที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นถูกจำกัดสกัดกั้นทันทีทันใด

เขาลืมตาขึ้น เบื้องหน้าจ้านจุนปรากฏชายสวมชุดดำคนหนึ่ง ด้านหลังชายชุดดำมีคนอีกเก้าคนทั้งหมดสวมชุดดำยืนขนาบ ภาพของคนเหล่านี้มัวหม่นพร่าเลือนอย่างน่าประหลาด

จ้านจุนมองด้วยความพิศวง “พวกเจ้าเป็นใคร?”

เหตุผลที่ทำให้จ้านจุนมีสีหน้างงงวยเช่นนั้น เพราะไม่คุ้นหน้าคนพวกนี้มาก่อน

ชายสวมผ้าคลุมสีดำไม่ตอบคำถามในทันที ทว่ากลับเดินไปทางเยี่ยฉวนซึ่งขณะนั้นย้อนออกมาปรากฏตัว

เยี่ยฉวนมองคนสวมชุดดำตรงข้ามสายตาแน่วนิ่ง “ท่านเป็นใคร?”

ชายสวมดำตอบว่า “คุณชายเยี่ยพวกเรามาเพื่อช่วยเหลือ ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดใดๆ ได้ทั้งนั้น”

ชายหนุ่มฟังแล้วนิ่งครุ่นคิดนิดหนึ่ง จากนั้นบอกอีกฝ่ายว่า “ขอบใจพวกท่านมาก!”

ชายสวมชุดดำเบนหน้ามองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าไกลออกไป ณ เส้นขอบฟ้า ก่อนจะหันมาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณชายเยี่ย ท่านอยากออกจากที่นี่ไปกับพวกเราไหม?”

ออกจากที่นี่?

เยี่ยฉวนมองพลางนิ่วหน้า “ออกจากที่นี่……งั้นหรือ?”

อีกฝ่ายผงกศีรษะ “คุณชายเยี่ยพูดด้วยความสัตย์จริง เวลานี้ผู้คุ้มกฎออกโรงจัดการอย่างจริงจัง หากตัดสินจากความแข็งแกร่งของสำนักแมวดำและดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง พวกเขาคงยืนหยัดต้านทานต่อไปได้อีกไม่นาน”

ชายสวมชุดดำกวาดตามองชายหนุ่มตรงหน้า “ถ้าคุณชายยังขืนอยู่ที่นี่ต่อไป มีแต่จะถูกฆ่าตาย!”

ถูกฆ่าตาย!

เยี่ยฉวนหันหน้ามองไปที่ขอบฟ้า จึงเห็นได้ชัดว่าบัดนี้เต็มไปด้วยกองทัพนักรบดำมืดไปหมด

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะกำจัดดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางและสำนักแมวดำให้สิ้นซาก!

ภายหลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งชายหนุ่มหันกลับมาตอบเบาๆ ว่า “ข้าซาบซึ้งในน้ำใจของพวกท่านทุกคน”

ชายสวมชุดดำรีบกล่าวด้วยท่าทีร้อนใจ “คุณชายเยี่ย พวกท่านไม่มีทางเอาชนะพวกมันได้แน่!”

ทว่าเยี่ยฉวนบอกเสียงเรียบ “อันที่จริง นั่นเป็นเหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้ข้าทิ้งคนที่นี่ไปไม่ได้”

จากนั้นชายหนุ่มมองขึ้นยังท้องฟ้าก่อนจะเอ่ยเบาๆ ว่า “ถ้าพวกเขาไม่ทำลายความไว้วางใจ ข้าจะไม่ทำเหมือนกัน”

ชายสวมผ้าคลุมดำบ่นพึมพำพลางถอนหายใจเบาๆ อันที่จริงนึกเดาไว้ก่อนแล้วว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้

เยี่ยฉวนหันมามองชายชราสวมชุดดำตรงๆ “แม้ว่าข้าจะไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับพวกท่านมาก่อน เวลานี้อยากขอให้หลีกให้ไกลจากการต่อสู้ที่นี่เสียโดยเร็ว”

คนฟังบิดมุมปากยิ้ม “เหตุที่ทำให้พวกเรามาถึงที่นี่มีอยู่อย่างเดียวเพื่อช่วยเหลือเจ้านั่นแหละ”

ขณะเดียวกันคนพูดพลันโบกมือข้างขวา

ฉับพลันต่อมาคนทั้งเก้าซึ่งยืนอยู่ด้านหลังชายสวมชุดดำต่างทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไปพร้อมกัน

ขั้นพลังของคนทั้งเก้าคนล้วนขั้นศักดิ์สิทธิ์สูงสุด มิใช่พลังศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดระดับปกติทั่วไป!

ฝีมือเข้าขั้นชิงชัย!

เยี่ยฉวนมองคนสวมชุดดำ ฝ่ายหลังจึงพูดพลางยิ้ม “คุณชายเยี่ย ข้ารู้ว่าเจ้าสับสนไม่น้อย ถ้าเราชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ข้าจะเล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ฟัง แต่ถ้าไม่… เรื่องนั้นคงไม่จำเป็น”

ชายหนุ่มฟังแล้วจึงพยักหน้า “ผลจะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ ข้าต้องขอบใจพวกท่านมาก!”

อีกฝ่ายตอบรับ “เอาไว้ค่อยว่ากัน!”

หลังจากนั้นฝ่ายหลังหมุนตัวกลับหลังก่อนจะทะยานตามพวกไปอีกคน พุ่งตรงเข้าหายอดฝีมือซึ่งมีขั้นพลังเหนือกว่าขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิต!

เยี่ยฉวนหันกลับไปหาจ้านจุนผู้ที่ทำท่าขยับจะพูดอะไรสักอย่าง จากนั้นชายหนุ่มสร้างความประหลาดใจด้วยการช่วยแบกร่างของจ้านจุนพากลับเข้าไปยังกำแพงใหญ่จางเถี่ยน

ภายในบริเวณกำแพงใหญ่จางเถี่ยน เยี่ยฉวนค่อยๆ วางจ้านจุนลงบนพื้นราบ “รีบรักษาบาดแผลให้หายไวเข้า เจ้าจะระเบิดตัวเองได้ก็ต่อเมื่อพวกเราไม่เหลือใครแล้ว ไม่อย่างนั้นไม่ต้องออกไปช่วยพวกเรา!”

กล่าวจบคนพูดหันหลังให้หายไปทันที

คนที่นอนอยู่กับพื้นนิ่งงันไปเป็นครู่ จ้านจุนจึงหยิบอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงออกมาก่อนจะทำท่ากระเดือกลงคอไปอย่างเร่งรีบ

เยียวยาอาการบาดเจ็บ!

สิ่งสำคัญที่เขาต้องทำในเวลานี้คือเยียวยาบาดแผลให้หายโดยเร็วที่สุด!

นอกกำแพงใหญ่จางเถี่ยน เยี่ยฉวนลอยตัวนิ่งอยู่บนอากาศ ขณะนั้นในจักรวาลดาราเต็มไปด้วยเสียงร้องโอดครวญอย่างน่าสยดสยอง พร้อมกับร่างที่ลอยละลิ่วหล่นร่วงลงมาเป็นระยะๆ คนแล้วคนเล่า

แม้ข้างฝ่ายเยี่ยฉวนจะได้พันธมิตรเป็นคนสวมชุดดำและพรรคพวกเข้าร่วมด้วยช่วยกันแล้วก็ตามที……ทว่าดูเหมือนจะไม่ช่วยให้สถานการณ์เกิดความแตกต่างแต่อย่างใด!

ทันใดนั้นช่องอากาศแห่งหนึ่งเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น พลันสตรีสาวน้อยคนหนึ่งก้าวออกจากรอยแตกของชั้นบรรยากาศ นางคือจิตรกรสาว!

เมื่อเห็นจิตรกรสาว สีหน้าชายชราสวมผ้าคลุมม่วงเปลี่ยนไปเป็นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

จิตรกรสาวเงยมองไปที่จักรวาลดารา พลันเมื่อสายตาแลเลยไปพบชายชราสวมผ้าคลุมสีม่วง ฝ่ายหลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทันใดนั้นหญิงสาวหายวับไปต่อหน้าต่อตาและทันทีที่นางกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่ในจักรวาลดาราเสียแล้ว

ชายชราสวมชุดม่วงตวาดออกคำสั่งอย่างเร่งร้อน “หยุดนางให้ได้!”

เหล่ายอดฝีมือราวสิบกว่าคนทะยานตรงเข้าหาจิตรกรสาว ทว่าไม่ทันไรพวกคนเหล่านั้นกลับถูกสะบั้นศีรษะหลุดจากบ่าภายในเวลาไม่กี่อึดใจ ขณะนั้นจิตรกรลอยตัวขึ้นไปขวางเบื้องหน้าชายชราสวมชุดม่วงในเวลาเดียวกัน!

พลันเงาปีศาจพุ่งวาบทันทีที่จิตรกรสาวทำท่าจะเข้าปะทะ

หญิงสาวชะงักพลางนิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนเงื้อฝ่ามือขึ้นจากนั้นกดลงตรงหน้า

เปรี้ยง!

บังเกิดเป็นระลอกคลื่นอากาศขนาดใหญ่พุ่งจากฝ่ามือข้างนั้นทันที ทว่าไม่นานคลื่นอากาศกลับเลือนหายไป พร้อมกับร่างของจิตรกรสาวทะยานถอยหลังห่างไปรวดเดียวไกลกว่าสามสิบจั้ง!

ในตอนนั้นเองที่ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีดำทั้งตัว ในมือกำด้ามกระบี่แบนกว้างซึ่งยังอยู่ในฝัก ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าชายชราสวมผ้าสีม่วง

จิตรกรสาวมองชายวัยกลางคนอย่างใช้ความคิด ขณะที่ฝ่ายหลังถือฝักกระบี่ไว้ด้วยมือขวา ฉับพลันเขาดึงกระบี่แบนกว้างออกอย่างรวดเร็ว

ชริ้งงงง!

แสงกระบี่ระเบิดออกสะท้อนวาบแวบกลับมา ประกายเจิดจ้าประหนึ่งแสงแห่งอาทิตย์ก็มิปาน

ห่างออกไปจิตรกรสาวค่อยๆ กดฝ่ามือพร้อมผลักออกไป ทันใดนั้นช่องอากาศระหว่างฝ่ามือปรากฏก้อนผลึกแปลกประหลาด

จากนั้นแสงสว่างจ้าพุ่งจากก้อนผลึกออกทุกทิศทาง

เปรี้ยง!

พลันช่องอากาศเบื้องหน้าของจิตรกรสาวเริ่มสั่นไหวอย่างมาก จากนั้นแตกออกทีละนิดๆ เพียงไม่เกินอึดใจพื้นที่ว่างเปล่าโดยรอบในรัศมีสามลี้เกิดรอยแยกแตกร้าวต่อเนื่องไปในเวลาเดียวกัน จนดูคล้ายใยแมงมุมกระนั้น!

จิตรกรสาวกำหมัดแน่น ก่อนจะเผยฝ่ามือพร้อมผลักออกไปข้างหน้า “หยุด!”

คำพูดหลุดออกจากปาก

เปรี้ยง!

ฉับพลันนั้นช่องอากาศที่อยู่เบื้องหน้าจิตรกรสาวยุบทลายลงทีละน้อยๆ ต่อมาพลังงานกระพือพัดประดุจคลื่นยักษ์สึนามิสาดซัดเข้าใส่ร่างของชายถือกระบี่แบนใหญ่

ชายคนถือกระบี่แบนใหญ่ตรงข้ามจิตรกรสาวท่าทีสงบเยือกเย็น ก่อนจะค่อยหลับตาลง มือข้างขวาขยับกุมด้ามกระบี่ไว้มั่น หลังจากสงบนิ่งชั่วขณะ ต่อมาชายคนดังกล่าวก้าวออกไปหนึ่งก้าวพร้อมชักกระบี่ฟันไปครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ที่เหลือเกิดขึ้นชั่วแขนเหยียดออกเพียงครั้งเดียวนั่นเอง!

ฟิ้วววว!

กระบี่พลังชี่ถูกปลดปล่อย

ฟิ้วววว!

กระบี่พลังชี่ตัดสะบั้นทุกอย่างในทุกที่ที่กระบี่เคลื่อนผ่าน กระบี่พลังชี่ตัดสะบั้นแม้กระทั่งปราการหนาแน่นของจิตรกรสาว

ช่องอากาศทำหน้าที่เป็นเสมือนผ้าม่านกั้นกลางระหว่างจิตรกรสาวและชายวัยกลางคน ขณะที่กระบี่พลังชี่เป็นกรรไกรคมกริบ ด้วยต่อมากรรไกรพุ่งเข้าตัดผ้าม่านที่ขวางกั้นจนสิ้นก่อนจะทะยานตรงเข้าหาจิตรกรสาวทันที!

เมื่อนั้นจิตรกรสาวกำมือเข้าหากันแน่น

อากัปกิริยาที่แสดงออกเป็นการจับยึดกระบี่ชี่เอาไว้อย่างฉับพลัน จิตรกรสาวหยุดคอยชั่วขณะ ก่อนจะกดมือทั้งสองข้างพร้อมดึงเข้าหาตัว

พลันถัดมากระบี่ชี่หายวูบไปต่อหน้าต่อตา

ทว่าครู่ต่อมากระบี่ฟาดฉับลงเหนือศีรษะของสตรีฝ่ายตรงข้าม ซึ่งร่างได้หายวับไปทันที…

ขณะนั้นทั้งสองฝ่ายต่อสู้โรมรันพันตูติดพัน

กล่าวได้ว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่คู่คี่สูสีกันมาก!

เยี่ยฉวนยืนอยู่ด้านล่าง ชายหนุ่มกำลังแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ชายชราสวมชุดสีม่วงขณะอยู่ภายในจักรวาลดารา โดยฝ่ายตรงข้ามกำลังมองลงมาที่ตนอยู่พอดี

ชายชราสวมชุดสีม่วงไม่เริ่มลงมือออกปะทะแต่อย่างใด ตั้งแต่ที่รู้ว่าฝ่ายตนกำลังชิงความได้เปรียบและอีกไม่นานคงถึงเวลาแล้วที่สำนักแมวดำกับดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทำแค่เฝ้ารออยู่เฉยๆ เท่านั้น

พลันนั้นเองดูเหมือนเยี่ยฉวนจะทำอะไรสักอย่าง ชายหนุ่มหันไปมองโม่เยี่ยซึ่งตอนนั้นติดพันอยู่กับการต่อสู้อย่างดุเดือด

จู่ๆ ชายหนุ่มคำรามเสียงกร้าว “โม่เยี่ย ช่วยหน่อย! ข้าจะไปฆ่าไอ้เฒ่าอันธพาลคนนั้นเอง!”

ทันใดนั้นร่างของเยี่ยฉวนเปลี่ยนเป็นลำแสงกระบี่พุ่งขึ้นสู่เบื้องบน

ห่างออกไปสามร้อยจั้งที่โม่เยี่ยอยู่ เขาหยุดต่อสู้ซึ่งกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดทันทีก่อนหันขวับมองไปทางเยี่ยฉวน ขณะต่อมาร่างสั่นน้อยๆ จากนั้นจึงกลายเป็นเงาดำทะมึนพุ่งตามหลังเยี่ยฉวนไปทันที เงาดำเคลื่อนที่รวดเร็วนัก เพียงชั่วพริบตาเดียวจึงตามมาทันชายหนุ่มที่ออกนำไปก่อนหน้า

เยี่ยฉวนเอ่ยกับคนที่ตามมา “ช่วยข้าสกัดคนพวกนี้!”

คนด้านหลังไม่พูดว่าอะไร หากสายตาเหลือบมองไปทางจักรวาลดาราที่ชายชราสวมผ้าคุลมสีม่วงลอยตัวอยู่

ท่ามกลางจักรวาลดารา ชายชราสวมชุดม่วงเบิกตาโพลงขณะที่มองเห็นเยี่ยฉวนกับโม่เยี่ยที่กำลังมุ่งหน้ามาทางตน พลันรับรู้ถึงภยันตรายที่คืบคลานมาจากเยี่ยฉวนกับโม่เยี่ยได้อย่างแจ่มชัด สองคนอัจฉริยะท่ามกลางคนธรรมดาสามัญ แม้ทั้งคู่จะเป็นคนหนุ่มที่อายุน้อยเท่านั้น ทว่าเมื่อทั้งสองร่วมมือกันยิ่งทำให้ความแกร่งกล้าเพิ่มพูนทวี แกร่งถึงขนาดสังหารคู่ต่อสู้ที่มีพลังขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิตได้อย่างง่ายดาย!

ชายชราสวมผ้าคุลมม่วงคำรามเสียงเข้ม “สกัดมันไว้! อย่าให้เข้ามาใกล้ข้าเด็ดขาด!”

หลังจากนั้นยอดฝีมือเริ่มกรูกันเข้าจู่โจมเยี่ยฉวนและโม่เยี่ย ก่อนที่ทั้งสองจะสังหารคนยอดฝีมือที่เข้าใกล้นับสิบๆ คนตายลงเป็นเบือในเวลาต่อมา!

หากยังปรากฏยอดฝีมือดาหน้ากันมาทางเยี่ยฉวนและโม่เยี่ยอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน โม่เยี่ยเร่งความเร็วพุ่งเข้าหากลุ่มคนที่เข้ามาใกล้จนน่าตระหนกตกใจ จากนั้นผลักออกหมัดลุ่นทั้งสองอัดใส่คนเหล่านั้น

เปรี้ยง!

ท่ามกลางจักรวาลดารา พลันบังเกิดเสียงฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้างดังสนั่นสั่นสะเทือนไปในอากาศอย่างหนักหน่วง ก่อนที่คนยอดฝีมือนับสิบถูกบดขยี้โดยฉับพลัน!

ขณะเดียวกันทางเยี่ยฉวน ลำแสงกระบี่ของชายหนุ่มเสมือนเปลวไฟพุ่งเป็นแนวออกไปทันที ต่อมาทะยานออกตรงไปทางชายชราสวมชุดสีม่วง ถึงกระนั้นที่มุมปากของชายชรากลับปรากฏรอยยกยิ้มมีเลศนัยเปล่งประกายอย่างน่าประหลาด

เยี่ยฉวนเองสังเกตเห็นอาการแสดงออกนั้น สีหน้าของเขาส่อความประหลาดใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ทว่าจะเปลี่ยนใจหันกลับในเวลานี้ก็ช้าไปเสียแล้ว ชายหนุ่มจึงตวัดกระบี่ฟาดฉับลงไปตรงๆ

กระบี่นี้คือกระบี่เจิ้นหุน!

จากที่ได้เห็นอย่างใกล้ๆ พลังฟาดลงไปถึงขนาดนี้ชายชราสวมชุดสีม่วงน่าจะตายสนิทอย่างแน่นอน ในเมื่อคนผู้นั้นมีสภาพเป็นร่างวิญญาณเสียแล้วเช่นนี้!

รูปเงาที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มเป็นภาพพร่าเลือนไปเสียทันทีที่เยี่ยฉวนควงกระบี่สับลงไป ขณะต่อมานั้นเองสิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนกลับเป็นกลิ่นอายแห่งความตาย

แต่ไม่ว่าอย่างไรชายหนุ่มแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ถึงความสุขุมเยือกเย็นอย่างยิ่ง ด้วยการตวัดกระบี่ฟันลงไปทันที!

ในจังหวะนั้นร่างเงาเลือนรางผงะถอยรวดเดียวห่างไปไกลราวสามสิบจั้งเศษ เบื้องหน้าเยี่ยฉวนปรากฏสัตว์อสูรตัวหนึ่ง

ยอดยุทธ์ที่ชั้นสอง!

ถึงกระนั้นชั่วขณะหนึ่ง ชายชราสวมชุดสีม่วงได้แต่ตะลึงงัน เขาคาดไม่ถึงว่าร่างเงาดำจะถูกกำจัดไปเสียเช่นนี้ และดูเหมือนสายเกินไปที่จะถอนตัวเสียแล้ว!

กระบี่ของเยี่ยฉวนฟาดฉับลงไป

ฟิ้วววว!

ฉับพลันนั้นดวงวิญญาณของชายชราเริ่มกลับกลายดุจภาพจินตนาการ

ที่ด้านหลังของชายชราสวมชุดสีม่วง เยี่ยฉวนยืนนิ่งขณะเสียงพูดเหี้ยมเกรียมหลุดจากริมฝีปาก “เจ้าอยากยิ้มทุเรศดีนัก!”

จากนั้นจึงสาวกระบี่ออกทางด้านหลัง

ดวงวิญญาณของชายชราชุดสีม่วงหายวับไปในบัดดล

ขณะนั้นเงาดำทะมึนทางเบื้องหน้าเยี่ยฉวนจ้องเขม็งไปที่ยอดยุทธ์ชั้นที่สองซึ่งอยู่ทางข้างหลังชายหนุ่ม “ข้าคิดอยู่……ที่แท้เจ้าก็คือยอดยุทธ์ที่คอยช่วยเหลือเยี่ยฉวน! คอยเจ้ามานานเต็มทีแล้ว!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version