บทที่ 962 : พวกเจ้า……เข้ามาเลย! (ต้น)
ภาพที่ประจักษ์แก่สายตา ทำให้บรรดายอดฝีมือของตระกูลฉินพากันมีสีหน้าเครียดขึง!
เห็นได้ชัดว่าเยี่ยฉวนจงใจล่อหลอกพวกตนให้จู่โจมเข้าไป!
ขณะต่อมา เสียงตวาดด้วยความโกรธของชายชราผู้นำกลุ่มยอดฝีมือตระกูลฉินดังขึ้น “เจ้านั่นทำเป็นแกล้งให้พวกเราหลงเชื่อไปอย่างนั้น”
ว่าแล้วคนพูดหมุนตัวกลับ เขม้นมองไปยังเยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล “คนอื่นอาจถูกเจ้าหลอกจนหลงเชื่อ แต่ข้าจะไม่มีวัน!”
จากนั้นเขาทะยานออกจากที่พุ่งเข้าหาเยี่ยฉวนทันที
เวลานั้น ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยกระบี่เจิ้นหุนในมือ พลันชี้กระบี่ไปที่ชายชราที่กำลังมุ่งหน้ามาจากระยะไกล เมื่ออีกฝ่ายเห็นเข้าสีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากนั้นรีบชะงักฝีเท้าหยุด ไม่เพียงเท่านั้นกลับชักเท้าถอยกรูดห่างไปไกลหลายสิบจั้งในเวลาอันรวดเร็ว!
คนอื่นในบริเวณต่างนิ่งงัน
ชายชรามองตรงไปยังเยี่ยฉวน แม้ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ยังตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย
กระบี่ของเยี่ยฉวนแปลกพิสดารนัก!
สัญชาตญาณของชายชราบอกว่า เยี่ยฉวนน่าจะใช้พลังจนหมดสิ้นแล้ว เมื่อใดที่เขาลงมือเพียงเบาะๆ เยี่ยฉวนจะถูกฆ่าตายแน่!
อย่างไรก็ตามเขายังนึกหวั่นเกรงอยู่บ้างว่า เยี่ยฉวนอาจจะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายต้านการจู่โจมเหมือนกัน
เขารู้ดีเป็นอย่างยิ่งว่า ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสังหารเยี่ยฉวน!
คิดแล้วจึงขยับตั้งท่าจะเคลื่อนไหว ทันใดนั้นเยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลส่งเสียงคำรามลั่น “พวกเจ้า……เข้ามาเลย!”
เสียงคำรามฮึ่มฮั่มเมื่อครู่ดังประหนึ่งฟ้าคำราม
กลุ่มคนที่มองดูเยี่ยฉวน มีสีหน้าท่าทางตื่นตระหนกดูราวกับอสูรสัตว์ดุร้ายที่คลุ้มคลั่ง
พลันชายชราผู้นำกลุ่มยอดฝีมือตระกูลฉินพูดรัวเร็ว “ถ้าพวกเราทุกคนยอมให้มันข่มขวัญเช่นนี้ ต่อไปพวกเจ้าจะถูกปีศาจร้ายในใจครอบงำเข้าสักวัน และการฝึกฝนพลังไม่อาจก้าวต่อไปได้อีกเลย!”
เมื่อได้ฟังคำพูดประโยคนั้น คนอื่นต่างเงียบนิ่ง
อย่างที่ชายชรากล่าว ถ้ายอมให้เด็กอมมือข่มขวัญจนหงอ และเรื่องนี้รู้ไปถึงคนภายนอก ชื่อเสียงของพวกเขาคงมีอันป่นปี้และไม่พ้นที่จะถูกเงาแห่งความกลัวคอยหลอกหลอนอยู่ร่ำไป
ยิ่งกว่านั้นความกลัวของพวกเขา จะกลายเป็นปีศาจร้ายที่สิงอยู่ในใจ!
เมื่อคิดได้ดังนั้นต่างคนต่างหันมองกันไปมา ครู่ถัดมาออกพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปหาเยี่ยฉวนทันที!
ห่างไปไม่ไกล เยี่ยฉวนมองดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือข้างขวาขยับกำกระบี่เจิ้นหุน ขณะพลังอำนาจไหลรวมเข้าสู่แขนข้างขวา
เวลานั้นที่เส้นขอบฟ้าแสนไกล พลังลมหายใจจำนวนหนึ่งค่อยปรากฏชัดขึ้น
ทันทีที่สังเกตเห็น ยอดฝีมือตระกูลฉินพากันชะงักหยุดทีละคนๆ ชายชราผู้นำกลุ่มหันไปเพ่งมองบนท้องฟ้า พลันสีหน้าของเขาค่อยกลายเป็นหมองหม่นลง!
กลุ่มยอดฝีมือจากเผ่าถัง!
ทันใดนั้นเสียงเยี่ยฉวนตะโกนบอกมาจากในที่ระยะไกล “ข้ายอมแล้ว!”
กลุ่มยอดฝีมือตระกูลฉินหันไปมองเขาเป็นตาเดียว บริเวณกลางแสกหน้าของชายหนุ่ม ภาพเลือนรางของหอคอยปรากฏให้เห็นถนัดชัดเจนโดยทันที จากนั้นหอคอยค่อยลอยตัวทะยานตรงไปยังกลุ่มยอดฝีมือตระกูลฉิน!
ยอดฝีมือของตระกูลฉินพากันตะลึงงัน เยี่ยฉวนตั้งใจจะทำอะไรแน่?
ขณะนั้นสายตาทุกคู่จับจ้องไปยังหอคอยขนาดจิ๋วที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า!
ต่างคนต่างมองดูหอคอยจิ๋ว สีหน้าแววตาของยอดฝีมือตระกูลฉินยิ่งหม่นมัวลงทุกขณะ ถึงกระนั้นความละโมบโลภในใจดูจะมีน้ำหนักมากกว่า!
ในตอนนั้นยอดฝีมือตระกูลฉินคนหนึ่งหันไปถามชายชราผู้นำพวกตนทันที “ท่านฉินหมิง พวกเราควรเก็บเอาไว้หรือไม่?”
ชายชรานามว่าฉินหมิงมีท่าทีสุขุมเยือกเย็นขึ้นเล็กน้อย ยอดฝีมือของเผ่าถังใกล้จะมาถึงในอีกไม่ช้า……ควรเก็บเอาไว้งั้นหรือ?
พลันฉินหมิงเอื้อมมือขวับฉวยหอคอยแห่งเรือนจำเอาไว้โดยเร็ว ก่อนจะบอกคนอื่นว่า “ไปจากที่นี่กันเร็ว!”
จากนั้นคนจากตระกูลฉินที่อยู่รอบบริเวณหันหลังแล้ววิ่งออกไปทันที!
ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ยอดฝีมือจากเผ่าถังมาถึงพอดี
เยี่ยฉวนขบกรามคำรามฮึ่ม “พวกคนตระกูลฉินหัวขโมย เอาสมบัติของข้าคืนมาเดี๋ยวนี้!”
ว่าแล้วชี้มือชี้ไม้ไปทางทิศที่ไกลออกไปพลางคำรามลั่น ทว่าหาได้ออกไล่ตามคนเหล่านั้นไม่
ยามนี้อาวุโสเยว่กับหลินมู่แห่งเผ่าถังโผล่เข้ามาในบริเวณ คนทั้งสองมองตรงมาทางเยี่ยฉวน จากนั้นเบนสายตามองไปที่ท้องฟ้า มีสีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด……ได้เห็นกับตาตัวเองว่าฉินหมิงฉกเอาสมบัติล้ำค่าไป!
หลินมู่ถามเสียงเข้ม “พวกตระกูลฉินจะหักหลังเราสินะ?”
ผู้อาวุโสเยว่มองด้วยแววตาเคียดขึงขณะบอกกับอีกฝ่าย “ไปจับเจ้าพวกนั้นมาให้ได้!”
ขณะที่พูดออกไป ดูเหมือนเขาจะฉุกคิดอะไรขึ้นได้บางอย่างจึงหันกลับไปมองเยี่ยฉวน เมื่อพบว่าเวลานี้ชายหนุ่มสูญเสียพลังไปหมดสิ้น ทันใดนั้นเกิดความคิดที่จะสังหารอีกฝ่ายขึ้นมาทันที
เยี่ยฉวนพูดขึ้นว่า “ถ้าเจ้าไม่รีบตามไปจับพวกมันไว้ มีหวังชุมนุมผู้คุมกฎได้สมบัติล้ำค่าไปครองแน่”
ได้ยินชายหนุ่มพูดมาดังนั้น ผู้อาวุโสเยว่ชำเลืองมองกลับมาด้วยสายตาจงเกลียดจงชัง “หลังจากงานนี้ เราจะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้าแน่ รอเดี๋ยวก็แล้วกัน!”
ว่าแล้วคนพูดเองหมุนตัวกลับหลัง จากนั้นเขากับหลินมู่จะหายวับลับกายไปที่สุดขอบฟ้าพร้อมกัน
หลังจากที่คนทั้งสองหายตัวไป ไม่นานกลุ่มยอดฝีมือทยอยพุ่งขึ้นเหนือศีรษะเยี่ยฉวนตามกันออกไป
ยอดฝีมือของชุมนุมผู้คุมกฎ!
เยี่ยฉวนมองตามพลางส่ายหน้าพร้อมผุดรอยยิ้มที่มุมปาก จากนั้นเขาค่อยๆ หันกลับ ไม่นานชายหนุ่มมาถึงสถานที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง จากนั้นรีบทรุดตัวนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นดินและเร่งรักษาอาการบาดเจ็บทันที!
เวลานี้แม้ว่าหอคอยแห่งเรือนจำจะไม่ได้อยู่กับเขาก็จริง ทว่าเจ้าตัวไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย!
หอคอยที่แสนจะน่ารังเกียจมีปัญญาเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว!
ยิ่งกว่านั้น หอคอยยังมีคนที่ชั้นหกและสุนัขอสูรอยู่ในนั้นอีกต่างหาก!
อีกอย่าง การที่คนภายนอกจะเข้าสู่หอคอยได้นั้นไม่มีทางเป็นไปได้……
ณ ขอบฟ้าไกลออกไป ยอดฝีมือแห่งตระกูลฉินต่างแล่นไปในอากาศด้วยความเร็ว!
ฉินหมิงที่นำหน้าเหล่ายอดฝีมือบ้าเหล่านั้น มีสีหน้าท่าทางตื่นเต้นมากกว่าใครๆ!
สุดยอดสมบัติล้ำค่า!
สิ่งที่เขาประคองไว้ในมือถือเป็นที่สุดของสมบัติล้ำค่าแห่งโลกสี่มิติ!
ตราบใดที่ตระกูลฉินได้สุดยอดสมบัติล้ำค่ามาไว้ครอบครองและพิชิตมันได้สำเร็จ ตระกูลฉินจะได้ไม่ต้องเอาตัวเองเข้าไปผูกมัดกับเผ่าถังอีกต่อไป กระทั่งกลายเป็นกองกำลังที่เข้มแข็งที่สุดในจักรวาลโกลาหลยังได้ด้วยซ้ำ!
ถึงเวลาที่พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองเสียที!
เวลานั้นฉินหมิงไม่นึกถึงอะไรทั้งสิ้น นอกจากความน่าตื่นเต้นจนร่างสั่นระริก
ขณะนั้นเสียงคนของตระกูลฉินที่อยู่ข้างๆ บอกมาว่า “คนของเผ่าถังกำลังไล่ตามมา!”
ฉินหมิงหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย “ช่างหัวมัน!”
