ตอนที่ 163 ภัยที่หอฉินก่วน
ตั้งแต่หอฉินก่วนเขตปัจจิมถูกนายกองร้อยองครักษ์เสื้อแพรผู้หนึ่งมาเอาเรื่อง ทุกคนต่างคิดว่าการค้าคงจบสิ้นเป็นแน่ บรรดาบ่อนและหอคณิกามากมายที่ให้หอฉินก่วนออกหน้าก็กำลังรอหัวเราะเยาะหอฉินก่วน
ใครจะคิดว่าไม่กี่วัน หอฉินก่วนก็แขวนป้ายสงบสุขขึ้นมา และผู้ช่วยศาลซุ่นเทียนที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่อย่าง หลี่ว์วั่นไฉยังนำคนมาดื่มสุราหลายครั้ง การค้าก็ยิ่งรุ่งเรืองขึ้น
ไม่ช้าทุกคนก็เข้าใจได้เองว่า อย่างไรแม่นางซ่งก็มีเบื้องหลังเป็นถึงจางฮั่น เสนาบดีกรมปกครอง บุคคลยิ่งใหญ่เช่นนี้ สถานการณ์ไหนเอาไม่อยู่กัน คาดว่านายกองร้อยผู้นั้นย่อมต้องไว้หน้าอยู่หลายส่วนเป็นแน่
และแม่นางซ่งผู้นั้นก็ทำการค้าเป็น เดือนแปดก็ซื้อหญิงสาวจาก]แถบแม่น้ำฉินไหว เมืองหนานจิง เก่งศิลปะวิทยาและหน้าตางดงามมาสิบกว่าคน ปลายเดือนเก้าก็มาถึงหอฉินก่วน
หญิงสาวจากแดนใต้ที่อ่อนโยนนุ่มนวล รูปร่างหน้าตาอันดับหนึ่ง ชำนาญดนตรี กาพย์กลอน หมากรุก และวาดภาพ ไม่นานก็เป็นที่เลื่องลือทั่วเมืองหลวง ไม่กี่วันก็กลายเป็นหอคณิกาที่ดังที่สุดในเมืองหลวง
ทุกวันมีแต่ขุนนางใหญ่และชนชั้นสูงจำนวนมากมาเยือน บรรดาคุณชายต่างให้เกียรติ แม่เล้าซ่งก็รู้จักเรียกลูกค้า ทุกวันก็ให้หญิงสาวบรรเลงเพลงและฟ้อนรำอยู่ตรงกลางโถงชั้นหนึ่ง
สถานที่บรรเลงเพลงและฟ้อนรำก็สร้างเป็นแท่นสูงขึ้นมาโดยเฉพาะ สูงกว่าพื้นราวหนึ่งฟุต ยังมีไม้ไผ่สี่ท่อนขัดกันเป็นสี่เหลี่ยมแขวนอยู่ใต้หลังคา พร้อมผ้าแพรทิ้งตัวลงมา ปิดบังเวทีเอาไว้สี่ด้านพอดี
คนข้างนอกเห็นเพียงภาพไม่ชัดเจน ก็ยิ่งทำให้คนรู้สึกตื่นเต้น ตอนเดินเข้าออกผ่านเวทีนี้ คนที่อยากรู้อยากเห็นก็จะเห็นได้ชัดเจน เป็นหญิงสาวงดงามจริงๆ กิริยาอ่อนช้อยแตกต่างกัน แต่รูปโฉมและรูปร่างนั้นไม่ต้องกล่าวถึง
นอกจากเป็นวิธีการดึงดูดผู้คนแล้ว แม่นางซ่งผู้นี้ยังตั้งกฎไว้ว่า หญิงสาวเหล่านี้ในครึ่งปีนี้ไม่อนุญาตให้ขายตัวค้างคืน ให้เพียงแค่ดื่มและขับร้องเป็นเพื่อนเท่านั้น
เช่นนี้ย่อมดึงดูดให้คนเหล่านี้พากันมาเยือน หลายคนที่เจ้าชู่มากก็หว่านเงินออกมา คิดจะพากลับไปสักคน หรือคิดจะซื้อกลับไปเลี้ยงที่จวน แต่ก็ถูกแม่นางซ่งปฏิเสธกลับไปหมด
ดังคำที่เรียกว่าอยากได้แต่ไม่ได้ การล่อให้อยากเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้บรรดาลูกค้าหอฉินก่วนยิ่งมากขึ้น การค้าดีจนไม่รู้จะดีอย่างไร ยังมีพวกบัณฑิตที่แสร้งทำตัวเป็นผู้มีความรู้สูง ทุกวันก็มาเยือนที่นี่ ว่ากันว่าเพื่อฟังการขับร้อง ชมสาวๆ หรืออาจเป็นความคิดของบรรดาผู้เรียนหนังสือมาพวกนี้ สาวๆ พวกนี้จึงได้ฉายาไพเราะอย่างไม่รู้ที่มาว่า ‘ 18 นางฟ้าสระสวรรค์เหยาฉือ’
หอคณิกาละแวกหอฉินก่วนสองร้านแทบจะไร้แขกเหรื่อเพราะหอฉินก่วน แต่ก็ไม่รู้จะทำเช่นไร ได้แต่กล่าวอย่างขื่นขมว่า
“เป็นกิจการของเสนาบดีกรมปกครองนี่ หากไม่มีที่พึ่งใหญ่ เกรงว่านางเล็กๆ พวกนั้นคงถูกแย่งชิงไปหมดตั้งนานแล้ว”
แต่ในเมืองหลวงนี้ล้วนเต็มไปได้ด้วยผู้มากบารมีที่ไม่เผยตัว บุคคลที่เสนาบดีกรมปกครองมิอาจล่วงเกินก็มีมากมาย คืนวันที่ 10 เดือนสิบ ตามปกติก็ควรจะมีเสียงร้องเพลงขับกล่อมลอยมา แต่ยามนี้ กลับได้ยินเสียงคนหลายคนกำลังตวาดด่าอย่างบ้าคลั่ง
ด้านหลังหอฉินก่วนมีเรือนเล็กที่เงียบสงบอยู่ พ่อบ้านหอฉินก่วนกำลังยืนตะโกนเสียงดังอยู่หน้าประตูว่า
“นายหญิงขอรับ ด้านหน้ากำลังจะลงมือกันแล้ว พวกข้าน้อยไม่กล้าแตะต้องท่านผู้นั้น ทำอย่างไรดี หรือว่า…หรือว่าคืนนี้ก็ตามใจนายท่านนั้นไปก่อน!!”
ในลานบ้านผ่านไปพักหนึ่งจึงได้ยินเสียงผู้หญิงกล่าวเสียงแหลมขึ้นว่า
“ข้าติดงานสำคัญ หากทำตามไอ้พวกบัดซบนั่น บ่อเงินบ่อทองของข้าสิบกว่าบ่อนี้มิต้องให้พวกมันทำลายไปหมดสิ้นหรอกหรือ ซื้อป้ายสงบสุขมาไม่ใช่หรือไง รีบไปตามเจ้าหน้าที่มาสิ!”
“โธ่ นายหญิงขอรับ เจ้าหน้าที่พวกนั้นจะจัดการได้อย่างไร!”
“เงินมากมายซื้อป้ายเช่นนั้น ทำไมจัดการไม่ได้ รีบไปตามมาเร็ว!! รีบไสหัวไป!!”
พ่อบ้านผู้นั้นหน้านิ่วคิ้วขมวดวิ่งออกไป เสียงตะโกนด่าทอแม้แต่ในร้านยังได้ยิน แต่ในร้านยังคงไร้ความเคลื่อนไหว อยู่ๆ ก็ในห้องก็มีความเคลื่อนไหว มีเสียงผู้ชายดังขึ้น
ที่หน้าประตูห้องไม่มีบรรยากาศสวยงามอันใดแม่นางซ่งผู้นั้นกับสนทนากับชายชุดครามผู้หนึ่งที่มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยมากผู้หนึ่ง
“แม่นางซ่ง จวนนายท่านตอนนี้มีคนจับตาดูอยู่มาก หากข้าน้อยขี่ม้าเร็วไป จะมีคนเห็นมาก ยังต้องขอให้ท่านส่งข่าวไป”
แม่นางซ่งเก็บสีหน้า พยักหน้าเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านไปหาโรงเตี๊ยมพักก่อน คืนนี้ข้าจะส่งข่าวไป!”
ขณะกำลังพูดนั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก ชายชุดครามก็จับดาบที่เอวไว้แน่น หากได้ยินเพียงเสียงตะโกนดังมาว่า
“นายหญิงขอรับ ท่านโหวน้อย[ 1 ]ลงมือกับเจ้าหน้าที่ที่มาควบคุมสถานการณ์ขอรับ ตอนนี้กำลังฉุดกระชากหญิงสาวเรา…”
แม่นางซ่งหันไปพยักหน้าให้กับชายชุดคราม ชายชุดครามผู้นั้นก็เดินตามไปยังประตูหลัง แม่นางซ่งกระทืบเท้า เบ้ปากด่าว่า
“จ่ายไปเกือบสามพัน เรื่องขี้หมูขี้หมาแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ นี่มันตบทรัพย์หรือไง?”
เปิดประตูรีบร้อนออกไปพร้อมกับพ่อบ้านทันที
******
เวลาไม่กี่เดือน หอฉินก่วนก็เกิดเรื่องใหญ่ถึงสองครั้ง ครั้งแรกเป็นนายกองร้อยองครักษ์เสื้อแพรที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอันใด ครั้งที่สองเป็นท่านโหวน้อยในตอนนี้
ผู้ที่ถูกเรียกว่า ท่านโหวน้อย เกรงว่ามิใช่ตำแหน่งบรรดาศักดิ์จริง บุตรชายผู้มีบรรดาศักดิ์ระดับโหว คนทั่วไปก็จะเรียกว่า ท่านโหวน้อย และผู้ที่สามารถแสดงบารมีหาเรื่องเช่นนี้ได้ก็มีไม่กี่คน บุตรชายสามของผิงอันโหว ฟางจงผิงก็เป็นหนึ่งในนั้น
หลังจากถูกขังอยู่ในจวนมาหนึ่งเดือน อันผิงโหว ฟางรุ่ยหังก็พบกว่าข้างนอกมิได้มีการเคลื่อนไหวที่เป็นปรปักษ์กับตน เหตุวิวาทในวันนั้นก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จิตใจระแวดระวังก็คลายลงไม่น้อย
ฟางจงผิงมีนิสัยที่อยู่นิ่งไมเป็น พอที่บ้านคลายความเข้มงวดก็รีบออกไปข้างนอก “18 นางฟ้าสระสวรรค์เหยาฉือ” ชื่อเสียงโด่งดัง ฟางจงผิงมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น จะไม่ไปร่วมวงด้วยได้อย่างไร
คืนนี้มาครั้งแรก พอเห็นสาวน้อยบรรเลงดนตรีฟ้อนรำด้วยอาภรณ์แพรบาง ก็หลงใหลทันที สหายที่มาด้วยกันกับเขาพอสุราลงท้อง ก็จะลงไปคว้าสาวน้อยมานั่งดื่มด้วย
เป็นเพื่อนดื่มสุราก็ได้อยู่ พอนั่งอยู่ด้วยกัน ฟางจงผิงก็หยอกล้อไปสองสามคำ หญิงสาวก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเทา นิสัยเดิมของฟางจงผิงก็ขึ้นทันที จะพาหญิงสาวผู้นี้ไปค้างคืนนี้ให้ได้
คนของหอฉินก่วนล้วนรู้กฎของแม่นางซ่งดี พอเห็นฟางจงผิงเช่นนี้ก็รีบไปชิงตัวคืนมา ตอนแรกฟางจงผิงก็มีท่าทีลังเลหลายส่วน รู้ว่าเบื้องหลังที่นี่คือจางฮั่น เสนาบดีกรมปกครอง แต่ด้วยฤทธิ์สุรา สายตาถูกบดบังให้เลอะเลือน ฟางจงผิงก็ยิ่งชอบใจหญิงสาวผู้นี้ จะพาคนไปให้ได้
ให้เงินไป คนหอฉินก่วนก็ไม่รับ รับปากให้ประโยชน์ไป คนของหอฉินก่วนก็ไม่รับอีก ในที่สุดฟางจงผิงก็โมโหใหญ่ ก่อนหน้าที่ถูกจัดหนักที่ตรอกม้าหิน ฟางจงผิงรู้สึกเสียหน้า ออกมาเที่ยวเล่นกับสหายบนท้องถนน ก็รู้สึกไปเองว่าเหมือนอีกฝ่ายจะหัวเราะเยาะตนเอง
พอถูกคนหอฉินก่วนขวางทาง ฟางจงผิงก็ลืมคิดไปว่าคนหอฉินก่วนมีคนหนุนหลังเดิมก็กล้าพออยู่แล้ว กลับคิดไปว่าอีกฝ่ายคิดว่าตนเองถูกผู้อื่นจัดการมา ดูถูกตน จึงได้เอาเรื่องใหญ่โตทันที
ทุกคนรู้สถานะของท่านโหวน้อยผู้นี้ดี คนของหอฉินก่วนออกันอยู่ด้านหน้า บังหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังเอาไว้ พวกคุณชายที่ตามฟางจงผิงมาเที่ยว ก็รู้ว่าเบื้องหลังหอฉินก่วนนี้คือเสนาบดีกรมปกครอง มิอาจล่วงเกิน แต่กลับยิ้มร่าปิดกั้นประตูทางออกไว้
ในโถงกลางตอนนี้ คนงานที่คอยต้อนรับแขกและยกน้ำชา 20 กว่าคนก็ล้อมเป็นวงกลม กันพวกหญิงสาวทั้ง 10 กว่าคนที่เสียขวัญไว้ตรงกลาง ด้านนอกกลับมีเสียงท่านโหวน้อยตะโกนด่าทอ ด่านนอกยังมีบรรดาสหายของท่านโหวน้อยปิดกั้นทางออกไว้ ที่เหลือก็เป็นบรรดาแขกเหรื่อของหอฉินก่วนที่รอดูเรื่องสนุก บรรดาหญิงสาวที่งดงามอรชรจับต้องไม่ได้มาไม่ถึงมือพวกนั้น ดูพวกนางตกใจเช่นนั้นก็เป็นเรื่องสนุกไม่เบา
ขอเพียงหญิงสาวไม่ออกไป ผู้ชายออกไป คุณชายพวกนั้นไม่สนใจ เมื่อครู่คนส่งข่าวที่ออกไปนั้น ก็พบเจ้าหน้าที่สองคนที่ตระเวนอยู่ละแวกนั้นสองคนอย่างรวดเร็ว
กำลังคนศาลซุ่นเทียนเพิ่งจะจัดแบ่งไม่นาน ผู้ที่รับผิดชอบละแวกนี้ ของเพียงมีเรื่องแจ้งมา ก็ต้องไปถึงที่ในทันที มิเช่นนั้นก็จะถูกหักเงินพิเศษ ดังนั้นพวกเจ้าหน้าที่พอได้รับแจ้งก็กระตือรือร้นกันมาก รีบตามไปทันที
แต่สถานการณ์หอฉินก่วนเป็นอย่างไรนั้น พอเข้าไป เจ้าหน้าทีท้งสองจะโกนไปสองประโยค ฟางจงผิงก็แสดงสถานะตนออกมาด้วยความโมโหใหญ่
สิ่งเจ้าหน้าที่ศาลซุ่นเทียนได้เรียนรู้อันดับแรกตอนมารับตำแหน่งนั้นไม่ใช่ทำหน้าที่อย่างไร แต่เป็นว่าในเมืองหลวงผู้ใดไม่อาจล่วงเกิน แน่นอนว่า คนจวนอันผิงโหวอยู่ในจำพวกไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจล่วงเกิน เจ้าหน้าที่ทั้งสองหัวหด ฟางจงผิงก็ยิ่งวางอำนาจใหญ่ ก้าวเข้าไปตบหน้าและเตะไปหลายที พอเล่นงานจนหมอบกับพื้น สองคนนั้นไม่กล้ากล่าวอะไรมาก รีบตะเกียกตะกายวิ่งออกไป
เมื่อเห็นคนหอฉินก่วนกล้าไปตามเจ้าหน้าที่ และยังเป็นเจ้าหน้าที่ศาลซุ่นเทียน ข้าฟางจงผิงระดับไหน เจ้าเรียกคนมาอย่างไรก็ต้องสำนักบูรพาหรือองครักษ์เสื้อแพร กลับตามเจ้าหน้าที่ศาลซุ่นเทียนมา ดูถูกข้าชัดๆ ฟางจงผิงตกอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างบ้าคลั่ง
พอระเบิดโทสะออกมา มือเท้าก็ควบคุมไม่อยู่ พวกคนหอฉินก่วนที่ไม่กล้าโต้ตอบโดนเขาต่อยเตะจนกระอักโลหิต ล้มคว่ำลงกับพื้น โถงใหญ่ชั้นหนึ่งหอฉินก่วนเกิดเสียงร้องอย่างตกใจขึ้นเบาๆ กลับทำให้ฟางจงผิงยิ่งได้ใจ กำลังคิดจะยื่นมืออกมาคว้าตัวหญิงสาว
“ช้าก่อน คุณชายฟาง วันนี้ทำไมโมโหโทโสเช่นนี้กันเล่า!”
เสียงหวานหยดย้อยดังขึ้นหน้าประตู แม่นางซ่งยิ้มแทรกตัวออกมาระหว่างคุณชายชั้นสูงสองคน ฟางจงผิงคว้าแขนหญิงสาวเบื้องหน้าไว้ ไม่สนใจการดิ้นรนของอีกฝ่าย พยายามลากตัวออกไป ไม่สนใจแม่นางซ่งที่ปรากฏตัวขึ้นแม้แต่น้อย แม่นางซ่งมองคนของตนที่ถูกทำร้ายจนกระอักเป็นโลหิต ได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาว รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปทันที กล่าวเสียงแหลมดังขึ้นว่า
“คุณชายฟาง ท่านรู้ว่าหอฉินก่วนเราเป็นของผู้ใดกระมัง!”
ฟางจงผิงหยุดชะงัก หันหน้ามามองแม่นางซ่ง กล่าวสบถหยาบคายว่า
“ซ่งฉานฉาน เจ้าของเน่าจากสำนักควบคุมหญิง หากตอนนี้ข้าจะฉีกเสื้อผ้าเจ้าออกและนอนกับเจ้า จางฮั่นจะตัดหัวข้าให้ได้หรืออย่างไร อย่าได้กล่าววาจาบัดซบไร้สาระ ไสหัวไป ข้าจะพาสาวน้อยผู้นี้ไปด้วย!”
สีหน้าแม่นางซ่งเปลี่ยนไปทันที ค่อยๆ ฉายแววร้ายกาจออกมา วาจาฟางจงผิงร้ายกาจหยาบช้ายิ่ง แต่เรื่องนี้เกรงว่าเป็นเช่นดังที่เขากล่าว เสนาบดีกรมปกครองย่อมไม่มีเรื่องกับอันผิงโหวเพื่อหญิงหอคณิกาเป็นแน่
โถงกลางหอฉินก่วนเงียบลง มีแต่เสียงร้องไห้ของหญิงสาวที่ถูกฉุดกระชากและเสียงหัวเราะของฟางจงผิง เสียงเท้าม้าด้านนอกดังแว่วมา มีคนตะโกนดังมาว่า
“แม่เล้าซ่ง ได้ยินว่ามีคนมาก่อเรื่องหรือ?”
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
[ 1 ] ท่านโหวน้อย เป็นคำเรียกขานบุตรชายขุนนางบรรดาศักดิ์ระดับโหว
