Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 218


ตอนที่ 218 ขุนพลเฒ่ามาเยือน แขกหลากหลายมาเยือน

“ที่เก่าผุพังเช่นนี้จะอาศัยอยู่ได้อย่างไรกัน รีบไปหาบ้านที่ดีหน่อย ให้ผู้เฒ่าเช่นข้าได้อยู่!”

“ใต้เท้าอวี๋ ท่านล้อข้าน้อยเล่นอีกแล้ว นี่ก็คือที่ทำ”

แขกที่มาใหม่ยังไม่ได้เข้ามาก็ตะโกนเสียงดังอยู่ด้านนอก เด็กที่คอยติดตามหวังทงในลานสองสามคนก็สบตากัน ตะโกนอย่างยินดีและประหลาดใจว่า

“ครูฝึกอวี๋ ขุนพลอวี๋”

หลี่หู่โถววิ่งไปด้านหน้า เด็กทั้งหมดวิ่งตามกันออกไป แต่ละคนต่างประหลาดใจและดีใจกันมาก หวังทงก็ตกตะลึง ก้าวยาวๆ ตามออกไปด้วย

เงาร่างคล้ายกับอวี๋ต้าโหยวยืนอยู่หน้าประตู ยิ้มทักทายเด็กๆ ที่ออกมารุมล้อม ขุนพลชรายังคงเป็นชายชราที่มีท่าทางแข็งแรง สวมเสื้อคลุมหนัง

หลังจากมาถึงเทียนจิน ตลอดทางถูกตามล่าสังหารต้องคอยระวังอกสั่นขวัญแขวน มาถึงที่นี่ก็ยังมีแต่ความลำบากยุ่งยาก หวังทงภายนอกนิ่ง แต่ลึกๆ แล้วก็เหนื่อยล้าไม่น้อย ยามนี้อยู่ ๆ มีคนรู้จักมาเยี่ยม ก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง

หวังทงเป็นผู้ใหญ่กว่าพวกเด็กๆ มาก ย่อมไม่แสดงออกต่อหน้าคนหมู่มาก จึงยืนทำความเคารพอยู่บนขั้นบันไดหน้าห้องโถงก่อน ทักทายอย่างนอบน้อมว่า

“ขุนพลอวี๋ ไม่ได้เจอกันนาน ไม่ทราบว่ามาถึงเทียนจินด้วยเรื่องสำคัญอันใด”

อวี๋ต้าโหยวกระทืบเท้า ชี้ไปที่หวังทงยิ้มด่าว่า

“เจ้าอายุแค่นี้ ไปเรียนแบบมารยาทคนแก่มาจากไหนกัน เรียกขุนพลอะไรกัน เรียกครูฝึกก็พอ อย่าได้กล่าวว่าจาไร้สาระอีก รีบพาข้าเข้าไปหาที่อบอุ่นพักก่อน แล้วค่อยเอาสุราดีมาสักกา แม่มันสิ ทางเหนือนี้พอถึงฤดูหนาวนี้มันทรมานจริง”

อีกฝ่ายเสียงดังกังวานทำเอาหวังทงรู้สึกดีขึ้นมาทันที รีบยิ้มกล่าวว่า

“ครูฝึกไปรอที่ห้องด้านในก่อน จะรีบไปอุ่นสุราชั้นดีมา ให้เจ้าพวกนี้ไปติดไฟให้ท่านก่อน!”

ในใจทุกคนล้วนรู้สึกดีตามไปด้วยไม่น้อย หลี่หู่โถวไม่รอให้หวังทงสั่งก็วิ่งเข้าไปด้านในเรียกคน ลี่เทากลับเข้ามาถามว่า

“พี่หวัง จัดโรงเตี๊ยมนอกเมืองให้เข้าพักไหม?”

หวังทงยกสัญญาที่ดินและบ้านในมือขึ้นมา เอ่ยขึ้นว่า

“มีที่ตกแต่งเสร็จแล้ว ส่งคนสองสามคนไปหาสักห้อง ไปติดเตาอุ่นห้องไว้ก่อน ซุนซิง เมื่อครู่ของที่ฟานต๋าส่งมาไม่ใช่ว่ามีสุราชั้นดีหรือ ไปเอามาไหหนึ่ง ไปอุ่นในห้องนั่น อุ่นร้อนเสร็จอย่าลืมห่อหุ้มกาสุราไว้ให้ดี มีเวลาให้พวกเจ้าได้คุยกับครูฝึกแน่นอน รีบไปจัดการ!”

อวี๋ต้าโหยวถูมือไปมาเดินก้าวขึ้นบันไดมา หวังทงเอียงตัวแสดงการเชื้อเชิญ ตามระดับที่แท้จริงแล้ว อวี๋ต้าโหยวไม่รู้ว่าใหญ่กว่าหวังทงสักเท่าไร ธรรมเนียมที่ควรมีก็ต้องมี อวี๋ต้าโหยวส่ายหน้า ตบลงไปบนบ่าเขาฝ่ามือหนึ่ง ทำเอาเกือบทรุด

เด็กๆ รู้ความชอบของครูฝึกผู้นี้ดี จึงได้เข้าไปในห้องได้ไม่นาน ก็ให้คนเอากาน้ำชาใหญ่กระเบื้องหยาบๆ ของอวี๋ต้าโหยวเทน้ำชาใส่ให้เต็มแล้วยกเข้ามาก่อน

ในห้องโถงกลางเหลือแต่คนที่หวังทงพามาจากเมืองหลวง อวี๋ต้าโหยวดื่มชาร้อนไปอึกหนึ่งก็ถอนหายใจยาว กล่าวถึงสาเหตุที่มาด้วยตนเองก่อน

“ราชสำนักมอบตำแหน่งลอยๆ ให้ข้า สำนักอาชาหลวงทางนั้นมอบให้ข้ามา 5 พันตำลึง ให้ข้ากลับบ้านที่เฉวียนโจว ใช้ชีวิตบั้นปลาย ลูกชายข้าและลูกสะใภ้หลายปีมานี้ไม่เคยได้อยู่ร่วมสุขกับข้าเลย แต่กลับลำบากไปเพราะข้าไม่น้อย พวกเขาสองคนก็คงรำคาญข้า ข้าไม่มีหน้าพบพวกเขา”

อวี๋ต้าโหยวได้ชื่อว่าขุนพลมีชื่อ เทียบได้ทั้งชีจี้กวงและหลี่เฉิงเหลียง แต่เส้นทางราชการกลับมีแต่ขวากหนาม ขึ้นลงไม่หยุด เป็นผู้บัญชาการทัพก็เคย เข้าคุกก็เคย ครอบครัวทางบ้านพลอยลำบากไปด้วยไม่น้อย

“เงินทองข้าฝากคนเอากลับไปแล้ว เหลือตัวข้าอยู่ที่นี่ ชีวิตนี้ฝึกทหารออกศึก ว่างอยู่เมืองหลวงก็รู้สึกปวดกระดูก พอดีได้ยินโจวกงกงบอกว่าเจ้าทางนี้จะตั้งกองฝึกทัพ ก็คิดจะมาดูสักหน่อย ดีไม่ดีอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง!”

หวังทงได้ยินก็ดีใจอย่างมาก วันนั้นเขาได้ทูลฮ่องเต้ว่านลี่ไปว่าจะฝึกกองกำลังหู่เวยสักกองหนึ่ง มีขุนพลผู้กรำศึกประสบการณ์มากเช่นนี้มาช่วย เช่นนั้นก็เหมือนกับมอบถ่านร้อนให้กลางหิมะเหน็บหนาวแล้ว

เขารีบลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะอย่างที่สุด กล่าวออกไปอย่างจริงจังว่า

“ได้ครูฝึกอวี๋มาช่วย นับเป็นวาสนาหวังทงแล้ว ไม่รู้ว่าควรขอบคุณท่านเช่นไรดี”

อวี๋ต้าโหยวโบกมือ ส่ายหน้ายิ้มกล่าวว่า

“ไม่ต้องขอบคุณข้า ข้ายินดีมาช่วยที่นี่ ที่ลานฝึกได้เห็นวิธีที่พวกเจ้าใช้กัน ตั้งแถวเอย ฝึกร่างกายเอย ยังมีการออกคำสั่งพร้อมเพรียงอะไรพวกนั้นอีก ง่ายก็ง่ายอยู่ แต่ใช้ขึ้นมาแล้วกลับมีหลักการ ทหารราชวงศ์หมิงเราตอนนี้ขาดสิ่งนี้ ข้าฝึกทหารมานานหลายปี มาได้เห็นที่พวกเจ้าทำกันก็เหมือนกับคิดอะไรได้ชัดขึ้น จึงได้มาดูว่าพวกเจ้าจะฝึกทหารกันอย่างไร ไม่แน่นะตอนตายข้าก็คงได้ตายตาหลับแล้ว”

หวังทงประสานมือคำนับกล่าวว่า

“ครูฝึกอวี๋กล่าวชมเกินไปแล้ว วันหน้าเรื่องการฝึกทหารก็คงต้องขอคำแนะนจากท่านมากหน่อยแล้ว”

เด็กๆ ทุกคนในห้องได้ยินที่อวี๋ต้าโหยวกล่าว ก็เบิกตาโตจ้องมองไปที่หวังทง และก็เป็นหลี่หู่โถวที่ทำท่าได้ใจอย่างออกนอกหน้า ท่าทางที่แสดงออกว่าข้ารู้นานแล้ว

ระบบในลานฝึก เด็กๆ รู้สึกว่าทำให้ร่างกายแข็งแรง ได้เรียนรู้ ทุกคนต่างคิดว่าวิธีอันชาญฉลาดนี้เป็นผู้ใดคิดขึ้นมากัน คิดไปคิดมาก็คิดไม่ถึงว่าจะเป็นหวังทงที่ร่วมฝึกมาด้วยกันกับพวกเขานี่เอง ยามนั้นพอได้รู้จากปากของอวี๋ต้าโหยว ในใจก็รู้สึกตกใจยิ่งนัก และก็ยังรู้สึกเลื่อมใสอีกด้วย

หวังทงแม้ว่ารูปร่างสูงใหญ่กว่าพวกเขา แต่อยู่ด้วยกันที่ลานฝึกมานาน ก็รู้ว่าอายุเขาใกล้เคียงกับทุกคน และยังไม่วางท่าอะไร ยากที่จะไม่ให้คนรู้สึกว่าหวังทงก็แค่โชคดี มีวันนี้ได้ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรเท่าไร แต่การรับมือการล่าสังหารตลอดเส้นทางมานี้ การทำงานแต่ละก้าวในเทียนจินนี่ แม้แต่วิธีการฝึกที่ลานฝึกก็ยังเป็นหวังทงคิดขึ้นมาเพียงคนเดียว ภาพลักษณ์ก็ยิ่งสูงส่งขึ้นทันที

ทุกคนกล่าวเล่นเฮฮากันไปสักครู่ หวังทงก็กล่าวจริงจังขึ้นว่า

“ครูฝึกอวี๋ วันหน้าหากมีการฝึกทหารกันขึ้น ด้วยสถานะผู้ช่วยผู้บัญชาการทัพของท่านตอนนี้ ก็คงไม่อาจมาควบคุมดูแลได้ หากบอกว่าเป็นครูฝึก ก็ไม่มีทางทำให้ทุกคนยอบสยบ ข้าน้อยคิดตำแหน่งหนึ่งขึ้นมาได้ ในพวกระดับสูงในลานฝึกให้เรียกท่านว่า ที่ปรึกษา พลทหารระดับล่างเรียกท่านว่า ครูฝึก สถานะเทียบเท่ากับขุนพลใหญ่คุมกำลังพลของกองกำลังนี้ ท่านว่าอย่างไร!”

“ได้หมด ได้หมด ที่ปรึกษานี่ฟังแล้วก็เหมือนกับขุนนางบุ๋น น่าสนใจ!”

ทุกอย่างล้วนเป็นแค่แบบร่าง หวังทงกล่าวเช่นนี้ อวี๋ต้าโหยวก็รับปากไปอย่างไม่สนใจอะไรนัก

แผนของหวังทงเดิมนั้น โรงเตี๊ยมเงินไหลมานอกเมืองนั้นกว้างอยู่ ทุกอย่างที่มีก็ไม่เลว อยู่นอกเมืองไม่มีอะไรขาดแคลนไม่ว่า หากยังมีความเงียบสงบ แต่ในเมื่ออวี๋ต้าโหยวมาแล้ว ย้ายเข้าบ้านของขุนพลหลี่แล้ว อย่างไรก็คงไม่อาจให้ขุนพลชราผู้นี้ต้องเฝ้าอยู่ที่นั่นคนเดียว วันนี้อย่างไรก็ต้องเริ่มย้าย

อย่าเห็นว่ามาถึงได้ไม่กี่วัน แต่พอหวังทงบอกว่าย้ายบ้าน บรรดาคหบดีในเขตกองกำลังพิทักษ์เทียนจินนี่ก็ต้องสะเทือน พลทหารองครักษ์กองพันเสื้อแพรก็ต้องออกแรงช่วย คนของแต่ละที่ทำการก็ต้องให้ความช่วยเหลือในส่วนของตน ที่ปรึกษาหลี่ส่งทหาร 100 นาย รถ 10 คันมาช่วย ผู้ตรวจการกองคำร้องแห่งศาลเหอเจียนก็ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยปิดเส้นทางจากโรงเตี๊ยมเงินไหลมาไปยังหอกลองเอาไว้ เพื่อให้หวังทงได้ขนย้ายของโดยเฉพาะ

ส่วนฟานต๋ากับขันทีว่านเต้าต่างก็ส่งคนงานสาวใช้ของตนเองมาคนละ 15 คน และยังมีเครื่องเรือนเครื่องใช้อะไรพวกนั้นอีก ทุกคนล้วนออกเงินกันก้อนใหญ่ไม่น้อย

เดิมคิดว่าจะเป็นการย้ายบ้านที่ยุ่งยาก ปรากฏแรงกำลังมหาศาลรอบเดียว จากนั้นของทุกอย่างก็หมดจด

ของย้ายมา จัดคนเข้าอยู่ หม่าซานเปียว ซุนต้าไห่และคนที่มาทั้งครอบครัวก็จัดให้อยู่เรือนแยกเดี่ยวออกไป หวังทงกับเด็กๆ อยู่เรือนหมู่เดียวกัน รอบนอกเป็นพวกถานเจียง นับเป็นการเตรียมการป้องกันอย่างดี

ย้ายของมาแล้ว แต่การจัดของก็ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะมาช่วยได้ คนของหวังทงกำลังยุ่งชุลมุน ก็มีคนทำอาหารมาให้อวี๋ต้าโหยวสองสามอย่าง และยังนำสุราชั้นดีมาไหหนึ่ง ให้ขุนพลชราได้รินดื่มและเข้าพักผ่อนเอง

ฝุ่นยังตลบ อากาศไม่ดีนัก คิดไม่ถึงยังมีแขกมาถึงที่ เป็นคนงานด้านนอกรายงานเข้ามาว่ามีพ่อค้าท้องถิ่นผู้หนึ่งมาขอเยี่ยมคารวะ

เซี่ยงเหยียนชื่อนี้หวังทงไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง และยังว่าเป็นพ่อค้า หวังทงก็ยิ่งจำไม่ได้ว่าเคยคบค้าสมาคมอะไรกับพ่อค้าที่นี่กัน

แต่ยิ่งแปลกก็ยิ่งมีความจำเป็นต้องพบ รอคนงานออกไปพามาตรงหน้า เซี่ยงเหยียนเป็นคนรูปร่างกลางๆ หน้าตาธรรมดา สวมชุดผ้าต่วนแพรบุฝ้ายกันหนาว หากมิใช่ชุดใหม่ การแต่งตัวเช่นนี้ เป็นพวกไม่สะดุดตาในตลาดนัก กระทบไหล่กันผ่านไปก็ลืมพวกนั้น

สองคนพบหน้ากัน เซี่ยงเหยียนผู้นั้นก็ใช้การคารวะแบบชาวบ้านต่อขุนนางด้วยการโขกศีรษะนอบน้อม ลุกขึ้นยิ้มกล่าวว่า

“ใต้เท้าเซวียทางบูรพาทิศให้ข้าน้อยมาพบใต้เท้าหวัง”

เสียงเบา แต่หวังทงก็อึ้งไป ใต้เท้าเซวียบูรพาทิศ หวังทงรู้ว่าก็คือนายกองร้อยเซวียจานเยี่ยแห่งสำนักบูรพานั้นเอง แต่พูดไปไร้หลักฐาน หวังทงถามตรงๆ ว่า

“เจ้ามีป้ายมาไหม?”

เซี่ยงเหยียนผู้นั้นยังคงยิ้ม เลิกชายแขนเสื้อขึ้นล้วงเอาป้ายเหล็กขนาดเท่าฝ่ามือออกมาไว้ในอุ้งมือ มุมนี้ตรงกับหวังทงพอดี คนอื่นมองไม่เห็น เป็นป้ายประจำของคนสำนักบูรพาจริง เซี่ยงเหยียนผู้นั้นโขกศีรษะกล่าวว่า

“ทางนั้นฝากให้ข้าน้อยเอาของพื้นเมืองที่เทียนจินนี่มาฝากใต้เท้า ผลไม้แห้งพวกนี้ ปีใหม่ใต้เท้าจะได้เอาไว้กินได้ วันหน้าหากต้องการใช้งานข้าน้อย ข้าน้อยก็จะมาพบถึงที่นี่”

กล่าวจบก็โขกศีรษะมอบของให้ แต่ไม่กล่าวอะไรต่อก็ขออำลาออกไป ในใจหวังทงรู้ดี นี่ไม่ใช่แค่มาทักทาย สำนักบูรพาจัดมาให้ก็คงเพื่อให้ตนได้ใช้งาน แค่มาทักทายนั้น วันหน้าสองฝ่ายต่างรู้กันดีแต่จัดให้เช่นนี้ นับเป็นน้ำใจของใต้เท้าเซวียแล้ว

เซี่ยงเหยียนเพิ่งจากไป เฉียวต้าช่างตีเหล็กก็เข้ามาขอพบ บอกว่าช่างตีเหล็กมาใหม่ 15 คนกำลังรอรับเงินปีใหม่ จ่ายล่วงหน้าสักหน่อยได้หรือไม่ หวังทงให้จางซื่อเฉียงมอบเงินให้ไป ขณะเดียวกันนั้นเองซุนต้าไห่ก็วิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ สีหน้าประหลาดใจมาก กล่าวเสียงดังก้องว่า

“ใต้เท้า ใต้เท้าหลี่วั่นไฉแห่งศาลซุ่นเทียนมา!!”

*******

ยามนี้ ในห้องกลางของรองหัวหน้าสำนักอาชาหลวง หลินกงกงที่เคยเป็นขันทีข้างกายอ๋องลู่หรี่ตานั่งอยู่ที่นั้น ขันทีสองสามคนยืนอยู่หน้าตรงหน้า พลิกสมุกบัญชีไปพลางดีดลูกคิดไปด้วย

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version