Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 326


ตอนที่ 326 จงรักภักดี ย่อมรวมหวังทง

ราษฎรแต่งงาน ทุกคนต้องใส่ซองมอบของขวัญ ทว่าฮ่องเต้อภิเษกสมรส ขุนนางถวายคำอวยพรก็พอ

บรรดาชนชั้นสูงเชื้อพระวงศ์ในแต่ละพื้นที่ก็ต้องส่งของขวัญแสดงน้ำใจ แต่ก็ล้วนเป็นของหาได้ดาษดื่นทั่วไป เพราะหากมอบของมีค่าหายากราคาสูง ไม่แน่ว่าไทเฮากับขุนนางผู้ใหญ่จะคิดอะไร หรืออาจว่าเจ้าขูดรีดมามาก มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเจ้ามีของดีในครอบครองมาก จะเป็นที่จับจ้องของทุกคน

หวังทงเป็นนายกองพันองครักษ์เสื้อแพร ตามตำแหน่งแล้วแม้แต่เขียนอวยพรก็ไม่ควรได้เขียน แต่ความเป็นจริงในตอนนี้ หากจะอวยพรปากเปล่าก็ย่อมดูกระไรอยู่

ก่อนพิธีอภิเษกหนึ่งวัน ของขวัญจากหวังทงก็ถูกนำมาส่งถึงฮ่องเต้ว่านลี่ผ่านทางเจ้าจินเลี่ยง

ไม่ใช่แก้วแหวนเงินทอง ไม่ใช่ของหายากอันใด แต่เป็นสมุดบัญชีรายชื่อและบัญชีเงินทองเล่มหนาหลายเล่ม

ทั้งหมดเป็นรายชื่อ 5 ค่ายใหญ่ของกองพันองครักษ์เสื้อแพร ยังมีรายชื่อ 15 ค่ายกองกำลังหู่เวย และภาษีที่ได้จากการเก็บเรือสินค้าที่ผ่านเข้ามาในคลองส่งน้ำและทางทะเล

กองกำลังในบังคับบัญชาหวังทงนั้นเหมือนกันหมด ไม่ว่ากองหลัก 7 ค่ายหรือกองสำรอง 13 ค่าย แต่ถ้ากล่าวอย่างเป็นทางการ มีกองพันองครักษ์เสื้อแพร 1,000 นาย ที่เหลือสังกัดกองกำลังหู่เวย

กองกำลังหู่เวยตอนนี้ไม่มีตำแหน่งหรือระเบียบทางการรองรับ แต่เป็นเรื่องหนึ่งที่รับปากไว้ก่อนจากเมืองหลวงมา ในเมื่อโอรสสวรรค์รู้เรื่องนี้ก็ย่อมไม่กลัวมีคนอ้างระเบียบมากล่าวอันใด

ย่อมมีสายลับจากทุกสายข่าวที่จับตาดูความสามารถของกองกำลังนี้อยู่ และส่งข่าวไปยังเมืองหลวงแต่ละแห่ง ว่านลี่เองก็รับรู้ อานุภาพกองกำลังนี้ย่อมเป็นที่พอพระทัย

ฮ่องเต้ว่านลี่พอทอดพระเนตรรายชื่อพวกนี้ก็รู้สึกดีพระทัยยิ่งกว่าได้ยินเรื่องราวความกล้าหาญขององครักษ์เสื้อแพรที่เทียนจินเสียอีก

ในนี้ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับกองพันองครักษ์เสื้อแพรและกองกำลังหู่เวยไว้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อ เครื่องแต่งกายหรือระเบียบกองกำลัง

มีบัญชีรายชื่อนี้ก็ย่อมรู้จักคนในกองพันองครักษ์เสื้อแพร 1,000 นายและคนในกองกำลังหู่เวย 3,000 นายเป็นอย่างดี หากเกิดเรื่องต้องเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ส่งขุนนางธรรมดาไปควบคุมกองกำลังหู่เวยก็ยังได้

เรื่องที่เกี่ยวกับเงินทองนั้นก็ยิ่งกระจ่าง แต่ละแห่งเก็บภาษีมาจัดสรรอย่างไร มีรายรับเท่าไร ส่งเข้าเมืองหลวงเท่าไร ใช้กับกองกำลังไปเท่าไร ใช้กับการก่อสร้างเพื่อการค้าไปเท่าไร ใช้เพื่อการก่อสร้างรากฐานไปเท่าไร เป็นต้น

บัญชีรายรับรายจ่ายกับบัญชีรายชื่อนี้มีความหมายเหมือนกัน มีรายงานชัดเจน ขอเพียงเมื่อใดต้องการเอาคืนไปก็สามารถส่งคนมารับบัญชีไปดูแลได้ทันที

ฮ่องเต้ว่านลี่ทรงระวังอย่างมาก รับสั่งให้จางเฉิงตามตัวขันทีในวังที่คำนวณเป็นมาตรวจสอบ ปรากฏผลตรวจอย่างรวดเร็ว ทูลตอบว่าไม่มีอันใดน่าสงสัยตกหล่น

หากคิดจะตรวจให้ละเอียดอีกขั้นก็ต้องใช้คนเฉพาะทางไปตรวจสถานที่จริง ผลเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้ว่านลี่พอพระทัยมาก เงินทองส่งเข้าวังไหลมาเทมา สายที่ส่งไปแต่ละสายข่าวก็รายงานมาว่าหวังทงใช้ชีวิตเรียบง่าย บัญชีจดชัดเจน คิดแล้วก็ไม่น่ามีเบียดบังอันใด

ลองคิดกลับกัน สามารถทำได้ถึงขั้นนี้ ฮ่องเต้ว่านลี่เองอยากให้หวังทงละโมบเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ ไยต้องลำบากใสสะอาดเช่นนี้ด้วย ทุกคนปิดตาข้าง ลืมตาข้าง กระจ่างใจตนเองก็เพียงพอ

ทอดพระเนตรสมุดบัญชีพวกนี้แล้ว ฮ่องเต้ว่านลี่ทรงดีพระทัยอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะทุกอย่างกระจ่าง ไม่ใช่เพราะกองกำลังหวังทงเก่งกล้า ไม่ใช่เพราะเงินทอง

แต่สมุดบัญชีพวกนี้มีความหมายว่าฮ่องเต้ว่านลี่สามารถเอาคืนไปได้ทุกเมื่อ กองกำลังหรือเงินภาษีที่เทียนจิน ต้องการเอาคืนเมื่อใดก็ได้

หรืออาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นกองกำลังที่เป็นของพระองค์อย่างแท้จริง เป็นเงินทองของพระองค์อย่างแท้จริง

ฮ่องเต้ว่านลี่เป็นโอรสสวรรค์แผ่นดินราชวงศ์หมิง แต่ไร้ซึ่งอำนาจ กองกำลัง เงินทองและผู้ใต้บังคับบัญชา ทุกอย่างล้วนเป็นของไทเฮา เฝิงเป่ากับจางจวีเจิ้ง

ไม่มีกำลังของตนเอง ไม่มีองค์กรของตนเอง พูดยังไม่กล้าพูดเสียงดัง ทำอะไรก็ต้องคิดถึงผลกระทบคนอื่น ทุกอย่างถูกจำกัด รู้สึกอึดอัดอย่างที่สุด

ตั้งแต่ได้พบกับหวังทง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป หวังทงจัดการตั้งสำนักรักษาความสงบขึ้นเป็นอันดับแรก ทำให้ฮ่องเต้ว่านลี่มีช่องทางสายข่าวของพระองค์เอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสำนักบูรพาของเฝิงเป่าหรือสำนักองครักษ์เสื้อแพรของจางจวีเจิ้ง ตอนนี้มีทั้งกองกำลังและเงินทองที่เทียนจิน ฮ่องเต้น้อยเห็นสมุดบัญชีทั้งสองแล้ว สีพระพักตร์ก็แย้มสรวลตลอดเวลา หากข้างกายไม่มีผู้ใด เกรงว่าคงจะทรงลุกขึ้นกระโดดร้องตะโกนออกมาเป็นแน่

เหตุใดไทเฮาฉือเซิ่งต้องทรงมอบอำนาจฝ่ายในให้เฝิงเป่า แต่ยังทรงคุมกำลังสำนักอาชาหลวงด้วยพระองค์เอง เหตุใดแม่ทัพหลักที่รับหน้าที่ดูแลกองกำลังที่จี้โจว เซวียนฝู่และเมืองหลวง จางจวีเจิ้งต้องเข้ามาจัดการส่งคนสนิทไปรับตำแหน่ง ก็เพราะว่ากำลังทหารนั้นเป็นแกนหลักของอำนาจ

จำได้ว่าตอนมีลานฝึกหู่เวยและได้คุยเล่นกัน หวังทงยังเคยกล่าวว่า “อาวุธก่อเกิดอำนาจปกครอง” ตอนนั้นไม่ทรงรู้สึกเช่นนั้น แต่ตอนนี้ทรงรู้สึกได้ว่ามีเหตุมีผลอย่างยิ่ง

*********

ปกติยามที่ต้องนั่งฟังบรรดาขุนนางในการประชุมที่หอเหวินเหยียนเก๋อเพียงครึ่งชั่วยาม ฮ่องเต้ว่านลี่ก็จะทรงเบื่อหน่าย แต่วันนี้ได้รับ ‘ของขวัญอวยพร’ จากหวังทง ทอดพระเนตรไปสองชั่วยามอย่างละเอียด ไม่ได้ทรงตรัสอันใด

จางเฉิงยืนอยู่ข้างพระองค์เงียบๆ สารอวยพรจากหวังทงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแปลกใจอันใด หวังทงเก็บเงินได้มาเท่าไร เลี้ยงดูทหารเท่าไร ล้วนได้ข่าวมาจากทางสำนักบูรพาและสำนักองครักษ์เสื้อแพรแล้ว จางเฉิงรู้อยู่แล้ว

เมื่อครู่ก็ลองคิดถึงสิ่งที่หวังทงทำมาทั้งหมดรอบหนึ่ง ก็อดตกใจไม่ได้ เขาอายุแค่สิบห้าเท่านั้น เหตุใดจึงทำงานใหญ่เช่นนี้ได้

สำนักรักษาความสงบตั้งขึ้นก็เพราะเขา ในวังเงินหนึ่งล้านเข้าคลังมาก็เป็นเขาหามา ตอนนี้ยังตั้งกองกำลังที่ใช้การได้เช่นนี้ หรือคนผู้นี้มีสติปัญญาไม่ธรรมดาจริง ๆ

และหวังทงเองก็รู้งาน เมื่อตนมีอำนาจใหญ่ กลับขอแยกอำนาจย่อยเอง แจกแจงรายละเอียดกับเบื้องบนด้วยตนเอง วิธีการนี้เป็นการขจัดความระแวงในตัวเขาลงและยังสามารถเพิ่มความไว้วางใจเขาได้อีกหลายส่วน

กองกำลังและเงินทองที่เทียนจิน ฮ่องเต้ย่อมไม่ทรงไปดูแลด้วยพระองค์เองเป็นแน่ คนที่ทรงไว้ใจที่สุดก็คือหวังทง ถึงที่สุดแล้วก็ยังคงเป็นเขาดูแลไม่ใช่หรือ?

คิดไปคิดมา นอกจากจางเฉิงจะชื่นชมและแปลกใจแล้ว ยังได้ข้อสรุปอีกประการหนึ่งว่า อนาคตหวังทงผู้นี้ย่อมไปไกลอย่างมาก ตอนนี้ยังมีประโยชน์ใช้สอยได้ ยังไม่รู้ว่าวันหน้าจะเป็นเช่นไร ต้องรักษาสายสัมพันธ์ให้ดีถึงจะถูกต้อง

“ฝ่าบาท ฟ้ามืดแล้ว กระหม่อมขอเข้าไปจุดตะเกียงพะยะค่ะ”

พอได้สติ ข้างนอกก็มืดแล้ว เสียงเจ้าจินเลี่ยงด้านนอกทูลดังเข้ามา ฮ่องเต้ว่านลี่จึงได้ละสายตาจาก “ของขวัญ” ของหวังทง ทรงตบโต๊ะอย่างดีใจตรัสว่า

“จางปั้นปั้น ถ่ายทอดราชโองการเราไป วันหน้าเงินทองที่หวังทงเก็บมา ไม่ต้องนำส่งให้เราหมด ให้เหลือไว้ใช้มากหน่อย ขยายกองกำลังหู่เวยออกไปอีก ใช้เงินทองเพื่อเรา เรายินดี!”

จางเฉิงอึ้งไป ตามมาด้วยรอยยิ้มเฝื่อนกราบทูลว่า

“ฝ่าบาท เงินทองให้ที่เทียนจินใช้มากหน่อยไม่เป็นไร แต่ขยายกองกำลังหู่เวยเรื่องนี้ ขอทรงอย่าได้ตรัสอีก ทรงเก็บไว้ในพระทัยก็พอพะยะค่ะ”

เดิมทีกำลังดีพระทัยอยู่ พอได้ยินเช่นนี้ สีพระพักตร์ก็บึ้งตึง ฮ่องเต้น้อยได้แต่ถอนใจ ตรัสถามกลับด้วยสุรเสียงเรียบว่า

“เราอยากเสริมสร้างกองกำลัง ไทเฮากับท่านจางทนไม่ไหวงั้นหรือ!?”

ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าฝืดเฝื่อนของจางเฉิงพลันหายไป รีบย่อตัวลงกระซิบเบาๆ ว่า

“ทรงพระปรีชายิ่งแล้ว สำนักอาชาหลวงและกองกำลังองครักษ์ล้วนประจำการอยู่ทั้งในและนอกวังหลวง ยังมีกองกำลังอื่นประจำการทั้งในและนอกเมืองหลวง หากฝ่าบาททรงให้ความสนใจกับกองกำลังที่เทียนจินมากไป ไม่ใช่ว่าไม่ทรงไว้วางพระทัยกองกำลังทางนี้หรือพะยะค่ะ แม้หวังทงกล่าวได้ว่าเป็นคนสนิทพระองค์ แต่ไทเฮาและท่านจางทางนั้นหากคิดมาก…”

ในห้องยังไม่จุดตะเกียง ข้างนอกมืดแล้ว มองไม่เห็นสีพระพักตร์ฮ่องเต้ว่านลี่ว่าเป็นเช่นไร เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสว่า

“เช่นนั้นก็บอกให้หวังทงเหลือเงินไว้ให้มากหน่อยไปก่อนละกัน!!”

“ฝ่าบาท กระหม่อมขอบังอาจทูลว่า มะรืนเป็นวันอภิเษกของฝ่าบาท ไทเฮาทั้งสองพระองค์ย่อมทรงจับตาใกล้ชิด หากมีราชโองการไปตอนนี้ เกรงว่าหวังทงจะถูก…”

“มืดขนาดนี้ ยังอยู่ข้างนอกรออะไรกัน! รีบเข้ามาจุดตะเกียงสิ!!”

ฮ่องเต้ว่านลี่ไม่รับคำ แต่กลับตะโกนสุรเสียงดังลั่นไปด้านนอก เจ้าจินเลี่ยงก็รีบผลักประตูวิ่งถือเทียนเข้ามาทันที

จางเฉิงเงียบลง ได้แต่ลงมือจัดเอกสารบนโต๊ะทรงอักษร

***********

ราชโองการถ่ายทอดด้วยวาจาจากเมืองหลวงมาถึงวันที่ 2 เดือนสิบเอ็ด ภาษีที่เก็บได้ที่เทียนจินให้เก็บเอาไว้ใช้เองมากกว่าเมื่อก่อนอีกสองส่วน แต่ราชโองการนี้ไม่ได้ผ่านจากคณะเสนาบดีใหญ่ หากกล่าวจริงจังแล้ว ขุนนางอาจจะปฏิเสธไม่รับราชโองการได้ จึงเรียกว่าราชโองการถ่ายทอดด้วยวาจา

หวังทงเป็นแค่ขุนนางบู๊ เงินทองที่ได้มานำส่งคลังหลวงทันที ไม่ผ่านมือขุนนางบุ๋น ราชโองการถ่ายทอดด้วยวาจานี้นับว่ามีผลดีไม่น้อย

หวังทงเก็บภาษี ไม่ละโมบส่วนตัว ส่งเข้าวังเป็นส่วนใหญ่ ในวังเห็นแล้วก็รู้สึกไม่ดีนัก หนึ่งในวังใช้ สองกองพันองครักษ์เสื้อแพรเทียนจินใช้ หากในวังเอาไปเกือบหมด นี่มิใช่เรื่องน่าหัวเราะหรือ?

มีเรื่องหนึ่งที่หวังทงไม่ได้เอ่ยถึง ก็คือเงินค่าเช่าที่ได้จากร้านค้าริมแม่น้ำทะเลพวกนั้น ทั้งหมดเป็นรายรับของกองพันองครักษ์เสื้อแพร ยังมีหุ้นของหวังทงที่สองร้านค้านั่นอีก การค้ารุ่งเรืองมาก สินค้าที่เข้ามาทางทะเล สินค้าเหนือใต้ทั้งหมดล้วนมีส่วนร่วมค้า ร่ำรวยใหญ่แล้ว

เรื่องเหล่านี้หวังทงมิได้รายงานเบื้องบน หรือเบื้องบนอาจรู้ แต่เงินพวกนี้เป็นเงินที่หวังทงควรได้ นายกองพันรับราชการก็อยากร่ำรวยเงินทองเช่นกัน!

**********

อากาศหนาวเย็นลง การขนส่งทางเรือทั้งหมดล้วนต้องเตรียมการสำหรับผ่านหน้าหนาว การขนส่งบนคลองส่งน้ำต้องหยุดสามเดือน ทางทะเลหยุดสองเดือน แต่หวังทงส่งข่าวมาว่าก่อนวันที่ 20 เดือนสิบเอ็ด การขนส่งทางทะเลจะยังไม่หยุด

พอเข้าเดือนสิบเอ็ด เรือทะเลก็ยิ่งมากันมาก เดิมมีเรือเข้ามาเกือบทุกวัน แต่ตอนนี้สามถึงห้าวันจะมาสักลำ หวังทงมีเรื่องต้องทำมาก ไม่ทันได้สังเกตอันใด

ทังซานเคยเป็นโจรสลัดมาก่อน ขณะสำรวจสินค้าที่เข้าเทียบท่าก็เริ่มสังเกตเห็น วันที่ 2 เดือนสิบเอ็ดเขาจึงไปถามที่กองเก็บภาษีเพื่อให้แน่ใจความคิดตน จากนั้นทังซานก็รีบขี่ม้าเร็วเข้าเมือง บอกว่ามีเรื่องรายงานหวังทง

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version