Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 666


ตอนที่ 666 ผู้ว่าที่มาจากบัณฑิตระดับจวี่เหริน

ทุกคนในห้องมองไปทางหวังทงที่กำลังจัดการสวีกว่างกั๋ว พากันเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในห้องทุกคนรวมทั้งสวีกว่างกั๋วเองล้วนกระจ่างใจดี เรื่องนี้ยังไม่ถึงที่สุด

หากหวังทงต้องการจัดการสวีกว่างกั๋วจริงก็ไม่จำเป็นต้องให้เขาเข้ามาคุกเข่าตรงนี้ เข้ามายังใช้ทั้งพระเดชและพระคุณกล่าววาจากดดัน กล่าวถึง ‘กู้เซี่ยนเฉิง’ และ ‘หลี่ซานไฉ’ สองชื่อนี้ขึ้นมา หวังทงก็เคร่งเครียด เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น

“หลี่ซานไฉ ตอนนี้ตำแหน่งอันใด กู้เซี่ยนเฉิงทำอันใดอยู่?”

ได้ยินหวังทงถาม ในห้องบรรยากาศก็ผ่อนลงไปมาก สวีกว่างกั๋วลูบใบหน้าตอบกล่าวว่า

“เรียนใต้เท้า หลี่ซานไฉเป็นขุนนางตำแหน่งหยวนไว่หลางที่ฮกเกี้ยน กู้เซี่ยนเฉิงตอนนี้เป็นนายกองที่ซานตง”

ตำแหน่งหยวนไว่หลางก็แค่ระดับห้า นายกองก็แค่ระดับหก ไม่เท่าไร ขุนนางเช่นนี้คิดว่าน่าจะอยากก้าวกระโดด เบื้องหลังย่อมมีคนบงการ ชื่อหลี่ซานไฉ หวังทงพอคลับคล้ายคลับคลา มีสองครั้งที่เกิดเหตุวิพากษ์วิจารณ์หวังทงในเมืองหลวงก็ล้วนมีเงาของหลี่ซานไฉเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตอนตั้งกองกำลังหู่เวยแรกๆ ก็เป็นหลี่ซานไฉที่ยื่นฎีกา ทำเอาขุนนางราชสำนักได้จังหวะลงมือ เปลืองแรงไปมากมายกว่าจะจัดการให้สงบได้

ตระกูลหลี่ซานไฉเป็นพ่อค้าใหญ่ทงโจว ตั้งแต่ยื่นฎีกาหวังทงครานั้นไม่ได้ผล เทียนจินยิ่งรุ่ง ทำให้ต้นทางคลองส่งน้ำอย่างทงโจวเงียบเหงา หากหลี่ซานไฉก็ปรับตัวได้ไว มาเปิดร้านทำการค้าที่เทียนจินก่อนใคร ตอนนี้การค้าตระกูลหลี่ที่เทียนจินไม่นับว่าเล็ก

ทำการค้าอยู่เทียนจินก็เท่ากับมือหวังทงบีบอยู่ที่คอ ย่อมไม่กล้าหาเหตุมาก่อเรื่องในราชสำนัก ว่างเว้นไปนานคิดไม่ถึงว่าวันนี้ยังมีคนเอ่ยถึงอีก

ส่วนกู้เซี่ยนเฉิง ได้ยินสวีกว่างกั๋วว่ามา หวังทงก็ยังงง ถานเจียงข้าง ๆ ขมวดคิ้ว คิดถึงเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องขึ้นมาได้ ก้มคำนับเข้าไปกระซิบว่า

“กู้เซี่ยนเฉิงนี่ก่อนหน้าจางจวีเจิ้งจากไป เคยเข้าใกล้จางซื่อเหวย มักจะไปเยือนที่จวน แรกๆ อยู่ห้องรับแขก ต่อมาเข้าไปคุยกันที่ห้องหนังสือ……”

“หืม? เบื้องหลังคือพรรคพวกจางซื่อเหวย?”

เสียงสนทนาไม่เบานัก สวีกว่างกั๋วที่คุกเข่าอยู่ก็ได้ยิน สีหน้าสวีกว่างกั๋วจากที่หมองคล้ำเริ่มคล้ำลงอีก ข่าวลับขนาดนี้ในเมืองหลวง หวังทงถึงกับรู้เรื่องกระจ่างเพียงนี้ ตนเองยังคิดว่า หนึ่งอยู่เทียนจิน หนึ่งอยู่เมืองหลวง ห่างกันไกลเพียงนี้ ขอเพียงทำได้เป็นความลับหน่อย อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางรู้ได้

ตอนนี้ดูแล้ว วันนั้นที่ตนคิดเดิมพันสองทาง เป็นการหาภัยมาสู่ตัวโดยแท้ ถึงตอนนี้สวีกว่างกั๋วขจัดความคิดออกใจห่างออกไปจนหมดสิ้น กระแอมในลำคอก่อนจะกล่าวว่า

“ใต้เท้า หลี่ซานไฉกับกู้เซี่ยนเฉิงเบื้องหลังไม่มีผู้ใด พวกเขาเป็นพวกเดียวกัน!”

สายตาทุกคู่ในห้องจ้องไปทางสวีกว่างกั๋ว สวีกว่างกั๋วรีบกล่าวต่อว่า

“ขุนนางใหญ่ในราชสำนักต่อสู้กัน ตนเองย่อมไม่กล่าวอันใด มักให้ลูกศิษย์ออกหน้า มิเช่นนั้นก็จะให้ขุนนางบัณฑิตชิงหลิวออกหน้า พวกหลี่ซานไฉก็เป็นดาบในมือของบรรดาขุนนางใหญ่ในราชสำนัก”

ขุนนางใหญ่ในราชสำนักกับขุนนางบัณฑิตชิงหลิวมีสายสัมพันธ์กัน หวังทงก็พอคาดเดาได้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจนัก พอสวีกว่างกั๋วอธิบาย เขาจึงตั้งใจฟัง

เรื่องในวันนี้เดิมสวีกว่างกั๋วยังไม่รู้ว่าจะเก็บกวาดสถานการณ์เช่นไร แต่พอได้เห็นหวังทงตั้งใจฟังเรื่องนี้ ก็รู้สึกคลายใจ รีบตั้งใจอธิบายทันทีว่า

“การได้มาเป็นขุนนางบัณฑิตชิงหลิวในเมืองหลวง ย่อมมีสถานะบัณฑิตระดับจิ้นซื่อ พวกเขาที่บ้านไม่ขาดแคลนอันใด แต่มาพักในเมืองหลวงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่มีของถูกอันใด พวกเขาไปมาหาสู่กันใช้เงินทองไม่น้อย แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ คนไม่น้อยล้วนต้องกู้ยืมเงิน ขุนนางบัณฑิตชิงหลิวมากมายก็คิดวิธีการหาเงินด้วยการยื่นฎีกาวิพากษ์วิจารณ์ หากขุนนางใหญ่คนใดต้องการสิ่งใด ก็ย่อมให้คนนำความไปบอกบรรดาขุนนางบัณฑิตชิงหลิวพวกนี้ รอให้ยื่นฎีกาแล้วก็จะมีคนนำเงินไปมอบให้ แต่การทำเช่นนี้ก็มีความเสี่ยงไม่น้อย และก็ต้องหน้าทนด้วย ตระกูลหลี่ซานไฉเป็นพ่อค้าใหญ่ทงโจว ร่ำรวยมาก ย่อมไม่สนใจเงินทองพวกนี้ หากเพื่อนสหายมีความลำบากก็จะให้ความช่วยเหลือ ยามยากออกหน้าช่วย แต่ไรมาไม่เคยเรียกร้องคืน คุณธรรมเช่นนี้ ย่อมทำให้ทุกคนคบหาสนิทสนมกับเขา”

หวังทงค่อยๆ ส่ายหน้า คนเช่นนี้สร้างอิทธิพลด้วยเงินทอง และจากการดูการยื่นฎีกาและการเคลื่อนไหว เห็นได้ว่ารู้งานไม่น้อย ย่อมไม่ยินยอมอยู่ในตำแหน่งแค่ขุนนางตำแหน่งหยวนไว่หลางแห่งกรมอากรเป็นแน่ สวีกว่างกั๋วกล่าวต่อว่า

“พอเป็นเช่นนี้มา หลี่ซานไฉจึงพูดจามีน้ำหนักมากขึ้นในหมู่ขุนนางบัณฑิตชิง หลิวกู้เซี่ยนเฉิงนั้นไม่เหมือนกัน กู้เซี่ยนเฉิงผู้นี้หวังสูง ชอบคบหาสหาย ชอบท่องเที่ยว ชอบออกหน้าทำเรื่องขัดกับความเป็นปกติ เข้ามาเป็นขุนนางไม่ถึงสองปี ก็สร้างชื่อเสียงในหมู่ขุนนางบัณฑิตชิงหลิว ที่กู้เซี่ยนเฉิงและหลี่ซานไฉทำนั้นเหมือนกัน จึงย่อมตบมือทีเดียวก็เข้าหากันได้ หลี่ซานไฉร่ำรวยเงินทอง กู้เซี่ยนเฉิงชำนาญการเคลื่อนไหว ขุนนางบัณฑิตชิงหลิวเมืองหลวงเพราะมีสองคนนี้ จึงได้รวมตัวกันสนิทแน่นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ”

“เจ้าต้องการบอกว่าพวกเขาสองคนไม่อยากเป็นแค่ดาบให้ผู้อื่น แต่มีความคิดทำเพื่อตัวเอง”

“ใต้เท้ากล่าวได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็เกือบถูก ตอนนี้หลี่ซานไฉแค่ระดับห้า กู้เซี่ยนเฉิงแค่ระดับหก และชื่อเสียงขุนนางบัณฑิตชิงหลิว ทำให้ขุนนางระดับสามสี่ในเมืองหลวงและท้องถิ่นต่างก็เห็นว่าความคิดเห็นพวกเขามีน้ำหนัก ตอนนี้แม้แต่ขุนนางใหญ่หกกรมกอง ยังต้องออกมาสานสัมพันธ์กับพวกเขา”

หวังทงถอนหายใจ คิดไม่ถึงจริงๆ หลี่ซานไฉกับกู้เซี่ยนเฉิงตำแหน่งต่ำๆ ถึงกับมีน้ำหนักมากเช่นนี้ในวงการขุนนางเมืองหลวง

“หลี่ซานไฉหาเรื่องข้าหลายครั้ง ครั้งนี้ก็เป็นคนพัดกระหน่ำให้เกิดเรื่อง แท้จริงแล้วมีความแค้นใดกันแน่?”

สวีกว่างกั๋วเรียกได้ว่ารู้อันใดก็กล่าวออกมาหมด หวังทงเงียบไปพักหนึ่งก็พยักหน้าอย่างพอใจ กล่าวว่า

“เอาเก้าอี้มาให้ท่านสวี คุกเข่าอยู่ที่พื้นจะหนาวเสียสุขภาพได้!”

ได้ยินหวังทงกล่าวเช่นนี้ สวีกว่างกั๋วก็ตัวอ่อนยวบลงล้มแปะลงกับพื้น ในที่สุดก็วางใจผ่อนคลายลงได้แล้ว ที่บรรดาขุนนางเมืองหลวงทำตอนแรกคิดเพียงว่าเป็นเรื่องแย่งชิงทางการเมืองเท่านั้น สวีกว่างกั๋วกลับรู้เรื่องสายสัมพันธ์ระดับสูงเช่นนี้

วันนั้นตั้งด่านที่ชางโจว หวังทงนำทหารไป วิธีการนับว่าโหดมาก ไม่ต้องพูดถึงการปราบปราบพวกลัทธิไตรสุริยันในวัง หวังทงเข้าวังอารักขาฝ่าบาท ก็เป็นความชอบใหญ่ วิธีการเหี้ยมโหด ความดีความชอบใหญ่ จะให้ล่วงเกินได้อย่างไรไหว

การสอบบัณฑิตเพื่อเป็นบัณฑิตจิ้นซื่อ เป็นความฝันของบรรดาคนเรียนหนังสือ บัณฑิตที่สอบไม่ได้หลายครั้งก็มักเป็นเช่นนี้ สวีกว่างกั๋ววันนั้นถูกล่อก็จนหน้ามืดตามัวก็เป็นเช่นนี้ พอหวังทงใกล้ถึงจึงได้สติ คิดถึงผลที่ตามมาก็ตกใจจนเหงื่อไหลเย็นโทรมกาย รับวิ่งไปแจ้งข่าว

แม้เป็นเช่นนี้ แต่วันนี้ก็ยังมีสภาพเช่นนี้ได้ สวีกว่างกั๋วเย็นวาบไปทั้งตัว คุกเข่าจนปวดไปหมด แต่ก็ยังไม่กล้าบ่น โขคดีที่ตนเองพ้นผิดมาได้แล้ว หากวันนี้หวังทงเชิญเขาออกไปอย่างสุภาพ เกรงว่าคงยุ่งยากใหญ่แล้ว

“สอบปีหน้า เจ้าไม่ต้องเข้าสอบแล้ว!”

สวีกว่างกั๋วเพิ่งจะหายใจหายคอคล่อง พอได้ยินหวังทงกล่าวมา ก็เงยหน้าอ้าปากค้าง คิดจะกล่าวก็ลังเล สุดท้ายก็ก้มหน้าลง นอบน้อมกล่าวว่า

“ข้าน้อยทำงานให้ใต้เท้าได้เรียนรู้อะไรมากมาย กำลังคิดจะขอใต้เท้าให้ข้าน้อยได้อยู่ฝึกฝนตนเองต่ออีกสักหลายปีหน่อย……”

“เจ้าไม่เหมือนหยางซือเฉิน เจ้ารู้จักกล่าววาจาเท็จ เจ้ารู้จักพริ้วไปตามลม เจ้ายังมีประโยชน์ เจ้ารู้หนักเบามากกว่า หยางซือเฉิน!”

สวีกว่างกั๋วกล่าวได้ไม่กี่คำก็ถูกหวังทงขัดขึ้น สวีกว่างกั๋วส่งรอยยิ้มที่เรียกได้ว่าย่ำแย่กว่าร้องไห้ให้หวังทง ก้มคำนับหวังทงยิ้มกล่าวว่า

“ที่เหอหนานมีตำแหน่งผู้ว่าอยู่ เจ้าอยากไปไหม?”

สวีกว่างกั๋วเดิมก้มหน้าอยู่ พอได้ยินหวังทงถามก็อึ้งเงยหน้าขึ้นมอง กำลังอึ้งหนัก ไม่รู้จะตอบอย่างไร นายอำเภอระดับหก ผู้ว่านี่ตำแหน่งระดับห้าขึ้นไป ตำแหน่งระดับนี้ต่อไปก็เป็นเจ้ากรมปกครองแล้ว เป็นขุนนางท้องถิ่นระดับมาตรฐาน ระดับไม่ต้องพูดถึง หากได้เป็นผู้ว่า ก็เท่ากับดูแลหลายอำเภอ ผลประโยชน์มากเท่าไรไม่ต้องพูดถึง บัณฑิตจวี่เหรินนอกจากไห่รุ่ยเป็นกรณีพิเศษแล้ว การได้นั่งตำแหน่งนายอำเภอเรียกได้ว่าน้อยแล้ว ผู้ว่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง สวีกว่างกั๋วคิดว่าตนเองวันหน้าคงได้เข้าเมืองหลวงไปทำงานให้หวังทง ได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาที่เชื่อฟังคำสั่งนายสบายๆ คิดไม่ถึงว่าหวังทงจะถามเช่นนี้

เขาไม่ทันได้ตั้งสติได้ ก็เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าหวังทงจึงได้สติว่าเป็นเรื่องจริง เขาจึงพยายามส่งเสียงไอออกมา คิดจะพูดก็พูดไม่ออกสักที สุดท้ายได้แต่กล่าวน้ำเสียงแหบพร่าว่า

“ข้าความรู้น้อย แต่ใต้เท้าเมตตาเพียงนี้ ข้าน้อยจะรับใช้ท่านสุดความสามารถ……”

กล่าวได้เพียงเท่านี้ สวีกว่างกั๋วก็ลุกขึ้นมาคุกเข่ากับพื้นโขกศีรษะหลายที เงยหน้าน้ำตานองสะอื้นไห้กล่าวว่า

“ใต้เท้าเมตตาเช่นนี้ ข้าน้อยกลับทำเรื่องเช่นนั้นได้ ละอายใจยิ่ง วันหน้าจะต้องรับใช้เป็นวัวเป็นควายให้ใต้เท้าสั่งการ”

คนเช่นสวีกว่างกั๋ว เห็นแก่อำนาจเงินทองที่สุด หวังทงให้เขาไปนั่งตำแหน่งนั้น ก็ย่อมยินดีน้ำตานอง หวังทงยิ้มโบกมือกล่าวว่า

“ให้จวี่เหรินไปดำรงตำแหน่งผู้ว่า ย่อมเป็นพระประสงค์ฝ่าบาท เจ้าตั้งใจทำงานไป อย่าได้ทำให้พระเมตตาฝ่าบาทต้องสูญเปล่า”

สวีกว่างกั๋วกล่าวสรรเสริญอีกหลายคำ ก่อนจะลุกขึ้น หวังทงให้คนในห้องออกไปก่อนจะถามขึ้น

“ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องท้องที่ ได้ยินว่าหากอ๋องในพื้นที่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ ผู้ว่าสามารถนำกำลังไปล้อมไว้ได้ ท่านสวี ท่านรู้เรื่องนี้หรือไม่?”

พอได้ยิน ในใจสวีกว่างกั๋วก็สะดุ้งทันที ยังไม่ทันได้ตอบ ก็ถามกลับก่อนว่า

“ใต้เท้า ไม่ทราบว่าข้าควรไปเมืองใดที่มณฑลเหอหนาน!”

“เมืองเว่ยฮุย!!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version