№ 570 กล่าวถึงรายชื่อผู้มีพรสวรรค์ครั้งแรก
ซู่ซีเผยรอยยิ้มอ่อนโยน “เช่นนั้นก็กลับไปเถอะ! กลับไปด้วยกันกับแม่หนูเฟิ่ง ข้าจะรอท่านที่นี่”
เห็นเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วจึงเอ่ยยิ้มๆ “ข้าเพิ่งมาเอง! อย่างไรก็ต้องเที่ยวเล่นที่นี่สักพัก ท่านปู่อยากกลับต้องรออีกหลายวันถึงจะได้”
ผู้เฒ่าเฟิ่งมองนาง ยิ้มเก้อเขิน ไม่ได้ปริปาก ซู่ซีกล่าวยิ้มๆ ว่า “ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ในเมื่อมาแล้วก็พักอยู่ที่นี่ก่อนสักระยะเถอะ ไม่ต้องรีบกลับไปเดี๋ยวนี้หรอก”
“จริงด้วย! มาแล้วก็ต้องไปดูทิวทัศน์เมืองซานเจียงเสียหน่อย ในเมืองมีสถานที่เที่ยวเล่นไม่น้อย ถึงเวลานั้นจะให้ซู่ซีพาพวกเจ้าไปเดินเล่น” หลินป๋อเหิงพูด มองพวกเขาแวบหนึ่งก่อนกล่าว “พวกเจ้าคุยกันไปก่อน ข้าต้องไปจัดการด้านหน้า คืนนี้จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้พวกเจ้า”
จากนั้นค่อยกำชับซู่ซี “ซู่ซี รับรองพวกแม่หนูเฟิ่งดีๆ อย่าได้ละเลย”
“พี่ใหญ่โปรดวางใจ ข้ารู้แล้ว” ซู่ซีพยักหน้ายิ้มให้ รอเขาออกไปแล้วก็มองทางเฟิ่งจิ่ว แล้วมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ จากนั้นถามว่า “ไม่ทราบว่าท่านผู้นี้มีนามว่าอะไร?”
“เขาแซ่หลิง เป็นสหายข้าเจ้าค่ะ” เฟิ่งจิ่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อ้อ คุณชายหลิง” เธอพยักหน้าทักทายเล็กน้อยพลางถามว่า “ข้าพาพวกเจ้าไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้เป็นอย่างไร?”
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ท่านน้าซู่ซี ท่านกับท่านปู่คงยังไม่ได้กินอาหารเช้ากระมัง? พวกท่านกินก่อนเถอะ พวกเราไปเดินกันเองก็ได้ เมื่อครู่ตอนเข้ามาเห็นสวนดอกไม้จึงรู้แล้วว่าอยู่ที่ไหน” เธอเห็นนานแล้วว่าบนโต๊ะมีอาหารเช้าวางไว้ เดาว่าสองคนนี้คงยังไม่ได้กิน
“เช่นนั้นได้อย่างไร” ซู่ซีส่ายหน้าหลุดยิ้ม
“ไม่เป็นไรๆ แม่หนูเฟิ่งหาใช่คนอื่นคนไกล”
ผู้เฒ่าเฟิ่งพูดขึ้น พลางบอกกับเฟิ่งจิ่วว่า “แม่หนูเฟิ่ง เจ้าไปเถอะ! รอปู่กินอาหารเช้าเสร็จสักพักจะเข้าไปหาเจ้า” หัวใจเขายามนี้ยังตื่นตระหนก การปรากฏตัวกะทันหันทำให้เขาตกใจจนยังไม่ทันได้ตั้งสติกลับมา อย่างไรก็ต้องพักก่อนเสียหน่อย
“เช่นนั้นก็ดี!” ซู่ซีจนปัญญา ทว่าไม่ให้พวกเขาไปกันเอง แต่เรียกสาวใช้มานำทางไป
“ท่านปู่ เดี๋ยวเจอกันนะเจ้าคะ” เฟิ่งจิ่วขยิบตาไปทางท่านปู่พร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นถึงจะออกไปกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
เดินไปรอบๆ จวนตระกูลหลิน นอกจากพวกข้ารับใช้กับทหารอารักขาก็ไม่เห็นมีผู้น้อยในตระกูลปรากฏตัว ดังนั้นเฟิ่งจิ่วจึงถามอย่างแปลกใจอยู่บ้าง “ตระกูลหลินนี้คงมีลูกชายไม่น้อย แต่ทำไมไม่เห็นใครเลย?”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชำเลืองมองนาง เห็นสีหน้านางไม่เข้าใจ จึงเอ่ยปากคลายความสงสัย “หากเป็นลูกชายตระกูลใหญ่ ทั้งคนโตคนเล็กล้วนต้องถูกส่งเข้าไปฝึกบำเพ็ญและร่ำเรียนในสำนักศึกษา หนึ่งปีจะกลับมาหนึ่งถึงสองครั้ง เป็นปกติที่จะไม่เห็นใคร”
“อ้อ? เช่นนั้นทำไมพวกตระกูลในราชวงศ์เฟิ่งหวงข้าถึงไม่มี?” เธอกะพริบตาถาม
“แคว้นเล็กระดับเก้ายังไม่ถึงระดับนั้น แม้อยากส่งเข้าสำนักศึกษาก็ยังไม่มีคุณสมบัติ แต่ข้าจำได้ว่าทุกสามปีพวกเจ้าจะมีการแข่งขันเกณฑ์คนเข้าสำนักศึกษาหนึ่งครั้ง”
“อืม เหมือนจะเป็นเช่นนั้น แต่ว่ากันว่าแม้จะเข้าร่วมได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา เพราะว่าถูกปัดตกไป” เธอกล่าว คิดๆ แล้วยังถามอีกว่า “เริ่มจากสำนักศึกษาหกดาราแห่งแคว้นเหินเวหาแล้วกัน คล้ายจะเคยอ่านข้อมูลมาว่าสำนักศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับแคว้นระดับหกลงไปคือสำนักศึกษาหกดารา”
“ไม่เลว” เขาพยักหน้า ดวงตาลึกล้ำหยุดลงบนร่างนาง “รอจัดการเรื่องปู่เจ้าเรียบร้อยก็เข้าไปฝึกบำเพ็ญที่สำนักศึกษาหกดาราเสีย! ด้วยคุณสมบัติเจ้า หากเข้าไปอยู่ในรายชื่อผู้มีพรสวรรค์ได้ภายในหนึ่งปีก็เข้าร่วมการคัดเลือกของสำนักศึกษาอื่นได้แล้ว”
………………………………….
