Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 10


บทที่ 10 ได้มาไม่ง่าย (1)

ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ หลานเฟิงมองอวี่มั่วที่เดินเข้ามา ดวงตาที่เพิ่งลืมขึ้นจากการหลับใหลยังไม่ทันปรับรับแสงที่ค่อนข้างแสบตา

“เมื่อคืนนี้ต้องขอบคุณเจ้าและเทียนซีแล้ว”

“ที่ข้ามาวันนี้ ไม่ใช่เพราะอยากฟังคำขอบคุณของเจ้า แค่อยากบอกเจ้าว่าเจ้าและหลานเยี่ยล้วนเป็นสหายของข้า พวกเจ้าเจอเรื่องลำบากข้าต้องช่วยเหลือพวกเจ้าอย่างสุดความสามารถ แต่มีเรื่องหนึ่ง ข้าไม่หวังให้พวกเจ้านำหายนะมาให้กับเสี่ยวซี มาให้กับหอต้วนอวิ๋นแม้แต่น้อย ข้าและเสี่ยวซีมาถึงวันนี้ได้นั้นไม่ง่าย ข้าไม่อยากให้โลกที่วุ่นวายมาทำร้ายอะไรเขาได้อีก ข้าหวังว่าเจ้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกหลานเยี่ย”

หลานเฟิงรับฟังนิ่งๆ เขารู้ว่าการกระทำครั้งนี้ของหลานเยี่ยทำให้หอต้วนอวิ๋นตกอยู่ในอันตราย การกระทำที่ไร้สมองเช่นนี้มีสาเหตุมาจากตน มิเช่นนั้นหลานเยี่ยคงไม่ทำเรื่องที่ใจร้อนเร่งให้เห็นผลสำเร็จเช่นนี้ หลานเยี่ยที่มีปมยึดมั่นกับความทรงจำของตน ตัวเขาที่เป็นกังวลว่าหลานเยี่ยจะหลุดจากการควบคุมอีกครั้ง แท้จริงแล้วต้องทำอย่างไรถึงจะถูก เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นหลานเยี่ยสามารถรับได้แล้วจริงหรือ

จู่ๆ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังมาจากผนังห้องข้างๆ หลานเฟิงตกใจ พุ่งตัวไปห้องข้างๆ ในทันใด อวี่มั่วยืนอยู่ที่เดิมก็ลอบถอนหายใจ

ห้องที่นี่ทุกห้องล้วนกั้นเสียงอย่างดี สามารถส่งเสียงดังสนั่นขนาดนี้ได้ แท้จริงแล้วต้องใช้แรงโจมตีมากเพียงใดก็สามารถคิดดูได้ อีกอย่างห้องถัดไปยังเป็นห้องของหลานเยี่ย

หลานเฟิงรีบวิ่งเข้าไปห้องข้างๆ เพิ่งจะเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเทียนซีที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น แล้วยังมีหลานเยี่ยที่อยู่ในสภาพคลุ้มคลั่งบนเตียง สภาพเช่นนั้นมีอะไรแตกต่างจากตอนนั้นเล่า หรือว่า…

∗∗∗

หลานเยี่ยที่เพิ่งฟื้นมองดูบรรยากาศรอบข้างที่คุ้นเคย เห็นใบหน้าบิดามารดาที่คุ้นเคย จึงไม่ได้ตกใจเท่าไรนัก เพียงแค่พูดกับคนข้างกายเสียงเย็นว่า “เขาอยู่ไหน” คนข้างกายตะลึงไป สตรีที่นั่งอยู่ข้างเขาร้องไห้ดุจฝนพร่ำ หลานเยี่ยที่นางเห็นไม่ใช่เด็กที่น่ารักคนนั้นอีกต่อไป ความเย็นชาในแววตานั้นเหมือนกับไอเย็น ไร้ความหวังใดๆ เต็มไปด้วยความขุ่นมัว

เขาเดินไปยังสถานที่ที่ชายหนุ่มคนนั้นพักอยู่ภายใต้การชี้นำของท่านพ่อ ท่านแม่ บ่าวที่ผ่านมาพากันทำความเคารพ แต่เขากลับเดินเร่งตรงไปไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เหลือไว้เพียงผู้คนที่ตกตะลึง

เด็กหนุ่มบนเตียงหลับใหล ไม่มีความรู้สึกใดๆ นิ่งเงียบจนน่ากลัว แม้แต่อาการดิ้นรนเพราะฝันร้ายก็ยังไม่มีให้เห็น เขาตีตัวเด็กหนุ่มเบาๆ พูดสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับอายุของเขาออกมา

“นอนเถิด นอนไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว” มารดาที่อยู่ข้างๆ ร้องไห้จนไม่มีเสียง บิดาของเขาหลานชิงโอบมารดาเข้าสู่อ้อมกอด

นับตั้งแต่นั้นมาหลานเยี่ยก็ไม่พูดอะไรต่อหน้าคนอื่นแม้ประโยคเดียว ฝึกพลังวิญญาณอย่างขยันหมั่นเพียรทุกวัน แน่นอน คนอื่นที่ว่าไม่ได้รวมถึงเด็กหนุ่มคนนั้น เด็กหนุ่มคนนั้นมีบางครั้งที่ตื่น บางครั้งที่หลับ ตอนตื่นก็จะนั่งอยู่ข้างหน้าต่างมองท้องฟ้าทิศตะวันตก แลดูตายด้าน

ทุกวันตอนที่เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาหลานเยี่ยจะไปพูดคุยกับเขา มองดูท้องฟ้าทิศตะวันตกเป็นเพื่อนเขา และมีเพียงช่วงเวลานี้เท่านั้นถึงจะได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหลานเยี่ย

หลังจากนั้นหลานชิงถึงบอกเขาว่าเด็กหนุ่มมีนามว่าชิวเย่ว์ เป็นคนตระกูลเยี่ย หลานเยี่ยถูกตระกูลเยี่ย จับตัวไปเพียงเพราะต้องการให้หลานชิงมอบ ‘มุกหลิว’ ให้

แต่ตอนที่พวกเขาได้มุกหลิวไปแล้วนั้น ถึงพบว่ามุกหลิวเลือกนายแล้ว ส่วน ‘มุกวั่ง’ ก็เลือกนายแล้วเช่นเดียวกัน นี่เป็นครั้งที่สองจากเวลานับพันปีมานี้ที่ ‘มุกหลิววั่ง’ เลือกนาย มีเพียงแค่เจ้านายของมุกหลิววั่งเท่านั้นที่จะใช้งานมุกหลิววั่งได้

สำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นสิ่งที่วุ่นวายที่สุด เพราะมุกหลิวเลือกหลานเยี่ยเป็นนาย ส่วนมุกวั่งเลือกชิวเย่ว์ พวกเขาไร้ความสามารถที่จะใช้งานมุกหลิววั่งได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือทำให้หลานเยี่ยและชิวเย่ว์กลายเป็นคนของตน นี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้หลานเยี่ยและชิวเย่ว์ต้องพบเจอความโหดร้ายทรมาน

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version