Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 11


บทที่ 11 ได้มาไม่ง่าย (2)

แม้ว่าฐานอำนาจของตระกูลหลานจะไม่ด้อยไปกว่าตระกูลเยี่ย แล้วยังมีแรงหนุนจากภูเขาเทียนปี้ แต่ระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ พวกเขากลับหาไม่เจอว่าหลานเยี่ยอยู่ที่ใด ไม่ใช่ว่าขลาดกลัวไม่โจมตี แต่หากบุกโจมตีไปตรงๆ ชีวิตของหลานเยี่ยอาจหายไปได้ตลอดเวลา หากหลานเยี่ยมีอันตรายแก่ชีวิต มุกหลิวก็จะแตกสลายกลายเป็นผุยผงตามไปด้วย ประตูใหญ่ที่ตระกูลหลานปกป้องก็ไม่อาจเปิดออกได้อีกตลอดกาล หลานชิงไม่กล้าเอาชีวิตของทุกคนในตระกูลหลานมาพนัน

วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ในที่สุดดวงตาของชิวเย่ว์ก็เริ่มปรากฏแสงขึ้นมาให้เห็นเป็นบางครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสวรรค์มีตาหรือไม่ ตกบ่ายวันหนึ่งตอนที่ชิวเย่ว์ตื่นขึ้นมาจากความฝัน เห็นหลานเยี่ยที่อยู่ข้างเตียงก็ยิ้มพลางพูดออกมา

“หลายวันมานี้ต้องขอบคุณเจ้าแล้ว เสี่ยวเยี่ย”

หลานเยี่ยไม่อาจควบคุมตนเองได้อีกต่อไป ความกดดันและแสร้งทำเป็นแข็งแกร่งหลายวันมานี้สุดท้ายก็ระเบิดออกมา

กระแสพลังรอบกายหลานเยี่ยเริ่มพลุ่งพล่านระเบิดออก อวิ๋นหรงและหลานชิงที่ได้ยินความเคลื่อนไหวรีบเข้ามาช่วยกันควบคุมกระแสพลังของหลานเยี่ย แต่ก็ไม่เกิดผลอะไรทั้งนั้น

กระแสพลังที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาเทียนปี้บวกกับพลังจากมุกสี ทำให้ทั้งสองคนไม่อาจควบคุมได้ ชิวเย่ว์ที่อยู่อีกด้านก็คิดจะเข้าใกล้หลานเยี่ย แต่ทุกครั้งต้องถูกกระแสพลังของหลานเยี่ยดีดออกมา เห็นหลานเยี่ยที่ทรมานอย่างไม่มีที่เปรียบมีเพียงวิธีเดียวแล้วเท่านั้น

คู่สามีภรรยาหลานชิงทรุดตัวคุกเข่าลงต่อหน้าชิวเย่ว์

“นายน้อยเยี่ย ขอร้องท่าน ช่วยชิวเย่ว์ด้วยเถิด ตระกูลหลานจะใช้กำลังมากที่สุดในการตระกูลเยี่ยมาให้ท่าน ขอร้องท่านด้วยเถิด ช่วยเสี่ยวเยี่ยด้วย”

“ข้าจะช่วยเสี่ยวเยี่ย ข้าต้องทำเช่นไร” ชิวเย่ว์ไม่อาจทนมองเสี่ยวเยี่ยที่ทนทรมานเช่นนี้ได้อีก

“มุกหลิววั่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่มีมาแต่พันปีก่อน หากทำให้การเชื่อมโยงของมุกทั้งสองเปิดออก ก็จะสามารถควบคุมกระแสพลังและความทรงจำของเจ้าของได้ แต่นับแต่นี้ทั้งสองคนจะต้องร่วมเป็นร่วมตาย” หลานชิงไม่ใช่คนร้ายกาจ ผลดีผลเสียเขาพูดอธิบายออกมาอย่างชัดเจน

ชิวเย่ว์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ขับเคลื่อนพลังนำเอามุกวั่งออกมาจากทรวงอก ท่องมนตราตามสิ่งที่บิดาของตนเคยสอนไว้ ขับเอามุกหลิวออกมา แต่จู่ๆ อวิ๋นหรงก็จัดการตีหลานชิงจนสลบ เพราะการที่จะทำให้การเชื่อมโยงของมุกทั้งสองเปิดออก ยังต้องอาศัยชีวิตและกระแสพลังทั้งหมดของคนที่มีพลังสูง

“ฮูหยิน พร้อมแล้วหรือยัง” ชิวเย่ว์ถามออกมาอย่างไม่คิดทน

อวิ๋นหรงใช้พลังขับจดหมายออกมาฉบับหนึ่ง มอบให้ชิวเย่ว์

“ช่วยข้ามอบมันให้แก่หลานชิง เรื่องที่เหลือรบกวนเจ้าด้วย” สุดท้ายอวิ๋นหรงมองหลานชิงและหลานเยี่ย ขับเคลื่อนกระแสพลังทั้งหมดของตนรวมถึงชีวิตของตน บนมุกหลิววั่งนั้นมีดอกชบาค่อยๆ หมุนเข้าไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมุกหลิววั่ง

วันรุ่งขึ้นหลานเยี่ยตื่นขึ้นมา ก็เห็นเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างกายเขาส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้

“หลานเฟิง ข้าอยากกินขนมเหนียว”

“ได้”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นไปบนโลกนี้ไม่มีชิวเย่ว์อีก มีเพียงหลานเฟิงที่เป็นเพื่อนคนสนิทของหลานเยี่ยเท่านั้น และมารดาของหลานเยี่ย อวิ๋นหรงธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาเทียนปี้จากไประหว่างคลอดบุตร

∗∗∗

“เสี่ยวเยี่ย ข้าไม่มีทางให้เจ้าเป็นอะไรไปอีก” หลานเฟิงขับมุกวั่งคิดจะฝืนบังคับพลังวิญญาณของหลานเยี่ย แต่ดูเหมือนว่าจะกลับไปสู่ช่วงเวลาก่อนหน้าที่หลายปี ที่ไม่มีความสามารถพอจะช่วยได้ แม้ว่าหลายปีมานี้หลานเฟิงจะช่วยปลดปล่อยพลังให้กับหลานเยี่ยตลอด แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ปลดปล่อยทั้งหมดโดยสำเร็จก็เกิดเรื่องขึ้นมาก่อน รวมถึงการฝึกฝนหลายปีมานี้พลังของตัวหลานเยี่ยเองก็ยอดเยี่ยมไม่ใช่น้อย แม้จะไม่มีพลังของมุกหลิววั่ง อาศัยเพียงพลังของตัวหลานเยี่ยและพลังของอวิ๋นหรงก็มากพอที่จะควบคุมมุกหลิววั่งได้แล้ว

จู่ๆ มุกสีที่ถูกมุกวั่งขับนำออกมานั้นก็ปรากฏรอยแตกเล็กๆ หลานเฟิงเกิดรู้สึกไร้ความหวัง ไม่มีมุกหลิววั่ง มีเพียงผู้คุ้มครองตระกูลหลานเท่านั้นที่สามารถควบคุมพลังของหลานเยี่ยได้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะกลับตระกูลหลานทัน อีกทั้งหลานเยี่ยยังไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คุ้มครองตระกูลหลาน ผู้คุ้มครองตระกูลหลานไม่มีทางช่วยเขาเป็นแน่

รอยแตกบนมุกสีเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ มุกวั่งก็หนีออกจากการควบคุมของหลานเฟิง ลอยออกไปกลายเป็นผู้ชายผมดำยาวถึงเอว หลานเฟิงอึ้งตะลึงนิ่งไป นี่คือมุกพยากรณ์หรือ

ชายหนุ่มท่องมนตราเรียกมุกหลิวมาข้างกาย กางแขนทำท่าอุ้มเจ้าหญิง หลังจากนั้นไม่นานก็ปรากฏชายหนุ่มหน้าซีดขาว นอนใกล้หมดลมหายใจอยู่ในอ้อมอกของชายหนุ่มผมดำ ชายหนุ่มผมดำส่งพลังให้กับคนในอ้อมอกไม่หยุด ตราบจนคนในอ้อมอกนั้นตื่นขึ้นมา

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version