Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 12


บทที่ 12 ได้มาไม่ง่าย (3)

“วั่ง ในที่สุดก็ได้พบเจ้าแล้ว”

“อย่าเพิ่งพูด หลิวเจ้ารอข้าจัดการเรื่องตรงหน้านี่ก่อน” ชายหนุ่มผมดำพูดกับคนในอ้อมอก

พอวางหลิวลง วั่งก็หมุนตัวหันไปมองหลานเฟิงที่ใช้วิธีฆ่าตัวตายในการควบคุมพลังของหลานเยี่ย

“เอาตราหยกที่หลานชิงให้เจ้าส่งมาให้ข้า” เห็นหลานเฟิงมีท่าทีลังเลวั่งดูเหมือนจะโกรธขึ้นมา

“ไม่อยากให้หลานเยี่ยตายก็รีบเอามาให้ข้า”

เมื่อรับตราหยกไปแล้ววั่งก็นำเอาเลือดของตนและหลิวหยดลงไปบนตราหยกหนึ่งหยด จากนั้นก็พูดกับตราหยกเหมือนร่ายมนตราอย่างไรอย่างนั้น

“ชังหลาน ถึงเวลาออกมาพบเพื่อนเก่าแล้ว”

ตราหยกเหมือนกลายเป็นกุญแจดอกหนึ่ง เปิดประตูใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ จิ้งจอกเก้าหางสีขาวปลอดเดินออกมา พลันกลายเป็นชายหนุ่มที่นอกจากลูกตาแล้วทั่วทั้งร่างเป็นสีขาวรวมไปถึงเสื้อผ้าในฉับพลัน

มองดูสถานการณ์วุ่นวายตรงหน้า และมองไปยังหลิวที่มีท่าทีอ่อนแรง รวมถึงหลานเยี่ยที่อยู่ในสภาพคลุ้มคลั่ง ชังหลานเหมือนจะหัวเราะออกมา

“ตระกูลหลานสร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมาซินะ มิน่าเล่าพวกเจ้าทั้งสองคนยังเลือกนายหลังผ่านไปแล้วพันปี”

“ตอนแรกถ้าไม่ใช่ชิวหลีแห่งตระกูลเยี่ยครอบครองข้อมูลมุกหลิววั่ง แล้วหลิวจะต้องมายอมเลือกคนที่พร้อมจะระเบิดตลอดเวลาเป็นนายได้อย่างไร ไม่ต้องพูดเรื่องไร้สาระแล้ว รีบไปควบคุมหลานเยี่ยไว้” วั่งพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด

“พลังของข้าไม่เหมือนกับพวกเจ้าสองคน ข้าไม่อาจควบคุมหลานเยี่ยได้อย่างสมบูรณ์ แต่กับเด็กนั่นยังพอได้ เรื่องนี้เจ้าเองก็รู้ ไม่เช่นนั้นทำไมหลานชิงถึงได้ยอมคุกเข่าขอร้องเจ้าเด็กนั้นแทนที่จะมาใช้ข้า” ชังหลานขับพลังไปพลางพูดออกมาพลาง ใบหน้าขาวเหมือนจะซีดเผือดลง

“ตอนนี้ข้าทำได้เพียงควบคุมหลานเยี่ยไว้สามวัน สามวันผ่านไปหลานเยี่ยจะหลุดจากการควบคุมทุกอย่าง กระแสพลังระเบิดออกอย่างสมบูรณ์ สติสัมปชัญญะยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถึงเวลานั้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์จะรอดชีวิตกี่คนเจ้าน่าจะรู้ดี ดังนั้นควรทำเช่นไรเจ้ารู้ใช่หรือไม่” ชังหลานพูดกับหลานเฟิง

“ทำไมเสี่ยวเยี่ยถึงต้องทนรับความทรมานความเจ็บปวดในตอนนั้นอีก ทำไมเวลาหลายปีมานี้ยังไม่อาจหลีกหนีจากโชคชะตาในตอนนั้นได้อีก” หลานเฟิงพยายามควบคุมความเจ็บปวดของตนเองอย่างสุดความสามารถ พลางมองดูหลานเยี่ยที่ถูกควบคุมเอาไว้ชั่วคราว

“ตอนนั้นเจ้าเป็นคนสกัดความทรงจำของหลานเยี่ยเองกับมือ มีเพียงเจ้าที่เปิดออกได้ หลายปีผ่านมานี้หลานเยี่ยใช่ว่าหลานเยี่ยจะไม่รู้สึก บางทีหลานเยี่ยอาจจะเข้มแข็งจนสามารถรับอดีตที่ผ่านมาแล้วก็เป็นได้” หลิวเดินเข้ามาพลางพูดออกมาช้าๆ

“หลายปีผ่านมาเจ้าอยู่ในร่างกายของเสี่ยวเยี่ยมาโดยตลอด หรือเจ้าจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดของเสี่ยวเยี่ยที่เห็นความทรงจำเหล่านั้นอยู่ทุกวันหรือ” หลานเฟิงตะคอกใส่หลิว

“แล้วตัวเจ้าเล่า ทั้งๆ ที่รู้ว่าหลานเยี่ยรักเจ้ามาโดยตลอด เจ้าเองก็รักเขา แต่เจ้ากลับปฏิเสธการลองเชิงของเขาอยู่ร่ำไป ทำให้จิตใจของเขาไม่สมบูรณ์ไปกว่าเดิม” อวี่มั่วพุ่งเข้าไปต่อยหลานเฟิงจนลงไปกองบนพื้น จากนั้นก็ทิ้งไว้ประโยคหนึ่งว่าไม่มีครั้งหน้าอีกต่อไป ก่อนจะอุ้มเทียนซีเดินออกไป

“ข้ารู้ หากเจ้าสารภาพกับหลานเยี่ยไปเจ้าคิดว่าจะรับไม่ไหวต่อความรู้สึกชั่วร้ายและปกติทั้งสองตอนที่เขาฟื้นฟูความจำแต่เจ้าลืมไปเรื่องหนึ่งตราบใดที่การเชื่อมโยงของมุกทั้งสองเปิดออกจะทำให้จิตใจของทั้งสองคนเชื่อมโยงกัน หากฝ่ายหนึ่งสามารถหลบหนีความสัมพันธ์นี้ได้ เช่นนั้นทั้งสองฝ่ายก็จะไม่รับรู้ถึงจิตใจของอีกฝ่าย”

“หลายปีมานี้ข้าเห็นการเจริญเติบโตของหลานเยี่ย แม้เขาจะยังคงหวาดกลัว หลบหนีต่อความทรงจำเหล่านั้น แน่เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมหลายปีมานี้เขาถึงไม่คลุ้มคลั่ง” หลานเฟิงก้มหน้าไม่พูดจา

“นั่นเป็นเพราะความรักที่เขามีให้เจ้า หากบอกว่าตอนนั้นที่เขาดูแลเจ้าเป็นเพราะเขารู้สึกติดค้างต่อเจ้า เช่นนั้นหลังจากถูกสกัดความทรงจำความรู้สึกของเขาที่มีต่อเจ้าก็กลายเป็นความรัก อยากที่จะอยู่ด้วยตลอดไป ปกป้องรักษาความรักของอีกฝ่ายตลอดไป” จู่ๆ หลานเฟิงก็ตัวอ่อนหมดแรงลงไปกองอยู่กับพื้น น้ำตาไหลลงมาเหมือนน้ำป่าไหลหลาก

หลิวพูดจบถึงเดินออกไปพร้อมวั่ง ชังหลานมองพวกเขาทีหนึ่งแล้วจึงถอยออกไปเงียบๆ เหลือเพียงหลานเฟิงอยู่ในห้องคนเดียว

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version