บทที่ 172 บีบบังคับให้สละราชบัลลังก์
“เจ้าพูดว่าอะไร กลับไป ข้าจะกลับไปที่ใด ที่นั่นมีคนต้องการชีวิตพ่ออยู่นะ” ฮ่องเต้ลนลาน ด้านหน้ามีอวี่มั่วขวางทางไว้ ด้านหลังมีทัพทหารกบฏไล่ตาม
“เสด็จพ่อ ข้าเรียกท่านว่าเสด็จพ่อ หรือท่านยังไม่เข้าใจอีก ทั้งหมดนี้ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว ท่านไร้ประโยชน์เฉกเช่นเรื่องที่กล่าวขานกันข้างนอกเลย” อวี่มั่วพูดด้วยความโกรธแค้น
ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังไล่มา ฮ่องเต้หันกลับไปมอง ที่ปรึกษาแคว้นหลานอวี่นำคนมาถึงแล้ว
“ฮ่องเต้ พวกเราไม่มีความคิดเป็นอื่น เพียงอยากให้พระองค์สละราชบัลลังก์ ในเมื่อพระองค์ไม่ยอมตั้งตนเป็นศัตรูต่อตระกูลเยี่ย ย่อมมีคนยอม ท่านยอมเป็นไท่ช่างหวงอย่างเชื่อฟัง เสพสุขชีวิตช่วงสุดท้ายเถิด”
“ไท่ช่างหวง?” ฮ่องเต้มองหลานอวี่ เข้าใจอะไรบางอย่าง
“ไม่ ข้าจะตั้งตนเป็นศัตรูกับตระกูลเยี่ย ข้าจะกำจัดคนตระกูลเยี่ยทุกคนตอนนี้ พวกเจ้าอย่าให้ข้าเป็นไท่ช่างหวง ข้าคือฮ่องเต้”
“ไม่มีประโยชน์แล้ว ฮ่องเต้ สายเกินไปแล้ว พรุ่งนี้เช้า พระองค์สละตำแหน่งให้กับองค์ชายสอง นับแต่จากนี้ไป พระองค์อยู่ที่จวนของพระองค์ใช้ชีวิตบั้นปลายให้มีความสุขเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าเลื่อนขั้นเพิ่มยศให้เจ้า เจ้าอยากได้อะไรข้าให้เจ้าทั้งสิ้น อย่าให้ข้าไปเป็นไท่ช่างหวง ข้าให้เจ้าได้ทั้งหมด เงินทอง สตรีงามอะไรก็ได้”
“ต่ำช้า” หลังจากอวี่มั่วพูดออกมาสองคำ ก็เดินออกจากอุโมงค์ลับไปด้วยความโกรธ ไปยังพระชายาหลิ่ว
ฮ่องเต้ถูกคนนำตัวไป แล้วยังติดสินบนหลานอวี่ไปตลอดทาง
“เสด็จแม่” อวี่มั่วมาถึงหน้าห้องพระชายาหลิ่ว ตะโกนเรียก
“เข้ามาเถิด” อวี่มั่วเข้าไปข้างใน เห็นพระชายาหลิ่วนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งส่องกระจกมองตัวเอง
“จัดการทุกอย่างสำเร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ” อวี่มั่วรายงานต่อพระชายาหลิ่ว
“มั่วเอ๋อร์ เจ้ายินยอมเป็นฮ่องเต้จริงหรือ” พระชายาหลิ่วเอ่ยปากถามอวี่มั่ว
“ลูกยินยอมทำตามความคิดของเสด็จแม่”
“เฮ้อออ เจ้าลูกคนนี้ยังคงเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เด็กจนโต นอกจากเรื่องเทียนซี ไม่เคยมีเรื่องใดที่อกตัญญูต่อข้ามาก่อน เจ้ารู้หรือไม่ การบีบบังคับให้สละราชบัลลังก์ครั้งนี้ คนในตระกูลเทียนอาจจะต่อต้าน และอาจเกิดศึกการต่อสู้อีกสนามหนึ่ง”
“เสด็จแม่ไม่ต้องเป็นกังวลพ่ะย่ะค่ะ เรื่องเหล่านี้ หลานเยี่ยจะจัดการให้เรียบร้อย”
“ตระกูลเทียนมีใจฝักใฝ่ตระกูลเยี่ย และแม่เป็นคนตระกูลหลาน ท่านยังเป็นคนในราชสำนัก หากตระกูลเยี่ยฉีกหน้าทำความสัมพันธ์แตกร้าวนั่นก็จะเป็นศึกสงครามแห่งใต้หล้า ถึงเวลานั้นหากเป็นเช่นนี้ กับเทียนซีเจ้าคิดจะทำเช่นไร”
“ตอนนี้เกรงว่าคงฉีกหน้าทำความสัมพันธ์แตกร้าวไปแล้ว เทียนซีข้าจะปกป้องความปลอดภัยของเขา สำหรับตระกูลเทียน เทียนซีออกจากตระกูลเทียนแล้ว แต่อย่างไรตระกูลเทียนก็ยังเป็นบ้านของเทียนซี หากเป็นไปได้ ข้าเองก็คิดจะปกป้องตระกูลเทียนให้ปลอดภัยเช่นกัน”
“ลำบากเจ้าแล้ว”
“เสด็จแม่อย่าได้ตรัสเช่นนี้ หลายปีมานี้เป็นเสด็จแม่ที่ต้องลำบากแล้วพ่ะย่ะค่ะ รอวันพรุ่งนี้จบลง พระองค์ก็พักผ่อนเสียเถิด เรื่องในใต้หล้า หลังจากนี้ข้าจะเล่าให้พระองค์ฟัง”
“ตอนแรก เขาเองก็พูดเช่นนี้กับข้า บอกว่า ‘เรื่องในใต้หล้าข้าจะมาเล่าให้เจ้าฟัง เจ้าพักผ่อนก็พอ’ แต่หลังจากนั้นเขากลับจากไปแม่น้ำเหลือง ไม่กลับมาอีกตลอดไป
ตอนแรกที่แม่รับปากเรื่องเจ้าและเทียนซี ก็เพราะจะไม่ให้เจ้าต้องมาถลำเข้าไปในความผิดพลาดเดิมเช่นแม่อีก ในเมื่อครองรักกัน ก็ครองคู่หนึ่งคนไปตลอดชีวิต อย่าได้ก้าวพลาด อย่าได้เป็นเหมือนแม่ โดดเดี่ยวจนแก่ชรา”
“ไม่มีทางเสด็จแม่ พระองค์ยังมีลูก ลูกจะอยู่กับพระองค์ตลอดไปพ่ะย่ะค่ะ”
“พรุ่งนี้เป็นต้นไป อย่าเรียกว่าเสด็จแม่อีก ผ่านค่ำคืนนี้ไป ความรับผิดชอบของเจ้าจะหนักขึ้น องค์ชายรัชทายาทไปไม่กลับ องค์ชายอื่นก็ไม่เอาความ เรื่องทั้งหมดต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว ไปพักผ่อนเถิด ไม่ต้องสนใจข้า”
“ลูกขอทูลลาพ่ะย่ะค่ะ” อวี่มั่วถอยออกจากห้อง พระชายาหลิ่วถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง
ในตอนนี้เองภายในพระราชวัง การศึกสงครามสนามหนึ่งกำลังดำเนินขึ้น
