บทที่ 185 ร่วมรบ
ทางราชสำนักเพราะอำนาจทางทหารถูกมอบให้หลานอวี่เป็นการชั่วคราว ฉะนั้นการออกศึกครั้งนี้หลานอวี่จึงเป็นคนนำทัพ หลานอวี่เป็นคนตระกูลหลาน อีกทั้งพลังวิญญาณยังไม่อาจมองข้ามได้
ราชสำนักก่อนหน้านี้ออกทัพก่อกบฏ ทางตระกูลเยี่ยมีความคิดจะมอบบทเรียนให้กับราชสำนักมานานแล้ว ฉะนั้นตอนที่ราชสำนักส่งทหารออกศึกจึงปล่อยทหารพลังจำนวนมาก คิดจะโจมตีราชสำนักอย่างหนัก ทำให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาไม่อาจสู้ได้
แต่เดิมพวกเขาคิดว่าราชสำนักไม่มีทหารพลัง มีเพียงทหารปกติธรรมดากลุ่มหนึ่งเท่านั้นไม่อาจเอาชนะพวกเขาได้ แต่เมื่อมาถึงสนามรบพวกเขาถึงพบว่าครั้งนี้ที่ราชสำนักนำมาล้วนเป็นทหารพลังทั้งสิ้น พลังวิญญาณสีต่างๆ ล้วนมีให้เห็น รวมกันกลายเป็นทหารพลังของราชสำนักกลุ่มหนึ่ง
พลังวิญญาณสามสีบินว่อนไปมา มีคนล้มลงไป มีคนหลบหนี คนตระกูลเยี่ยรับมือกับทหารพลังราชสำนัก ไม่อาจสนใจเรื่องอื่นได้ ความแข็งแกร่งของกองทัพราชสำนักกลุ่มนี้ ไกลห่างจากความคิดของพวกเขายิ่งนัก
ผู้นำทัพคือหลานอวี่ แม้ก่อนหน้านี้เขาน้อยครั้งที่จะนำทัพ แต่แผนที่และแผนการที่หลานเยี่ยมอบให้ทำให้เขามีความมั่นใจในตนเอง หากครั้งนี้สำเร็จเช่นนั้นทิศเหนือของตระกูลเยี่ยจะถูกพวกเขาครอบครอง
ตอนที่ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดนั่นเอง ทหารธรรมดากลุ่มหนึ่งของราชสำนัก ในมือถือคันธนู มุ่งโจมตีไปที่ทหารพลังตระกูลเยี่ย มีทหารพลังจำนวนมากที่หลบไม่ทันเมื่อโดนธนูยิงเข้าใส่ก็ตายไปในทันใด
คนตระกูลเยี่ยจำนวนหนึ่งไม่อาจปลีกตัวได้ อีกจำนวนหนึ่งใช้พลังวิญญาณโจมตีไปยังทหารธรรมดาเหล่านั้นที่อยู่ห่างออกไป แต่หลังจากพลังวิญญาณพุ่งเข้าไปแล้ว เขตม่านพลังสีฟ้าสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพลทหารธรรมดาเหล่านั้น ด้านหลังมีหลานอวี่และอีกคนหนึ่งนั่งอยู่คนละฝั่ง ใช้พลังวิญญาณค้ำเขตม่านพลังไว้
สถานการณ์สำหรับตระกูลเยี่ยถือว่ายิ่งเสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ คนนำทัพของทหารพลังตระกูลเยี่ยก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
“ใช้ยา” ในพริบตาเดียวทหารพลังตระกูลเยี่ยที่อยู่ในสนามรบทั้งหมดพากันควักห่อกระดาษออกมาจากหน้าอก เทกระจายไปทั่วฟ้า แต่ต่อให้ทหารพลังของราชสำนักได้ยินว่าเป็นยาก็ไม่ได้ถอยหนี
คนที่นำทัพสีหน้าได้ใจมองทหารพลังของราชสำนัก เหมือนว่าในเสี้ยววินาทีถัดไปทหารพลังของราชสำนักจะถูกจัดการล้มลงไปทั้งหมด
แต่รออยู่นานทหารพลังของราชสำนักล้วนไม่มีวี่แววจะแพ้พ่าย และยิ่งไม่มีวี่แววว่าสูญเสียพลัง คนนำทัพรู้สึกหวาดกลัว รีบเรียกทหารพลังตระกูลเยี่ยทั้งหมดให้ถอยหนี
“ถอยทัพ” แต่หลานอวี่ไม่คิดปล่อยพวกเขาไป ทหารพลังราชสำนักไล่ตามไม่ยอมปล่อย สุดท้ายก็บีบพวกเขาไปถึงด้านหลังหน้าผา สำหรับทหารพลังแล้วหน้าผาถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ใช้พลังวิญญาณก็สามารถทำให้ตนเองมีชีวิตรอดได้ แต่ทหารพลังของราชสำนักกลับขวางทางรอบข้างหน้าผาเอาไว้
หลานอวี่ก้าวขึ้นมาข้างหน้า มองดูทหารพลังตระกูลเยี่ยที่หนีตายอย่างน่าอนาถ ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใด
“ตกใจมากใช่หรือไม่ว่าเหตุใดยาของพวกเจ้าถึงไม่มีผล ตกใจมากใช่หรือไม่ว่าทำไมพวกเราถึงได้คุ้นเคยกับภูมิประเทศของตระกูลเยี่ยเช่นนี้”
“พวกเจ้าทำอะไร”
“ไม่ได้ทำอะไร อยากรู้ก็ไปถามยมบาลเอา ฆ่า”
ทหารพลังของราชสำนักลงมือ ทหารพลังตระกูลเยี่ยทำการรับมือครั้งสุดท้าย แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ผ่านไปครึ่งชั่วยาม รอบข้างหน้าผาก็เหลือเพียงทหารพลังราชสำนักที่ยืนอยู่และร่างไร้ชีวิตที่นอนอยู่บนพื้น
หลานอวี่มีความสงสัยเล็กน้อย เหตุใดตระกูลเยี่ยจึงไม่ใช่กลุ่มจิ้งจอกราตรี แม้จะบอกว่าจำนวนจิ้งจอกราตรีมีจำกัด แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่บริเวณชายขอบจะไม่มีเลย หลานอวี่มองศพที่เรี่ยราดอยู่บนพื้นพลางครุ่นคิด
ทัพทหารตระกูลเยี่ยถูกกำจัดจนหมดสิ้น ทิศเหนือของตระกูลเยี่ยถูกราชสำนักครอบครอง เหวินเย่ว์ถูกตระกูลหลานครอบครอง มีเพียงพื้นที่สำคัญฝั่งตะวันออกของตระกูลเยี่ย ทหารพลังในพื้นที่จิ่วหลิวที่ยังต่อสู้กับตระกูลเยี่ยอยู่อย่างดุเดือด
คนตระกูลเยี่ยทางนั้นถอยห่างออกไปไกล แต่ทหารพลังตระกูลหลานเริ่มไม่สามารถเขยิบไปข้างหน้าเหมือนแต่ก่อนได้อีก ตระกูลเยี่ยใช้กลุ่มจิ้งจอกราตรี ทหารพลังตระกูลหลานหยุดลงชั่วคราว จัดระเบียบใหม่อีกครั้ง
