Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 19


บทที่ 19 เชียนจื๋อซือ

“นายน้อยๆ ตื่นๆ นายน้อย” หลานเยี่ยเหงื่อชุ่มตัวเอามือกุมหัวใจไว้แน่น หลานเฟิงเรียกให้เขาตื่นด้วยความร้อนใจ

“หลานเฟิง ข้าหลับไปอีกแล้วหรือ” หลานเยี่ยยังคงกุมหน้าอกเอาไว้แน่น

“ผนึกสะกดเพิ่งถูกปลดออก กระแสพลังยังไม่มั่นคงเท่าไรนัก อาจทำให้เกิดการอยากนอน นายน้อยไม่สบายหรือ” เห็นหลานเยี่ยขมวดคิ้วอยู่ตลอด หลานเฟิงจึงถามขึ้นมา

‘รู้สึกเจ็บหัวใจอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกเช่นนี้เหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน’ หลานเยี่ยตกอยู่ในภวังค์ความคิด

ในตอนนี้นี่เองจู่ๆ ประตูก็ถูกกระแทกออก เห็นคนที่บุกเข้ามาหลานเยี่ยชักกระบี่ติดกายออกมาในทันใด

“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่ามาปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีก” มู่หลียืนอยู่หน้าประตู มองหลานเฟิงแล้วเดินตรงมาหาหลานเยี่ย แต่กลับโดนหลานเฟิงขวางไว้

“เฟิง ให้เขาเข้ามา” หลานเฟิงเหลือบตามองหลานเยี่ย เก็บกระบี่ของตนลง แต่ไม่ได้มีท่าทีจะให้เขาเดินต่อไปข้างหน้า

“มีเรื่องอะไรพูดตรงนั้นก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้ามาใกล้” มู่หลีมองหลานเยี่ย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถึงเอ่ยออกมาเรียบๆ นำเรื่องสะเทือนขวัญที่ไม่คาดฝันมาให้หลานเฟิง

“นายน้อย จู่จื๋อซือส่งข่าวด่วนมาให้ท่านกลับไปโดยเร็ว ท่านประมุขตระกูลถูกชิวหลีประมุขตระกูลเยี่ยลอบทำร้ายระหว่างทางกลับเขาเทียนปี้ อีกฝ่ายนั้นเหมือนรู้ข่าวทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว นำยอดฝีมือมาหลายคน เพื่อที่จะปกป้องคนในตระกูลท่านหัวหน้าตระกูลถึงโดนทำร้ายเข้าจุดสำคัญ ใกล้จะไม่ไหวแล้วขอรับ”

หลานเยี่ยได้ยินข่าวนี้ก็รู้ได้ในทันทีว่าความรู้สึกคุ้นเคยนี้คืออะไร เป็นปฏิกิริยายามคนใกล้ตัวจากไป ตอนนั้นเพื่อจะควบคุมพลังของตนเอง อวิ๋นหรงมารดาของตนต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี แม้ความจำของตนจะถูกสะกดไว้ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดกลับไม่หายไป

“เป็นไปไม่ได้ ตระกูลหลานล้วนมีแหล่งพลังที่เอาไว้รักษาชีวิต ต่อให้โดนทำร้ายเข้าจุดสำคัญก็ไม่ถึงขั้นทนไม่ไหวแล้ว อีกทั้งทำไมข่าวของจู่จื๋อซือถึงส่งมาให้เจ้า ทำไมจะต้องหลอกข้า หรือจะบอกว่าพวกเจ้ายังมีเรื่องอะไรปิดบังข้าอีก” หลานเยี่ยเงยหน้าขึ้นมองหลานเฟิง เขาไม่เชื่อคำมู่หลี แต่ความรู้สึกเจ็บปวดที่มีอยู่ไม่ขาดสายทำให้เขาต้องเชื่อจนได้ สองคนที่ตนเองใกล้ชิดสนิทสนมที่สุดบนโลกใบนี้ทำไมต้องจากไปเพราะวิธีนี้ทั้งหมด

มู่หลีคุกเข่าข้างเดียวลงไปกับพื้น

“เชียนจื๋อซือสกุลหลาน หลานเช่อเข้าพบนายน้อย” ไม่รู้ว่ามู่หลีตั้งใจทำอะไร ไม่สนใจสัญญาณเตือนของหลานเฟิงในตอนแรก บอกสถานะของตนออกมาให้หลานเยี่ยรับรู้

หลานเยี่ยตะลึงงันอยู่กับที่ ผ่านไปสักพักถึงได้สติกลับมา

“ฮ่า ฮ่า เชียนจื๋อซือ รับผิดชอบการติดต่อระหว่างตระกูลหลานและโลกภายนอก ครอบครองข่าวสารในเมืองหลวง เวลาส่วนใหญ่ไม่อยู่ในตระกูลหลาน รูปลักษณ์นอกจากจู่จื๋อซือและหัวหน้าตระกูลแล้วก็ไม่มีคนรู้อีก มู่หลี ข้ามองเจ้าต่ำไปจริงๆ”

หลานเยี่ยหัวเราะขมขื่น คนที่อยู่ข้างกายตนเองมาตลอดกับมีสถานะตัวตนเช่นนี้ คิดว่าตัวเองมีเพื่อนคนอื่นที่ไม่ข้องเกี่ยวกับตระกูลหลาน คิดว่าตนเองไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลหลาน คิดว่าเรื่องที่ตนเองทำนั้นสำเร็จด้วยตนมาตลอด แต่ตั้งต้นจนจบ กลับพบว่าเป็นเพียงความคิดเข้าข้างตัวเองเท่านั้น

“หลานเฟิง เชียนจื๋อซือเล่าออกมาหมดแล้ว เจ้าเองก็สมควรต้องบอกข้าเรื่องอื่นที่เจ้ายังปิดบังข้าอยู่ได้แล้วกระมัง ทำไมแหล่งพลังของท่านหัวหน้าตระกูลถึงได้หายไปหมด” หลานเยี่ยจ้องหลานเฟิงเขม็ง มู่หลียังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น น้ำเสียงเย็นชา และการเรียกชื่อที่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย ทำให้หลานเฟิงต้องกำหมัดแน่น ผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้ปล่อยออก

“คนที่ชักนำกระแสพลังให้นายน้อยทุกวัน ไม่ได้มีเพียงหลานเฟิงคนเดียว เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งท่านประมุขตระกูลจะเอาแหล่งพลังมารวบรวมพลังที่ถูกชักนำแล้ว และแหล่งพลังมีเพียงคนที่ข้องเกี่ยวทางสายเลือดที่ส่งต่อกันได้ ทั้งยังไม่เกิดความรู้สึกใดๆ เหมือนกับเป็นพลังของตนเองอย่างไรอย่างนั้น” หลานเฟิงพูดขึ้นมาช้าๆ

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version