บทที่ 33 โทษทัณฑ์ทั้งหมดข้ารับไว้เอง
คนที่ชิวหลีพามาแม้ดูแล้วว่าพลังไม่ค่อยได้เรื่อง แต่ได้เปรียบที่พื้นฐานกำลังหนักแน่น ภายในช่วงเวลาสั้นๆ หลานเฟิงขึ้นเอาเปรียบไม่ได้ ทำได้เพียงประคองสู้กันต่อไป
“นายน้อยเยี่ยคนเก่าก็ไม่ได้เก่งกาจเท่าไรนี่” มีคนหนึ่งพูดขึ้นมา
“อย่างนั้นหรือ?” หลานเยี่ยยิ้มเล็กน้อย
“สู้กับข้าแล้วยังกล้าเบนสมาธิ” ชิวหลีไม่พอใจกับท่าทีของหลานเยี่ยเป็นอย่างมาก
ในตอนนี้นี่เองหลานเฟิงจับจังหวะเอาไว้พอดิบดี โยนกระบี่ขึ้นไปข้างบน สองมือประสานเข้าหัน ขับเคลื่อนกระแสพลังทำให้คนที่อยู่รอบข้างนั้นกระจายออกไป อีกทั้งไม่มีแรงจะเอาคืนอีก
ทางด้านหลานเยี่ย แม้ชิวหลีจะพูดจาหาเรื่องอยู่ตลอด แต่ก็ตกอยู่ในตำแหน่งเสียเปรียบ เขามุ่งเป้าไปที่จุดบอดของหลานเยี่ย พอโจมตีเข้าไปกลับโดนหลานเยี่ยพลิกมือซัดกระดูกหัก
“ท่านประมุขเยี่ยกำลังดูถูกข้าอย่างนั้นหรือ? ถึงไม่ใช้กำลังทั้งหมด หรือท่านประมุขเยี่ยคิดว่าเรื่องเหล่านั้นที่ท่านทำไม่มากพอจะให้ข้าฆ่าท่าน”
พลังของชิวหลีแต่เดิมนั้นอยู่ขั้นเดียวกับช่วงรุ่งโรจน์ที่สุดของหลานชิง แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้จงใจปิดบังความสามารถที่แท้จริง จากรายงานชิวหลีไม่น่าจะอ่อนแอเท่านี้
“เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่?”
ชิวหลีกระอักเลือดออกมา
“คิดไม่ถึงว่าพลังประมุขหลานจะเพิ่มขึ้นมา ได้รับบทเรียนแล้ว แต่ต้องมีสักวันข้าจะเอามุกหลิววั่งกลับมาด้วยตนเอง ถึงเวลานั้นหวังว่าประมุขตระกูลหลานจะไม่ตระหนี่”
“แค่นี้หรือ? เช่นนั้นข้าก็ต้องคิดส่งเจ้าไปตามทางแล้ว” หลานเยี่ยคิดถึงจดหมายฉบับนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นขึ้นมา
“ท่านประมุขหลานเจ้าทำไม่ได้ อย่างไรข้าก็เป็นคนที่คุ้นเคยกับมุกหลิววั่งที่สุด ข้าตายไปเจ้าและคนข้างกายเจ้าคนนั้นไม่มีชีวิตที่ดีเป็นแน่”
มือที่กำขลุ่ยของหลานเยี่ยนั้นกำเข้าหากันแน่น
“นายน้อย” หลานเฟิงก้าวขึ้นมาข้างหน้า แต่ถูกหลานเยี่ยขัดเอาไว้
“เช่นนั้นข้ายิ่งเก็บเจ้าเอาไว้ไม่ได้ ทิ้งระเบิดเวลาเอาไว้บนโลกใบนี้ จะให้ข้าวางใจได้อย่างไร”
แววตาของหลานเยี่ยเยียบเย็น ตอนกำลังจะลงมือทหารยามของชิวหลีกลับโยนระเบิดควันออกมาอย่างรวดเร็วจนจับไม่ทัน บดบังการมองของหลานเยี่ย จากนั้นก็พาชิวหลีหนีกลับไป
“น่ารังเกียจ” หลานเยี่ยมองกลุ่มควันตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ
“นายน้อย”
“ของกำนัลที่ชิวหลีพูดหมายความว่าอะไรกัน?” หลานเยี่ยโมโหอย่างมาก หลานเฟิงกล้าผูกสัมพันธ์กับตระกูลเยี่ยลับหลังเขา
“วันนั้นก่อนที่จะตั้งม่านพลังใหม่ ตอนที่นายน้อยหลับ ที่เขาหลานวั่งข้าจับได้ว่าชิวเฉินตระกูลเยี่ยพาคนมาสองสามคนคิดจะทำลายม่านพลังเขาหลานวั่งเลยจัดการริบพลังเขา”
“ชิวเฉิน” หลานเยี่ยครุ่นคิด คนนี้ไม่ใช่คนที่เหมือนปีศาจร้ายในตอนนั้นหรือ แต่จากนิสัยเหี้ยมโหดของชิวหลีแล้ว ตอนนี้ชิวเฉินคงกลายเป็นศพไปแล้วกระมัง
หลานเยี่ยหมุนตัวกลับมา มือข้างหนึ่งวางไว้บนบ่าหลานเฟิง มืออีกข้างบีบปลายคางหลานเฟิงเบาๆ
“หลานเฟิง คนที่ผูกสัมพันธ์กับตระกูลเยี่ย ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแจ้งข้าสักนิด มิเช่นนั้นข้าจะคิดว่าเจ้าอยากกลับไปเป็นนายน้อยเยี่ยอีกครั้งแล้ว” ปากของหลานเยี่ยพูดเช่นนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกหนาวเหน็บ คนที่เหมือนภรรยาร้ายนี่คือตนเองอย่างนั้นหรือ?
“นายน้อย บ่าวไม่มีใจอื่นต่อท่าน”
“ข้ากลับคิดอยากให้เจ้ามีใจอื่น น่าเสียดาย”
หลานเฟิงไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้หลานเยี่ยทอดถอนหายใจอยู่ตรงนั้นคนเดียว
“กลับเถิด กลับไปเรียกรวมทุกคน ข้าจะกำจัดตระกูลเยี่ยให้เรียบ” หลานเยี่ยเอ่ยปาก
หลานเฟิงจับความใจเด็ดและโหดเหี้ยมที่สะท้อนออกมาตอนหลานเยี่ยพูดออกมาได้ อดไม่ได้ที่จะอกสั่นขวัญแขวน ยังอยากหวังให้เป็นนายน้อยคนเดิม
“นายน้อย กำจัดตระกูลเยี่ย ต้องขอให้ทบทวนให้ดีขอรับ อย่างไรก็เกี่ยวข้องไปทั่วใต้หล้า”
“เมื่อไรกันที่องครักษ์หลานมีเมตตาขนาดนี้ หรือยังตัดขาดตระกูลเยี่ยไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”
หลานเยี่ยหมุนตัวเดินตากไป เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับหลานเฟิง อย่างไรบ้านเกิดของตนเอง ต่อให้ไม่ดีพอ แต่เลือดที่ไหลเวียนอยู่ก็ยังเป็นของที่นั่น แต่การหาเรื่องของตระกูลเยี่ยที่ไม่หยุดหย่อน แค้นของตระกูลจำต้องเอาคืน
หลานเฟิง ข้าขอโทษ มีความแค้นอะไรก็พุ่งเข้ามาหาข้าเถิด
