บทที่ 34 บุกโจมตีตระกูลเยี่ย
“ฉะนั้นเรื่องการบุกโจมตีตระกูลเยี่ย ทุกคนเห็นว่าอย่างไรบ้าง?” ภายในโถงประชุม หลานเยี่ยที่นั่งอยู่ตำแหน่งบนสุดพูดออกมาช้าๆ
“ข้าคิดว่ายังขาดการพิจารณา พันปีมานี้ตระกูลหลานและตระกูลเยี่ยเงียบสงบไม่มีปัญหา หากว่าบุกโจมตีตระกูลเยี่ยกะทันหัน จะต้องเป็นการทำลายความสมดุลเป็นแน่ แผ่นดินนี้จะต้องวุ่นวายอีกครั้ง ผู้คนตกอยู่ในความทุกขเวทนา” มีคนลุกขึ้นพูด
“ยังมีอีกหรือไม่” หลานเยี่ยขมวดคิ้ว
“ตระกูลเยี่ยลงมือทำร้ายประมุขคนก่อน ไม่มีเหตุผลมาก่อนแล้ว ทำเป็นว่าขอคำอธิบายจากพวกเขา อำนาจของตระกูลเยี่ยแม้จะใหญ่โต อีกทั้งควบคุมราชวงศ์ แต่อำนาจของตระกูลหลานก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขา ข้าคิดว่าพวกเราสามารถสู้ได้” มีคนลุกขึ้นพูด
ทันใดนั้นภายในการประชุมก็แบ่งออกเป็นสองฝั่ง เสนอให้ประนีประนอมและเสนอให้ออกไปสู้
“จู่จื๋อซือคิดอย่างไร” หลานเม่ยที่อยู่อีกฝั่งนั้นนิ่งเงียบมาตลอด หลานเยี่ยเอ่ยถามขึ้นมา
“พันปีมานี้ตระกูลหลานและตระกูลเยี่ยเงียบสงบไม่มีปัญหาจริง แต่พันปีมานี้ประมุขตระกูลหลานและตระกูลเยี่ยได้รับการปลูกฝังมาเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่เกิดเหตุการณ์ผิดพลาดขึ้น” หลานเม่ยหยุดไปครู่หนึ่ง เหลือบมองหลานเยี่ยพลางเอ่ยต่อ
“แต่ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ประมุขตระกูลเยี่ยถูกลอบทำร้าย จากนั้นชิวหลีที่ขึ้นเป็นประมุขใหม่ก็ไม่ได้เป็นคนที่ใจดีอะไร เพื่อที่จะได้มุกหลิววั่งมาครอบครองถึงกับเอาชื่อเสียงของลูกชายตนมาเป็นข้ออ้างในการโจมตีประมุขตระกูลและประมุขตระกูลคนก่อนอย่างเปิดเผย คนเช่นนี้ต่อให้เหลือไว้บนโลกใบนี้ก็ยิ่งทำให้คนตายไปโดยไม่รู้รู้ราวมากขึ้นเท่านั้นเอง”
“แต่นี่ก็ไม่ใช่ความผิดของทั้งตระกูลเยี่ย ข้าคิดว่าขอเพียงตระกูลเยี่ยยอมส่งชิวหลีและพรรคพวกของเขาออกมา อีกทั้งสาบานว่าจะไม่มีความคิดไม่ดีกับตระกูลหลานอีก เรื่องนี้จะถือเป็นเพียงอดีต” หลานเยี่ยมองหลานเม่ยที่หนึ่ง อารมณ์ที่แสดงออกมาบนใบหน้านั้นค่อยๆ ผ่อนคลายลง
“เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่?”
“วันนี้ระหว่างทางกลับมาจากเขาเทียนปี้ตอนที่ผ่านจิ่วหลิวบังเอิญโดนลอบทำร้ายจากการโจมตีของชิวหลี พวกเจ้าคิดว่านี่มีสาเหตุจากอะไร”
“จิ่วหลิวเป็นอาณาเขตของตระกูลหลาน ตอนนี้กลับมีคนดีคนเลวปะปนกันมั่ว มีคนอยู่ทุกประเภท มีสายสืบตระกูลเยี่ยอยู่ทุกที่ อีกทั้งคิดว่าทุกคนคงรู้เรื่องที่มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในตระกูลหลานแล้วกระมัง”
หลานเม่ยมองหลานเยี่ยทีหนึ่ง เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาในชั่วพริบตา ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรอีก
“ที่จู่จื๋อซือพูดนั้นมีเหตุผล แต่อย่างไรชิวหลีก็เป็นคนตระกูลเยี่ย ตระกูลเยี่ยจะส่งเขาออกมาหรือไม่ก็ยังไม่แน่ อีกทั้งคนที่อยู่ใต้อำนาจชิวหลีก็แทบจะครอบคลุมไปทั่วทั้งกำลังของตระกูลเยี่ยแล้ว ขอแค่เขาคิดก็สามารถควบคุมทั้งตระกูลเยี่ยได้”
“ดังนั้นข้าจึงขอเสนอให้กำจัดตระกูลเยี่ยให้สิ้นซาก อย่าเหลือติ่งร้ายไว้ในอนาคต”
สีหน้าของหลานเยี่ยผ่อนคลายเต็มกำลัง คนที่อยู่ข้างล่างไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากนั้นเพราะสถานะของมู่หลีค่อนข้างพิเศษ ฉะนั้นจึงได้เข้าพบหลานเยี่ยตามลำพัง
“พวกเราจะโจมตีตระกูลเยี่ยต้องมีข้ออ้างเรื่องหนึ่ง เหตุผลที่มากพอให้คนบนแผ่นดินนี้คิดว่าตระกูลเยี่ยไม่อาจดำรงต่อไปได้ อีกทั้งจะเป็นเรื่องจริงเรื่องโกหกก็ไม่เป็นอะไร ขอแค่มีคนเชื่อก็พอ” มู่หลียิ้มเจ้าเล่ห์
“คนที่รู้ใจข้า มู่หลีนี่เอง” หลานเยี่ยตีเข้าที่แผ่นหลังมู่หลี
“แต่ดูออกว่าไม่ใช่ทุกคนที่สนับสนุนท่านกระมัง รวมถึงหลานเม่ย”
“ใช่แล้ว พวกเขาต้องคิดว่าข้าไม่แตกต่างอะไรกับชิวหลีเป็นแน่” หลานเยี่ยจิบชาอึกหนึ่ง
“ที่จริงแล้วการกำจัดตระกูลเยี่ยนั้นมีหลายวิธี ไม่ใช่เพียงจัดการฆ่าล้างบางทั้งตระกูลเยี่ย เปลี่ยนแปลงชื่อ หรือวิธีอื่นก็ได้ ที่จริงแล้วนี่ก็ไม่ต่างอะไรจากที่หลานเม่ยพูด”
“ใต้หล้าสงบสุขสมดุลมานานกว่าพันปี วิถีชีวิตของตระกูลหลานยิ่งสุขสบาย นี่ทำให้คนอื่นรวมถึงหลานเม่ยเคยชินกับวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างสงบสุข ไม่ตั้งความเป็นปรปักษ์เท่าไรนัก พูดให้แรงเสียหน่อยก็คือไม่มีจิตวิญญาณของการต่อสู้”
