บทที่ 35 สนทนายามราตรี
“ตระกูลหลานหรือตระกูลเยี่ยนอกจากคนในตระกูล ที่จริงแล้วส่วนใหญ่ก็เป็นประชาชนธรรมดา สำหรับพวกเขาแล้วขอแค่มีการคุ้มกันจากเบื้องบน ทำให้ชีวิตอันสงบสุขของพวกเขาไม่ถูกรบกวนเท่านั้นก็ดีที่สุดแล้ว”
“อีกอย่างนั่นก็เป็นบ้านของหลานเฟิง ข้าเองก็ไม่อยากเปลี่ยนที่นั่นให้เป็นซากปรักหักพัง” หลานเยี่ยจับถ้วยชาในมือเล่น เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
มู่หลีนิ่งเงียบไปครู่นิ่ง ลูกแก้วลูกหนึ่งถูกดีดโดนหัวของหลานเยี่ย
“คิดอะไรอยู่ พูดมาซิ ทำไมองครักษ์ที่ไม่ห่างไม่เกินสามก้าวของเจ้าถึงได้ไม่มาพร้อมเจ้าเล่า”
“ใครจะไปรู้” หลานเยี่ยหัวเราะพลางพูดออกมา ตั้งแต่วันนั้นที่รู้สึกได้ถึงกระแสวิญญาณที่ส่งมาจากมุกหลิววั่ง หลานเฟิงก็เหมือนจะหลบหน้าเขามาตลอดเวลา
“หรือเจ้าคิดให้เขาเป็นองครักษ์ไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ?”
“หมายความว่าอะไร”
“แม้เขาจะเป็นตระกูลเยี่ย แต่หลายปีมานี้รวมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้น เขาคงถูกมองว่าเป็นคนของหลานเยี่ยมานานแล้วกระมัง เขามีความสามารถขนาดนั้นจะปล่อยไปเช่นนี้ไม่ใช่ว่าสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างนั้นหรือ”
“ข้าเคยคิดว่าจะหาตำแหน่งให้เขา แต่กลับถูกเขาปฏิเสธ อาจเป็นเพราะคิดจะอยู่อย่างสงบไม่ยินยอมให้โดนบีบบังคับกระมัง และอาจเป็นเพราะไม่เห็นค่าชื่อเสียงและอำนาจ อย่างไรเมื่ออยู่ในตระกูลหลานทั้งชื่อเสียงและอำนาจก็ไม่ได้สูงไปกว่าใคร”
“เจ้าคิดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะคิดนี่ อย่ามีวันใดที่โดนคนอื่นกดหัวก็พอแล้ว” มู่หลีพูดเยาะหลานเยี่ย
“เจ้าทำตัวเป็นพี่น้องอย่างนี่หรือ พูดเรื่องงานได้แล้ว” ฝ่ามือของหลานเยี่ยฟาดเข้าไป
“พรุ่งนี้ติดต่อคนในราชวงศ์ที่เมืองหลวง ให้พวกเขาลงมือได้ พวกเราไม่อาจนั่งรอความตายอยู่ในตระกูลหลานได้ ครั้งนี้ชิวหลีทำไมสำเร็จ กลับไปจะต้องรีบเรียกทหารรวมพลบุกโจมตีตระกูลหลานในทันทีเป็นแน่ ทางด้านตระกูลหลานเพิ่งจะตั้งม่านพลังใหม่ พวกเขาหาทางเข้าไม่พบ จะต้องบุกโจมตีจิ่วหลิว ซีเชวียหรือไม่ก็เขาเทียนปี้เป็นแน่”
“สิ่งที่จำเป็นที่สุดตอนนี้คิดการเพิ่มกำลังป้องกันจิ่วหลิวและซีเชวีย ข้าจะให้หลานเฟิงช่วยหลานอีเตรียมกำลังทหารและม้าให้พร้อม”
“ยังมีอีกเรื่องคนในพื้นที่จิ่วหลิวยุ่งเหยิงจนเกินไป ข้าหวังว่าสามารถรู้รายชื่อของสายสืบทุกคนได้”
“หึ สำหรับเจ้าแล้วนี่น่าจะเป็นเรื่องที่คิดได้นานแล้ว ข้าเคร่งเครียดเกินไปจริงๆ” มู่หลีไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หัวเราะออกมาเรียบๆ เท่านั้น
“ทางจิ่วหลิวหรือทางราชวงศ์ข้าอาจจะส่งคนเข้าไปอีก เตรียมสถานะตัวตนใหม่ไว้จำนวนหนึ่งล่วงหน้าเพื่อเกิดอะไรขึ้น”
“เข้าใจแล้ว ข้าจะไปจัดการเสียตั้งแต่ตอนนี้ วันนี้พักผ่อนให้ดี คืนนี้จะได้ฝันดี”
“อืม”
∗∗∗
ตกดึกพระจันทร์คล้อยเลยกลางนภา ข้างกระถางต้นไม้มุมหนึ่งของหอเย่ว์เยี่ย หลานเยี่ยนั่งลงตามอัธยาศัย ชมจันทร์อยู่เงียบๆ
“ชมจันทร์ ครองจันทร์ จันทร์ ชิวเย่ว์” หลานเยี่ยพูดพึมพำกับตนเอง
“จันทร์คล้อยเลยกลางนภา นานมาแล้วที่ไม่ได้ชมจันทร์อย่างสบายใจเช่นนี้ เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”
“ทางด้านจิ่วหลิว ซีเชวียล้วนจัดการเสร็จแล้ว ภายในตระกูลหลานก็จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ทางด้านเขาเทียนปี้นายวังนั้นไม่ยอมรับให้คนของเราเข้าไป”
“การป้องกันของเขาเทียนปี้ไม่สู้ตระกูลหลาน แต่หากตระกูลเยี่ยคิดจะโจมตีเขาเทียนปี้ ก็ทำได้เพียงบุกจากฝั่งเมืองหลวงเท่านั้นด่านที่ติดต่อกับเมืองหลวงและเขาเทียนปี้คือด่านมู่หลิง ภูมิประเทศอันตราย ป้องกันง่ายโจมตียาก แต่พวกเขาอาจจะเรียกรวมพลคนในพื้นที่จิ่วหลิว บุกโจมตีเขาเทียนปี้จากด้านจิ่วหลิว การป้องกันของที่นั่นเปราะบางที่สุด”
“แต่การเรียกรวมพลคนในพื้นที่จิ่วหลิวอย่างกะทันหันจะทำให้คนตระกูลเยี่ยเกิดข้อสงสัย ดังนั้นข้าจึงเตรียมคนของพวกเราเอาไว้ที่บริเวณติดต่อระหว่างเขาเทียนปี้และตระกูลหลานป้องกันไว้เพื่อเกิดอะไรขึ้น”
หลานเยี่ยไม่ได้พูดด้วย เพียงแค่หมุนตัวหยิบขลุ่ยหยกออกมา ส่งให้หลานเฟิง
“เป่าให้ข้าอีกสักเพลงเถิด เหมือนกับตอนนั้นดีหรือไม่?” ฟังแล้วเหมือนกำลังอ้อนวอน
