Skip to content

A Will Eternal 1021

บทที่ 1021 หัวจระเข้

ดูท่าแล้วอารมณ์ของนักพรตทงเทียนคงจะย่ำแย่อย่างถึงที่สุด เพราะอย่างไรซะหากว่ากันตามหลักการแล้ว บรรพบุรุษโลหิตไม่มีคุณสมบัติที่จะขัดขวางเขาได้นานขนาดนี้ แต่การสั่งสมพลังชีวิตมานานนับหมื่นปีของอีกฝ่าย รวมไปถึงวิธีการที่คนเฝ้าสุสานมอบให้ บวกกับการเผาไหม้ตัวเองอย่างบ้าคลั่งโดยที่ไม่แยแสว่าตัวเองจะต้องตายของบรรพบุรุษโลหิตก็ล้วนทำให้อีกฝ่ายถ่วงเวลาเขาให้ล่าช้าได้

“ป๋ายเสี่ยวฉุน!” นักพรตทงเทียนกัดฟันพูด ท่าทางเต็มไปด้วยความอึดอัดคับแค้นใจ ไฟโทสะของเขาไม่ด้อยไปกว่าของป๋ายเสี่ยวฉุนเลยแม้แต่น้อย เพราะมันหลายครั้งเหลือเกินแล้วที่เรื่องซึ่งเขาปรารถนาแม้แต่ในยามฝันกลับต้องมากลายเป็นบุปผาในกระจก จันทราในผืนน้ำด้วยแผนการของคนเฝ้าสุสาน

ทว่าครั้งนี้กลับมีบางอย่างแตกต่างออกไป!

ภายใต้ไฟโทสะในดวงตาของเทียนจุนคล้ายจะแฝงประกายคมกริบเอาไว้

“คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะเป็นฝ่ายมาเยือนด้วยตัวเอง ก็ถือว่าช่วยลดความยุ่งยากที่ข้าต้องไปหาเจ้า เมื่อชุบหลอมเจ้า…เจ้าก็จะกลายมาเป็นยาอมตะมิวางวายได้เหมือนกัน!” เทียนจุนเลียริมฝีปาก เขาหัวเราะพลางยกมือทั้งคู่ขึ้นสูง ทันใดนั้นฟ้าดินพลันสะเทือนเลือนลั่น ปณิธานแห่งโลกที่เดือดปะทุขุมหนึ่งพลันมารวมตัวอยู่บนร่างของเขา ครั้นจึงก้าวเดินเข้าไปหาป๋ายเสี่ยวฉุนหนึ่งก้าว

เมื่อเท้านั้นเหยียบลง ปณิธานแห่งโลกที่อยู่บนกายของเขาก็เหมือนเอาพลังทั้งหมดของฟ้าดินมารวมกัน ก่อกลายมาเป็นพลานุภาพสยบพลิกภูเขาคว่ำมหาสมุทรที่เยื้องกรายตรงเข้ากลบทับป๋ายเสี่ยวฉุน

ปณิธานแห่งโลกใบนี้ ก่อนหน้านั้นขนาดบรรพบุรุษโลหิตก็ยังมิอาจต้านทานได้ ต่อให้ในร่างของบรรพบุรุษโลหิตจะมีสายเลือดของจักรพรรดิขุย แต่เมื่อเทียบกับนายแห่งโลกอย่างเทียนจุนแล้วกลับยังอยู่คนละชั้นกัน

และก็เนื่องจากปณิธานของโลกเยื้องกรายลงมา จึงเป็นเหตุให้บรรพบุรุษโลหิตจำเป็นต้องเผาไหม้สายเลือดของตัวเอง เผาไหม้ทุกอย่างเพื่อแลกมาด้วยพลังสายเลือดที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมในการประคับประคองวิชามิวางวาย ถึงจะพอรั้งตัวนักพรตทงเทียนเอาไว้ได้

ทว่าตอนนี้…ปณิธานแห่งโลกของนักพรตทงเทียนที่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าป๋ายเสี่ยวฉุนกลับไม่มีประโยชน์เท่าใดนัก เพราะหลังจากที่ฝึกบทอมตะมิวางวายได้สำเร็จ ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ถูกเรียกขานว่าบรรพบุรุษขุยก็มีปณิธานแห่งโลกอยู่บนร่างเช่นกัน แล้วก็เป็น…นายแห่งโลกใบนี้ดุจเดียวกัน!

ดวงตาป๋ายเสี่ยวฉุนที่แดงก่ำมองเทียนจุนซึ่งก้าวเข้ามาใกล้ ในสมองของเขามีเสียงอึงอลดังสะท้าน ปราณสังหารดุเดือดทำให้เขาบ้าคลั่ง จึงก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และทันใดนั้นปณิธานแห่งโลกก็มารวมตัวอยู่บนร่างของเขาไม่ต่างกัน!

ราวกับว่าเมื่อโลกทั้งใบมาอยู่ต่อหน้าป๋ายเสี่ยวฉุนและเทียนจุนก็คล้ายจะถูกฉีกทึ้งออกเป็นสองส่วน ต่างฝ่ายต่างไปรวมอยู่ในและนอกร่างของคนทั้งสอง และเมื่อเท้าของพวกเขาเหยียบลงไป ทั้งๆ ที่ระหว่างพวกเขายังมีระยะห่างอีกร้อยกว่าจั้ง แต่พลังแห่งโลกที่มารวมกันอยู่บนร่างของพวกเขาที่แม้จะมีต้นกำเนิดเดียวกัน ทว่ากลับแฝงเร้นไว้ด้วยปณิธานที่ต่างกัน ซึ่งพุ่งเข้ามากระแทกชนกันทันที!

ตูมๆๆ!!

ประหนึ่งการพุ่งชนระหว่างฟ้าและดิน ประหนึ่งการปะทะกันระหว่างภูเขาและแม่น้ำ เสียงกัมปนาทสะเทือนแก้วหูดังอึงอล ขณะเดียวกันมหาสมุทรทงเทียนรอบด้านที่ถูกผนึกไว้ด้วยน้ำแข็งก็ระเบิดพังทลายเพราะมิอาจต้านรับได้ไหว…

เวลาเดียวกันนั้น เกาะทงเทียนที่เกือบจะแหลกสลายเพราะการมาเยือนของเปลวเพลิงป๋ายฮ่าวก่อนหน้านี้ บัดนี้ก็ได้ถูกลูกหลงจากพลังของโลกจึงมิอาจยืนหยัดได้อีกต่อไป เสียงอึกทึกดังสนั่น เกาะทั้งเกาะพลันแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ!

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุดของโลกทงเทียนแห่งนี้ นาทีนี้…ได้ถูกกลบทับอยู่ในมหาสมุทรทงเทียน เมื่อมันพังทลายลง จุดที่เคยเป็นที่ตั้งของเกาะทงเทียนจึงกลายมาเป็นน้ำวนขนาดมหึมาที่ดูดเอาน้ำทะเลรอบด้านมากลืนกิน

“น่าสนใจ!” เทียนจุนแหงนหน้าหัวเราะร่า ต่อให้เพิ่งจะผ่านศึกกับบรรพบุรุษโลหิตมา ทว่าเขากลับยังคงแข็งแกร่งเกินทัดทาน เขาก้าวเข้าหาป๋ายเสี่ยวฉุนอีกหนึ่งก้าว ครั้นจึงยกมือขวาขึ้นชี้ไปที่ท้องฟ้า!

“สี่สายคือกระดูก!”

“ทงเทียนเป็นเลือดเนื้อ!” เสียงของเทียนจุนแฝงไว้ด้วยอานุภาพแห่งสวรรค์ ซ่อนเร้นพลังยิ่งใหญ่ไพศาล คำพูดที่ดังออกไปก็คล้ายกลายมาเป็นคาถาอาคม พริบตาเดียวสี่ทิศของแผ่นดินใหญ่ทงเทียนจึงเกิดเงาร่างทับซ้อน เหมือนวิญญาณถูกดึงออกจากร่าง ซึ่งวิญญาณพวกนั้นล้วนตรงดิ่งเข้าหาเทียนจุน

น้ำของมหาสมุทรทงเทียนผุดพุ่งขึ้นมาในเวลาเดียวกัน หลังจากผสานรวมกับวิญญาณของสี่สายแล้วก็แปรเปลี่ยนมาเป็น…มือใหญ่ข้างที่เคยทำให้ป๋ายฮ่าวสิ้นหวัง ต้องให้บรรพบุรุษโลหิตลงมือถึงจะพอสกัดกั้นได้อีกครั้ง!

ตอนที่เทียนจุนต่อสู้กับบรรพบุรุษโลหิตก่อนหน้านี้ก็เคยร่ายใช้มือใหญ่นี้มาก่อน สุดท้ายบีบให้บรรพบุรุษโลหิตต้องถอยร่นอย่างต่อเนื่อง จำต้องเผาผลาญตัวเองถึงจะพอต้านทานไว้ได้

น่าเสียดายที่การตายของคนเฝ้าสุสานทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในสภาวะแห้งเหี่ยวโรยรา วิชาแห่งเต๋าของเทียนจุนจึงหยุดชะงักลงไปด้วย เป็นเหตุให้มือใหญ่จากวิชาอภินิหารของเทียนจุนต้องแหลกสลายตามไป

ทว่าตอนนี้คนเฝ้าสุสานตายไปแล้ว แม้ปณิธานของโลกใบนี้จะแบ่งออกเป็นสองส่วน ทว่าเทียนจุนไม่มีแรงกดดันค้ำอยู่เหนือหัวอีกแล้ว การควบคุมพลังแห่งโลกของเขาจึงคุ้นเคยเชี่ยวชาญมากกว่าป๋ายเสี่ยวฉุนหลายเท่านัก

ยามนี้แค่โบกมือ มือใหญ่มโหฬารข้างนั้นก็เหมือนเข้ามาแทนที่ท้องฟ้าแล้วเงื้อง่าตบเข้าหาป๋ายเสี่ยวฉุน!

ป๋ายเสี่ยวฉุนสีหน้าเครียดขรึม เขาสัมผัสถึงพลังอันเข้มข้นจากแผ่นดินสี่สายของมือใหญ่รวมไปถึงปราณของมหาสมุทรทงเทียนได้ทันที มองภายนอกนี่เหมือนเป็นแค่มือใหญ่ข้างหนึ่ง ทว่าในความเป็นจริงแล้ว…จะบอกว่ามันคือแผ่นดินใหญ่ทงเทียนก็ไม่เกินจริงไปแม้แต่น้อย!

หากมันร่วงลงมา หากป๋ายเสี่ยวฉุนมิอาจต้านทานได้ ถ้าเช่นนั้นต่อให้เขามีเรือนกายที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็ย่อมมิอาจนำไปเปรียบเทียบกับแผ่นดินใหญ่ผืนหนึ่งได้!

และป๋ายเสี่ยวฉุนก็รู้ดีว่าในด้านการควบคุมพลังของโลก ตนสู้เทียนจุนที่ควบคุมวิชานี้มานานหลายปีไม่ได้จริงๆ ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมือใหญ่น่าตะลึง ดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุนที่แดงฉานกลับไร้แววว่าจะถอยหนี ตรงกันข้ามกลับยิ่งมีความบ้าระห่ำฉายชัดเข้มข้นกว่าเดิม!

“สู้เจ้าไม่ได้แล้วอย่างไร!!” ป๋ายเสี่ยวฉุนแหงนหน้าแผดเสียงคำราม พลังอมตะในร่างระเบิดครบทุกด้าน ครั้นจึงว่ายวนอยู่ในเรือนกาย อาศัยตบะของพลังอมตะมาร่าย…วิชาเขตแดนธารา!

“เขตแดน!” ป๋ายเสี่ยวฉุนสะบัดปลายแขนเสื้อเป็นวงกว้าง นี่คือการร่ายใช้เขตแดนธาราด้วยตบะที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาในเวลานี้ เขาเชื่อว่าครั้งนี้สัตว์เทพแห่งชะตาชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้นจะต้อง…เผยกายออกมามากยิ่งกว่าที่เคยเป็นแน่นอน!

ท่ามกลางเสียงอึกทึก เมื่อเสียงของป๋ายเสี่ยวฉุนดังกังวาน มหาสมุทรทงเทียนทั้งผืน…จุดที่เป็นน้ำทะเลพลันกลายมาเป็นบึงน้ำทั้งหมด!!

“ธารา!” ชั่วขณะที่มือใหญ่ข้างนั้นตบลงมา ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ไร้ซึ่งความลังเลก็พลันเอ่ยขึ้น แทบจะเวลาเดียวกับที่เสียงของเขาดังสนั่น เสียงคำรามของสัตว์ที่ราวกับดังมาจากโลกใบอื่นซึ่งมากพอจะทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนรุนแรงก็ดังออกมา ขนาดเทียนจุนผู้แข็งแกร่งที่ได้ยินเสียงนี้ก็ยังหน้าเปลี่ยนสี

เสียงคำรามนี้แฝงไว้ด้วยความฮึกเหิม

แต่ที่มากกว่าคือความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนว่าสัตว์ยักษ์ที่อยู่ในความมืดตนนี้ในที่สุดก็รอจนถึงวันที่ตบะของป๋ายเสี่ยวฉุนมากพอจะเปิดช่องว่างช่องหนึ่งที่ทำให้มันเข้ามาในโลกใบนี้ได้แล้ว!

น้ำของมหาสมุทรทงเทียนเหมือนกลายมาเป็นทางเข้าของโลกอีกใบหนึ่ง เมื่อเสียงคำรามดังออกมา คราวนี้สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ภูเขาแต่ละลูกที่เอนเอียงอีกต่อไป แต่กลายมาเป็น…แผ่นดินใหญ่ผืนหนึ่ง!!

มองปราดๆ ก็คือแผ่นดินใหญ่ พื้นแผ่นดินเป็นสีดำ แม้จะมีลักษณะคล้ายเกล็ดปลา ไม่มีดินโคลนใดๆ แต่ระดับความกว้างใหญ่ของมันก็คงได้แต่ใช้คำว่าแผ่นดินใหญ่มาบรรยายเท่านั้น!

บนแผ่นดินผืนนี้มีแผ่นเกล็ดอยู่นับไม่ถ้วน และแผ่นเกล็ดทุกแผ่นล้วนมีขนาดใหญ่พอๆ กับเกาะทงเทียนก่อนหน้านี้ เมื่อแผ่นดินใหญ่ทั้งผืนลอยขึ้นพร้อมเสียงครืนครั่น เบื้องล่างแผ่นดินใหญ่ผืนนั้นก็พลันปรากฏยอดเขาหลายลูกที่ห้อยกลับหัว!!

ทว่าหากมองอย่างละเอียดจะเห็นว่านั่นไม่ใช่แผ่นดินใหญ่อะไรทั้งนั้น มียอดเขาอะไรเสียที่ไหน…เพราะยอดเขาที่ว่านั่น แท้จริงแล้วคือฟันแหลมคมที่เรียงกันเป็นตับ ส่วนแผ่นดินใหญ่ผืนนั้น…กลับเป็นขากรรไกรบนของสัตว์ยักษ์!!

ขากรรไกรล่างก็โผล่ออกมาพร้อมเสียงอึกทึกด้วย จนกระทั่ง…ปากใหญ่น่าพรั่นพรึงซึ่งลักษณะเหมือนปากของจระเข้โผล่ออกมาจากในทะเลครบทั้งหมด และเป็นครั้งแรกที่มีดวงตาแดงฉานคู่หนึ่งโผล่ออกมา…ซึ่งเมื่อมองอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่าดวงตาคู่นั้นเหมือนกับของป๋ายเสี่ยวฉุนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!!

เสียงคำรามเดือดดาลดังออกมาจากปากใหญ่ที่เหมือนปากของจระเข้นี้ ระดับความใหญ่โตของมันทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนและเทียนจุนที่อยู่ต่อหน้ามันเป็นดั่งมดตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง ซึ่งเวลานี้มันร้องคำราม อ้าปากกว้างตรงดิ่งเข้าหามือใหญ่ของโลกที่พุ่งเข้ามาใกล้แล้ว…เขมือบกลืนเข้าไปในคำเดียว!!

จิตวิญญาณของป๋ายเสี่ยวฉุนสั่นรัว มองปากใหญ่และศีรษะครึ่งหนึ่งที่โผล่ออกมาเต็มพื้นที่ของมหาสมุทรทงเทียน…ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ให้สะท้านสะเทือนยิ่งนัก เขาคาดไม่ถึงว่าตบะของตัวเองมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่กลับยังไม่สามารถทำให้สัตว์แห่งชะตาชีวิตของตนเผยกายออกมาได้เต็มตัว ได้แค่โผล่ออกมาครึ่งหัวเท่านั้น ซึ่งเขาเองก็พอจะจินตนาการได้ว่า…ขนาดของสัตว์แห่งชะตาชีวิตตนเกรงว่าคงใหญ่พอๆ กับครึ่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว!

หากเปลี่ยนมาเป็นเวลาอื่น ป๋ายเสี่ยวฉุนต้องดีใจมากแน่นอน ทว่าตอนนี้เขาไม่มีเวลามาครุ่นคิดลึกซึ้ง เพียงเงยหน้าขึ้น วินาทีที่ปากยักษ์ของเขตแดนธาราปะทะเข้ากับมือใหญ่ของโลก เสียงกัมปนาทราวกับแหวกฟ้าผ่าดินเสียงหนึ่งก็พลันระเบิดออกมา!

เสียงกัมปนาทนี้ดังเกินไปจนกลายมาเป็นแรงโจมตีที่ทำให้ทุกพื้นที่ของมหาสมุทรทงเทียนบังเกิดพายุกระหน่ำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางพายุลูกนั้น มือใหญ่ของโลกที่แข็งแกร่ง…กลับพังทลายลงไปในเสี้ยววินาที!

เมื่อมันพังทลาย ยอดเขาทั้งหมดของสี่สายจึงพังครืนลงมาเกินครึ่ง ขณะเดียวกันสัตว์เทพแห่งชะตาชีวิตของป๋ายเสี่ยวฉุนก็คล้ายจะมิอาจยืนหยัดได้อีกต่อไป หลังจากที่กลืนเอามือใหญ่ของโลกเข้าไปแล้ว ตัวมันเองจึงสลายหายไปด้วยเช่นกัน

เพียงแต่ว่าการสลายหายไปของมันหาใช่การตายดับ ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าทุกอย่างของสัตว์เทพแห่งชะตาชีวิตนี้ล้วนเป็นเพียงภาพลวงตา ขอแค่ตบะของตนมีมากพอก็จะสามารถร่ายมันออกมาได้อีกอย่างไร้ขีดกำจัด

ดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุนเปล่งวาบ กำลังจะเรียกขานมันกลับมาอีกครั้งในคราเดียว ทว่าดวงตาของเทียนจุนกลับเผยความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขายกมือขวาขึ้นในฉับพลัน ทันใดนั้นแหวนวงหนึ่งที่อยู่บนนิ้วของเขาก็หลุดออกมาแล้วร่วงดิ่งลงไปยังมหาสมุทรทงเทียนที่อยู่เบื้องล่าง!

“ผนึก!” ดวงตาของเทียนจุนเองก็มีเส้นเลือดฝอยปรากฏ คำรามกร้าวด้วยเสียงเย็นชา!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version