บทที่ 1048 พี่ชาย
หนึ่งกระบี่ตวัดฟันลงไปราวกับจะแหวกฟ้าผ่าดิน!
ท่ามกลางเลือดสดจำนวนมหาศาลที่สาดเทลงมา เสียงร้องโหยหวนของมารดาผีแหลมดังสุดขีด ดวงตาของนางเผยความหวาดกลัว แต่ยิ่งมากด้วยความตะลึงลาน คิดจะดิ้นรน ทว่ากระบี่ใหญ่ของป๋ายเสี่ยวฉุนฟันลงมาเร็วเกินไป
“ป๋ายเสี่ยวฉุน เจ้ากล้ารึ!!”
เมื่อแสงสีฟ้าพร่างพราว มารดาผีก็แผดเสียงร้องคำรามแหบเครือด้วยความเจ็บปวด สีหน้าของนางบิดเบี้ยว ร่างถอยกรูดไปอย่างรวดเร็ว มือซ้ายของนางที่เส้นผมพัวพันกันยุ่งเหยิงถูกกระบี่นั้นของป๋ายเสี่ยวฉุนฟันจน…ขาดออกจากไหล่!!
“ป๋ายเสี่ยวฉุน ข้าจะฆ่าเจ้า!!” มารดาผีบ้าคลั่ง
ความเจ็บปวดรุนแรงจากแขนที่ขาดหาใช่สาเหตุที่ทำให้นางคลุ้มคลั่ง สาเหตุที่แท้จริงกลับเป็น…ประโยคที่สองที่ป๋ายเสี่ยวฉุนพูดออกมาก่อนหน้านี้ต่างหาก!
นี่ก็คือแผนการของป๋ายเสี่ยวฉุน ก้าวแรก เขาต้องการล่อให้มารดาผีออกมาจากเรือกระดูก ก้าวที่สองก็คือ…คิดหาวิธีในการตัดแขนซ้ายของมารดาผี และต้องเป็นแขนซ้ายเท่านั้น!
ทว่าการพัฒนาของเรื่องราวทั้งหมดนี้หาใช่จะสอดคล้องกับแผนการของป๋ายเสี่ยวฉุนไปเสียทุกขั้นตอน เพราะมีเรื่องที่เขาคาดไม่ถึงบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่นเวทแห่งเต๋าเทียนจุนที่มารดาผีร่ายใช้ในครั้งสุดท้าย ระดับความแข็งแกร่งของมัน วิชาอภินิหารที่ถึงกับรวบรวมจิตสำนึกของทุกชีวิตในราชวงศ์จักรพรรดิแสเช่นนั้นอยู่เหนือการคาดการณ์ของป๋ายเสี่ยวฉุนไปอย่างสิ้นเชิง ทำเอาเขาตั้งตัวไม่ทัน ขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวที่แท้จริงของ…ขอบเขตเทียนจุน!
และเวลานั้นเอง เขาก็พลันนึกถึงที่มาของความรู้สึกคุ้นเคยได้…ปีนั้นตอนที่อยู่ในห้องหญิงสาวของเรือกระดูก มารดาผีเองก็เคยร่ายเวททำนองนี้ใส่เขา วิชาแห่งเต๋านั้นไม่ได้ควบคุมเรือนกายของป๋ายเสี่ยวฉุน แต่ควบคุมจิตสำนึกของเขา ราวกับต้องการเปลี่ยนแปลงความทรงจำของเขาอย่างไรอย่างนั้น!
ตอนนี้มาลองตรองดูก็เห็นได้ชัดว่าเนื่องจากเรือนกายของมารดาผีในเวลานั้นไม่ประกอบ ทั้งยังอยู่ห่างจากราชวงศ์จักรพรรดิแส ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ หาใช่การบังคับควบคุมเรือนกายของศัตรูอย่างในเวลานี้ แต่ทำได้เพียงร่ายใช้เวทลวงวิญญาณของเทียนจุนเท่านั้น
และไม่ว่าจะเป็นเวทคาถาชนิดไหน…ภาพที่เคยเกิดขึ้นในปีนั้นก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อพลังความคิดเสี้ยวหนึ่งที่อยู่ในร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนปรากฏขึ้นมา เรือนกายของเขาก็กลับมาเคลื่อนไหวได้เป็นปกติในเสี้ยววินาที!
อันที่จริงมารดาผีควรจะคิดได้ เพียงแต่สุดท้ายแล้วนางก็ยังประมาทเกินไป เพราะอย่างไรซะที่นี่ก็คือราชวงศ์จักรพรรดิแส อายุภาพสยบของวิชาเทียนจุนสามารถร่ายได้ถึงสิบส่วน นางจึงนึกไม่ถึงว่าป๋ายเสี่ยวฉุนจะยังสามารถคลี่คลายมันได้!
และที่นางยิ่งคิดไม่ถึงเลยก็คือ เป้าหมายของป๋ายเสี่ยวฉุนกลับเป็นแขนซ้ายของตน!
ป๋ายเสี่ยวฉุนมองมารดาผีที่ถอยกรูดไปข้างหลังด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้สนใจเสียงร้องคำรามโหยหวนของอีกฝ่าย ร่างของเขาเองก็ถอยไปข้างหลังเหมือนกัน เมื่อได้แขนซ้ายของมารดาผีมา เขาก็โบกมันอย่างแรง ผสานอำนาจจิตเข้าไปข้างในและแผ่คลื่นตบะออกไปกระตุ้นเสี้ยววิญญาณที่ซ่อนอยู่ในแขนซ้ายของมารดาผี
พริบตานั้น แขนซ้ายข้างนี้ก็กลายมาเป็นหมอกเลือด ครั้นจึงก่อตัวขึ้นมาเป็นเงาร่างที่พร่าเลือนร่างหนึ่ง…
นั่นก็คือเด็กหญิงที่ปีนั้น…ถูกมารดาผีรวมร่างบนเรือกระดูก!
นางลืมตาขึ้นช้าๆ จุดลึกในดวงตาฉายความเลื่อนลอย พอมองเห็นทุกอย่างที่อยู่รอบด้านก็เหมือนจะยังไม่คืนสติ…จนกระทั่งข้างหูของนางมีเสียงที่แฝงไว้ด้วยพลังตบะของป๋ายเสี่ยวฉุนดังลอยมาแล้วระเบิดอยู่ในจิตวิญญาณของนางราวกับเสียงระฆังที่ดังกังวาน
“กงซุนหว่านเอ๋อร์!!”
กงซุนหว่านเอ๋อร์คือใคร ชื่อนี้ช่างคุ้นเคยนัก เหมือนว่าข้าจะเคยใช้มาก่อน…เด็กหญิงหันมามองป๋ายเสี่ยวฉุนอย่างมึนงง ก่อนจะหันไปมองรอบด้านอีกครั้ง
“ปีนั้นเจ้าทำพลาด จึงถูกร่างจริงของเจ้าเขมือบกลืนเข้าไป ตอนนี้…ข้าปลุกเจ้าให้ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งยังมอบโอกาส…ที่นับแต่นี้ไปเจ้าจะได้กลายมาเป็นวิญญาณหลักให้แก่เจ้า ข้าแค่ต้องการให้เจ้าไปช่วงชิงเรือรบ และขณะที่เดินทางไปยังราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง เจ้าแค่ฟังคำสั่งจากข้าก็พอ!!”
เสียงที่ราวระฆังกังวานดังก้องขึ้นมาในสมองของเด็กหญิงอีกครั้ง ทำให้ร่างของนางสั่นเทิ้ม ราวกับว่ามีเศษชิ้นส่วนความทรงจำนับไม่ถ้วนผุดพุ่งขึ้นมาเตรียมจะประกอบเข้าด้วยกัน แต่กลับไม่สามารถทำได้
ป๋ายเสี่ยวฉุนขมวดคิ้ว พอเห็นว่าตอนนี้สีหน้าเด็กหญิงบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ทว่าในดวงตาที่เลื่อนลอยกลับมีการดิ้นรนก็พลันยกมือขวาขึ้นแล้วกดลงไปบนศีรษะของนาง อำนาจจิตระเบิดออกอีกครั้ง กลายมาเป็นสายฟ้าเส้นหนึ่งที่ไปผ่าเปรี้ยงอยู่กลางความทรงจำของเด็กหญิง!
เปรี้ยงๆๆ!
เสียงสายฟ้าดังกึกก้องเหมือนมาระเบิดเศษชิ้นส่วนทั้งหมดที่อยู่ในสมองของเด็กหญิงให้กระจายออกจากกัน ทำให้เศษชิ้นส่วนความทรงจำที่ปลิวว่อนมาประกอบเข้าด้วยกันใหม่อีกครั้ง
ร่างของนางยิ่งสั่นสะท้าน ลมหายใจของนางเริ่มถี่กระชั้น ความเลื่อนลอยในดวงตากำลังสลายหายไปอย่างเห็นได้ชัด และแทนที่มาด้วยปราณเย็นเยียบกับแสงดำรุบหรู่ที่ทำให้คนมองขนลุกขนชันด้วยความหวาดผวา!
“พี่ชาย…” เด็กหญิงพลันหัวเราะคิกคัก นางเงยหน้าขึ้นมองป๋ายเสี่ยวฉุนด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า กงซุนหว่านเอ๋อร์ กลับมาแล้ว!
ทุกอย่างนี้มองดูเหมือนเนิบช้า ทว่าในความเป็นจริงกลับเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ รอยยิ้มของกงซุนหว่านเอ๋อร์ที่ปรากฏในดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุน ทำเอาป๋ายเสี่ยวฉุนที่ต่อให้ตบะเหนือกว่าว่าที่เทียนจุนก็ยังอดรู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะไม่ได้ นั่นเป็นเพราะตลอดหลายปีที่กงซุนหว่านเอ๋อร์ไปอยู่ในโลกทงเทียนได้มอบความทรงจำที่ลึกล้ำเกินไปให้กับเขา
“แล้วก็เจ้า…มารดาผี!” ทั้งๆ ที่กงซุนหว่านเอ๋อร์กำลังยืนหันหน้าเข้าหาป๋ายเสี่ยวฉุน ทว่านางกลับบิดคอหมุนกลับมามองมารดาผีที่พอเสียแขนซ้ายไป ลมหายใจจึงถี่ระรัว สีหน้าเปลี่ยนไปจนไม่น่ามองอย่างยิ่ง
กงซุนหว่านเอ๋อร์หัวเราะอีกครั้ง เสียงหัวเราะของนางยิ่งนานก็ยิ่งดัง เป็นเสียงที่แหลมเหมือนกัน พิลึกพิลั่นเหมือนกัน แม้ว่าปราณบนร่างของนางจะยังอ่อนกำลัง ทว่าบัดนี้เหมือนนางจะใช้เสียงหัวเราะมาบอกกับทุกคนว่า นาง…กลับมาจริงๆ แล้ว!!
ดวงตาของนางไม่มีความเลื่อนลอยเหลืออยู่แม้แต่เสี้ยวเดียว
แค่ดวงตาเปล่งประกายแสงวาบหนึ่งทีก็วิเคราะห์เรื่องราวทั้งหมดได้ทันใด ทั้งยังเข้าใจแผนการของป๋ายเสี่ยวฉุนอย่างชัดเจน ปีนั้นที่นางถูกมารดาผีจับผสานรวมร่าง เดิมทีก็เป็นไปด้วยความไม่เต็มใจอยู่แล้ว ยามนี้นางจึงตัดสินใจจะร่วมมือกับป๋ายเสี่ยวฉุนอย่างไม่มีลังเล!
นางยิ่งเข้าใจว่าต่อให้ถูกจับตัวไป จักรพรรดิเซิ่งก็ไม่มีทางสังหารคนที่เป็นถึงเทียนจุน เพราะบนโลกนี้มีเทียนจุนอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น และหากจักรพรรดิเซิ่งลงมือ จักรพรรดิแสก็ไม่มีทางยอมรามือง่ายๆ แน่นอน!
อีกทั้งแม้ระหว่างสองราชวงศ์จะมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง หรือแม้จะช่วงชิงแผ่นดินกันอยู่เป็นประจำ แต่กลับอยู่ไกลเกินกว่าระดับที่จะต้องเอาให้ตายกันไปข้าง แล้วนับประสาอะไรกับที่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ในฐานะที่เป็นเทียนจุนจะต้องทิ้งเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าเสี้ยวหนึ่งไว้ในราชสำนัก และสุดยอดผู้แข็งแกร่งขอบเขตบุพกาลก็มีความสามารถที่จะอาศัยเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าเสี้ยวนั้นมาฟื้นคืนชีพเทียนจุนที่เป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชาได้!
แม้จำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่น้อย ทั้งยังมีขีดจำกัดอีกมากมาย ทว่าหากว่ากันในบางระดับแล้ว เมื่อบุพกาลไม่ตาย เทียนจุนก็ไม่มีทางม้วย!
ดังนั้นครั้งนี้จักรพรรดิแสย่อมต้องยอมจ่ายค่าตอบแทนบางส่วนเพื่อแลกตนไปจากจักรพรรดิเซิ่ง และเมื่อถึงเวลานั้น…ตนจะได้กลับไปอยู่ในราชวงศ์จักรพรรดิแสอีกครั้ง เนื่องด้วยนางเองก็คือมารดาผี ต่อให้เป็นจักรพรรดิแสก็ไม่สามารถก้าวก่ายเรื่องราวระหว่างนางและร่างจริงของตัวเองได้
พอความคิดทั้งหมดนี้วาบผ่านสมองของกงซุนหว่านเอ๋อร์ไปอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มของนางก็ยิ่งสดใส ขยับร่างหนึ่งครั้งก็พุ่งดิ่งเข้าหาเรือรบทันควัน ยามนี้ลมหายใจของราชาผียักษ์ก็เผยความตื่นเต้นออกมาเช่นกัน เขาจึงพาบุปผาจันทรารวมไปถึงใบหน้าผีที่ถูกจิตสำนึกของป๋ายเสี่ยวฉุนควบคุมติดตามไปทันใด และนี่ก็คือเรื่องที่ป๋ายเสี่ยวฉุนขอให้เขาทำหลังจากที่เขารับฟังแผนการของป๋ายเสี่ยวฉุนก่อนหน้านี้ นั่นก็คือต้องการให้เขาไปที่เรือรบพร้อมกับกงซุนหว่านเอ๋อร์เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน!
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างนี้เกิดขึ้น มารดาผีก็บ้าคลั่งไปทันที นางร้องโหยหวนและสัมผัสได้ถึงความอ่อนแออย่างที่เคยเป็น ต่อให้ความเคียดแค้นในใจจะทะยานท่วมฟ้า ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่กล้าอยู่เพื่อสู้รบต่อ เพียงถอยกรูดออกห่างอย่างว่องไว และขณะที่ถอยหนีไปนี้นางก็ได้ขอความช่วยเหลือจากเทียนจุนคนอื่นๆ ด้วย
เพียงแต่แผ่นดินหย่งเหิงนั้นยิ่งใหญ่เกินไป ต่อให้เป็นเทียนจุนก็ยังยากที่จะมาถึงในทันทีทันใด และป๋ายเสี่ยวฉุนก็ยิ่งไม่มีทางให้เวลานี้แก่มารดาผี เขาพลันกระโจนไล่กวดตามไป
“นังผีเฒ่า ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในเขตต้องห้ามแห่งชีวิตเจ้าก็คอยขู่ให้ข้าตกใจกลัวอยู่หลายครั้ง รังแกข้าเพราะคิดว่าข้าขี้ขลาดใช่ไหม เมื่อครู่ยังอวดดีปานนั้น จะบอกอะไรให้นะ ข้าผู้อาวุโสไม่เหมือนเดิมแล้ว ดูสิว่าคราวนี้ข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร!” พอป๋ายเสี่ยวฉุนนึกถึงภาพที่ก่อนหน้านี้ถูกอีกฝ่ายไล่ฆ่า รวมไปถึงเรื่องราวในอดีต เขาก็รู้สึกเคียดแค้นเต็มหัวใจ เมื่อเห็นว่ามารดาผีถูกลดทอนพลังลงไปหลายขั้น
ป๋ายเสี่ยวฉุนก็แค่นเสียงในลำคอ ครั้นจึงไล่กวดตามไปฆ่าอีกฝ่ายอยู่เหนือมหาสมุทรหย่งเหิง มารดาผีกระอักเลือดไม่หยุด สภาพกระเซอะกระเซิงสุดขีด
ไม่ว่านางจะร่ายวิชาอภินิหารอย่างไรก็ยังไร้ผล ภายใต้การไล่ล่าของป๋ายเสี่ยวฉุน นางก็ยากจะหลบเลี่ยงได้พ้นไม่ต่างจากตอนที่นางไล่ฆ่าป๋ายเสี่ยวฉุนก่อนหน้านี้
สิ่งเดียวที่นางพอจะทำได้ก็คืออาศัยความเร็วสูงสุดของเวทวิญญาณ หมายจะถ่วงเวลาออกไป ทว่าทุกอย่างนี้…พอเรือรบกิ้งก่ากระดูกขาวห้อทะยานมาจากทิศไกล และชั่วขณะที่มองเห็นกงซุนหว่านเอ๋อร์ซึ่งยืนอยู่บนเรือรบส่งยิ้มมาให้ตนน้อยๆ มารดาผีก็หัวเราะสมเพชตัวเองด้วยความสิ้นหวัง
แขนซ้ายของนางคือกุญแจสำคัญในการควบคุมเรือรบ เมื่อเรือรบพุ่งตะบึงเข้ามาก็เท่ากับบดขยี้ทุกความหวังของนางให้แหลกลาญ…
ไม่ต้องเปลืองแรงสักเท่าไหร่ ภายใต้ทะเลเพลิงและลำแสงสีดำของเรือรบ ท่ามกลางสีหน้าดุร้ายของใบหน้าผีทั้งสาม สุดท้ายไม่จำเป็นต้องให้ป๋ายเสี่ยวฉุนลงมือ มารดาผีก็ถูกจับตัวเอาไว้แล้ว!
เมื่อกงซุนหว่านเอ๋อร์กลายร่างเป็นควันดำแล้วมุดลอดเข้าไปในทวารทั้งเจ็ดของมารดาผีด้วยความฮึกเหิม ภายใต้การช่วยเหลือของป๋ายเสี่ยวฉุน นางก็เริ่มทำการผสานรวม ขณะเดียวกันเรือรบกิ้งก่ากระดูกขาวก็ได้ระเบิดความเร็วสูงสุดทะยานไปบนมหาสมุทรหย่งเหิง มุ่งหน้าไปยังราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งโดย…บรรทุกของขวัญชิ้นใหญ่ที่จะทำให้จักรพรรดิเซิ่งยินดี ทำให้ทั้งราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งครึกโครม ทำให้ทั้งราชวงศ์จักรพรรดิแสปั่นป่วนวุ่นวายไม่หยุด!
“นี่ ก็คือใบรับรองการสวามิภักดิ์ของพวกเรา! กะอีแค่เทียนจุนคนหนึ่ง
ข้าป๋ายเสี่ยวฉุนแค่สะบัดปลายแขนเสื้อ จะกล้าไม่สิ้นราบพนาสูรได้อย่างไร!” ความห่อเหี่ยว ความหมดอาลัยตายอย่างทั้งหมดของป๋ายเสี่ยวฉุนก่อนหน้านี้อาจจะยังไม่ถูกปัดเป่าจนสิ้นซาก ทว่าเมื่อคิดถึงภาพความครึกโครมที่จะเกิดขึ้นเพราะเรื่องครั้งนี้ เขาก็อดที่จะรู้สึกฮึกเหิมไม่ได้ ยามที่ยืนอยู่บนเรือรบจึงสะบัดปลายแขนเสื้อพลางเอ่ยอย่างลำพองใจ
หนึ่งเทียนจุน เก้าครึ่งเทพ!
ของขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้ เกรงว่านับตั้งแต่ที่ราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งก่อตั้งมาคงไม่ได้เคยรับมาก่อน!
และไม่เคยมีปรากฎมาก่อนด้วย!