Skip to content

A Will Eternal 1136

บทที่ 1136 หลุมยุบ

“พวกมันน่ะหรือคือต้นเหตุของเรื่องราวในเมืองเสวียนจิ่ว?” กงซุนหว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้ว แม้ว่าแมงมุมพวกนี้จะมีเยอะมาก ทว่าในฐานะที่เป็นเทียนจุน คิดจะจัดการกับพวกมันจึงไม่ใช่เรื่องยาก

เพียงแต่ว่าหากเรื่องราวง่ายดายอย่างที่คิดกลับจะยิ่งทำให้นางคลางแคลงใจเสียมากกว่า โดยเฉพาะตอนนี้ที่พวกนางยังคงหาต้นกำเนิดชนวนตัวนำวิญญาณไม่เจอ

“จัดการกับพวกมันก่อนค่อยว่ากัน!” ป๋ายเสี่ยวฉุนมองแมงมุมบนพื้นดินที่ไต่ยั้วเยี้ยไปรอบด้าน ครั้นจึงยกมือขวาขึ้นทำมุทราชี้ไป ทันใดนั้นไอความเย็นก็พลันแผ่ซ่านออกมาจากกายเขา พริบตาเดียวไอความเย็นนี้ก็อบอวลปกคลุมไปสี่ทิศ ผ่านที่ใด สิ่งปลูกสร้างทุกหลังล้วนเกาะตัวเป็นน้ำแข็ง!

ส่วนพวกแมงมุมที่โดนไอความเย็นปกคลุมก็พลันชะงักแข็งค้าง แน่นิ่งไม่กระดุกกระดิก กงซุนหว่านเอ๋อร์เองก็ลงมือแล้วเช่นกัน การลงมือของนางก็คือเปลวเพลิงสีดำผืนหนึ่ง เพลิงนี้ไม่เหมือนกับไฟหลากสีที่ป๋ายเสี่ยวฉุนใช้หลอมวิญญาณในอดีต เพราะดูเหมือนว่ามันจะบริสุทธิ์ยิ่งกว่า ป๋ายเสี่ยวฉุนมองแค่ปราดเดียวก็สัมผัสได้ว่าด้านในคล้ายจะแฝงเจ็ดอารมณ์หกฉันทาเอาไว้

เมื่อกงซุนหว่านเอ๋อร์โบกมือ เปลวเพลิงสีดำก็พลันแผ่วูบออกไปดังครืนครั่น ครั้นจึงกลายมาเป็นทะเลเพลิงที่ลุกลามไปสี่ทิศ ไม่เพียงไม่รบกวนไอความเย็นของป๋ายเสี่ยวฉุน กลับยังช่วยส่งเสริมกันและกันอีกด้วย

เสียงร้องคำรามแหบโหยพลันดังมาจากบนพื้นดิน นั่นคือเสียงกรีดร้องก่อนตายของเหล่าแมงมุม เสียงของพวกมันดังสะเทือนฟ้าดินสี่ทิศ ขณะเดียวกันแมงมุมแต่ละตัวที่ไต่ลามออกไปก็พลันหยุดกึก แล้วจู่ๆ กลับพุ่งมาทับซ้อนเข้าด้วยกันจากแปดทิศ ก่อตัวกลายมาเป็นเสาสีดำขนาดใหญ่ยักษ์สูงตระหง่านแปดเสา!

เสาทุกต้นเกิดจากแมงมุมจำนวนนับไม่ถ้วน และพอพวกมันลอยขึ้นสูงก็แปลงกายมาเป็นแมงมุมยักษ์ขนาดนับร้อยจั้ง ทอดสายตามองไป แมงมุมยักษ์แปดตัวที่รายล้อมอยู่รอบด้านเปล่งเสียงคำรามพร้อมเพรียง แล้วจู่ๆ ก็กระโจนพรวดเข้าใส่ป๋ายเสี่ยวฉุนกับกงซุนหว่านเอ๋อร์

หลังจากที่เหล่าแมงมุมประกอบรวมตัวกันด้วยวิธีการแปลกประหลาดนั้นแล้ว ปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกมันจึงไม่ใช่สร้างฐานรากอีกต่อไป แต่ไต่ทะยานเป็นว่าที่เทียนจุน ทั้งยังร้องคำรามกระโจนเข้าใส่อย่างดุร้ายไม่กลัวตาย

หากเปลี่ยนมาเป็นเทียนจุนคนอื่นที่มาเผชิญกับภาพเหตุการณ์นี้ย่อมไม่มีหวังจะรอดไปได้แน่นอน ทว่าเรื่องไม่คาดคิดในเมืองเสวียนจิ่วกลับดันชักนำเทียนจุนสองคนนี้มา เกรงว่าผู้บงการชั่วร้ายที่ชักใยอยู่เบื้องหลังคงคิดไม่ถึงข้อนี้แม้แต่น้อย

และเมื่อแมงมุมยักษ์ทั้งแปดขยับเข้ามาใกล้ ป๋ายเสี่ยวฉุนจึงเตรียมจะลงมือ ทว่ากงซุนหว่านเอ๋อร์ที่สะกดกลั้นความโมโหมานาน เพราะตอนที่อยู่ในหมู่บ้านก่อนหน้านี้ หากว่ากันในบางระดับก็ถือว่านางถูกป๋ายเสี่ยวฉุนฉีกหน้า ลึกๆ ในใจจึงเกิดความอยากเอาชนะอย่างรุนแรง ดังนั้นเมื่อโบกมือ รอบกายนางจึงอบอวลไปด้วยหมอกควันสีดำกลิ้งตลบพร้อมๆ กับเสียงคำรามดังลั่น

ไม่นานก็มีมือผีมหึมาแปดข้างก่อตัวขึ้นมาในกลุ่มหมอกแล้วยื่นพรวดออกมา ครั้นจึงต่อยโครมเข้าใส่แมงมุมแปดตัวที่พุ่งเข้ามาใกล้!

เสียงปึงปังดังสะเทือนฟ้า แมงมุมแปดตัวนั้นร่างสั่นเทิ้ม

ร่างแมงมุมตัวเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนระเบิดตายไป ทว่าก็ยังเหลืออยู่อีกไม่น้อยที่ร่วงกราวลงมาจากท้องฟ้า ยังไม่ทันรอให้กงซุนหว่านเอ๋อร์เก็บกวาดซากที่เหลือหมดสิ้น ก็ไม่รู้ว่าพวกแมงมุมตัวเล็กๆ ที่ร่วงกระทบลงบนพื้นดินเมินข้ามการปิดผนึกด้วยน้ำแข็งของป๋ายเสี่ยวฉุนไปได้อย่างไร พวกมันถึงได้มุดลอดเข้าไปใต้ดิน!

ราวกับว่าสำหรับพวกมันแล้วพื้นดินที่อยู่ตรงหน้านั้นอ่อนนุ่มดั่งก้อนเต้าหู้ เพียงแค่พริบตาเดียวพวกมันที่ฮือกันมุดเข้าไปใต้ดินก็หายวับไปหมด หลงเหลือให้เห็นเพียงรูโบ๋ขนาดเท่ากำปั้นหลายรูเท่านั้น

มองไปก็คล้ายว่าพื้นดินของเมืองแห่งนี้กลายมาเป็นตะแกรงร่อนขนาดใหญ่!

ดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นประกายน้อยๆ พลิ้วกายลงไปหมายตรวจสอบ ทว่ากงซุนหว่านเอ๋อร์กลับแค่นเสียงเย็นแล้วทำมุทรา ทันใดนั้นมือผีแปดข้างที่ยื่นออกมาจากในหมอกควันสีดำรอบกายนางก็มารวมตัวกันกลายเป็นมือยักษ์หนาใหญ่ดุร้ายที่ชิงต่อยโครมลงไปบนพื้นดินตัดหน้าป๋ายเสี่ยวฉุน!

เสียงกัมปนาทก้องกังวานไปทั้งนภากาศ ผืนดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พื้นที่เดิมทีมีหลุมปรุนับพันนับหมื่นถูกหมัดของมือยักษ์ต่อยจนกลายเป็นหลุมยักษ์ขนาดพอหนึ่งร้อยจั้ง!

ขณะเดียวกันกับที่หลุมนี้ปรากฏ รอบๆ หลุมก็มีรอยปริแตกหลายสิบเส้นที่แผ่ลามไปรอบทิศทางท่ามกลางเสียงเปรี๊ยะๆ ดังลั่นสนั่นไหวไหว แผล็บเดียวก็ลามไปทั่วทั้งเมือง!

และเวลานี้พื้นดินที่รองรับเมืองทั้งเมืองไว้ก็เหลือเพียงแค่เปลือกชั้นหนึ่ง เมื่อเปลือกเต็มไปด้วยรอยร้าว มันจึงมิอาจทานน้ำหนักได้ไหวอีกต่อไป เสียงตูมดังทีเดียว เมืองเสวียนจิ่วขนาดมโหฬารก็ถล่มยวบลง และใต้ผืนดินยังมีหลุมขนาดใหญ่ยักษ์รองรับอยู่ ต่อให้ดินโคลน เศษกระเบื้อง ฝุ่นผงจำนวนนับไม่ถ้วนจากในเมืองถล่มครืนลงไปด้านล่างก็ยังไม่สามารถเติมเต็มหลุมนั้นได้ เมื่อฝุ่นที่ฟุ้งตลบจางลง สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาของป๋ายเสี่ยวฉุนและกงซุนหว่านเอ๋อร์ก็คือหลุมยุบขนาดมหึมาที่มีกลิ่นอายชั่วร้ายบางอย่างบอกไม่ถูกแผ่กำจาย ทั้งยังมีหมอกควันสีเทาที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมผุดโชยออกมาไม่หยุดราวกับว่าที่นี่…ก็คือต้นกำเนิดของทุกสิ่งอย่าง!

ซ้ำยังพอจะมองเห็นเงาร่างของแมงมุมตัวเล็กๆ บางส่วนที่เผ่นแผล็วหลบหนีไปอย่างรวดเร็วอยู่ในหลุมยุบแห่งนั้น ราวกับว่าหลุมยุบนี่ก็คือรังแมงมุมใหญ่ยักษ์นั่นเอง!

พร้อมๆ กับที่หลุมยุบมหึมาปรากฏ กงซุนหว่านเอ๋อร์ก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี

“ชนวนตัวนำวิญญาณอยู่ด้านล่าง!” นางเอ่ยเร็วไว ทั้งยังกลายร่างเป็นลำแสงเส้นหนึ่งพุ่งสวบเข้าไปในหลุมยุบ ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ยืนอยู่ข้างๆ กะพริบตาปริบๆ ตอนนี้เขาคืนสติกลับมาจากความกระวนกระวายก่อนหน้านี้แล้ว จะอย่างไรเสียศัตรูที่มองเห็นตัวก็เป็นภัยคุกคามได้น้อยกว่าศัตรูที่มองไม่เห็น

ส่วนการที่กงซุนหว่านเอ๋อร์ชิงลงมือตัดหน้าเขา ป๋ายเสี่ยวฉุนไม่รู้สึกขัดใจใดๆ เพราะหากเป็นไปได้เขาก็หวังเป็นที่สุดว่ากงซุนหว่านเอ๋อร์จะแก้ปัญหาทั้งหมดด้วยตัวเอง

เวลานี้เมื่อเห็นกงซุนหว่านเอ๋อร์พุ่งเข้าไปในหลุมยุบ ป๋ายเสี่ยวฉุนจึงทะยานตามไป หลุมยุบหลุมนี้ใหญ่มโหฬารมาก ลึกจนมิอาจคะเน ขณะเดียวกันด้านในยังมีหมอกควันสีเทาซัดตลบปั่นป่วน ต่อให้เป็นครึ่งเทพก็ยังไม่กล้าเข้ามาง่ายๆ มีเพียงเทียนจุนเท่านั้นที่ถึงจะสามารถอาศัยตบะของตัวเองมาป้องกันกายแล้วทะยานสำรวจได้

และยิ่งทะยานไปข้างหน้ามากเท่าไหร่ เสียงเคี้ยวแจ๊บๆ ก็ยิ่งดังออกมาอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ทำเอาใจที่เพิ่งคลายลงได้เล็กน้อยของป๋ายเสี่ยวฉุนพลันระแวดระวังขึ้นมาอีกครั้ง กงซุนหว่านเอ๋อร์ก็เป็นเช่นเดียวกัน คนทั้งสองรวบรวมตบะไปทั่วกาย ยิ่งดิ่งลึกลงไปเบื้องล่าง เสียงเคี้ยวชวนพรั่นพรึงนั่นก็ยิ่งได้ยินชัด

ซ้ำหมอกควันสีเทาข้างล่างนี้ยังเข้มข้นจนรบกวนอำนาจจิต จึงเป็นการยากที่คนทั้งสองจะกวาดอำนาจจิตออกไปตรวจสอบรายละเอียดรอบด้านได้

จนกระทั่งเสียงนี้เหมือนมาดังอยู่ข้างหู ป๋ายเสี่ยวฉุนถึงยกมือขวาขึ้น กงซุนหว่านเอ๋อร์เองก็ชะงักฝีเท้าแล้วหันมามองอีกฝ่ายจึงเห็นว่าป๋ายเสี่ยวฉุนตบถุงเก็บของหนึ่งครั้ง ครั้นแล้วไฟสิบสี่สีกองหนึ่งก็ปรากฏอยู่กลางฝ่ามือของเขา

ด้วยจำนวนของไฟหลายสีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ป๋ายเสี่ยวฉุนจึงจำเป็นต้องใช้อย่างประหยัด เพราะหากไม่มีไฟหลายสี การหลอมพลังจิตของเขาก็จะชะงักงันมิอาจพัฒนาไปได้

แล้วก็เพราะไม่มีทางเลือกอื่น ไฟของเวทอาคมธรรมดาใช้ไม่ได้ผล มีเพียงไฟหลายสีเท่านั้นที่แสดงให้เห็นในหมู่บ้านก่อนหน้านี้แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการทำลายปราการกีดขวาง และทำให้เขาพอจะวางใจลงได้

เวลานี้จึงมิอาจมัวมาตระหนี่ถี่เหนียว ป๋ายเสี่ยวฉุนบีบมือขวาอย่างแรง ทันใดนั้นไฟหลายสีในมือเขาก็พลันส่ายสะบัดแล้วแสงไฟก็เจิดจ้าพร่างพราว

ครั้นแล้วป๋ายเสี่ยวฉุนก็ขว้างมันลงไปในหลุมลึกด้านใต้เร็วไว

ความเร็วสูงถึงขีดสุด ยิ่งนานก็ยิ่งขยายใหญ่ แสงไฟก็ยิ่งจ้าบาดตา สาดสะท้อนทุกอย่างรอบด้านให้แจ่มชัด และตรงจุดนี้ก็อยู่ห่างจากก้นหลุมไม่ไกลนัก ไม่นานเมื่อไฟสิบสี่สีหล่นลงไปตรงก้นหลุม เสียงกัมปนาทดังสะเทือนเลือนลั่นก็มาพร้อมกับการระเบิดของไฟสิบสี่สี

พริบตานั้นทะเลเพลิงพลันแผ่ลามไปทั่วหลุมยุบ ป๋ายเสี่ยวฉุนและกงซุนหว่านเอ๋อร์เพิ่มความเร็วในบัดดล แผล็บเดียวก็มาถึงก้นหลุม กวาดตามองไปรอบด้านโดยอาศัยแสงไฟที่สว่างจ้าจนมองเห็นทุกอย่าง ทันใดนั้นพวกเขาก็ต้องเบิกตากว้าง จิตวิญญาณสั่นสะเทือนรุนแรง

ในก้นหลุมนี้คือใยแมงมุมขนาดใหญ่ยักษ์ บนใยมีแมงมุมตัวเป้งขนาดหลายพันจั้งตัวหนึ่งนอนอยู่ มันอ้าปากเคี้ยวแจ๊บๆ ไม่หยุด ตลอดทั้งร่างของมันมีหลากสีสันและเหมือนจะมีตราประทับเป็นอักขระบางอย่าง ทว่าที่มากกว่านั้นกลับเป็น…ใบหน้าของคนมากมายจนนับไม่ไหว!

ชายหญิงเด็กแก่ ทุกคนล้วนมีสีหน้าเจ็บปวด แต่ละคนอ้าปากกว้าง ทว่ากลับไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมา แปลกประหลาดชวนผวาอย่างถึงที่สุด!

รอบกายมันยังมีแมงมุมตัวเล็กตัวน้อยเกินคณนา ซึ่งกำลังมุดเข้าไปในปากของแมงมุมยักษ์อย่างว่องไว จากนั้นก็ถูกมันเคี้ยวแล้วกลืนเข้าไปทั้งหมด ทุกครั้งที่กินแมงมุมเล็กไปหนึ่งตัว บนร่างของมันก็จะมีใบหน้าหนึ่งเพิ่มขึ้นมาท่ามกลางใบหน้ามากมาย!

อีกทั้งป๋ายเสี่ยวฉุนยังเห็นใบหน้าของผู้เฒ่าครึ่งเทพที่ตายไปก่อนหน้านี้บนลำตัวของมันด้วย!

เรื่องพิลึกพิลั่นยังไม่สิ้นสุด ด้านหลังของแมงมุมยักษ์ยังมีรังไหมที่เล็กกว่าลำตัวมันเล็กน้อย ซึ่งรังไหมนี้เต้นกระตุกตุบๆ เหมือนหัวใจ ดูเหมือนว่าทุกอย่างหรือไม่ก็ทั้งหมดในเมืองเสวียนจิ่วที่แมงมุมยักษ์กินเข้าไปก็ล้วนเพื่อรังไหมรังนี้!!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version