Skip to content

A Will Eternal 1137

บทที่ 1137 การต่อสู้ที่ดุเดือด

ชั่วขณะที่ป๋ายเสี่ยวฉุนและกงซุนหว่านเอ๋อร์มองเห็นแมงมุมยักษ์พร้อมกับรังไหมที่อยู่ข้างหลังของมัน รังไหมประหลาดนั้นกำลังเต้นกระตุกอย่างเชื่องช้าราวกับว่าด้านในมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มิอาจจินตนาการถึงกำลังอาศัยแมงมุมยักษ์ตัวนี้มาดึงดูดสิ่งมีชีวิต เทือกเขา พืชพรรณและทุกสิ่งทุกอย่างที่มีพลังชีวิตในเมืองเสวียนจิ่วไป!

สามารถพูดได้ว่าพลังแห่งชีวิตที่รวบรวมมาจากเมืองเสวียนจิ่วมากพอจะเทียบเคียงได้กับพลังแห่งโลกของโลกทงเทียนทั้งใบเลยทีเดียว ซึ่งพลังแห่งชีวิตที่ว่านั้นล้วนเป็นสารบำรุงหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตที่กำลังถือเติบโตอยู่ในรังไหม!

ภาพนี้ทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนและกงซุนหว่านเอ๋อร์หน้าเปลี่ยนสีในฉับพลัน พวกเขาตระหนักได้แล้วว่าหากชีวิตในรังไหมโผล่ออกมาเมื่อใด ถ้าเช่นนั้น…มหันตภัยครั้งนี้จะไต่ไปถึงระดับที่พวกเขามิอาจต้านทานไว้ได้เลย!

ขณะเดียวกันเมื่อแสงของไฟสิบสี่สีเจิดจ้าสาดสะท้อน อุณหภูมิความร้อนก็แผ่กำจายไปทั่วจุดลึกของหลุมยุบ ทะเลเพลิงแผ่คลุมแปดทิศ แมงมุมตัวน้อยจำนวนมากกรีดร้องโหยหวนอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง ก่อนจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าร่างของพวกมันถูกเผาไหม้แหลกเป็นจุณ เพียงแต่ว่ารังแมงมุมของที่แห่งนี้ประหลาดยิ่ง ต่อให้เจอกับไฟสิบสี่สีมันก็แค่หดเล็กลงไปเท่านั้น แต่กลับไม่ขาดหรือหลอมละลาย!

และเมื่อแมงมุมตัวเล็กจำนวนมากตายไป เมื่อใยแมงมุมหดลงจากเดิม ราชาแมงมุมที่กำลังเขมือบกินแมงมุมตัวน้อยก็พลันโงหัวที่มีหน้าตาดุร้ายของมันขึ้นมา ดวงตาที่ฉายแสงเยียบเย็นของมันจ้องเขม็งมาที่ป๋ายเสี่ยวฉุนและกงซุนหว่านเอ๋อร์

โฮก!

ทันใดนั้นมันก็แผดเสียงคำรามสนั่นฟ้าพร้อมกับระเบิดไอสังหารและความอำมหิต ครั้นจึงกระโจนเข้าใส่ป๋ายเสี่ยวฉุนและกงซุนหว่านเอ๋อร์โดยมองข้ามทะเลเพลิงที่เกิดจากไฟสิบสี่สีไปโดยสิ้นเชิง

แม้ร่างกายจะใหญ่โต ทว่าความเร็วกลับไม่ช้าแม้แต่น้อย ปานประหนึ่งสายฟ้าที่พุ่งปลาบเข้ามาถึงในเสี้ยววินาที กงซุนหว่านเอ๋อร์หายใจหอบรัว ไม่ทันมีจังหวะได้ปรึกษากับป๋ายเสี่ยวฉุนด้วยซ้ำ นางทำได้เพียงยกมือทั้งคู่ขึ้นทำมุทรา หมอกควันสีดำที่ซัดตลบปั่นป่วนทั่วกายจึงก่อตัวขึ้นเป็นมือผีมหึมาที่ตบเข้าใส่แมงมุมยักษ์โดยพลัน

ทว่าแมงมุมยักษ์ตัวนี้แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด มันร้องคำรามแล้วอาศัยความเร็วที่กระโจนเข้ามาก่อนหน้านี้พุ่งชนกับมือผีที่ก่อตัวจากตบะเทียนจุนของกงซุนหว่านเอ๋อร์อย่างจัง จนมือผีแตกสลายกลายเป็นเสี่ยงๆ

“เรือนกายเทียนจุน!” ป๋ายเสี่ยวฉุนที่เห็นภาพนี้ก็ใจสั่นรัว

ทว่าร่างกลับไม่หยุดชะงัก แล้วก็ไม่ได้ช่วยกงซุนหว่านเอ๋อร์ ต่อให้คนทั้งสองจะไม่ได้ปรึกษากันมาก่อน แต่พวกเขากลับรู้ใจกันอย่างน่าแปลกใจ กงซุนหว่านเอ๋อร์เป็นฝ่ายรับมือกับแมงมุมยักษ์ ส่วนป๋ายเสี่ยวฉุนก็ขยับวูบอ้อมห่างออกมา เป้าหมายของเขา…ก็คือรังไหมมหึมาที่ยังเต้นกระตุกนั่น!

สังเกตเห็นพฤติการณ์ของป๋ายเสี่ยวฉุน แมงมุมยักษ์พลันเกรี้ยวกราด มันถอยกรูดกลับมาหมายจะขัดขวาง ทว่ามีหรือที่กงซุนหว่านเอ๋อร์จะยินยอม นางกรากเข้ามาใกล้ พอทำมุทราควันดำรอบกายก็กลายมาเป็นใบหน้าผีมากมาย ใบหน้าผีเหล่านี้มองดูดุร้ายน่ากลัว ไม่ว่าใบหน้าใดก็ล้วนทำให้ครึ่งเทพประหวั่นพรั่นพรึงได้ทั้งสิ้น หลังจากที่จำแลงขึ้นมาได้หลายสิบใบหน้า พวกมันก็พร้อมใจกันอ้าปากเขมือบใส่แมงมุมยักษ์อย่างเหี้ยมหาญไม่กลัวตาย

ส่วนป๋ายเสี่ยวฉุนในเวลานี้ก็ได้ขยับเข้ามาใกล้รังไหม ครั้นแล้วเขาก็ปล่อยหมัดขวาต่อยออกไป ท่ามกลางเสียงตูมตามสนั่นหวั่นไหว หมัดที่ระเบิดทั้งตบะเทียนจุน ทั้งเนื้อหนังมังสาที่แกร่งกร้าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันก็ร่วงลงบนรังไหมที่เต้นกระตุกด้วยพลังอำนาจที่ปานประหนึ่งจะถล่มความว่างเปล่าให้พังทลาย

รังไหมสั่นสะเทือนแล้วยุบยวบลงไปเป็นหลุมลึก แต่ไม่รู้ว่ามันใช้วิธีการได้ถึงสลายพละกำลังของป๋ายเสี่ยวฉุนอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังแผ่แรงดีดสะเทือนกลับคืนมา

แม้จะเป็นเช่นนั้น ทว่ามีหรือที่มันจะคลี่คลายการโจมตีด้วยพละกำลังทั้งหมดของป๋ายเสี่ยวฉุนได้ง่ายเพียงนั้น รังไหมยักษ์จึงยังสั่นไหวไม่หยุด

การสั่นไหวของมันเหมือนเชื่อมไปถึงใจของแมงมุมยักษ์ เจ้าแมงมุมยักษ์ถึงได้แผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เลิกสนใจใบหน้าผีที่รายล้อมเข้ามากัดกิน หันขวับกลับมาแล้วแล่นเข้าหาป๋ายเสี่ยวฉุนด้วยความเร็วสูงสุด ป๋ายเสี่ยวฉุนคิดจะหลบเลี่ยงแต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว ร่างทั้งร่างของเขาจึงถูกแมงมุมยักษ์ชนกระแทกอย่างจัง

เสียงตูมดังกึกก้อง ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกเพียงว่าอวัยวะภายในทั้งหมดเด้งกระเทือน ตอนที่ร่างเขาถอยกรูดไปข้างหลัง ดวงตาของเขาก็ปรากฏเส้นเลือดฝอยแดงฉาน

ส่วนแมงมุมยักษ์ก็เหมือนจะเคียดแค้นป๋ายเสี่ยวฉุนสุดขีด ด้วยความบ้าระห่ำ มันจึงพุ่งเข้าชนเขาอีกครั้ง ทั้งยังอ้าปากกว้างราวกับว่าคราวนี้จะต้องเขมือบป๋ายเสี่ยวฉุนทั้งเป็นให้จงได้!

แต่เห็นได้ชัดว่าสติปัญญาของเจ้าแมงมุมยักษ์ตัวนี้ไม่สูงนัก เพราะชั่วขณะที่มันพุ่งเข้าป๋ายเสี่ยวฉุน มารดาผีกลับหัวเราะหยันอยู่ในลำคอ พลันระเบิดความเร็วกลายร่างเป็นลำแสงเส้นหนึ่งที่ขยับเข้าใกล้รังไหม ฉวยโอกาสที่มันไล่ล่าป๋ายเสี่ยวฉุน นางรีบยกมือขวาขึ้น ตบะเทียนจุนระเบิดครบรอบด้านแล้วตบลงไปที่รังไหมอย่างแรง

เสียงตูมกัมปนาทขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าแมงมุมยักษ์ห่วงหน้าพะวงหลัง ด้วยความเดือดแค้นสุดขีดจึงคิดจะเปลี่ยนทิศทางอีกครั้ง ทว่าป๋ายเสี่ยวฉุนรู้จุดอ่อนของมันแล้ว มีหรือจะยอมปล่อยไปง่ายๆ เขาที่เดินออกมาหนึ่งก้าวจึงร้องคำรามพลางยกมือทั้งคู่ขึ้นคว้าขาข้างหนึ่งของแมงมุมยักษ์ไว้แล้วกระชากกลับมาอย่างแรง

ครืด!!

แมงมุมยักษ์ที่ตั้งท่าโจมตีกลับต้องมาโดนสกัดไว้ด้วยพละกำลังกายของป๋ายเสี่ยวฉุน เวลานี้ขาข้างอื่นของมันตะกายครืดๆ อยู่บนพื้นดิน แม้จะดิ้นรนรุนแรงแค่ไหนก็ไม่เป็นผล มือทั้งคู่ของป๋ายเสี่ยวฉุนประหนึ่งคีมเหล็กที่กักตัวมันไว้อย่างแน่นหนา

เพียงแต่ว่านี่ก็เป็นการเผาผลาญพลังมหาศาลสำหรับป๋ายเสี่ยวฉุนเช่นกัน เขาจำต้องระเบิดพลังทุกด้านถึงพอจะต้านทานการต่อต้านของเจ้าแมงมุมยักษ์เอาไว้ได้ หากเขาคลายแรงลงไปแม้เพียงนิดก็คงมิอาจคว้าขาที่ดิ้นสะบัดรุนแรงนี้เอาไว้อยู่ ความรู้สึกที่แมงมุมยักษ์มอบให้แก่ป๋ายเสี่ยวฉุนในเวลานี้ราวกับว่ามันคือสัตว์ร้ายยุคดึกดำบรรพ์ตัวหนึ่งที่ต่อให้ตายก็ไม่ยอมก้มหัวยอมแพ้

“กักตัวมันไว้ ข้าจะทำลายรังไหมนี่ทิ้งซะ!” ดวงตาของกงซุนหว่านเอ๋อร์เป็นประกายวาบ รีบตะโกนมาเสียงดัง นางยืนอยู่หน้ารังไหม มือทั้งคู่ทำมุทราไม่หยุด ทั้งยังหยิบรูปสลักบางส่วนออกมาจากในถุงเก็บของ เพียงโบกมือรูปสลักพวกนั้นก็ติดไฟแผ่ควันดำที่มุดลอดเข้ามาในหมอกควันรอบกายนาง

ไม่นานหมอกควันที่รายล้อมรอบร่างนางก็มีเสียงคำรามฮึ่มดังออกมาเป็นระลอก ทั้งยังมีคลื่นพลังน่ากลัวที่ไต่ทะยานอยู่ด้านในไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าเจ้าแมงมุมยักษ์เข้าใจคำพูดของนาง แล้วก็สัมผัสได้ถึงปราณในหมอกควัน มันจึงร้อนใจยิ่งกว่าเดิม รีบหันขวับกลับมาอ้าปากแว้งกัดป๋ายเสี่ยวฉุน

ป๋ายเสี่ยวฉุนเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก จำต้องปล่อยมืออย่างห้ามไม่ได้ หลังจากที่เขาเบี่ยงวูบหลบไปข้างหลังแล้วแมงมุมยักษ์เตรียมจะกระโจนออกไป เขาก็พุ่งเข้ามากอดขาอีกข้างหนึ่งของมันไว้ แผดเสียงคำรามส่งแรงกระชากมันกลับมา

พื้นดินที่ถูกขาข้างอื่นของแมงมุมยักษ์ตะกุยตะกายจนเกิดเสียงเสียดสีแสบแก้วหูกลายเป็นร่องลึกหลายเส้น ดวงตาของแมงมุมยักษ์เป็นสีแดงฉานคล้ายตกอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งสุดขีด ยิ่งมาโดนป๋ายเสี่ยวฉุนรั้งเอาไว้ แล้วเห็นว่าควันดำรอบกายของกงซุนหว่านเอ๋อร์พวยพุ่งเทียมฟ้า และจู่ๆ ก็มีน้ำวนใหญ่ยักษ์โผล่ขึ้นมา ก่อนจะเริ่มหมุนคว้างครืนครั่นราวกับจะดูดทุกอย่างให้หายเข้าไป

ซ้ำปราณที่แผ่ออกมาจากในหมอกควันยังเต็มไปด้วยความเก่าแก่โบราณคร่ำครึและกลิ่นอายแห่งความตายเข้มข้น

รวมถึงทิศทางที่แรงดึงดูดส่งไปก็คือจุดที่ตั้งของรังไหม ภาพนี้ทำให้แมงมุมยักษ์ที่เดิมทีก็บ้าคลั่งอยู่แล้วยิ่งเกรี้ยวกราดเข้าไปใหญ่ มันหันขวับกลับมาพร้อมปากที่อ้ากว้าง ทว่าไม่ได้หันมากัดป๋ายเสี่ยวฉุน แต่กลับกัดขาข้างที่ถูกป๋ายเสี่ยวฉุนรัดไว้ให้ขาดออกจากกันดังกร้วม

ฉวยโอกาสที่ป๋ายเสี่ยวฉุนเซหวืดไปด้านหลังเพราะแรงเฉื่อย แมงมุมยักษ์ฝืนข่มกลั้นความเจ็บปวดจากขาที่ขาดออกจากกัน ร้องคำรามโผเข้าหากงซุนหว่านเอ๋อร์ หมายจะขัดขวางไม่ให้นางร่ายอาคมได้สำเร็จ

ทว่าชั่วขณะที่มันพุ่งเข้ามานั้นเอง กงซุนหว่านเอ๋อร์กลับยกยิ้มเย้ยหยัน ยกมือทั้งคู่ขึ้นโบก ทันใดนั้นน้ำวนหมอกดำที่มองดูเหมือนดูดกระชากรังไหมกลับเปลี่ยนทิศทาง หันมาดึงกระชากเจ้าแมงมุมยักษ์ที่พุ่งมาแทน!

“เจ้าติดกับแล้ว!” ไอสังหารของกงซุนหว่านเอ๋อร์ระเบิดปะทุ มือทั้งคู่สะบัดกางออกจากกันแล้วกดไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างแรง!

แมงมุมยักษ์สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง สัมผัสได้ถึงวิกฤตจึงเตรียมจะถอยหนี ทว่าป๋ายเสี่ยวฉุนและกงซุนหว่านเอ๋อร์กลับร่วมมือกันอย่างรู้ใจ อันที่จริงตอนที่อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนหน้านี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็เข้าใจแผนการของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน เพราะตอนที่เขาลงมือกับรังไหมใหญ่ก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งมิอาจเขย่าคลอนได้แล้ว

เขาจึงเชื่อว่าเมื่อกงซุนหว่านเอ๋อร์ลงมือก็ต้องสัมผัสได้เช่นกัน

เว้นเสียแต่ว่าคนทั้งสองจะลงมือพร้อมกัน หาไม่แล้วเกรงว่าเวทอาคมทุกอย่างคงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับรังไหมยักษ์ได้เท่ากับความเร็วในการฟื้นตัวของมันแน่นอน ยิ่งมีแมงมุมยักษ์ตัวนี้อยู่ด้วยก็ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่

ดังนั้นต่อให้รังไหมนี้จะสำคัญแค่ไหนก็ต้องกำจัดเจ้าแมงมุมยักษ์ตัวนี้ไปก่อนถึงจะได้

อันที่จริงทุกอย่างนี้ก็อยู่ในการคาดการณ์ของกงซุนหว่านเอ๋อร์เช่นกัน คนทั้งสองมองออกถึงความอ่อนด้อยด้านสติปัญญาของแมงมุมยักษ์ได้พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ถึงได้จัดฉากสังหารง่ายๆ นี้ขึ้นมา!

วินาทีที่แมงมุมยักษ์ถอยหนี ป๋ายเสี่ยวฉุนจึงขยับเข้ามาใกล้เรียบร้อยแล้ว

เขาพลันโบกมือทั้งคู่ พายุบ้าคลั่งก็หมุนคว้าง ชนาเขย่าภูเขาถูกร่ายใช้พร้อมๆ กับคาถาคนขุนเขา พริบตาเดียวป๋ายเสี่ยวฉุนก็กลายร่างมาเป็นมนุษย์หินร่างยักษ์ที่ใช้พลังกายเนื้ออันน่าครั่นคร้ามชนโครมลงไปบนร่างของแมงมุมยักษ์เสียงตูมดังสะเทือนเลือนลั่น แมงมุมยักษ์ที่เดิมทีก็ถอยหนีได้อย่างยากลำบากอยู่แล้ว พอมาโดนชนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่ทันได้หลบเลี่ยงต่อ ได้แต่คำรามแหบโหยด้วยความเจ็บปวดก่อนจะถูกน้ำวนควันดำดึกดำบรรพ์ที่เกิดจากวิชาอภินิหารของกงซุนหว่านเอ๋อร์เขมือบกลืนเข้าไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version