ตอนที่ 1148 ป่วนคฤหาสน์ราชา
แม้การถูกเนรเทศไปอยู่ในอาณาจักรใต้ดินเป็นเวลา 3 เดือนจะไม่ถือเป็นการลงโทษที่รุนแรงนัก แต่ก็ไม่เบาเช่นกัน
อาณาจักรใต้ดินเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทวีปแห่งปรมาจารย์กับสนามรบของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ดังนั้นจึงมีเจตนาสังหารเข้มข้นอยู่ตลอด และเผ่าพันธุ์ปีศาจอาจปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ แน่นอนว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในทวีปแห่งปรมาจารย์ ผู้คนส่วนใหญ่ที่ลงไปที่นั่นก็มักไม่ได้มีชีวิตกลับมา
มีแต่เหล่าปรมาจารย์ที่ทำความผิดซึ่งให้อภัยไม่ได้ หรือผู้ที่อยากเสียสละเพื่อมวลมนุษยชาติเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น ถึงจะลงไปยังอาณาจักรใต้ดิน
เช่นเดียวกับกรณีของลู่เฟิงในครั้งนั้น
นอกจากความจริงที่ว่าซุนฉางไม่ใช่กูรูยาพิษ หรือต่อให้เขาเป็น เขาก็ไม่ได้ทำร้ายใคร แล้วทำไมถึงถูกกล่าวหาว่าประกอบอาชญากรรมร้ายแรง ต่อให้เป็นปรมาจารย์ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกล่าวหามนุษย์ผู้บริสุทธิ์
เป็นถึงรองประธานสภาปรมาจารย์ มีอำนาจอยู่ในมือ แต่ตัดสินเรื่องราวต่างๆ แบบนี้…ช่างเหลวไหลสิ้นดี!
“รองประธานเถียนปรานีคุณแล้วนะด้วยการเสนอประนีประนอมให้ คุณยังไม่รู้อีกหรือว่าทำอย่างไรจึงจะดีที่สุด!” ราชาจงชิงคำรามกร้าว
“คุณเก็บการประนีประนอมครั้งนี้ไว้ใช้กับตัวเองเถอะ!” จางเซวียนไม่แยแสราชาจงชิง เขาเดินตรงไปหาซุนฉาง
พรึ่บ!
เห็นจางเซวียนเดินตรงเข้ามา องครักษ์ทั้งสองคนที่ขนาบข้างซุนฉางก็รีบชักอาวุธข่มขู่
แต่ทันทีที่ดาบของทั้งคู่ถูกชักออกจากฝัก มันก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปลายดาบปลิวว่อนไปไกล จากนั้นองครักษ์ทั้งสองก็ถูกสอยกระเด็นไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน ก่อนจะกระแทกเข้ากับเสาหินที่อยู่ด้านนอกและสลบไป
ตอนนี้จางเซวียนยืนอยู่ตรงหน้าซุนฉาง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่และพูดว่า “คุณได้รับบาดเจ็บ”
พริบตาต่อมา กุญแจทองคำล็อคจิตวิญญาณที่อยู่บนตัวซุนฉางก็ร่วงลงกับพื้น แล้วจางเซวียนก็กระดิกนิ้ว
ฟึ่บ!
อาการบาดเจ็บของอีกฝ่ายทุเลาอย่างเห็นได้ชัด
เพราะซุนฉางมีระดับวรยุทธต่ำกว่าเขา พลังปราณเทียบฟ้าจึงใช้เวลาไม่นานในการเยียวยาอาการบาดเจ็บ
“บังอาจมาก! จางเซวียน นี่คือเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน ไม่ใช่จักรวรรดิหงหย่วนของคุณนะ เมินเฉยต่อความหวังดีของปรมาจารย์ระดีบสูงกว่าและทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้ ไม่สนกฎหมายบ้านเมืองเอาเสียเลย คนอย่างคุณไม่คู่ควรกับการเป็นปรมาจารย์ พวกเรา จัดการมันเสีย!” ราชาจงชิงคำราม
พรึ่บ!
ทันทีที่พูดจบ กองกำลังกลุ่มหนึ่งก็พรวดเข้ามาในห้องโถงใหญ่
“นายน้อย”
“เมื่อเห็นนายน้อยยืนจังก้าต่อกรกับราชาหมายเลข 1 แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนอันทรงเกียรติเพื่อตัวเขา ซุนฉางอดรู้สึกอบอุ่นในหัวใจไม่ได้
หากต้องเป็นไปตามที่รองประธานสภาปรมาจารย์พูดไว้ ก็หมายถึงอนาคตของเขาต้องจบสิ้น แต่นายน้อยตัดสินใจช่วยชีวิตคนรับใช้อย่างเขาโดยไม่ลังเล สำหรับตัวเขา ครั้งนี้เป็นหนี้บุญคุณที่ยิ่งใหญ่กว่าสวรรค์เสียอีก
หลัวฉีฉีกับหยู่เฟยเอ๋อรีบเข้าขนาบข้างจางเซวียน ขณะที่มองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง
แม้จะถูกเหล่าองครักษ์โจมตีอย่างกะทันหัน จางเซวียนก็ไม่ใส่ใจ เขาหันไปพูดกับราชาจงชิง “คุณคิดจะจับผม? ราชาจงชิง, ดูเหมือนไม่กลัวตายเอาเสียเลย คุณคิดจริงๆ หรือว่าผมไม่กล้าสังหารคุณ?”
“สังหารผม? คุณนี่นะ? ฮ่าฮ่า ดูเหมือนการได้เป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนจะทำให้คุณลืมกำพืดของตัวเองนะ เป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวอย่างคุณ แต่กล้าพูดถึงการสังหารผม ข้อเท็จจริงที่ว่าคุณแสดงความไม่เคารพรองประธานเถียนก็เกินพอที่จะทำให้คุณโดนข้อหากระด้างกระเดื่องแล้ว วันนี้ล่ะ ผมจะช่วยสภาปรมาจารย์กำจัดแกะดำ!” รังสีของราชาจงชิงเข้มข้นขึ้นทันที ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด
ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่เขาแผ่ออกมา อากาศบริเวณโดยรอบถึงกับบิดเบี้ยว นี่คือพละกำลังของนักรบระดับเซียนขั้น 4 จิตวิญญาณต้นกำเนิด!
พละกำลังของเขาเหนือกว่าประธานสมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล, ประธานหาน โดยเทียบเท่ากับปรมาจารย์อู๋ก่อนที่จะเข้าไปยังพระราชวังชิวอู๋
“ราชาจงชิง ถึงอย่างไรปรมาจารย์จางก็เป็นปรมาจารย์ของเรา ต่อให้เขาทำผิดพลาด ผู้ตัดสินก็จะต้องเป็นสภาปรมาจารย์ของเราเท่านั้น เพียงแค่จับตัวเขาไว้ก็พอ ไว้ชีวิตเขาก่อน” เห็นราชาจงชิงกำลังจะออกตัวเต็มเหนี่ยว รองประธานเถียนสั่งการ
“วางใจเถอะ รองประธานเถียน ผมจะไม่หนักมือไปหรอก” ราชาจงชิงปล่อยพลังฝ่ามือออกไป ในชั่วพริบตา ก็เหมือนกับมีเมฆดำปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง คลื่นจากมหาสมุทรซัดสาดใส่จางเซวียน
บางทีเขาอาจจะได้ฝึกฝนศาสตร์ลับบางอย่าง พลังปราณของราชาจงชิงนั้นไม่เพียงแต่เข้มข้นและทรงพลัง แต่ยังมีกลิ่นอายของสนามรบ ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่เกลื่อนกลาดไปด้วยศพ และแม่น้ำที่กลายเป็นสีเลือด
“นี่คือ…เสื้อคลุมเลือดสังหาร?” เมื่อเห็นกระบวนท่านั้น หลัวฉีฉีขมวดคิ้วอย่างหวาดระแวง
“เสื้อคลุมเลือดสังหาร?”
“มันเป็นเทคนิคที่ทำให้เจตนาสังหารเพิ่มขึ้นสูงสุด ใช้กันในจักรวรรดิฉิงหย่วน ผู้ที่ฝึกฝนเทคนิคนี้จะต้องใช้เลือดสดๆ เป็นสื่อกลางในการเพิ่มความเชี่ยวชาญ เมื่อเริ่มต้นฝึกฝนแล้วจะไม่มีทางย้อนกลับได้ การได้เห็นเลือดจะจุดประกายความกระหายเลือดของเขา มันเป็นเทคนิคที่โหดเหี้ยมมาก แม้แต่ศิลปะการดึงมหาสมุทรก็ยังเกือบจะเทียบชั้นไม่ได้” หลัวฉีฉีอธิบายอย่างเคร่งเครียด
“แต่ด้วยธรรมชาติทำลายล้างของมัน จึงไม่มีปรมาจารย์หรือยอดขุนพลคนไหนเต็มใจจะเรียน ใครจะไปคิดว่าราชาแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนจะเรียนเทคนิคอันโหดเหี้ยมแบบนี้ ท่านอาจารย์ คุณต้องระวังตัวด้วย!”
“ก็แค่แมลงวันตัวจ้อยน่ารำคาญ!”
ตรงกันข้ามกับความกังวลของหลัวฉีฉี จางเซวียนไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วกระดิกนิ้ว
ฟึ่บ!
ตัวล็อคจิตวิญญาณทองคำพุ่งเข้าใส่ราชาจงชิงด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า และในชั่วพริบตา มันก็ปะทะเข้ากับพลังฝ่ามือที่ราชาจงชิงเพิ่งสําแดงออกมาเมื่อครู่
พลังฝ่ามือไม่สามารถยับยั้งพลังของตัวล็อคจิตวิญญาณทองคำไว้ได้ มันพุ่งเข้าใส่ราชาจงชิง
พลั่ก!
ตัวล็อคจิตวิญญาณทองคำกระแทกเข้าที่กลางอกของราชาจงชิงอย่างเหมาะเหม็ง ทำเอาฝ่ายนั้นหน้าแดงก่ำขึ้นมากะทันหันพร้อมกับกระอักเลือดออกมา
เขาถอยกรูดไป 8 ก้าวเพราะแรงกระแทก ก่อนจะปะทะเข้ากับเก้าอี้ไม้แกะสลักที่อยู่ด้านหลัง เก้าอี้ที่เจอแรงกดดันนั้นถึงกับแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ราชาจงชิงต้องขับเคลื่อนพลังงานอย่างดุเดือด และปล่อยพลังออกมาไม่หยุดกว่าที่จะตั้งตัวได้ เขารู้สึกว่าเลือดในกายฉีดพล่าน และใบหน้าก็ซีดเผือดด้วยความอ่อนแรง เขาจ้องชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ แทบไม่อยากยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพบเจอ
เขาเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 4 จิตวิญญาณต้นกำเนิดขั้นสูงสุด ขณะที่อีกฝ่ายเป็นเพียงนักรบระดับเซียนขั้น 2 การรับรู้จิตวิญญาณขั้นสูงสุด ห่างกันถึง 2 ขั้นเต็มๆ !
ถ้าจะพูดกันตามตรง ด้วยช่องว่างขนาดนี้ ต่อให้มีทักษะดีแค่ไหน ก็ไม่น่าจะต้านทานพลังฝ่ามือของเขาได้อย่างง่ายดายและถึงกับตอบโต้กลับได้ด้วย…
น่าสะพรึงจริงๆ !
ไม่ใช่ราชาจงชิงคนเดียวที่ประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น รองประธานเถียนก็ชะงักเช่นกัน
ประสิทธิภาพการต่อสู้ของจางเซวียนนั้นเหนือกว่าที่เขาคิด ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของเขามากกว่า 1 ครั้ง
“ไม่น่าแปลกใจที่แกโอหังขนาดนี้ มีของดีซ่อนอยู่นี่เอง แต่ถ้านี่คือทั้งหมดที่แกมีล่ะก็ ฉันจะทำให้แกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง!” เมื่อมองดูรองประธานเถียนและเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าจะขยับตัว ราชาจงชิงคำรามกร้าวขณะงอนิ้วทั้ง 5 เขาสะบัดข้อมืออย่างแรง แล้วพลังฝ่ามือก็ถูกปล่อยออกมาเป็นรูปเหมือนกับใบบัว
“ฝ่ามือสามใบไม้ร่วง!” จางเซวียนจดจำเทคนิคการต่อสู้นั้นได้ในทันที
เพราะศึกษาหนังสือทั้งหมดในแผนกศิลปะการต่อสู้ของสภายอดขุนพลมาแล้ว จึงจดจำเทคนิคการต่อสู้นี้ได้เป็นอย่างดี
ฝ่ามือสามใบไม้ร่วง ดอกบัวสิบลี้
พลังของเทคนิคนี้เทียบเท่าได้กับดรรชนีกลุ่มดาว และเป็นที่นิยมกันในสภายอดขุนพล มียอดขุนพลมากมายที่ใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะเชี่ยวชาญ แต่ราชาจงชิงสามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญ โดยภาพรวมแล้ว!
เมื่อได้เทคนิคอันทรงพลังผนวกเข้ากับเสื้อคลุมเลือดสังหาร ก็ทำให้ทั้งห้องนั้นเหมือนกับมีดอกบัวสีเลือดบานทีละดอกอย่างน่าสยดสยอง รู้สึกเหมือนมันจะกลืนกินทั้งจิตวิญญาณและชีวิตของผู้ที่กล้าเข้าใกล้มัน
“นี่คือเทคนิคการต่อสู้ที่ทรงพลังจริงๆ แม้แต่หัวหน้าเลี่ยวกับคนอื่นๆ ก็ยังต้องถอย น่าเสียดายที่แกเลือกคู่ต่อสู้ผิดคน” จางเซวียนส่ายหัวและก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่งแทนที่จะถอย เขาเหยียบลงไป บนดอกบัวสีเลือด จากนั้นก็ใช้นิ้วแตะไปข้างหน้า
วิ้ง!
ดวงดาวระยิบระยับออกมาจากปลายนิ้วของเขา ส่องแสงสว่างยิ่งกว่าไข่มุกกระจ่างราตรีที่อยู่บนหลังคาเสียอีก
กระแสพลังปราณที่ออกจากปลายนิ้วของเขาทำลายฝ่ามือสามใบไม้ร่วงในทันที พริบตาต่อมา ราชาจงชิงก็กระอักเลือดและถอยกรูดไม่เป็นท่าอีกครั้งหนึ่ง เพียง 2-3 ก้าว แผ่นหลังของเขาก็ประชิดกำแพง
ครืนนนน!
ฝุ่นร่วงลงจากเพดานมาใส่ร่างของเขา
“แกรู้ข้อบกพร่องของฝ่ามือสามใบไม้ร่วงด้วยหรือ?” ราชาจงชิงแทบไม่เชื่อสายตา
ภายใต้สถานการณ์ปกติ แม้ดรรชนีกลุ่มดาวกับฝ่ามือสามใบไม้ร่วงจะเป็น 2 เทคนิคที่มีพละกำลังทัดเทียมกัน แต่หากปะทะกันโดยตรง เขาจะไม่พ่ายแพ้หมดรูปแบบนี้ แต่ด้วยวิธีอะไรบางอย่าง จางเซวียนดูเหมือนจะพบข้อบกพร่องในเทคนิคของเขาและพุ่งเข้าใส่ที่จุดนั้นโดยตรง ทำให้พลังปราณของเขาเหือดแห้งไป ส่งผลให้แพ้หมดรูปและได้รับบาดเจ็บสาหัส
จางเซวียนคร้านที่จะอธิบายอะไรกับราชาจงชิง เขาเอามือไพล่หลังอย่างวางมาด จากนั้นก็เดินไปหาซุนฉาง “เขาสร้างปัญหาให้คุณมากมาย คุณคิดว่าเราควรจะรับมือกับเขาอย่างไรดี?”
“ในเมื่อเขาใช้ตัวล็อคจิตวิญญาณทองคำล็อคที่อกของผม ก็ควรจะทำกับเขาแบบเดียวกัน” ซุนฉางกัดฟันตอบ
“ง่ายดี!” จางเซวียนยิ้ม ก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นอีกครั้ง
ฟึ่บ!
ตัวล็อคจิตวิญญาณทองคำที่อยู่บนพื้นลอยขึ้นสู่กลางอากาศ ราวกับงูดุร้ายที่พร้อมฉก
ส่วนราชาจงชิง เมื่อเห็นจางเซวียนหารือกับลูกน้องว่าจะจัดการกับเขาอย่างไร ก็รู้สึกถูกหยามหน้าอย่างแรง เขาหน้าแดงก่ำแล้วตวาดลั่น “พวกแกรีรอหาอะไรกัน จัดการมันซะสิ!”
พรึ่บ!
ทันทีที่พูดจบ เหล่าองครักษ์ที่ยืนอยู่โดยรอบก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับส่งเสียงกึกก้อง
จางเซวียนไม่แม้แต่จะหันกลับไปดู เขากระทืบเท้าลงกับพื้น
ครืนนนนน!
กระแสพลังปราณสะเทือนออกจากฝ่าเท้าของเขา ในชั่วพริบตา ค่ายกลที่อยู่รอบห้องโถงใหญ่ก็ถูกเปิดใช้งาน ปิดกั้นเหล่าองครักษ์ทั้งหมดไว้ด้านนอก ไม่ว่าจะพากันเคาะค่ายกลขนาดไหนก็ไม่ขยับเขยื้อน
“ขนาดคุณยังทำอะไรผมไม่ได้ คุณคิดว่าแมลงวันน่ารำคาญเพียงกลุ่มเดียวจะยับยั้งผมได้หรือ?” จางเซวียนจ้องหน้าราชาจงชิงอย่างเลือดเย็น
ตอนนี้เขาเชี่ยวชาญเทคนิคการต่อสู้ทั้งหมดในสภายอดขุนพลแล้ว ประสิทธิภาพการต่อสู้ของจางเซวียนนั้นจัดว่าไร้เทียมทานในหมู่นักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิด ต่อให้ราชาจงชิงจะเก่งกาจขนาดไหน พละกำลังของอีกฝ่ายก็ไม่มีผลต่อตัวเขา
ฟึ่บ!
ทันทีที่พูดจบ ตัวล็อคจิตวิญญาณทองคำก็ลอยขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่ทุกคนที่อยู่ตรงหน้า
“รองประธานเถียน ช่วยผมด้วย!” เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจ ราชาจงชิงที่หมดหวังก็หันไปขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ
“เท่านี้ก็พอแล้ว ถ้าทำอะไรมากกว่านี้ ผมจะแจ้งสภาปรมาจารย์ให้ตักเตือนคุณ”
รองประธานเถียนเองก็เห็นว่าราชาจงชิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกับจางเซวียน เขาส่ายหน้าแล้วก้าวออกไป พร้อมกับเงื้อฝ่ามือขึ้น หวังจะหยุดตัวล็อคจิตวิญญาณจากการเข้าเล่นงานราชาจงชิง แต่ในตอนนั้นเองก็เกิดเสียงหวีดหวิวดังลั่นขึ้นกลางอากาศ หม้อขนาดใหญ่ใบหนึ่งร่วงลงมา
โครมมมม!
มันตกลงมาใส่ศีรษะของรองประธานเถียนพอดิบพอดี
“นายท่าน ต้องการให้ผมซ้อมคนไหน? คอยดูนะ ผมจะเผามันให้มอดไหม้เป็นเถ้าถ่านให้คุณเห็น!”
“…” จางเซวียน
“…” รองประธานเถียนฉิง
