Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1147


ตอนที่ 1147 เถียนฉิง

เขารู้ว่าราชาจงชิงมีธุระกับเขา แต่นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะโหดร้ายถึงขนาดทรมานซุนฉาง

อย่างคำกล่าวที่ว่า แม้จะตีหมาสักตัวก็ยังต้องมองหน้าเจ้าของ การลักพาตัวลูกน้องของใครสักคนและใช้วิธีการทรมานนั้นถือเป็นการสบประมาทอีกฝ่ายอย่างแรง

“ผมหมายความว่าอย่างไร?” ราชาจงชิงถามเย้ย “นำตัวรองหัวหน้าหมิงมาที่นี่!”

พรึ่บ!

เมื่อพูดจบ องครักษ์สองคนก็พาร่างหนึ่งเข้ามา

จางเซวียนหน้าดำคร่ำเครียดไปทันทีเมื่อเห็นร่างนั้น

เขาจำได้ หมอนี่คือรองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษแห่งเมืองจิ้งหยวน, หมิงเจิน!

ในครั้งนั้น หมอนี่เข้าข้างลูกศิษย์ของตัวเองและพยายามจะสังหารจางเซวียน โชคดีที่ตอนนั้นจิตวิญญาณของเขาอยู่ข้างนอก และในท้ายที่สุดห้องโถงแห่งยาพิษก็ถูกทำลายจนแหลกราญเพราะตัวเขา แต่ในตอนนั้น รองหัวหน้าหมิงเจินถูกหัวหน้าโหลวชิงหย่วนสังหารไปแล้วไม่ใช่หรือ?

ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่?

แล้วเท่าที่ดู ก็เหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย…ตรงกันข้าม ดูเหมือนเขาจะได้พัฒนาระดับวรยุทธขึ้นด้วย

หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ห้องโถงแห่งยาพิษ?

อีกอย่าง ขณะที่ซุนฉางถูกโซ่ล่ามไว้ แต่เขากลับไม่มีเครื่องพันธนาการใดๆ เลย ทำท่าราวกับเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของราชาจงชิง

จางเซวียนหน้าตาเคร่งเครียด

“คารวะฝ่าบาท!” หมิงเจินประสานมือ

จงชิงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “พูดในสิ่งที่คุณรู้ออกมาสิ!”

“ผมเคยเป็นรองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษแห่งเมืองจิ้งหยวน ตั้งอยู่ในอาณาเขตของจักรวรรดิหงหย่วน เมื่อ 2 เดือนก่อน ซุนฉางได้ปลอมตัวไปที่ห้องโถงแห่งยาพิษของพวกเรา กล่าวอ้างว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอดของผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษ เขาแสดงความเชี่ยวชาญอย่างน่าทึ่งในเรื่องยาพิษจนแม้แต่ตัวผมเองยังเทียบไม่ได้” หมิงเจินรีบทบทวนเรื่องราวที่เกิดกับห้องโถงแห่งยาพิษในครั้งนั้น

“…จากนั้น เขาก็ฝากฝังผู้ก่อตั้งไปกับกูรูยาพิษไป๋และกูรูยาพิษไห่ ตอนแรกผมจะต้องถูกสังหาร แต่โชคดีที่ผู้รับหน้าที่สังหารเป็นศิษย์ของผม และด้วยเหตุนั้น ผมจึงยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้”

“ผู้สืบทอดของผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษ? ถ้าผมไม่ได้ยินกับหู จะไม่เชื่อเรื่องนี้เลย ปรมาจารย์จาง ซุนฉางคนนี้เป็นลูกน้องของคุณ และเขาก็เป็นกูรูยาพิษผู้ไร้เทียมทานด้วย คุณมีอะไรจะแก้ตัวไหม?” ราชาจงชิงจ้องหน้าจางเซวียนอย่างโหดเหี้ยม

“บังอาจ!” ราชาจงชิงตวาดกร้าว

“คุณต่างหากที่บังอาจ!” จางเซวียนตวาดสวน “มีผู้คนมากมายในโลกที่ใช้ชื่อซุนฉาง และด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ คุณลักพาตัวพ่อบ้านของผมและนำตัวมาทรมาน ถ้าผมจับสุนัขตัวหนึ่งได้และตั้งชื่อมันว่าราชาจงชิง ผมจะพูดว่าคุณเป็นสุนัขตัวนั้นได้หรือเปล่า? ถ้าพ่อบ้านของผมเป็นผู้สืบทอดของผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษจริงๆ ล่ะก็ พวกคุณคงถูกวางยาจนตายไปเสียนานแล้วที่นำตัวเขามาทรมานแบบนี้!”

“คุณ” นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะปากกล้า ราชาจงชิงแทบกระอักเลือดออกมา เขาหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธและคำราม “คนของผมติดตามและเล่นงานพ่อบ้านของคุณได้ก่อนที่เขาจะทันตอบโต้ จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่มีโอกาสต่อสู้ ส่วนตัวตนของหมิงเจินนั้นไม่มีอะไรน่าสงสัย เขาสมัครใจออกจากห้องโถงแห่งยาพิษเพื่อมาเข้าร่วมกับเรา อันที่จริง เขาเป็นผู้นำคนของเราไปจัดการห้องโถงแห่งยาพิษแห่งเมืองจิ้งหยวน ซึ่งความดีความชอบของเขานั้นก็เกินพอที่จะกลบเกลื่อนความผิด!”

“จัดการห้องโถงแห่งยาพิษแห่งเมืองจิ้งหยวน?” จางเซวียนใจหายวาบ

แม้ห้องโถงยาพิษแห่งเมืองจิ้งหยวนจะมีความเก่งกาจ แต่หากมีคนในนำกองกำลังของจักรวรรดิฉิงหย่วนเข้าไปจัดการ ก็ยากที่ฝ่ายนั้นจะต้านทานไว้ได้

ถ้าห้องโถงแห่งยาพิษถูกทำลาย แล้วผู้อาวุโสฉู่กับคนอื่นๆ จะเป็นอย่างไร?

นึกไม่ถึงเลยว่าเพียง 2 เดือน จะเกิดเรื่องราวมากมายขนาดนี้

“ใช่แล้ว! ไม่ว่าเขาจะเคยเป็นอย่างไรมา ผลงานของเขาก็เกินพอที่จะทำให้เราเชื่อถือ อีกอย่าง เราได้ผนวกเอาคำพูดของเขาเข้ากับคำสารภาพของกูรูยาพิษคนอื่นๆ ในห้องโถงแห่งยาพิษของเมืองจิ้งหยวน จึงไม่มีข้อสงสัยในความถูกต้องของเรื่องนี้”

ราชาจงชิงลุกขึ้นยืนก่อนจะสะบัดแขนเสื้อและคำราม “แม้จะเป็นถึงปรมาจารย์ คุณก็ยังกล้าเก็บกูรูยาพิษผู้เก่งกาจเอาไว้ข้างกาย นี่เป็นการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของสภาปรมาจารย์อย่างเด่นชัด เพื่อความปลอดภัยของจักรวรรดิฉิงหย่วน ผมมีหน้าที่ที่จะต้องกำจัดคุณ”

“เพื่อความปลอดภัยของจักรวรรดิฉิงหย่วน? ผม, จางเซวียน เป็นปรมาจารย์ผู้ชอบธรรม ถ้ามีปัญหากับผมล่ะก็ สภาปรมาจารย์ควรจะเป็นผู้ตัดสิน แล้วคุณล่ะ? ขอโทษเถอะ แต่ผมไม่เชื่อหรอกนะว่าคุณจะขึ้นตรงกับสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน”

เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับปรมาจารย์ มีแต่สภาปรมาจารย์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติเพียงพอจะตัดสินพวกเขา ลำพังแค่ราชาแห่งจักรวรรดิอันทรงเกียรติไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรเลย

“ผมรู้ว่าผมไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะตัดสินเรื่องนี้ จึงได้รายงานไปยังรองประธานสภาปรมาจารย์เถียนฉิงเพื่อให้มาตัดสินเรื่องนี้แล้ว!” เมื่อพูดจบ ราชาจงชิงประสานมือคารวะให้กับผู้อาวุโสหลังค่อมที่นั่งอยู่ข้างเขา

“เถียนฉิง?” ได้ยินชื่อนั้น จางเซวียนพลันนึกได้ เขาหรี่ตา

พรึ่บ!

แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ผู้อาวุโสก็ลุกขึ้นยืน ตอนนั้นเองที่ทุกคนเห็นดาวซึ่งกลัดติดบนอกเสื้อของเขา

ปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว!

“รองประธานสภาปรมาจารย์?” หลัวฉีฉีกับหยู่เฟยเอ๋อถึงกับตระหนก พวกเธอรีบหันไปมองจางเซวียน

ถ้าสภาปรมาจารย์ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ จางเซวียนก็พอจะใช้ตัวตนในฐานะปรมาจารย์หลบเลี่ยงไปได้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายพาตัวรองประธานสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนมาด้วย เรื่องก็จะต้องยุ่งยากกว่าเดิม

“เขาเตรียมตัวมาอย่างดี” จางเซวียนพยายามทำใจให้สงบขณะพินิจพิเคราะห์สถานการณ์

ก่อนหน้านี้ เขาได้ฟังปรมาจารย์อู๋อธิบายสถานการณ์ภายในสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนมาแล้วอย่างคร่าวๆ

ประธานสภาปรมาจารย์คนปัจจุบัน, โกวเถียนเจ๋อ เป็นนักรบการละทิ้งช่องว่างขั้นต้น แต่เขาได้ถอนตัวออกจากกิจการงานต่างๆ ของสภาปรมาจารย์ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน และตอนนี้ รองประธานเถียนก็เป็นผู้รับผิดชอบ

ดังนั้น แม้จะเป็นแค่รองประธาน แต่เถียนฉิงก็มีอำนาจเทียบเท่ากับประธานสภาปรมาจารย์ ทำให้เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน

จางเซวียนคิดว่าเรื่องนี้คงเป็นเพียงความขัดแย้งเล็กน้อย บางทีเขาอาจจะไปล้ำเส้นใส่ราชาจงชิงที่ไหนสักแห่งและอีกฝ่ายอยากตอบโต้กลับให้เขาอับอาย ไม่นึกเลยว่าจะถึงกับพารองประธานเถียนเข้ามาร่วมวงด้วย

ในฐานะผู้รับผิดชอบสภาปรมาจารย์ในพื้นที่ รองประธานเถียนมีสิทธิ์ที่จะประสานงานกับทางสำนักงานใหญ่ ถ้าอีกฝ่ายตัดสินว่าเขาสมรู้ร่วมคิดกับห้องโถงแห่งยาพิษล่ะก็ คงไม่มีทางชำระล้างมลทินครั้งนี้ได้

“ปรมาจารย์จาง ผมได้ยินเรื่องราวของคุณมาแล้ว รู้ดีว่าคุณเป็นผู้ที่ปราดเปรื่องและมีความสามารถ” รองประธานเถียนหันมายิ้มให้จางเซวียน “ราชาจงชิงมีหน้าที่ปกป้องเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน เมื่อเขาสามารถเปิดเผยหลักฐานที่บ่งบอกว่าซุนฉางเป็นกูรูยาพิษ ก็เป็นความรับผิดชอบที่เขาจะต้องเข้ามาจัดการเรื่องนี้ ผมหวังว่าคุณจะไม่นำไปเป็นเรื่องส่วนตัว เหตุผลที่เขาเชิญคุณมาที่นี่แทนที่จะเป็นสภาปรมาจารย์ก็เพื่อไม่ให้เรื่องแพร่งพรายออกไป เพราะเรื่องแบบนี้จะทำลายชื่อเสียงของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน ซึ่งไม่มีใครในหมู่พวกเราอยากจะเห็น”

ถึงตอนนี้ รองประธานเถียนมองหน้าหมิงเจินก่อนจะพูดต่อ “ผมได้สืบเสาะภูมิหลังของกูรูยาพิษ หมิงเจินและสิ่งที่เขาสารภาพออกมาแล้ว พบว่าเชื่อถือได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป ต่อให้ซุนฉางเป็นกูรูยาพิษจริงๆ ทางสภาปรมาจารย์ก็จะถือเอาข้อเท็จจริงที่ว่าคุณไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อทำการตัดสิน”

“ต่อให้ซุนฉางเป็นกูรูยาพิษจริงๆ ?” เมื่อได้ยินคำที่บ่งบอกถึงข้อสงสัยอย่างชัดเจนของรองประธานเถียน จางเซวียนขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด “ในเมื่อรองประธานเถียนได้เห็นเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว แน่นอนว่าคุณจะต้องรู้ดีกว่าใครว่าซุนฉางเป็นกูรูยาพิษหรือไม่, ใช่หรือเปล่า?”

แม้เมื่อมองเผินๆ กูรูยาพิษจะดูเหมือนนักรบทั่วไป แต่การต้องสัมผัสกับยาพิษบ่อยๆ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของพวกเขา อันที่จริง กูรูยาพิษที่เก่งกาจบางคนทำได้ถึงขนาดใช้เลือดของเขาเพียงหยดเดียววางยาคนทั้งเมืองให้เสียชีวิตได้

ส่วนซุนฉางนั้นฝึกฝนวรยุทธตามระเบียบแบบแผนโดยใช้เคล็ดวิชาเทียบฟ้าฉบับเรียบง่าย พลังปราณของเขาบริสุทธิ์และไม่มีองค์ประกอบผิดปกติใดๆ เพียงเท่านั้นก็เกินพอที่จะพิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ใช่กูรูยาพิษ

ในเมื่อรองประธานเถียนเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุด เขาควรจะรู้ดีกว่าใครๆ ว่าซุนฉางไม่ใช่กูรูยาพิษ แต่กลับมายืนยันว่าเป็นกูรูยาพิษอยู่แบบนี้ ชัดเจนเลยว่าเขาเลือกที่จะเข้าข้างราชาจงชิง!

“แม้ซุนฉางคนนี้จะไม่ได้มีความสามารถตามแบบของกูรูยาพิษระดับ 6 ดาว แต่การที่เขาอยู่เคียงข้างผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษที่ถูกส่งตัวไปยังห้องโถงแห่งยาพิษสำนักงานใหญ่นั้นก็ถือเป็นความผิดในตัวเองอยู่แล้ว ผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษถือเป็นตัวนำพาหายนะ และตราบใดที่เธอปรารถนาจะทำ ก็สามารถนำความเสียหายอย่างรุนแรงมาสู่มวลมนุษยชาติ คุณอาจไม่เข้าใจเพราะคุณไม่เคยเห็นหลักฐานของสงครามระหว่างมนุษย์กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่เกิดขึ้นเมื่อหลายหมื่นปีก่อน แต่ผมมีโอกาสได้เห็นหลักฐานเหล่านั้นในสภาปรมาจารย์ของสมาพันธ์นานาจักรวรรดิ มันเป็นโศกนาฏกรรมที่ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ปรมาจารย์และดวงวิญญาณผู้บริสุทธิ์มากมายนับไม่ถ้วนต้องเซ่นสังเวยชีวิตให้กับยาพิษในสงครามอันยาวนาน ซึ่งแน่นอนว่าผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษมีบทบาทมากในเรื่องนี้” รองประธานเถียนพูดด้วยความรู้สึกของผู้ชอบธรรมที่เป็นห่วงเป็นใยในอนาคตของโลก

มวลมนุษย์ได้รับความเสียหายมากจากการสู้รบกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น โดยเฉพาะจากยาพิษร้ายแรงถึงตายที่พวกมันใช้ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษ ก็คงจะไม่มีอาชีพกูรูยาพิษตั้งแต่ต้น และหายนะเหล่านี้ก็คงจะไม่เกิด

กล่าวได้ว่าผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษเป็นศัตรูกับมวลมนุษย์โดยตรง!

“ในฐานะปรมาจารย์ คุณมีภารกิจต่อมวลมนุษย์ แต่คุณกลับอนุญาตให้ลูกน้องของตัวเองเข้าช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษในการกลับไปยังสถานที่ของเธอ ครั้งนี้คุณทำให้พวกเราผิดหวังจริงๆ” รองประธานเถียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แต่เอาเถอะ ถ้าคุณสารภาพเรื่องนี้ ผมก็จะขอให้ทางสภาปรมาจารย์ผ่อนผันให้คุณ”

“รองประธานเถียน คุณเชื่อเรื่องเหลวไหลเกี่ยวกับผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษจริงๆ หรือ?” จางเซวียนส่ายหน้า “ถ้าผมจำไม่ผิด ผู้ก่อตั้งนั้นเป็นบุคคลที่อยู่ในยุคสมัยเดียวกับปรมาจารย์ขง ซึ่งแม้แต่ปรมาจารย์ขงยังไม่มีชีวิตรอด คุณคิดว่ามันน่าเชื่อถืออยู่หรือที่ผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษจะมีชีวิตรอดมาจนถึงเดี๋ยวนี้?”

“ตอนแรกผมก็สงสัยเรื่องนั้นเหมือนกัน แต่หมิงเจินก็ไม่มีเหตุผลที่จะโกหก เท่าที่ผมรู้ แม้แต่ปรมาจารย์ฟ้าประทานก็เพิ่งปรากฏตัวขึ้นในโลก ผมจึงไม่คิดว่าการฟื้นคืนชีพของผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษจะเป็นเรื่องเหลวไหลเกินกว่าจะเชื่อถือได้” รองประธานเถียนพูด

“ปรมาจารย์ฟ้าประทาน?” จางเซวียนสำลัก “จะเป็นไปได้อย่างไร? ถ้าเป็นเรื่องจริง ป่านนี้ข่าวคงจะแพร่สะพัดไปทั่วโลกแล้ว ไม่มีทางที่ตัวผมซึ่งเป็นถึงอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนจะไม่รู้เรื่องนี้!”

“มันเป็นข้อสันนิษฐานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องรับรองอาจารย์ของเรา ตอนนี้ข่าวยังถูกปิดเอาไว้เพราะเกรงเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจะรู้เข้า จึงมีผู้คนในสภาปรมาจารย์สาขาจักรวรรดิฉิงหย่วนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่อง” รองประธานเถียนตอบ “มันอาจจะฟังดูวุ่นวายไปสักหน่อย แต่ในฐานะปรมาจารย์ เรามีหน้าที่รับผิดชอบผู้คนจำนวนมาก ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเสียใจภายหลัง”

“ถ้าอย่างนั้น รองประธานเถียนตั้งใจจะทำอะไร?”

“ง่ายมาก สำหรับอาชญากรรมที่เขาได้ก่อขึ้น ซุนฉางจะต้องถูกกำจัดในทันที ส่วนคุณ, ปรมาจารย์จาง ถึงคุณจะไม่ได้มีบทบาทโดยตรงในเรื่องนี้ แต่การที่คุณละเลยลูกน้องของคุณได้ก่อให้เกิดเหตุร้าย ดังนั้นจึงต้องถูกลงโทษเช่นกัน คุณจะถูกเนรเทศไปอยู่ที่อาณาจักรใต้ดินเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อทำความดีชดใช้การกระทำความผิดครั้งนี้” รองประธานเถียนพูด

“คุณจะกำจัดซุนฉางทันทีและเนรเทศผมไปยังอาณาจักรใต้ดิน?” จางเซวียนรู้สึกเหมือนตัวเองได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก

เขาลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นที่ก้นก่อนจะหันไปมองรองประธานเถียน “แล้วถ้า”

“…ผมปฏิเสธล่ะ?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version