ตอนที่ 1151 หลุมพรางเบ้อเร่อเท่อ
ทุกคนรีบเข้าประชิดตัวจางเซวียน
ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ได้เมื่อครู่ถึงกับสลบไป เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก เห็นชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
“แก ไอ้สารเลว ฉันจะฆ่าแก!” หลัวฉีฉีกับคนอื่นๆ คำรามกร้าวขณะจับจ้องรองประธานเถียน พร้อมที่จะเอาชีวิตของเขาเดี๋ยวนั้น
รองประธานเถียนไม่ใส่ใจสายตาที่จับจ้อง เขาถึงกับงงงันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างราบรื่นเกินไปจนเขาแทบจะไม่เชื่อสายตา
เขามั่นใจในพละกำลังของตนเอง แต่เท่าที่ดูจากการที่ชายหนุ่มเอาชนะราชาจงชิงได้อย่างง่ายดาย ก็แปลว่าชายหนุ่มต้องหลบการโจมตีของเขาได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเตรียมกระบวนท่าสำรองไว้มากมายหากการโจมตีครั้งแรกไม่เป็นผล แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าตัวปัญหาจะพ่ายแพ้ตั้งแต่การโจมตีครั้งแรก?
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ทุกอย่างจะเกิดขึ้นในชั่วพริบตา แต่เขาก็สาบานได้ว่าเขาเห็นอีกฝ่ายเอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อให้รับแรงปะทะของเขาได้จังๆ ทำเหมือนกลัวว่าจะพลาดการโจมตีของเขาไป
คิดดูสิว่าคนคนหนึ่งยืดอกรับพลังฝ่ามือของเขา
แรงปะทะจากฝ่ามือของเขานั้นสามารถสังหารนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดขั้นสูงสุดได้อย่างง่ายดาย ทำแบบนี้ไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรือ?
ขณะที่รองประธานเถียนกำลังงงงันกับสถานการณ์ตรงหน้า เสียงคำรามกึกก้องก็ดังไปทั่วทั้งห้อง เมื่อหันไป ก็เห็นตัวล็อคจิตวิญญาณทองคำร่วงลงจากร่างของราชาจงชิง บาดแผลนับไม่ถ้วนบนร่างกายของเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และภายในเวลาเพียงไม่ถึง 2 อึดใจ เขาก็กลับสู่สภาวะแข็งแกร่งสูงสุด ราวกับการทรมานที่ได้รับก่อนหน้านี้เป็นเพียงฝันร้าย
หมอนั่นมียาระดับเซียนที่ไร้เทียมทานขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
รองประธานเถียนใกล้ชิดกับราชาจงชิง แต่ไม่เคยได้ยินว่าอีกฝ่ายมียาที่สามารถรักษาบาดแผลได้รวดเร็วขนาดนี้ เทียบเท่ากับวิธีลึกลับที่ปรมาจารย์จางใช้กับซุนฉางก่อนหน้านี้เลย!
“ฉันจะฆ่าแก!” เมื่อหายดี ราชาจงชิงนึกได้ถึงการดูถูกเหยียดหยามที่เขาได้รับเมื่อครู่ก่อน
เขาคำรามกร้าวและพุ่งเข้าใส่จางเซวียนที่สลบไสลไม่ได้สติ ระหว่างนั้นก็สะบัดข้อมือและชักดาบออกมาก่อนจะชี้ไปที่อีกฝ่าย
ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เขาเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำมาตลอด ทำให้ไม่มีโอกาสแม้แต่จะชักอาวุธออกมา ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่าคู่ต่อสู้น่าสะพรึงขนาดไหน การลังเลใจย่อมหมายถึงการเพลี่ยงพล้ำอีกรอบ เขาจึงตัดสินใจใช้เทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่แรก
บึ้มมมมม!
กระแสดาบฉีระเบิดไปทั่วห้องพร้อมกับเสียงกึกก้อง เมื่ออยู่ต่อหน้าศิลปะเพลงดาบที่ทรงพลังขนาดนี้ ต่อให้นักรบกึ่งการละทิ้งช่องว่างก็ต้องถอยกรูด
“แกกล้าทำร้ายเขาหรือ!” หลัวฉีฉี หยู่เฟยเอ๋อ และซุนฉางชักอาวุธออกมาพร้อมกันเพื่อปกป้องจางเซวียน
พลั่ก! ปึ้ก! โครม!
ด้วยการออกตัวอย่างรุนแรง พันธมิตรทั้ง 3 ของจางเซวียนถูกสอยกระเด็นไปปะทะกับกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ ใบหน้าของพวกเขาแดงก่ำจากความรุนแรงของแรงปะทะ เลือดซึมออกจากปาก
ช่องว่างระหว่างพวกเขากับนักรบระดับเซียนขั้น 4 นั้นห่างกันเกินไป ไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะได้เลย
“ตายซะ!” หลังจากผลักดันทั้ง 3 ออกไปได้ ราชาจงชิงก็ชี้คมดาบใส่จางเซวียน พร้อมที่จะเฉือนเขาให้เป็น 2 ท่อน
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!”
มีเสียงตวาดกร้าว ราชาจงชิงพลันรู้สึกถึงกระแสรุนแรงของพลังปราณที่เข้าโอบล้อมตัวจางเซวียนเพื่อปกป้องอีกฝ่ายเอาไว้
แม้ดาบของเขาจะมีพลังมหาศาล แต่ก็ไม่อาจทำลายปราการพลังปราณนั้นได้ ทั้งยังมีแรงตีกลับด้วย ดาบในมือของเขาเด้งกลับเมื่อปะทะกับปราการนั้น พุ่งเข้าใส่ตัวเขาเอง
ฉึกกกก!
ทุกสิ่งเกิดขึ้นเร็วมากจนราชาจงชิงไม่มีเวลาตอบโต้ ก่อนที่เขาจะรู้ตัว ดาบของเขาก็ปักเข้าไปที่หัวไหล่ แรงปะทะนั้นทำให้เขากระเด็นไปปะทะกับกำแพง และดาบที่ปักอยู่ที่ไหล่ของเขาก็ค้างอยู่ที่กำแพงนั้น ทำให้เขาห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศราวกับหุ่นไล่กา
อ๊ากกกกกก!
ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานหลุดรอดออกมาจากปากของราชาจงชิง
ทั้งที่เขามีดาบอยู่ในมือและมีเวลาเกินพอที่จะเพิ่มพลังจนถึงขีดสุด แถมการโจมตีของเขาก็ยังเข้าถึงระดับของนักรบกึ่งการละทิ้งช่องว่างด้วย แต่อีกฝ่ายได้สร้างปราการพลังปราณอันแข็งแกร่งขึ้นมาปกป้องจางเซวียน ปราการนั้นแข็งแกร่งพอที่จะทำให้เกิดแรงตีกลับใส่ตัวเขา นั่นแปลว่าอีกฝ่ายจะต้องทรงพลังขนาดไหน?
ต่อหน้าต่อตาสายตาพรั่นพรึงของราชาจงชิง สองร่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าจางเซวียนด้วยแววตาร้อนรน
“อาจารย์ใหญ่จาง! อาจารย์ใหญ่จาง!”
ทั้งคู่คือผู้อาวุโสอู๋ลู่เฟิงจากสภาปรมาจารย์และประธานชิงจากสภายอดขุนพล
หลังจากตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทั้งสองก็พบว่าจางเซวียนสลบไปเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส ประธานชิงลุกขึ้นยืนและคำรามก้อง “พยายามสังหารปรมาจารย์ในที่สาธารณะ เถียนฉิง คุณกล้าดีอย่างไร?”
ประธานชิงสะบัดแขนด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ผม” รองประธานเถียนกำลังจะอธิบาย แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็ถูกตบจนร่วงลงกับพื้น เขากระอักเลือดกองใหญ่ออกมา
สมัยที่ประธานชิงยังเป็นนักรบขั้นกึ่งการละทิ้งช่องว่าง รองประธานเถียนก็สู้กับอีกฝ่ายไม่ไหวอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับเมื่ออีกฝ่ายฝ่าด่านวรยุทธเป็นนักรบขั้นการละทิ้งช่องว่างได้สำเร็จ
หลังจากเล่นงานรองประธานเถียน ประธานชิงคำราม “พวกเรา จับสองคนนั่นเอาไว้!”
เมื่อได้ยินเสียงสั่งการ หัวหน้าเลี่ยว หัวหน้าโจว หัวหน้าเฉิน และหัวหน้าเหยียนก็ก้าวออกมา เพียงชั่วพริบตาพวกเขาก็สกัดกั้นวรยุทธของทั้งคู่และจับตัวเอาไว้ได้
แม้พวกเขาจะเป็นนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดขั้นสูงสุด ขั้นเดียวกันกับราชาจงชิง แต่ทุกคนล้วนเป็นยอดขุนพล เป็นตัวแทนของผู้ที่มีประสิทธิภาพการต่อสู้สูงสุดในระดับวรยุทธของตัวเอง การที่ทั้งคู่จะต่อสู้กับเหล่ายอดขุนพลในสภาวะร่างกายที่แข็งแกร่งสูงสุดก็ยากพออยู่แล้ว นับประสาอะไรกับเมื่อบาดเจ็บสาหัสอย่างนี้
“อาจารย์ใหญ่จาง”
หลังจากจับตัวการทั้งสองคนไว้ได้แล้ว ประธานชิงนำยาฟื้นฟูสภาพร่างกายป้อนใส่ปากจางเซวียน จากนั้นก็ใช้พลังปราณช่วยในการซึมซับพลังงานจากยาเม็ดนั้น ทำให้จางเซวียนค่อยฟื้นคืนสติ
“คุณมาได้เสียที” จางเซวียนพูดด้วยเสียงอ่อนระโหย เขาหันไปมองรองประธานเถียนกับราชาจงชิงก่อนจะพูดว่า “น่าจะมีความเข้าใจผิดบางอย่างระหว่างเรา ผมหวังว่าคุณคงไม่ทำร้ายพวกเขา พลั่ก!”
ยังไม่ทันที่จางเซวียนจะพูดจบประโยค เขาก็กระอักเลือดออกมา
“อาจารย์ใหญ่จาง!” เห็นอีกฝ่ายยังคงออกรับแทนเจ้า 2 คนนั่น ปรมาจารย์อู๋กับประธานชิงอดรู้สึกขมขื่นใจไม่ได้
สองคนนั้นทำร้ายเขาจนอยู่ในสภาพนี้ แต่เขาก็ยังออกรับแทน จะไปหาคนที่มีน้ำใสใจคอแบบนี้ได้ที่ไหน? เขาใจดีกับคนผิดเสียแล้ว!
ส่วนราชาจงชิงกับรองประธานเถียนก็แทบคลั่งเมื่อเห็นการจัดฉากที่เกิดขึ้นต่อหน้า
เพิ่งเมื่อครู่นี้เองที่รองประธานเถียนยังสงสัยอยู่ว่าทำไมจางเซวียนจึงเลือกรับการโจมตีของเขา กลับกลายเป็นว่าเขาเลือกเวลาได้เหมาะเจาะเหลือเกิน!
ตอนนี้คนที่บาดเจ็บสาหัสคืออีกฝ่าย และเมื่อประธานชิงกับปรมาจารย์อู๋ปรากฏตัว ก็เป็นตอนที่ราชาจงชิงกำลังจะเอาชีวิตของจางเซวียนอยู่พอดี แล้วพวกเขาจะแก้ตัวในสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร?
“จางเซวียนคือคนที่ทำร้ายเราก่อน! เขาใช้หม้อใบนั้น” รองประธานเถียนพูดด้วยอาการร้อนรนและชี้ไปยังบริเวณที่ติงติงเคยอยู่ก่อนหน้านี้ เพียงเพื่อจะพบว่าหม้อที่ข่มขู่พวกเขาอย่างโอหังว่าจะเผาพวกเขาให้มอดไหม้เป็นเถ้าถ่านนั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
อีกฝ่ายเก็บหม้อเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติอย่างรวดเร็วเหลือเกิน!
“หุบปากของคุณซะ!” หัวหน้าเลี่ยวตบหน้ารองประธานเถียนด้วยความโกรธเกรี้ยว
อาจารย์ใหญ่จางได้ทำคุณงามความดีให้กับสภายอดขุนพลไว้มากมาย และพวกเขาก็ยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณเลย ก็ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้เสียแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายหนึ่งเป็นปรมาจารย์ล่ะก็ เขาคงจะสังหารเสียในทันที!
ให้อภัยไม่ได้! เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่ให้อภัยไม่ได้!
ปรมาจารย์อู๋ไม่แยแสรองประธานเถียน เขาหันไปถามจางเซวียน “อาจารย์ใหญ่จาง คุณบอกเราหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“ดูแลพวกเขาก่อน” จางเซวียนชี้ไปที่หลัวฉีฉีกับคนอื่นๆ
“ได้” ประธานชิงยกมือขึ้น แล้วหัวหน้าแผนกคนหนึ่งก็มอบยาฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ทั้งสามคนละเม็ด
เห็นทั้งสามอาการดีขึ้นแล้ว จางซเวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาหันกลับมาพูดกับปรมาจารย์อู๋อย่างอ่อนแรง “ปรมาจารย์อู๋ คุณยังจำเรื่องที่เกี่ยวกับข่าวคราวของอาณาจักรโบร่ำโบราณซึ่งรั่วไหลไปถึงเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นได้หรือไม่?”
ในตอนนั้น อาจารย์ใหญ่คนเก่า, จางยิ่งชิว พยายามจะรายงานเรื่องการค้นพบอาณาจักรโบร่ำโบราณไปยังสำนักงานใหญ่ เพียงเพื่อจะถูกคาบข่าวไปโดยสายลับที่อยู่ในสภาปรมาจารย์ของจักรวรรดิฉิงหย่วน หลังจากที่ออกมาจากพระราชวังชิวอู๋แล้ว จางยิ่งชิวได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟัง
“จำได้สิ!” ปรมาจารย์อู๋พยักหน้า “ผมพยายามสืบเสาะเรื่องนี้ตั้งแต่กลับมา แต่ก็ยังหาหลักฐานที่เป็นข้อสรุปไม่ได้”
“ผมเองก็สืบเสาะเรื่องนี้เหมือนกัน แต่จู่ๆ ซุนฉางก็ถูกคนของรองประธานเถียนกับราชาจงชิงลักพาตัวไป พวกเขากล่าวหาว่าผมสมรู้ร่วมคิดกับห้องโถงแห่งยาพิษและอ้างว่าผมไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นปรมาจารย์ ถึงกับพูดว่าจะส่งผมลงไปยังอาณาจักรใต้ดินเพื่อให้ผมชดใช้ความผิดของตัวเองด้วย แค่ก แค่ก!” ขณะที่จางเซวียนพูด เขาก็ร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งต้องไอออกมาอีกครั้ง
“พวกเขากล่าวหาว่าคุณสมรู้ร่วมคิดกับห้องโถงแห่งยาพิษและคิดจะส่งคุณลงไปยังอาณาจักรใต้ดิน?” ได้ยินคำนั้น ปรมาจารย์อู๋สะบัดแขนเสื้ออย่างโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาของเขามีแววเย็นเยียบ
“บังอาจนัก! กล้าดีอย่างไรมากล่าวหาปรมาจารย์ผู้มีความชอบธรรม?”
คนอื่นอาจไม่รู้เรื่องนี้ แต่เขารู้ดีว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้เป็นเพียงปรมาจารย์ฟ้าประทาน แต่ยังเป็นเซียนฟ้าประทานด้วย ตลอดระยะเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของทวีปแห่งปรมาจารย์ มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ทำได้ทัดเทียมกับปรมาจารย์ขง
ถึงกับกล่าวหาว่าปรมาจารย์ฟ้าประทานสมรู้ร่วมคิดกับห้องโถงแห่งยาพิษและพยายามจะส่งเขาลงไปยังอาณาจักรใต้ดิน?
ให้อภัยไม่ได้!
“ผมปฏิเสธข้อกล่าวหาของพวกเขา จึงถูกบีบบังคับให้ยอมสารภาพ คุณเองก็รู้ว่าผมไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้กับนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิด โชคดีที่คุณมาถึงเร็ว ไม่อย่างนั้นพวกเราคงได้ตายอยู่ที่นี่” จางเซวียนพูดด้วยสีหน้าโล่งใจ
รองประธานเถียนกับราชาจงชิงมองหน้ากัน ทั้งคู่แทบปรี๊ดแตก
ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้กับนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิด?
คุณเรียกไอ้แบบนี้ว่าไม่มีเรี่ยวแรง? พวกเราถูกคุณซ้อมปางตายเชียวนะ!
ถ้าจะมีใครไม่มีเรี่ยวแรงล่ะก็ พวกเราต่างหาก!
ทั้งคู่โมโหจนแทบจะสำลักความโกรธตาย อยากจะปฏิเสธคำพูดของอีกฝ่าย แต่เหล่ายอดขุนพลได้สกัดกั้นการเคลื่อนไหวของพวกเขาไว้ ทำให้พูดอะไรไม่ได้แม้แต่คำเดียว
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ซุนฉาง หลัวฉีฉี และหยู่เฟยเอ๋อต่างก็มองหน้ากัน แต่ละคนอ้าปากค้างเพราะบทบาทอันหน้าไม่อายที่จางเซวียนกำลังแสดงอยู่
โดยเฉพาะสำหรับหยู่เฟยเอ๋อ เธอพูดอะไรไม่ออกกับสถานการณ์ที่เห็นตรงหน้า
เธอใจหายวาบเมื่อเห็นจางเซวียนนอนสลบไสลอยู่กับพื้นหลังจากถูกราชาจงชิงเล่นงาน ไม่น่าเชื่อว่านั่นคือการแกล้งทำ!
เมื่อมีปรมาจารย์อู๋ ประธานชิง และหัวหน้าแผนกอีกหลายคนเป็นพยานว่ารองประธานเถียนกับราชาจงชิงตั้งใจจะฆาตกรรมเขา ทั้งคู่ก็ไม่มีทางเรียกคืนชื่อเสียงกลับมาได้เหมือนเดิมอีก
ก่อนหน้านี้ พวกเธอยังกังวลว่าจางเซวียนจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไรหลังจากทำตัวปีกกล้าขาแข็งกับรองประธานสภาปรมาจารย์ ใครจะไปคิดว่าเขาเตรียมหลุมพรางไว้ให้ทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว!
ใครหน้าไหนก็ตามที่กล้าหาเรื่องจางเซวียนจะต้องตกลงไปสู่จุดต่ำสุดของชีวิต!
เมื่อคิดได้ ทั้ง 3 ก็ได้แต่มองรองประธานเถียนกับราชาจงชิงด้วยความเห็นใจ
ส่วนประธานอู๋กับประธานชิงก็พยักหน้าหลังจากได้ยินคำพูดของจางเซวียน “ก็จริง ผมรู้พละกำลังของคุณดี คุณน่ะรับมือกับนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดไม่ไหวหรอก”
ปรมาจารย์อู๋ได้ใช้เวลากับจางเซวียนพักใหญ่ในพระราชวังชิวอู๋ จึงรู้ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี การที่เขาจะต่อสู้กับนักรบระดับเซียนขั้น 3 ก็ยังยาก แล้วจะไปสู้กับนักรบระดับจิตวิญญาณต้นกำเนิดได้อย่างไร?
ส่วนประธานชิงนั้น เขาได้ต่อสู้กับจางเซวียนเมื่อครั้งอยู่ที่แผนกหัวใจ แม้เขาจะประหลาดใจกับปฏิกิริยาตอบโต้ที่อีกฝ่ายแสดงออกมา แต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าจางเซวียนยังขาดพละกำลังที่จะรับมือกับนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดโดยตรง
แถมคู่ต่อสู้ของเขายังเป็นรองประธานสภาปรมาจารย์และราชาผู้มีชื่อเสียงในการสู้รบอีกด้วย
ในเมื่อแม้แต่จางเซวียนยังสู้กับพวกเขาไม่ได้ ก็นับประสาอะไรกับหลัวฉีฉีและคนอื่นๆ
“ผมจนปัญญา ก็เลยส่งข้อความหาคุณ” หลังจากอธิบายเหตุการณ์แล้ว จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะนอนแผ่ลงกับพื้น ลมหายใจของเขารวยรินจากอาการบาดเจ็บสาหัสที่ได้รับ
แค่เห็นก็ชัดเจนแล้วว่าเขาบาดเจ็บสาหัส แม้จะได้กินยาฟื้นฟูสภาพร่างกายไปแล้ว ก็คงต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะหายเป็นปกติ
ยิ่งคิด ปรมาจารย์อู๋ก็ยิ่งโมโห เขาหันไปคำรามใส่ทั้งคู่ “นอกจากกล่าวหาปรมาจารย์แล้ว คุณสองคนยังพยายามจะบีบบังคับให้เขาสารภาพ เถียนฉิงกับราชาจงชิง คุณทั้งคู่บังอาจมาก ผมจะรายงานเรื่องนี้ไปทางสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่และให้พวกเขาตัดสิน!”
รองประธานเถียนกับราชาจงชินหน้าซีดเผือด หลุมพรางที่พวกเขากระโจนลงไปดูจะใหญ่เกินไปเสียแล้วในตอนนี้
กล่าวหา?
บังคับให้สารภาพ? รายงานไปทางสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่?
มันไม่ใช่หลุมพรางแล้วล่ะ ดูเหมือนพวกเขาจะกระโจนลงไปในน้ำวนต่างหาก!
