ตอนที่ 1178 วันนี้ เราคนใดคนหนึ่งจะต้องพ่ายแพ้
“แต่ประธานโกว, ประธานชิงแห่งสภายอดขุนพลกับตัวผมเห็นเรื่องนี้กับตาเลยนะ มีหลักฐานแน่นหนาที่จะพิสูจน์!” ปรมาจารย์อู๋ตอบอย่างร้อนรน
“คุณบอกว่ามีหลักฐานแน่นหนาที่จะพิสูจน์?” ชายชราพูดขึ้นอีกครั้ง “ในฐานะปรมาจารย์ คุณควรจะรู้ดีเกินกว่าที่จะหลับหูหลับตาเชื่อในสิ่งที่ตาตัวเองเห็นนะ คุณจะต้องสืบเสาะเรื่องนี้อย่างละเอียดเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง แถมเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับรองประธานสภาปรมาจารย์ด้วย ถ้าคุณใช้วิจารณญาณของคุณกล่าวหาว่ารองประธานสภาปรมาจารย์พยายามจะใส่ร้ายป้ายสีปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวล่ะก็ ชื่อเสียงของสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนของเราจะเป็นอย่างไร?”
“เอ่อ” ปรมาจารย์อู๋เกิดความลังเลเล็กน้อย
การที่สภาปรมาจารย์ในท้องถิ่นจะดำรงอยู่ได้นั้น ชื่อเสียงเป็นเรื่องสำคัญมาก หากเป็นที่รู้กันว่ารองประธานสภาปรมาจารย์พยายามจะทำร้ายปรมาจารย์ที่มีระดับขั้นต่ำกว่า ความน่าเชื่อถือของสภาปรมาจารย์ก็จะคลอนแคลน และพวกเขาก็จะกลายเป็นตัวตลกให้โลกหัวเราะเยาะ
ปรมาจารย์อู๋หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ประธานโกว ผมเข้าใจดีว่าชื่อเสียงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความยุติธรรมและความชอบธรรมก็สำคัญนะ ในฐานะปรมาจารย์ เราควรจะวางตัวให้เหมาะสมและทำตัวเป็นกลาง ถ้าเราเข้าข้างปรมาจารย์ของเราเพียงเพื่อชื่อเสียง แล้วเราจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะไปตัดสินคนอื่นๆ ได้อย่างไร?”
เป็นเรื่องจริงที่ว่าชื่อเสียงของสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนจะต้องแปดเปื้อนหากรองประธานเถียนถูกกล่าวหาด้วยข้อหาเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี แต่หากเรื่องนี้ถูกเปิดโปงทีหลังว่าทางสภาปรมาจารย์ตั้งใจปกปิดไว้เพื่อคนของตัวเอง ก็จะสร้างความแคลงใจเรื่องภาวะผู้นำให้กับเหล่าปรมาจารย์ทั่วทั้งทวีปแห่งปรมาจารย์
“ความชอบธรรม? คุณกำลังจะบอกผมว่าคำพูดของคุณคือความชอบธรรมอย่างนั้นหรือ? สิ่งที่ผมได้ยินก็คือรองประธานเถียนกำลังถูกเข้าใจผิด!” ชายชราคำรามด้วยเสียงเยือกเย็น “เถียนฉิง รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ผมฟังอีกทีซิ!”
“ขอรับ!” เสียงของรองประธานเถียนดังอยู่ภายในห้อง “เรื่องเป็นอย่างนี้ ราชาจงชิงทำหน้าที่ปกป้องเมืองของเรา หลังจากได้ตัวรองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษแห่งจักรวรรดิหงหย่วนมาแล้ว เขาก็กำจัดที่นั่นเสีย แต่เขารู้ว่ายังมีกูรูยาพิษผู้เก่งกาจที่ชื่อว่าซุนฉางซ่อนตัวอยู่ในเมือง และมีโอกาสที่อีกฝ่ายจะทำร้ายมนุษย์ให้ตกอยู่ในอันตราย หลังจากสืบสวนเรื่องราวแล้ว เขาพบว่าซุนฉางคนนั้นเป็นพ่อบ้านของจางเซวียน!”
“ในเมื่อมีปรมาจารย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เขารู้ดีว่าทำอะไรหุนหันพลันแล่นไม่ได้ จึงมาขอความช่วยเหลือจากผม ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเชิญจางเซวียนมาที่คฤหาสน์ของราชาจงชิง แต่ไม่เพียงจางเซวียนจะปฏิเสธ ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการสืบสวน ยังจัดการปล่อยตัวซุนฉางโดยพลการและทำร้ายเราทั้งคู่ด้วย”
“ทำร้ายคุณทั้งคู่?” ปรมาจารย์อู๋เลิกคิ้วด้วยความหงุดหงิด “รองประธานเถียน คุณไม่คิดว่าคำพูดของคุณจะตลกไปหน่อยหรือ? อาจารย์ใหญ่จางเป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 2 สูงสุด ขณะที่คุณเป็นถึงนักรบกึ่งการละทิ้งช่องว่าง คุณกำลังจะบอกว่าปรมาจารย์จางโง่เง่าถึงกับยอมลงทุนต่อสู้กับคนที่มีวรยุทธสูงกว่าตัวเองถึง 2 ขั้นอย่างนั้นหรือ?”
เขาไม่อาจบอกใครเรื่องที่จางเซวียนเป็นปรมาจารย์ฟ้าประทาน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ต่อสู้กับใครก็ตามที่บังอาจกล่าวหาจางเซวียน
“ผู้ที่โจมตีพวกเราไม่ใช่ตัวจางเซวียน แต่เป็นหม้อที่อยู่ในครอบครองของเขา หม้อนั้นเป็นของล้ำค่าระดับเซียนขั้นกลางและมีความแข็งแกร่งพอๆ กับผม” รองประธานเถียนตอบ
“นั่นยิ่งทำให้เรื่องของคุณเหลวไหลยิ่งขึ้นไปอีก เป็นถึงปรมาจารย์ ไม่สามารถต่อสู้กับของล้ำค่าระดับเซียนขั้นกลางได้หรือ?”
ถึงของล้ำค่าระดับเซียนขั้นกลางจะมีพละกำลังมากมายขนาดไหน แต่หากไม่มีคนคอยควบคุม ก็ไม่สามารถปลดปล่อยพลังเต็มพิกัดออกมาได้ การที่คนทรงพลังอย่างรองประธานเถียนไม่สามารถรับมือกับของล้ำค่าระดับเซียนขั้นกลางได้นั้นออกจะเป็นเรื่องตลกมากกว่า
“ถ้าอย่างนั้น” รองประธานเถียนคำราม “ในเมื่อคุณยืนยันว่าผมกล่าวหาจางเซวียน ให้ผมถามคุณสักคำว่าผมมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำอย่างนั้นกับเขา”
“เอ่อ” ปรมาจารย์อู๋อึ้งไป
“ผมเป็นรองประธานของสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน เช่นเดียวกันกับปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว ในแง่ของสถานภาพนั้น เขาเทียบอะไรกับผมไม่ได้เลย คุณคิดว่ามันฟังขึ้นอยู่หรือที่ผมจะนำเอาอาชีพปรมาจารย์ของผมไปเสี่ยงเพียงเพื่อจะหาเรื่องอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์คนหนึ่งซึ่งผมไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย?” รองประธานเถียนโต้แย้ง
นี่เป็นเรื่องที่ปรมาจารย์อู๋สงสัยอยู่เช่นกัน
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมรองประธานเถียนจะต้องหาเรื่องจางเซวียนด้วย
บุคคลคนหนึ่งที่เหนือกว่าจางเซวียนในทุกวิถีทาง อย่างน้อยๆ เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหาเรื่องอะไรจางเซวียนเลย
นี่คือส่วนที่หายไปของจิ๊กซอว์ซึ่งเขาพยายามตามหามาตลอด
“อู๋ลู่เฟิง คุณมีอะไรจะพูดอีก?” ประธานโกวถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ถึงผมจะไม่เข้าใจว่าทำไมรองประธานเถียนจะต้องหาเรื่องอาจารย์ใหญ่จาง แต่เรื่องจริงก็คือราชาจงชิงกับรองประธานเถียนกำลังทำร้ายจางเซวียนอยู่ตอนที่พวกเราไปเห็น ถ้าพวกเราเข้าไปช้ากว่านั้นสักนิด อาจารย์ใหญ่จางอาจจะตายไปแล้วก็ได้! ปรมาจารย์และเหล่ายอดขุนพลนับไม่ถ้วนเห็นเรื่องนี้กับตา เพราะฉะนั้น ถ้าประธานโกวสงสัยคำพูดของผม ผมพาคนเหล่านั้นมายืนยันกับคุณก็ได้!”
“อีกอย่าง รองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษที่รองประธานเถียนพูดถึงก็ได้สารภาพออกมาแล้วว่าราชาจงชิงกับรองประธานเถียนบังคับให้เขาเข้าร่วมการใส่ร้ายป้ายสีอาจารย์ใหญ่จาง!”
“รองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษที่คุณพูดถึงนั้นคือหมิงเจินหรือเปล่า?” ประธานโกวถาม
“ใช่แล้ว!”
ประธานโกวคำราม “เขาตายเสียแล้วเมื่อคืน!”
“เขาตายแล้ว? แต่เขาอยู่ในคุกของสภาปรมาจารย์นะ จะตายได้อย่างไร?” ปรมาจารย์อู๋แทบไม่เชื่อหู
“ผมจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะ? คุณเป็นคนจับตัวเขาไว้ แล้วมาถึงตอนนี้ก็บอกว่าคุณไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงตายในสภาปรมาจารย์ คุณไม่คิดว่าคุณควรจะอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังสักหน่อยหรือไง?” ประธานโกวถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ประธานโกว นี่คุณกำลังสงสัยผมหรือ?” ประธานอู๋ถลึงตาด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ไม่ใช่ว่าผมอยากสงสัยคุณ แต่ลองคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นสิ คุณคิดว่ามันจะเป็นไปได้ไหมที่จะทำให้ผมไม่สงสัยคุณ? คุณกล่าวหาว่าเฉินเจ้อทรยศสภาปรมาจารย์ และเรียกร้องขอการกักขังและสอบสวนเขา ผมก็อนุญาต แต่เฉินเจ้อก็ตายภายใต้การควบคุมของคุณ! ด้วยความปลอดภัยของสภาปรมาจารย์ ไม่มีใครที่จะทำร้ายเขาได้นอกจากคุณ ถ้าคุณไม่ได้ทรมานเขาให้สารภาพล่ะก็ เขาจะตายได้อย่างไร?”
“อีกอย่าง ผมก็ได้สืบเสาะพฤติกรรมของจางเซวียนคนนั้น หมอนั่นกับคุณได้ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ด้วยสัมพันธภาพอันดีระหว่างคุณทั้งคู่ ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าคุณเข้าข้างเขาเพียงเพื่อจะปกป้องเขา หรือบางทีอาจจะสร้างหลักฐานเท็จเพื่อประโยชน์ของเขาเสียด้วยซ้ำ!” ประธานโกวคำราม
“คุณเพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นรองประธานสภาปรมาจารย์ไม่นาน ผมเข้าใจว่าคุณพยายามที่จะพิสูจน์ตัวเองเพื่อแทนที่รองประธานเถียน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร คุณก็จะต้องมีหลักฐาน ดูเรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่คุณสร้างขึ้นสิ แล้วยังจะคาดหวังให้ผมเชื่อมั่นในตัวคุณอีกหรือ?”
เห็นประธานโกวแคลงใจ ปรมาจารย์อู๋รีบอธิบายอย่างร้อนรน “ผมขอสาบานในนามของปรมาจารย์ว่าผมเป็นกลางอย่างที่สุดในเรื่องนี้ และไม่เคยมีความคิดที่จะเทียบชั้นกับรองประธานเถียนเลย”
“พอได้แล้ว! ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้ ผมไม่แคร์หรอกว่าคุณทั้งคู่ต่อสู้กับอะไรมาด้วยกันบ้าง แต่อย่าทำให้สภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนต้องเสื่อมเสีย!” ประธานโกวขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“กว่า 500 ปีแล้วที่ผมเป็นประธานสภาปรมาจารย์ แม้ผมจะไม่ได้ประสบความสำเร็จโดดเด่นอะไร แต่ก็ไม่เคยทำให้ชื่อเสียงด่างพร้อย ใกล้ถึงเวลาที่ผมจะเกษียณอายุแล้ว ผมก็อยากจะจากที่นี่ไปอย่างสวยงาม ไม่อยากเกษียณออกไปโดยเป็นที่หัวเราะเยาะของคนทั้งเมือง จึงไม่อยากเห็นอะไรเกิดขึ้นจนกว่าจะถึงวันนั้น คุณได้ยินผมไหม?”
นึกไม่ถึงว่าประธานโกวจะกล่าวหาเขาอย่างรุนแรง ปรมาจารย์อู๋ถึงกับตระหนก “ผมไม่ได้ทำเช่นนี้เพื่ออำนาจ ถึงผมจะผ่านสถานการณ์เฉียดตายกับอาจารย์ใหญ่จางมา ก็ไม่ได้คิดจะเข้าข้างเขาในสถานการณ์ที่สำคัญแบบนี้”
“พอได้แล้ว ผมบอกไปแล้วไงว่าไม่อยากยุ่งกับเรื่องระหว่างคุณทั้งคู่ จะทำอะไรก็ทำ แต่อย่าทำให้สภาปรมาจารย์ของเราต้องเป็นตัวตลกต่อหน้าคนอื่นๆ ก็พอ!”
“แต่” ปรมาจารย์อู๋กัดฟัน แต่เมื่อเห็นว่าประธานโกวไม่เต็มใจจะฟังคำพูดของเขา ก็ได้แต่กำหมัดแน่นแล้วตอบอย่างไม่เต็มใจ “ผมเข้าใจ”
“อือ ได้อย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ ส่งคนไปพาตัวจางเซวียนมาที่นี่เพื่อเคลียร์เรื่องต่างๆ ซะ ถ้าเขายินดีจะฟังผม ผมก็พร้อมที่จะเอื้อประโยชน์ให้เขา แต่หากกระด้างกระเดื่องล่ะก็ เขาจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต” ประธานโกวสั่งการ
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ไม่จำเป็นต้องส่งใครไปหรอก ผมอยู่ที่นี่แล้ว”
จากนั้นชายหนุ่มก็เดินเข้าไป
จางเซวียน
เขามาที่นี่เพียงเพื่อจะเข้ารับการเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว ใครจะไปคิดว่าจะมาได้ยินเรื่องราวแบบนี้ เขารู้สึกโมโหจนเลือดเดือดพล่านไปหมด
ตอนแรก เขาคิดว่าประธานโกวคงจะหูหนวกตาบอดไปเพราะฟังรองประธานเถียน แต่เท่าที่ฟัง ก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นแค่คนใหญ่คนโตที่ไม่อยากจะมีปัญหาก่อนที่ตัวเองจะเกษียณเท่านั้น
ปรมาจารย์อู๋ร้องออกมาด้วยความตกใจกับการปรากฏตัวของจางเซวียน “อาจารย์ใหญ่จาง!”
จากบทสนทนาเมื่อครู่ เขาบอกได้เลยว่าปรมาจารย์ประธานโกวไม่พอใจมากกับการกระทำของจางเซวียน นี่เป็นช่วงเวลาเลวร้ายที่อีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นพอดี หากประธานโกวเกิดความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาล่ะก็ เขาจะต้องแย่แน่
ในเวลาเดียวกัน ประกายโหดเหี้ยมก็วาววับขึ้นในดวงตาของรองประธานเถียนฉิงขณะที่รีบก้าวออกมาแล้วพูดว่า “ประธานโกว ชายหนุ่มคนนี้แหละคือคนที่กล่าวหาผม, อาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน, จางเซวียน”
“คุณคือจางเซวียนหรือ?” ประธานโกวหรี่ตาอย่างคุกคาม “เป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว กล้าดีอย่างไรมาแอบฟังบทสนทนาของพวกเรา? ช่างบังอาจนัก!”
“บังอาจ? ผมไม่คิดว่าผมบังอาจเท่ากับคุณหรอก!” จางเซวียนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับค่ำคืนในฤดูหนาว
“คุณว่าอย่างไรนะ?” ประธานโกวตบโต๊ะด้วยความโมโหขณะที่รังสีดุเดือดแผ่ออกมาจากตัวเขา
ในฐานะประธานสภาปรมาจารย์ สถานภาพของเขาถือว่าไม่มีใครในจักรวรรดิฉิงหย่วนเทียบเทียมได้ แต่อาจารย์ใหญ่ขี้ปะติ๋วของสถาบันปรมาจารย์แห่งหนึ่งบังอาจพูดกับเขาแบบนี้ ช่างเป็นการไม่เคารพผู้อาวุโส ขัดกับธรรมเนียมของเหล่าปรมาจารย์!
“คุณยังได้ยินไม่ชัดเจนอีกหรือว่าผมพูดว่าอะไร?” จางเซวียนเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายโดยไม่ร้อนรนหรือแสดงอาการกังวลใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาของเขาบ่งบอกความสมเพชขณะที่พูดว่า “หลังจากเวลาผ่านมาหลายปี คุณควรจะรู้จักปรมาจารย์อู๋ดีกว่าคนอื่น รองประธานเถียนได้ให้ความช่วยเหลือราชาจงชิงในการจัดฉากกล่าวหาผมกับพ่อบ้านของผม แต่แทนที่จะสืบสาวราวเรื่อง คุณกลับเลือกเข้าข้างรองประธานเถียนอย่างไม่ลืมหูลืมตาเพื่อปกป้องตัวเอง ถึงขั้นมาที่นี่และกล่าวหาปรมาจารย์อู๋ คุณตาบอดหรือไง หรือในหัวมีแต่ขี้เลื่อย? สภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนช่างโชคร้ายเหลือเกินที่มีประธานซึ่งไร้ประโยชน์และไร้ประสิทธิภาพอย่างคุณ”
“อาจารย์ใหญ่จาง!” นึกไม่ถึงว่าจางเซวียนที่ปกติเป็นคนอารมณ์ดีจะวิจารณ์ประธานโกวอย่างเปิดเผย ปรมาจารย์อู๋หวาดกลัวจนแทบจะขาดใจตาย
ตั้งแต่ต้น ประธานโกวก็มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออีกฝ่ายอยู่แล้ว ยิ่งพูดแบบนั้นออกมา ก็ไม่ต่างกับการเปิดฉากหาเรื่อง
“ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวอย่างคุณกล้าดูถูกประธานสภาของเราได้อย่างไร ประธานโกว ผมจะสกัดกั้นวรยุทธของเขาเดี๋ยวนี้” รองประธานเถียนคำรามและพุ่งเข้าใส่จางเซวียน
“เถียนฉิง คุณกล้าดีอย่างไร!” ปรมาจารย์อู๋ตวาดกร้าวขณะที่ถลันเข้าปกป้องจางเซวียน
“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก!” จางเซวียนตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นขณะโบกมือ
พลั่ก!
ยังไม่ทันที่รองประธานเถียนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวเขาก็พุ่งเข้าไปกระแทกกำแพง
จากนั้น จางเซวียนก็เดินเข้าไปช้าๆ ทีละก้าวด้วยสายตาที่คมกริบราวกับกริช เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนจนแทบจะได้ยินไปทั่วทั้งจักรวรรดิฉิงหย่วน
“ผมเดินมาที่นี่ ทีละก้าวทีละก้าวจากอาณาจักรเทียนเซวียน และไม่มีใครเคยกล้ากล่าวหาผมว่าทำอะไรผิดมาก่อน!”
“ผม, จางเซวียน ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวและอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน ขอคำอนุมัติจากทางสำนักงานใหญ่เพื่อเข้าท้าทายสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน!”
“วันนี้ เราคนใดคนหนึ่งจะต้องพ่ายแพ้!”
