Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1152


ตอนที่ 1152 การเจรจาที่แย้งไม่ออก

“คุณมีอะไรจะแก้ตัวบ้าง?” ปรมาจารย์อู๋ตวาดเสียงเย็นเยียบ

“อื๊อออออออ” รองประธานเถียนพยายามจะตอบอย่างร้อนรน

“ปลดการสกัดกั้นก่อน” ประธานชิงสั่งการ

หัวหน้าเลี่ยวพยักหน้า ก่อนจะเข้าจัดการอีกฝ่ายจากทางด้านหลัง

รองประธานเถียนรู้สึกว่ากระแสพลังปราณที่กดข่มการเคลื่อนไหวของเขาอยู่นั้นคลายลง เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็ร้องออกมาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “เขาโกหก! เขาคือคนที่โจมตีพวกเราก่อน”

“พอได้แล้ว!” ได้ยินคำแก้ตัวนั้น ประธานชิงลุกพรวดและจ้องพวกเขาด้วยนัยน์ตาคมปลาบ “เหตุผลที่ผมอนุญาตให้คุณพูดก็เพราะคุณเองก็เป็นปรมาจารย์ ผมคิดว่าอย่างน้อยคุณควรจะสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แต่แล้วคุณก็กลับโกหกหนักขึ้นเรื่อยๆ บอกผมมาซิ เกียรติยศศักดิ์ศรีในฐานะปรมาจารย์ของคุณอยู่ที่ไหน? คุณกล่าวหาว่าเขาโจมตีคุณ แม้แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขาก็เป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 2 ส่วนคุณน่ะอยู่ในคฤหาสน์ของราชาจงชิง คุณคิดว่าจะมีใครเชื่อคำพูดของคุณจริงๆ หรือ??”

ประธานชิงโมโหจนแทบระเบิดออกมา

เห็นฉันเป็นคนโง่หรืออย่างไร? อย่างน้อยก็โกหกให้มันน่าเชื่อถือหน่อย!

คุณทั้งคู่อยู่ในสภาพดีขนาดนี้ ยังกล้ากล่าวหาว่าอาจารย์ใหญ่จางทำร้ายคุณก่อน?

ต่อให้อาจารย์ใหญ่จางคิดจะทำอย่างนั้น แล้วเขาสู้คุณได้หรือ?

“ผม” รองประธานเถียนตัวสั่นด้วยความสิ้นหวัง

แต่ผมพูดความจริงนะ…ดูพวกเราสิ พวกเราก็ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน!

รองประธานเถียนคับข้องใจจนไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่ก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า และความเป็นจริงก็คือคนเหล่านี้ได้เป็นพยานในการที่ราชาจงชิงพยายามจะสังหารจางเซวียน ซึ่งถือเป็นข้อเสียเปรียบอย่างมากสำหรับพวกเขา ตอนนี้หากพูดอะไรออกไปก็มีแต่จะเสียหายมากกว่าเดิม ซึ่งในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ควรจะเบี่ยงเบนความสนใจไปที่เรื่องอื่นในขณะที่ยังพอมีเวลาจะดีกว่า

“คนที่อยู่ตรงนั้นน่ะคือหมิงจิง” รองประธานเถียนข่มความคับอกคับใจไว้แล้วชี้ไปที่ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ด้านข้าง “เขาเป็นรองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษสาขาจักรวรรดิหงหย่วน เมื่อไม่นานมานี้ เขามาที่คฤหาสน์เพื่อรายงานเรื่องซุนฉาง, พ่อบ้านของปรมาจารย์จาง เขาบอกว่าซุนฉางเป็นกูรูยาพิษผู้เก่งกาจ และเพิ่งไปที่ห้องโถงแห่งยาพิษเพื่อพาผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษส่งตัวไปยังสำนักงานใหญ่ เพื่อความปลอดภัยของจักรวรรดิฉิงหย่วน ราชาจงชิงไม่มีทางเลือก จึงต้องจับตัวปรมาจารย์จางมาเพื่อสอบสวน แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะพยายามชิงตัวพ่อบ้านของเขากลับคืนไป ทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างที่เห็น”

“รองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษ?”

ปรมาจารย์อู๋กับคนอื่นๆ หันไปมองเป็นตาเดียว

เมื่อเห็นทั้งเหล่าปรมาจารย์และยอดขุนพลจำนวนมากมายจ้องเขาเป็นตาเดียวแบบนั้น หมิงเจินถึงกับหน้าซีดเผือด

“คุณมาจากห้องโถงแห่งยาพิษหรือ?” ปรมาจารย์อู๋ถามอย่างเคร่งขรึม

ในฐานะปรมาจารย์ เขาแทบไม่มีความปรารถนาดีกับใครก็ตามที่มาจากห้องโถงแห่งยาพิษ

“ใช่แล้ว” หมิงเจินพยักหน้าขณะสะบัดข้อมือ เขานำตราสัญลักษณ์กูรูยาพิษและตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนของเขาในฐานะรองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษออกมา

หลังจากพิจารณาดูแล้วและไม่พบข้อผิดพลาดใดๆ ปรมาจารย์อู๋ขมวดคิ้ว “คุณมาที่นี่เพื่อรายงานเรื่องซุนฉาง?”

เขาไม่สนิทสนมคุ้นเคยกับซุนฉางมากนัก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นพ่อบ้านของอาจารย์ใหญ่จาง แล้วจะกลายเป็นกูรูยาพิษได้อย่างไร?

แต่ก็แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังมีอะไรที่จะต้องทำให้กระจ่างก่อนจะสรุป

“เอ่อ” หมิงเจินหน้าตาบูดเบี้ยวเล็กน้อย และหลังจากลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ฟึ่บ! เขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นและร้องออกมาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปรมาจารย์อู๋ ผมขอวิงวอนให้คุณชดใช้ความเจ็บช้ำของห้องโถงแห่งยาพิษของพวกเราด้วย!”

“เกิดอะไรขึ้น?” เห็นกิริยาปุบปับของอีกฝ่าย ปรมาจารย์อู๋ขมวดคิ้ว

“ราชาจงชิงจับตัวสมาชิกของพวกเราทั้งหมดจากห้องโถงแห่งยาพิษมาขังไว้ในคุกใต้ดินของเขา เขาบังคับผมให้กล่าวหาปรมาจารย์จาง ไม่อย่างนั้นจะสังหารบรรดาพี่น้องของผม เป็นเพราะผมไม่มีทางเลือกจึงต้องทำแบบนั้น ขอวิงวอนปรมาจารย์อู๋คืนความยุติธรรมให้พวกเราด้วย!” หมิงเจินร้องด้วยความเสียใจ

“แก…เหลวไหล! พูดจาเหลวไหล!” คำพูดนั้นทำให้ทั้งรองประธานเถียนและราชาจงชิงโมโหจนแทบระเบิด

หมอนี่เป็นคนของพวกเขา ควรทำตัวเป็นหนึ่งในพยาน แต่แล้วกลับมาหักหลังกันในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้

แกบอกว่าพวกเราบังคับแก?

แกต่างหากคือคนที่ซมซานมาที่นี่หลังจากที่ห้องโถงแห่งยาพิษขับไล่แกออกมา!

อีกอย่าง แกคือคนที่เต็มใจเปิดเผยที่ตั้งของห้องโถงแห่งยาพิษ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ราชาจงชิงสามารถส่งกองกำลังเข้าไปปราบปรามได้ มันเรื่องอะไรถึงมาทำตัวเป็นเหยื่อในชั่วพริบตา แล้วพูดอะไรออกมาน่ะ? แกหาว่าเราใช้ชีวิตพี่น้องของพวกแกเป็นเครื่องข่มขู่หรือ?

แกตั้งใจจะฆ่าพวกนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว! เราจะใช้ชีวิตของคนพวกนั้นมาข่มขู่แกได้อย่างไร?

“หุบปากซะ!” ปรมาจารย์อู๋สะบัดแขนเสื้อและตวาด จากนั้นเขาก็หันกลับไปที่กูรูยาพิษ “คุณไม่ต้องกลัว พูดต่อไป”

“ได้! ถ้าปรมาจารย์อู๋สงสัยคำพูดของผม ก็ไปตรวจค้นคุกใต้ดินของราชาจงชิงได้เลย พี่น้องของผมจากห้องโถงแห่งยาพิษยังคงถูกกักขังไว้ที่นั่น ถ้าคุณพบว่าคำพูดของผมมีอะไรผิดพลาดล่ะก็ ผมพร้อมจะรับการลงโทษ!” หมิงเจินถอยไปเล็กน้อย แต่ความมุ่งมั่นในแววตาของเขานั้นชัดเจน ราวกับว่าเขายังคงมีความเกรงกลัวอย่างแสนสาหัส แต่เพราะความยุติธรรม จึงพร้อมที่จะใช้โชคชะตาแลกกับความจริง

ร่างของเขาเต็มไปด้วยยาพิษของอีกฝ่าย เขาจึงรู้ดีว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด แถมตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าราชาจงชิงกับรองประธานเถียนสู้ปรมาจารย์จางไม่ได้เลยในเชิงของการทำตัวเจ้าเล่ห์เจ้ากล

แน่นอนว่านี่คือโอกาสดีที่สุดของเขาในการที่จะกระโจนออกจากเงามืดและเปิดเผยตัวต่อแสงสว่าง

“แก”

คำพูดและทีท่าที่แฝงไว้ทั้งความกลัวและความกล้าหาญของหมิงเจินทำให้รองประธานเถียนกับราชาจงชิงโมโหจนไฟแทบจะพุ่งออกจากหัว

ถ้าหมิงเจินเลือกอยู่ข้างเดียวกับพวกเขา พวกเขาก็ยังพอจะป้ายความผิดให้หมอนั่นได้ แต่ใครจะไปคิดว่าคำพูดของอีกฝ่ายจะกลายเป็นตะปูตอกฝาโลงศพของพวกเขาเสียเอง

ส่วนหลัวฉีฉี ซุนฉาง และหยู่เฟยเอ๋อต่างก็ทำตาโตมองหน้ากัน ต่างคนต่างอ้าปากค้างอย่างไม่อยากเชื่อ

ปรมาจารย์จางกับอดีตรองหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษผู้นั้นมีโอกาสพูดคุยกันแค่แป๊บเดียว แต่เขากลับโน้มน้าวใจอีกฝ่ายให้มาเป็นพรรคพวก โดยให้การแตกต่างไปจากเดิมได้ ช่างเก่งกาจจริงๆ !

ตอนนี้ ดูอย่างไรพวกเขาก็ถือไพ่เหนือกว่า

แม้จางเซวียนจะแสดงกิริยาหยาบคายใส่ปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวทั้งที่ตัวเองเป็นเพียงปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว ฝ่าฝืนกฎซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไป แต่ด้วยอะไรบางอย่าง เรื่องกลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายใช้ความมีอาวุโสกว่าของเขาเอาเปรียบจางเซวียน ตั้งใจจะบังคับให้เขายอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ

มาถึงขนาดนี้ ทั้งคู่ไม่มีทางล้างมลทินของตัวเองให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

“ลงไปสำรวจดูที่คุกใต้ดิน ดูซิว่ามีกูรูยาพิษอยู่ที่นั่นหรือไม่!” ปรมาจารย์อู๋ไม่แยแสทั้งคู่ เขาหันไปสั่งการกับปรมาจารย์อีกคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ

ในปฏิบัติการช่วยชีวิตครั้งนี้ สภายอดขุนพลไม่ใช่หน่วยงานเดียวที่ส่งกองกำลังของตัวเองมา ทางสภาปรมาจารย์ก็ได้พาปรมาจารย์มาด้วยอีกหลายคน ตอนที่ปรมาจารย์อู๋ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากตราหยกสื่อสารนั้น ก็รีบพาทุกคนจากสภาปรมาจารย์เท่าที่จะหาได้มาที่นี่ ไม่ได้เสียเวลาลังเลแม้แต่นิดเดียว

“ขอรับ” ปรมาจารย์ผู้นั้นรีบจากไป

ไม่ช้าเขาก็กลับมาพร้อมกับประสานมือรายงาน “เรียนปรมาจารย์อู๋กับประธานชิง ในคุกใต้ดินของราชาจงชิงนั้นมีกูรูยาพิษถูกขังไว้มากมาย และทุกคนได้รับบาดเจ็บสาหัส”

“เป็นอย่างที่ผมคิดไว้เลย!” เมื่อได้รับรายงาน ปรมาจารย์อู๋สีหน้าเคร่งเครียด เขาหันไปคำรามใส่รองประธานเถียน “ใช้สมาชิกของห้องโถงแห่งยาพิษเป็นเครื่องมือกล่าวหาอาจารย์ใหญ่จาง รองประธานเถียน วางใจได้เลยว่าผมจะต้องรายงานเรื่องนี้ให้สำนักงานใหญ่ฟังอย่างละเอียดแน่นอน!”

ทุกอย่างต่อเข้ากันอย่างลงตัวเหมือนจิ๊กซอว์ที่ไร้ที่ติ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องฟังคำอธิบายของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว

ด้วยการยกระดับวรยุทธของเขาไปสู่ขั้นกึ่งการละทิ้งช่องว่างพร้อมกับความดีความชอบที่ได้รับจากการสำรวจพระราชวังชิวอู๋ เขาจึงได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นรองประธานสภาปรมาจารย์อีกคนหนึ่งเทียบเท่ากับรองประธานเถียน แม้ในแง่ของอำนาจและอิทธิพล เขายังคงด้อยกว่ารองประธานเถียน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฏเกณฑ์ ก็ถือว่าเขามีอำนาจชอบธรรมที่จะสอบสวนเรื่องนี้

“ผม” รองประธานเถียนจ้องหน้าจางเซวียนอย่างจงเกลียดจงชัง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์

เขาคิดว่าการรับมือกับเรื่องนี้โดยการป้ายความผิดให้จางเซวียนคงจะเป็นเรื่องง่ายและคงไม่มีอะไรย้อนศรกลับมาทำร้ายในภายหลัง แต่ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายจะนำมาเล่นงานพวกเขาเสียเอง?

ต้องบอกว่าความสามารถในการปรับตัวของจางเซวียนนั้นเป็นเลิศ ในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ที่พวกเขาไม่ทันระมัดระวังตัว ก็ตกหลุมพรางของอีกฝ่ายเสียแล้ว

“ผมหวังว่าประธานโกวจะเข้ามาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ถ้าผลออกมาเป็นอย่างที่คุณสรุปไว้ ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกถ้าคุณจะรายงานต่อสำนักงานใหญ่” รองประธานเถียนกัดฟันพูด

เขาบอกได้เลยว่าปรมาจารย์อู๋และประธานชิงมีความสัมพันธ์อันดีกับจางเซวียน ถึงตอนนี้ ไม่มีทางที่เขาจะชำระล้างข้อกล่าวหาได้อีกแล้ว

ลำพังแค่การกล่าวหาปรมาจารย์ก็มากพอที่จะทำให้เขาสูญเสียตำแหน่งปัจจุบัน บางทีเขาอาจถูกถอดถอนใบอนุญาตปรมาจารย์ด้วย

ตอนนี้ เขาทำได้แค่ฝากความหวังไว้กับประธานโกว บางทีเรื่องอาจจะพลิกผันได้

“คุณคิดจะให้ประธานโกวสืบสวนเรื่องนี้? ขอผมบอกคุณสักหน่อยนะ เมื่อ 2 ปีก่อน ศิษย์สายตรงของคุณได้นำข้อมูลเรื่องอาณาจักรโบร่ำโบราณจากอาจารย์ใหญ่คนเก่าของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน, จางยิ่งชิว ไปมอบให้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ทำให้เกือบจะเกิดหายนะ ผมได้สืบสวนเรื่องนี้จนแน่ใจและรายงานให้ประธานโกวทราบแล้ว แถมตอนนี้คุณยังมาจงใจกล่าวหาอาจารย์ใหญ่จางอีก ต่อให้คุณพบเขา ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก” ปรมาจารย์อู๋คำราม

รองประธานเถียนหน้าซีด

เหตุผลที่อาจารย์ใหญ่จางยิ่งชิวและคนอื่นๆ ยังลังเลที่จะกล่าวหาสถาบันปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนหลังจากที่ข้อมูลรั่วไหลออกไปก็เพราะผู้ที่นำข้อมูลออกไปนั้นมีสถานภาพสูงส่งมาก

และเขาก็เป็นศิษย์สายตรงของรองประธานเถียน!

หลังจากปรมาจารย์อู๋กลับมา เขาได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดลออและพบหลักฐานที่จะเอาผิดศิษย์สายตรงของรองประธานเถียนในเรื่องนี้

ก็เพราะเหตุนี้ที่ทำให้จางเซวียนกล้าออกตัว ในตอนแรก รองประธานเถียนยังคงอยู่ภายใต้การสอบสวน แต่อีกฝ่ายก็ยังกล้าทำร้ายเขา ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เขาจึงไม่เดือดร้อนที่จะโยนข้อกล่าวหาให้กับอีกฝ่ายเช่นกัน

“พวกเรา พาตัวรองประธานเถียนกับราชาจงชิงกลับไปที่สภาปรมาจารย์!” ปรมาจารย์อู๋สั่งการ

โดยทั่วไปสภาปรมาจารย์จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวทั่วๆ ไป แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับราชวงศ์และสภาปรมาจารย์ ราชาจงชิงพยายามจะกล่าวหาปรมาจารย์คนหนึ่งว่าก่ออาชญากรรมและล้ำเส้นของสภาปรมาจารย์ นี่เป็นการดูถูกเกียรติยศศักดิ์ศรีของอาชีพหมายเลข 1 ของโลกใบนี้ เขาจึงต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง

อีกอย่าง หากทุกคนมองปรมาจารย์ในแง่ร้าย พวกเขาจะปกปักรักษาโลกใบนี้อย่างไร?

ปรมาจารย์จะถูกลบหลู่ไม่ได้ คำนี้ไม่ใช่เป็นเพียงคำพูดสวยๆ พวกที่พยายามจะข้ามหัวสภาปรมาจารย์จะต้องชดใช้ด้วยราคาสูงสุด

“ขอรับ!”

เหล่าปรมาจารย์ก้าวออกมาและรับตัวทั้งคู่จากหัวหน้าเลี่ยวก่อนจะออกจากห้องนั้นไป

หลังจากทั้งคู่จากไปแล้ว ปรมาจารย์อู๋หันมาถามจางเซวียนอย่างเป็นห่วง “อาจารย์ใหญ่จาง คุณยังไหวไหม?”

“ผมไม่เป็นไร” จางเซวียนส่ายหน้า หลัวฉีฉีช่วยพยุงเขาลุกขึ้นยืน จางซเวียนโค้งคำนับอย่างขอโทษขอโพย “ถึงรองประธานเถียนจะทำร้ายผมก่อน แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ผมตอบโต้เขา และนั่นผิดกฎระเบียบของความเป็นครูบาอาจารย์ เพื่อชดเชยความผิดของผม ผมจะเข้าท้าทายสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนหลังจากที่ผมหายบาดเจ็บแล้ว หวังว่าคุณคงจะให้อภัยผมสำหรับเรื่องนี้!”

“คุณจะเข้าท้าทายสภาปรมาจารย์ของเรา?” เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากของปรมาจารย์อู๋ทันที “ถ้าคุณกังวลเรื่องนั้นล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องกังวลเลย การกระทำของคุณถือเป็นการป้องกันตัว ไม่มีใครจะมากล่าวหาเรื่องนี้ได้ ผมจะรายงานเรื่องนี้ไปยังทางสำนักงานใหญ่ด้วยเพื่อไม่ให้ใครใช้มันมากล่าวหาคุณในอนาคต”

ถ้าปรมาจารย์คนหนึ่งกระทำความผิด มีวิธีเดียวที่จะชำระล้างมลทินได้ก็คือการเข้าท้าทายสภาปรมาจารย์

ในครั้งนั้น เพื่อแก้แค้นให้ลู่ชง จางเซวียนเข้าจัดการจักรวรรดิชวนหยวนด้วยมือเปล่า และระหว่างนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องต่อสู้กับประธานสภาปรมาจารย์ของที่นั่น ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของสภาปรมาจารย์ และนั่นก็คือเหตุผลที่เขาต้องเข้าท้าทายสภาปรมาจารย์หลังจากนั้นเพื่อชำระล้างมลทิน

การเข้าท้าทายสภาปรมาจารย์ เป็นการเข้ารับการทดสอบที่สภาปรมาจารย์ตั้งขึ้น เทียบเท่ากับการใช้ความแข็งแกร่งและสติปัญญาเพื่อเอาชนะทั้งสภาปรมาจารย์ และมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะสำเร็จ

ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้คนเพียงหยิบมือเดียวที่ประสบความสำเร็จในการท้าทายสภาปรมาจารย์ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของสภาปรมาจารย์

แม้เรื่องนี้จะเป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้ได้กับคนอื่นๆ แต่เมื่อปรมาจารย์อู๋หวนนึกถึงวิถีทางอันน่าทึ่งของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า เขาก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก เมื่อครั้งอยู่ในพระราชวังชิวอู๋ การกระทำของชายหนุ่มก็ล้วนแต่น่าทึ่ง ถึงสภาปรมาจารย์ของจักรวรรดิฉิงหย่วนจะไร้เทียมทานแค่ไหน ปรมาจารย์อู๋ก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับชายหนุ่มได้หากเขาตั้งใจท้าทายเอาจริงๆ

อีกอย่าง ถ้าการท้าทายสภาปรมาจารย์เป็นผลสำเร็จ ก็จะถือเป็นความน่าอับอายของสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนเป็นอย่างมาก

“ในเมื่อปรมาจารย์อู๋พูดแบบนั้น ผมก็วางใจ” จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็หันไปถามประธานชิงว่า “เป็นเพราะผม เหล่าสมาชิกของห้องโถงแห่งยาพิษจึงต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ทราบว่าผมจะขอรบกวนประธานชิงพาพวกเขากลับไปรักษาตัวที่สภายอดขุนพลสักระยะหนึ่งได้ไหม?”

“คุณอยากให้ผมพาพวกเขากลับไปรักษาตัวที่สภายอดขุนพล?” ประธานชิงถึงกับชะงัก

“ใช่แล้ว ถึงเหล่ากูรูยาพิษจะมีชื่อเสียงไม่ค่อยดีนัก แต่หากเราชักนำเอาคนเหล่านั้นมาเป็นพวกเดียวกับเราได้ นั่นจะทำให้กองกำลังของเรามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะเป็นอาวุธชั้นดีในการรับมือกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ดังนั้น…ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะขอให้พวกเขาได้เข้าร่วมกับสภายอดขุนพลและก่อตั้งแผนกของพวกเขาขึ้นมาเอง” จางเซวียนเปิดเผยความตั้งใจของเขา

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version