ตอนที่ 1150 หม้อต้นกำเนิดทองคำปะทะรองประธานเถียน
“เขายังไม่ตายหรือ?” จางเซวียนตาโต “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
เพราะไว้วางใจในตัวจางเซวียน ผู้อาวุโสฉู่ได้พาเขาไปยังห้องโถงแห่งยาพิษ ถ้าอีกฝ่ายต้องมาตายเพราะเหตุนี้ เขาคงรู้สึกผิดมาก
“เขาถูกราชาจงชิงจับตัวไว้และถูกขังไว้ในคุกใต้ดิน” หมิงเจินตอบ
“คุกใต้ดิน?”
แนั่นคือทั้งหมดที่ฉันรู้ ดูเหมือนราชาจงชิงไว้ชีวิตพวกเขาเพื่อจะให้ผู้อาวุโสฉู่กับคนอื่นๆ ผสมยาพิษร้ายแรงให้ แต่ฉันไม่รู้รายละเอียดเรื่องนี้” หมิงเจินอธิบาย
“ฉันเข้าใจแล้ว” จางเซวียนพยักหน้า
ไม่ว่าราชาจงชิงคิดจะทำอะไร แค่เขาได้รู้ว่าผู้อาวุโสฉู่กับคนอื่นๆ ยังมีชีวิตอยู่ก็พอใจแล้ว
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะช่วยชีวิตพวกเขา
เพราะไม่อย่างนั้น อีกฝ่ายจะใช้โอกาสนี้โจมตีเขาและกล่าวหาว่าเขากระทำอาชญากรรม
หลังจากถามคำถามอีกจำนวนหนึ่ง จางเซวียนก็แน่ใจว่าผู้อาวุโสฉู่กับคนอื่นๆ ยังคงมีชีวิตอยู่ดี เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ตอนนี้แกถูกยาพิษของฉัน และมีแต่ฉันเท่านั้นที่จะรักษาได้ แกเป็นคนฉลาด ฉันเชื่อว่าฉันคงไม่ต้องบอกแกว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด”
“ดะ-ได้” หมิงเจินรีบพยักหน้า
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาคือผู้ที่เก่งกาจถึงขนาดสามารถวางยาแมลงร้ายตัวตายตัวแทนของหัวหน้าโหลวได้ และแม้แต่กูรูยาพิษไป๋กับกูรูยาพิษไห่จากสำนักงานใหญ่ก็ยังไม่กล้าต่อต้านเขา ความเชี่ยวชาญในเรื่องยาพิษนั้น บอกได้เลยว่าล้ำลึกเกินหยั่ง อยู่ในระดับที่หมิงเจินไม่มีทางจะเข้าใจ
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ทางเดียวที่เขาจะทำได้ก็คือเชื่อฟังคำสั่งของอีกฝ่ายอย่างเคร่งครัด
เมื่อคำถามของเขาได้รับคำตอบ จางเซวียนทลายปราการที่อยู่รอบตัวเขาด้วยการโบกมือ
ทันทีที่ปราการสลายไป เสียงกระทบกระทั่งก็ดังก้องเข้าหู เมื่อมองตาม ก็เห็นรองประธานเถียนยังคงสู้รบปรบมืออยู่กับหม้อต้นกำเนิดทองคำ
ด้วยเปลวไฟที่พวยพุ่งอยู่ภายใน เห็นได้ชัดว่าหม้อต้นกำเนิดทองคำใช้พละกำลังที่มีอยู่จนสุดตัวเพื่อโจมตีรองประธานเถียน ส่วนรองประธานเถียนก็ตอบโต้การโจมตีของหม้อต้นกำเนิดทองคำได้ไม่ดีนัก เลือดไหลซึมออกจากมุมปากของเขา บ่งบอกว่าเขาได้รับความบอบช้ำภายในอยู่ไม่น้อย
รองประธานเถียนมีความแข็งแกร่งแค่ไหน หม้อต้นกำเนิดทองคำก็ดูจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย เท่าที่ดูตอนนี้ ดูเหมือนการต่อสู้จะยังคงดำเนินไปอีกระยะหนึ่งกว่าจะสิ้นสุด
เมื่อเห็นแล้วว่าหม้อต้นกำเนิดของคำยังไม่เพลี่ยงพล้ำให้รองประธานเถียน จางเซวียนหันไปหาราชาจงชิง
ตอนนี้ ร่างของเขาโชกชุ่มไปด้วยเลือด มีแผลเล็กๆ อย่างน้อย 50 แผลบนร่างของเขาซึ่งเป็นผลงานของซุนฉาง เขาหายใจรวยรินและติดขัด ดูพร้อมจะเสียชีวิตได้ทุกขณะ
“แกมันหูหนวกตาบอด แกกล้าทรมานฉันได้อย่างไร? แกคงไม่รู้สินะว่าฉันเป็นพ่อบ้านของใคร” ซุนฉางตวาดก้องขณะตวัดกริชในมืออย่างโกรธเกรี้ยว ระบายความแค้นที่เขาเคยได้รับ
จางเซวียนส่ายหัว “ซุนฉาง สงบสติอารมณ์หน่อย อย่าพลั้งมือสังหารเขาตอนนี้ล่ะ”
“ไม่ต้องห่วง นายน้อย!” เมื่อได้ยินคำสั่ง ซุนฉางพยักหน้าก่อนจะนำขวดพริกป่นออกมาและโรยมันลงบนบาดแผลของราชาจงชิง
เมื่อเห็นแล้วว่าราชาจงชิงต้องตายแน่หากปล่อยให้ซุนฉางทำอะไรตามใจ จางเซวียนกำลังจะเข้าไปห้าม ก็พอดีกับที่หลัวฉีฉีกับหยู่เฟยเอ๋อเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ปรมาจารย์จาง การแก้ปัญหาน่ะ มันไม่ได้ง่ายโดยการทำให้อะไรๆ พินาศแบบนี้หรอกนะ” หยู่เฟยเอ๋อตั้งข้อสังเกตอย่างกังวลใจ
จางเซวียนทำลงไปเพื่อช่วยชีวิตซุนฉาง แต่ถึงอย่างไร อีกฝ่ายก็เป็นถึงราชาหมายเลข 1 ของจักรวรรดิฉิงหย่วนและรองประธานสภาปรมาจารย์ผู้มีอำนาจสูงสุด การซ้อมพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมแบบนั้น ถ้าเรื่องเข้าหูสภาปรมาจารย์ล่ะก็ จะต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่
อย่างน้อยที่สุด ใบอนุญาตปรมาจารย์ของเขาก็จะต้องถูกถอดถอน
“ไม่มีปัญหาหรอก ถ้าเป็นปรมาจารย์คนอื่น ผมคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้ แต่นี่คือรองประธานเถียน เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน” จางเซวียนส่ายหน้าขณะคำนวณเวลา จากนั้นเขาก็หยิบเอาตราหยกสื่อสารออกมาและเคาะมันอย่างแผ่วเบาเพื่อส่งข่าวสารออกไป
“จะไม่มีปัญหาอะไร?” ทั้งคู่ยังคงไม่เข้าใจคำพูดของจางเซวียน
รองประธานเถียนถือเป็นหนึ่งในผู้ทรงเกียรติและมีอำนาจที่สุดของจักรวรรดิฉิงหย่วน จะไม่มีปัญหาได้อย่างไร?
“ชัดเจนว่าราชาจงชิงสมรู้ร่วมคิดกับห้องโถงแห่งยาพิษ แต่รองประธานเถียนก็ไม่ได้สืบสาวราวเรื่องให้ถี่ถ้วน กลับกล่าวหาผมในทันที เรื่องนี้แปลว่าต้องมีอะไรบางอย่างระหว่างทั้งคู่” จางเซวียนส่ายหน้า
ก่อนหน้านี้ จางเซวียนลังเลที่จะใช้วิธีการรุนแรงเพื่อเปิดเผยตัวตนของรองประธานเถียน แต่เมื่ออีกฝ่ายใช้การตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม เขาก็นึกได้ถึงข้อมูลที่เคยรับรู้มาก่อน แล้วทุกอย่างก็กระจ่าง
“ต่อให้รองประธานเถียนเลือกอยู่ข้างเดียวกับราชาจงชิงเพราะมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่าง หรือการที่เขาตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดนี่, ใช่ไหม?” หลัวฉีฉีขมวดคิ้ว
“ก็ใช่ มีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่ารองประธานเถียนสมรู้ร่วมคิดกับราชาจงชิง แต่มีอยู่ 2-3 เรื่องที่คุณยังไม่รู้ และผมก็ยังไม่สะดวกที่จะเล่าในตอนนี้ ไม่ต้องห่วง ปรมาจารย์อู๋จะรับมือกับเรื่องนี้เองทันทีที่เขามาถึง” จางเซวียนตอบ
เมื่อเห็นจางเซวียนมั่นใจแบบนั้น หลัวฉีฉีกับหยู่เฟยเอ๋อได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“นายน้อย ผมสั่งสอนบทเรียนให้ราชาจงชิงเรียบร้อยแล้ว”
ตอนนี้ ซุนฉางเสร็จสิ้นกระบวนการโรยพริกและหันกลับมาด้วยสีหน้าพออกพอใจ ความขุ่นเคืองและการถูกหยามเกียรติที่เขารู้สึกก่อนหน้านี้หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
จางเซวียนเดินไปดูอาการของราชาจงชิง เพียงเพื่อจะเห็นอีกฝ่ายหายใจรวยรินและพร้อมจะหมดลมได้ทุกขณะ
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็เดินเข้าไปและหยิบน้ำเต้าไวน์ออกมา เขาดึงอีกฝ่ายให้แหงนหน้าขึ้นและกรอกไวน์ใส่ปาก
สำหรับพ่อบ้านฉิงซึ่งเป็นชายสวมเสื้อคลุมสีดำนั้นมีวรยุทธระดับเดียวกับเขา ส่วนหมิงเจินก็แข็งแกร่งกว่านิดหน่อย เขาจึงสามารถถ่ายทอดพลังปราณเทียบฟ้าเข้าสู่ร่างกายของคนเหล่านั้นได้ทันที แต่ราชาจงชิงเป็นนักรบจิตวิญญาณต้นกำเนิดขั้นสูงสุดซึ่งมีการรับรู้จิตวิญญาณ คงไม่ยากเกินไปที่เขาจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของพลังปราณเทียบฟ้า
พลังปราณเทียบฟ้าเป็นหนึ่งในความลับสุดยอดของเขา จึงปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเสียใจภายหลัง
ซรืดดดดดด!
ไวน์ไหลลงไปตามลำคอของราชาจงชิง ใช้เวลาไม่นาน บาดแผลที่ซุนฉางทำไว้ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้จางเซวียนจะมีระดับวรยุทธต่ำกว่าราชาจงชิงถึง 2 ขั้น แต่พลังปราณเทียบฟ้าของเขาก็มีอานุภาพมากพอที่จะรักษาบาดแผลของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
“นายน้อย” เห็นจางเซวียนรักษาราชาจงชิง ซุนฉางได้แต่ถอนหายใจฟึดฟัด
นี่ถ้านายน้อยบอกเสียก่อนว่าจะรักษาหมอนี่ เขาจะโหดเหี้ยมยิ่งกว่านี้อีก เขาจะกรีดให้ลึกกว่านี้และทาเกลือพร้อมกับโรยพริกไทย การล้างแค้นจะสะใจกว่านี้อีกหลายเท่านัก
รู้ดีว่าซุนฉางคิดอะไร จางเซวียนส่ายหัวแล้วพูดว่า “เขาจะมาตายตอนนี้ไม่ได้ แล้วจะมีบาดแผลก็ไม่ได้ด้วย ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหา”
ขณะที่พูด จางเซวียนก็กรอกไวน์อีกหนึ่งอึกใส่ลำคอของราชาจงชิง คราวนี้เขาเลือกที่จะซ่อนพลังปราณเทียบฟ้าไว้ในร่างกายของอีกฝ่ายแทน
เมื่อเสร็จสิ้น เขาก็หันไปถามซุนฉาง “เกิดอะไรขึ้น คุณถูกคนของราชาจงชิงจับได้อย่างไร?”
อันที่จริง จางเซวียนออกจะสงสัยเรื่องนี้ เพราะมีผู้คนที่ใช้ชื่อซุนฉางอยู่มากมาย หากตะโกนชื่อนี้กลางถนน จะต้องมีคนที่ผ่านไปผ่านมาหลายคนหันกลับมาขานรับ
แต่ในบรรดาผู้คนทั้งหมด ราชาจงชิงกลับเลือกที่จะจับเขาและแน่ใจว่าหมอนี่คือคนที่ตัวเองต้องการ
“เอ่อ” เมื่อได้ยินคำถาม ซุนฉางเกาหัวอย่างละอายใจ
เห็นปฏิกิริยาของซุนฉาง จางเซวียนรู้ดีว่าจะต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่ เขาขมวดคิ้วและสั่งการอย่างเคร่งขรึม “บอกมา!”
“เมื่อวานนี้ ผมออกไปหาของอร่อยๆ กิน ผมเดินเข้าไปในภัตตาคารแห่งหนึ่ง และทันทีที่นั่งลง ก็ได้ยินคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ผมกระซิบกระซาบกัน และตอนนั้นเองที่ผมได้ยินชื่อของผมหลุดรอดออกมา”
ขณะที่ซุนฉางพูด ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ “นายน้อย คุณก็รู้ดีว่าผมน่ะมันคนจุ้นจ้าน พอผมได้ยินชื่อตัวเอง ก็เลยเดินเข้าไปหาพวกนั้นแล้วถามว่าพวกเขาต้องการอะไร พวกเขาก็บอกว่ากำลังตามหาคนชื่อซุนฉางที่มีพละกำลังแข็งแกร่งและปราดเปรื่องอย่างหาใครเทียบได้ยาก เป็นผู้ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เมื่อได้ยินแบบนั้น ผมก็คิดไปว่าคนพวกนั้นพูดถึงผม ผมจึงแอบบอกพวกเขาว่าผมชื่อซุนฉาง และหลังจากนั้นพวกเขาก็น็อคผมจนสลบ”
“….” จางเซวียนใบ้กินเมื่อได้ยินคำอธิบายทั้งหมด
ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องราวจะเป็นแบบนี้
เขารู้ดีอยู่แล้วว่าพ่อบ้านของเขาเป็นคนอย่างไร แต่เท่าที่ฟังนี่ก็เหลวไหลเกินไป นี่เขาจะคว้าเอาทุกโอกาสเพื่อโชว์ตัวอย่างนั้นหรือ แล้วได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง?
จางเซวียนส่ายหัวอย่างหมดปัญญา เขาช่างเป็นคนที่น่าเป็นห่วงเสียจริง ถ้าถ่อมเนื้อถ่อมตัวได้สักครึ่งหนึ่งของเราล่ะก็
ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะเก็บเนื้อเก็บตัวไว้ ไม่เคยอวดหรือโชว์ออฟความสามารถและความสำเร็จของตัวเองต่อสาธารณชน และไม่เคยสร้างปัญหาด้วย ถ้ามีตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบของชายผู้ถ่อมเนื้อถ่อมตัวล่ะก็ จะต้องเป็นเขานี่แหละ
แต่พ่อบ้านของเขากลับคุยโวโอ้อวดไปทั่ว ในพื้นที่เล็กๆ อย่างอาณาจักรเทียนเซวียนนั้นเล่นใหญ่ได้ แต่สำหรับสถานที่อย่างเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนที่เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญมากมายนับไม่ถ้วน ทำแบบนี้ก็เท่ากับรนหาที่ตาย
แต่จะว่าไป ซุนฉางก็คงได้รับบทเรียน หวังว่าเขาจะไม่ทำอะไรหุนหันพลันแล่นอย่างนี้อีก
รู้ดีถึงความผิดของตัวเอง ซุนฉางก้มศีรษะอย่างขอโทษขอโพย “นายน้อย ต่อไปผมไม่กล้าทำแบบนี้อีกแล้ว”
นายน้อยของเขามักมีเหตุให้ได้โชว์ออฟเสมอ และเพราะได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของอีกฝ่าย ซุนฉางจึงอยากจะทดลองเองบ้าง เมื่อได้ยินอีกฝ่ายชมเชยเขาเสียมากมาย ก็นึกว่าถึงเวลาของตัวเองแล้ว จึงกระโดดคว้าโอกาสนั้นไว้ แต่ลงท้ายก็กลับต้องถูกซ้อมอย่างน่าทุเรศ
ช่างน่าขัดอกขัดใจเสียเหลือเกิน!
“เมื่อเรากลับไป คุณจะต้องปลีกวิเวกสามเดือน ถ้าไม่สามารถสำเร็จวรยุทธระดับเซียนได้ภายใน 3 เดือนล่ะก็ ผมจะไล่คุณออก”
“ขอรับ” เมื่อได้ยินว่าต้องสำเร็จวรยุทธระดับเซียนภายใน 3 เดือน ซุนฉางก็มีสีหน้าขมขื่น
จางเซวียนไม่แยแสพ่อบ้านผู้แสนจะขี้โม้ของเขา เขาหันกลับไปสนใจการสู้รบที่อยู่ตรงหน้า
“นายน้อย หมอนี่เก่งกาจเกินไป คนเดียวเอาชนะเขาไม่ไหว เร็วเข้า ขอคำชี้แนะหน่อย!”
ตอนนี้ หม้อต้นกำเนิดทองคำอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ รองประธานเถียนถือไพ่เหนือกว่า ด้วยความกังวล มันจึงรีบหันมาขอความช่วยเหลือจากจางเซวียน
จางเซวียนส่ายหัวและพูดว่า “ในการสู้รบ ใช้กำลังเพียงอย่างเดียวไม่ได้หรอก มีจุดเป็นจุดตายอยู่ที่จุดชีพจรเจี้ยนไห่ที่เอวของเขาน่ะ ลองสิ!”
“ได้ซี่” เมื่อได้ยินคำนั้น หม้อต้นกำเนิดทองคำคำรามอย่างตื่นเต้นและพุ่งเข้าใส่รองประธานเถียน
“คุณ” นึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะเปิดเผยข้อบกพร่องของเขาได้อย่างง่ายดายแบบนั้น รองประธานเถียนถึงกับตระหนก เขารีบถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
เห็นรองประธานเถียนถอยกรูด จางเววียนรีบพูดต่อ “ด้วยโครงสร้างในทางเดินพลังปราณของเขา เมื่อเขารวบรวมพลังปราณมาสู่ใจกลางอก จะมีชั่วขณะหนึ่งที่พละกำลังของเขาจะลดลงเป็นเวลาประมาณ 0.3 วินาที ถือเป็นโอกาสดีที่จะโจมตีในตอนนั้น”
ทันทีที่การต่อสู้เริ่มขึ้น จางเซวียนได้ประมวลหนังสือไว้ในหอสมุดเทียบฟ้าแล้ว และเมื่อพลิกดูก็พบว่าเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ซึ่งข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดนั้นอยู่ในจิตวิญญาณต้นกำเนิดของอีกฝ่าย
ในสถานการณ์ปกติ นักรบระดับกึ่งการละทิ้งช่องว่างจะมีจิตวิญญาณต้นกำเนิดที่ทรงพลังเป็นพิเศษ แต่จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ความแปลกประหลาดนี้ทำให้จางเซวียนออกจะสงสัย
แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาหาคำตอบ ที่สำคัญกว่าคือการช่วยหม้อต้นกำเนิดทองคำให้เอาชนะได้สำเร็จ
พลั่ก!
เมื่อได้คำชี้แนะของจางเซวียน รองประธานเถียนก็รู้สึกว่าตัวเองตกเป็นรอง เพียง 2-3 อึดใจ เขาก็กระอักเลือดออกมาหลายครั้ง สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ถ้าเป็นอย่างนี้ เราต้องตายแน่
ข้อบกพร่องที่อีกฝ่ายพูดออกมานั้นเป็นจุดอ่อนจุดใหญ่ที่อาจทำให้เขาต้องเสียชีวิต ในสถานการณ์ปกติ มันไม่ใช่จุดอ่อนที่โดดเด่นให้ใครเห็นได้ง่ายๆ แม้แต่นักรบขั้นการละทิ้งช่องว่างก็ยังต้องลำบากลำบนกว่าจะหาเจอ
แต่จางเซวียนพูดออกมาได้ยาวเหยียดโดยปราศจากข้อผิดพลาด เรื่องนี้ทำให้เขาแทบคลั่ง
ไม่ได้การละ เราต้องฆ่าหมอนี่ ไม่อย่างนั้นคนที่ตายจะต้องเป็นเรา!
เขากัดฟันกรอด แววตาโหดเหี้ยมปรากฏ ด้วยก้าวอันทรงพลัง รองประธานเถียนแปรสภาพวเองให้เป็นเงา มันพุ่งผ่านหม้อต้นกำเนิดทองคำไปและตรงเข้าใส่จางเซวียน
ตอนนี้ จางเซวียนกำลังพูดกับหม้อต้นกำเนิดทองคำ เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพุ่งเข้ามาอย่างปุบปับ ดังนั้น ยังไม่ทันจะได้ตอบโต้ การโจมตีของรองประธานเถียนก็มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
“ท่านอาจารย์!”
“ปรมาจารย์จาง!”
“นายน้อย!”
ทุกคนหน้าถอดสีด้วยความพรั่นพรึง
