ตอนที่ 137 สัมผัสภรรยาของคุณ
“ปะ…ปรมาจารย์?”
ตู้หยวนตัวสั่น
ทุกคนรู้ว่าอาณาจักรเทียนเซวียนเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่อ่อนแอที่สุด และไม่มีปรมาจารย์มาอยู่ประจำ แล้วนี่มีมาถึงตั้งแต่เมื่อไร? แถมยังยอมให้เจ้านี่มาเป็นพ่อบ้านอีกด้วย?
ไม่สงสัยเลยว่าทำไมหลิงเทียนหยู่เต็มใจรอทั้งคืน แถมยังยอมทำดีกับซุนฉาง
ต่อให้เป็นแค่ระดับต่ำสุด คือปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว แม้แต่ฮ่องเต้เซินจุยก็ไม่กล้าแตะต้อง สำหรับคนธรรมดาสามัญยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้หลิงเทียนหยู่ต้องยืนรออยู่หน้าประตูสักครึ่งปีก็คงไม่กล้าบ่น
อันที่จริง ถ้าปู่ของเขารู้ ก็ต้องรีบมาที่นี่เพื่อแสดงความเคารพอย่างแน่นอน
ท่านปรมาจารย์สามารถสร้างหรือทำลายเมืองได้ทั้งเมือง ทุกคำพูดของเขามีค่าดั่งทอง
นี่คือสถานะของปรมาจารย์!
ถ้าพ่อของเขาได้รับคำชี้แนะจากปรมาจารย์สักคน อาการเจ็บป่วยเรื้อรังนี้อาจหายไปได้ หรือพ่ออาจกลับมาปราดเปรื่องดังเดิมได้ด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้ ตู้หยวนก็พลันริษยาชายตรงหน้า
ซุนฉางเป็นแค่คนต๊อกต๋อยในห้างสรรพสินค้า ทุกครั้งที่พบกัน ซุนฉางจะต้องก้มหัวคำนับเขาอย่างนอบน้อม เพราะกลัวว่าจะถูกกลั่นแกล้ง แต่ตอนนี้ กลับกลายเป็นเขาที่ต้องพูดกับซุนฉางอย่างนอบน้อม ราวกับกลัวว่าจะระคายโสตประสาทของอีกฝ่ายอย่างนั้นแหละ
“ปรมาจารย์หยางรึ? เขามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร ทำไมผมไม่เคยได้ยินชื่อเขาเลย?” ตู้หยวนข่มความประหลาดใจและเอ่ยถาม
ถ้าปรมาจารย์สักคนมาเยี่ยมเยือนอาณาจักรเทียนเซวียน ทั้งเมืองจะต้องโจษขานเซ็งแซ่จนรู้กันทั่ว แต่ทำไมเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้?
“ท่านปรมาจารย์ท่านชอบเก็บตัว ไม่อยากให้ใครรู้ แค่คุณรู้นี่ก็พอแล้ว อย่าเอ็ดไปล่ะ อ้อ มีอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าคุณชายตู้ไม่มีกิจธุระอะไร ผมขอแนะนำว่าคุณอย่ามาเตร็ดเตร่แถวนี้อีกจะดีกว่า เพราะถ้าปรมาจารย์เห็น จะเกิดการเข้าใจผิดกันโดยไม่จำเป็น และมีปัญหาขึ้นมาอีก”
หลังจากเหตุการณ์เรื่องหลิงเทียนหยู่ ซุนฉางก็เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ เริ่มทำตัวและใช้น้ำเสียงแบบผู้ถือไพ่เหนือกว่าได้อีกครั้ง
“ได้ ได้!” ตู้หยวนรีบพยักหน้า
เมื่อพูดจบ ซุนฉางก็หันหลังเดินกลับไปที่ประตู หลังจากนั้นไม่นาน เกี้ยวคันหนึ่งก็มาถึง และหลิงเทียนหยู่ก้าวลงมา จากนั้นองครักษ์ก็มารับเกี้ยวเข้าไปในคฤหาสน์
“ท่านหลิง เชิญข้างในเลย!” ซุนฉางต้อนรับ
“ขอบใจ น้องซุน!” หลิงเทียนหยู่ประสานมือเพื่อตอบรับคำทักทาย แล้วทั้งคู่ก็เข้าไปในคฤหาสน์ด้วยกัน
“เราได้ยินมาว่าภรรยาของหลิงเทียนหยู่ป่วย ดูเหมือนเขาจะรู้ว่ามีปรมาจารย์อยู่ที่นี่ จึงยอมยืนรอตรงนี้ทั้งคืนเพื่ออ้อนวอนให้ท่านช่วยชีวิตเธอ…”
ในพริบตานั้น ตู้หยวนปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที
ปรมาจารย์นั้นไม่เพียงแต่จะสามารถชี้แนะการฝึกวรยุทธ แต่ยังรวมถึงการปรุงยา ความรู้เรื่องการรักษาโรค…ไม่มีแม้แต่ศาสตร์เดียวที่ปรมาจารย์จะไม่ล่วงรู้ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเป็นที่หนึ่ง เหนือชั้นกว่าทุกสาขาอาชีพ
ในกลุ่มคนมีระดับของอาณาจักรเทียนเซวียน เรื่องที่ภรรยาของหลิงเทียนหยู่ป่วยนั้นไม่ใช่ความลับ
ตู้หยวนรู้เรื่องนี้ แถมยังได้ยินข่าวลือว่าแม้แต่นายแพทย์หยวนหยู่ก็รักษาไม่ได้ เมื่อรู้ว่ามีปรมาจารย์มาถึงเมืองหลวง ก็เป็นธรรมดาที่เขาต้องกระวีกระวาดมา
“ถ้าปรมาจารย์ท่านนี้สามารถรักษาโรคที่แม้แต่ท่านหยวนหยู่ก็ทำอะไรไม่ได้ นั่นหมายความว่า อาการของพ่อเราก็มีหวังน่ะสิ” นัยน์ตาของตู้หยวนเบิกโพลง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ความคิดที่จะจากไปก่อนหน้านี้ก็มลายสิ้น ตู้หยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินไปยังร้านน้ำชาตรงข้ามคฤหาสน์
เราจะไปดื่มน้ำชาที่นั่น จะได้ไม่คลาดกับปรมาจารย์!
“นี่คือหยู่โหลว ภรรยาของผม ได้โปรดช่วยชีวิตเธอด้วย!”
องครักษ์ยืนรักษาการณ์หลังจากวางเกี้ยวลง หลิงเทียนหยู่คุกเข่าลงกับพื้นเพื่ออ้อนวอนจางเซวียน
เขากับภรรยาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาและรักกันมาก หากเขามีหนทางช่วยชีวิตเธอได้ จะเท่าไรก็ไม่ถือว่าแพง!
แล้วเขาก็ได้รู้ ‘ชื่อ’ของจางเซวียนจากปากซุนฉางแล้ว
“อืม!” จางเซวียนลุกขึ้นยืน จ้องมองสุภาพสตรีในเกี้ยวแล้วขมวดคิ้ว
เธอน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับหลิงเทียนหยู่ แต่กาลเวลาไม่ได้ทิ้งริ้วรอยไว้บนใบหน้าของเธอมากนัก แม้จะไม่ได้สวยสะดุดตา แต่ก็มีความเป็นธรรมชาติในแบบที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกผ่อนคลายและไว้เนื้อเชื่อใจ
แต่เธอกลับต้องมานอนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาปิดสนิท
“สภาพของเธอดูจะเลวร้ายกว่าที่ผมคิดไว้!” จางเซวียนหน้าดำคร่ำเครียด
เขาเพิ่งได้สัมผัสหยกเลือดแห่งดินแดนทักษิณ รู้ว่าวัตถุนั้นสามารถดูดกลืนพลังชีวิตของมนุษย์ทั่วไป
แต่ก็คิดว่าหากทำลายหยกเลือดนั้นเสียและเยียวยาร่างกายผู้ป่วยก็น่าจะฟื้นตัวได้ในไม่ช้า แต่เมื่อเห็นร่างของเธอแล้วก็รู้ว่าเขาประเมินความร้ายกาจของหยกเลือดไว้ต่ำไป
ชัดเจนแล้วว่าเธออยู่ในภาวะโคม่า ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน แม้แต่ตัวเขาก็อาจช่วยชีวิตเธอไม่ได้
“ถ้าเธอรู้สึกตัว…เราก็อาจขอให้เธอออกหมัดพื้นฐานหรืออะไรสักอย่าง เพื่อหอสมุดเทียบฟ้าจะได้ระบุข้อบกพร่องและวิธีการรักษา แต่เมื่อเป็นเช่นนี้…จะทำอย่างไรดี?”
หากเธอรู้สึกตัว แม้เขาจะไม่รู้วิธีการรักษาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยเขาก็จะสามารถอธิบายสภาวะของเธอให้หลิงเทียนหยู่ฟังได้ ซึ่งมันก็อาจลงเอยด้วยหนทางเยียวยาที่อาจช่วยให้เธอมีอาการดีขึ้น
แต่ในเมื่อนอนนิ่งไม่ต่างอะไรกับศพเช่นนี้ เขาจะทำอะไรได้?
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะขอให้เธอออกหมัดพื้นฐาน…
โอย ก็จริงอยู่ว่าไอ้การวางท่าเป็นผู้เชี่ยวชาญนี่มันไม่ง่าย แต่ตอนนี้มันอยู่ยากขึ้นทุกวันแล้ว!
“ท่านปรมาจารย์หยาง ภรรยาของผมจะหายหรือไม่?” เห็นอีกฝ่ายเดินรอบวนหยู่โหลวไม่รู้กี่รอบ หลิงเทียนหยู่ขมวดคิ้วเป็นร่องลึกขึ้นอีก สีหน้ากังวลจับใจ
“อย่าเพิ่งกังวลไป ผมกำลังสังเกตอาการของเธออยู่” แต่จางเซวียนเครียดไปแล้วเรียบร้อย ยิ่งอีกฝ่ายตั้งคำถาม เขายิ่งเป๋หนัก
ก็ในเมื่อคุยโวโอ้อวดไว้มาก จะเสียหน้าขนาดไหนถ้ารับมือกับสถานการณ์ร้ายแรงไม่ได้
ถ้าล้มเหลวเสียตั้งแต่กับลูกค้าคนแรก ไม่เพียงแต่ที่เตรียมการมาทั้งหมดจะสูญเปล่า แต่ชื่อเสียก็จะแพร่สะพัดไปด้วย เกียรติภูมิของปรมาจารย์สั่นคลอนแน่
แล้วการหาเงินยี่สิบล้านภายในเก้าวันก็จะเป็นแค่ฝัน…
“เฮ้อ…” เมื่อได้ยินปรมาจารย์ตอบว่าสังเกตอาการอยู่และไม่ใช่ว่าไม่มีทางรักษา หลิงเทียนหยู่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่อย่างนั้นเขาก็กลัดกลุ้มจนบิดมือสองข้างไม่หยุดหย่อน
“ข้อบกพร่อง…อาการป่วย! ทำไมไม่แสดงตัวออกมา…” เขาตะโกนคำนี้ในใจขณะที่วนอีกสองรอบ แต่หอสมุดเทียบฟ้าก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ทำราวกับตายไปแล้ว จางเซวียนปวดใจจนแทบกระอักเลือด
ก็ทุกครั้งที่ผ่านมา…หอสมุดเทียบฟ้าจะส่งหนังสือที่รวบรวมจุดอ่อนมาให้เมื่อฝ่ายนั้นแสดงทักษะการต่อสู้ เขาวนรอบหยู่โหลวอีก ตะโกนก้องในใจ กัดฟัน เกาศีรษะอย่างแค้นเคือง…
แต่ก็ตามนั้น ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย
“ดูเหมือนว่าเราจะล้มเหลวจริงๆเสียแล้ว…”
เขาวนอีกสองสามรอบเพื่อให้แน่ใจว่าหอสมุดเทียบฟ้าไม่ตอบสนอง หมดหวังจนเกือบจะประกาศกับท่านหลิงแล้วว่าเขารักษาเธอไม่ได้ แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา
เขาหยุดและมองหน้าหลิงเทียนหยู่อย่างตื่นเต้น
“ปรมาจารย์หยาง…”
เห็นจางเซวียนหยุดชะงักเช่นนั้น หลิงเทียนหยู่กังวลขึ้นมาอีก เขาเข้าใจว่าปรมาจารย์ได้ข้อสรุปแล้ว และกำลังจะบอกเขา
จะเป็นหรือตาย ชะตาชีวิตภรรยาเขาแขวนไว้กับวินาทีนี้!
“ไม่ต้องกังวลไป สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น” จางเซวียนเอ่ย
“ปรมาจารย์หยาง ท่านพูดความจริงเถิด ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ผมรับได้…” หลิงเทียนหยู่กัดฟัน
“ผมยังบอกอะไรไม่ได้มากตอนนี้ เอาอย่างนี้ได้ไหม คุณช่วยอุ้มภรรยาคุณขึ้นหน่อย ผมจะได้ลอง ‘กด’ ดู”
“กด…ภรรยาผม?” ใบหน้าของหลิงเทียนหยู่ดำคล้ำราวกับหมึกในทันใด
