ตอนที่ 138 รักษาได้
คุณต้องการ ‘กด’ ภรรยาผมต่อหน้าผม? แถมผมยังต้องอุ้มเธอให้ด้วย…
ต่อให้เป็นปรมาจารย์ ก็หยามกันแบบนี้ไม่ได้โว้ย!
หลิงเทียนหยู่กำหมัดแน่น เสียงกัดฟันกรอดดังทั่วห้อง เขาจวนเจียนจะคลั่งเต็มที
เมื่อได้ยินคำนั้น ซุนฉางซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆก็แทบจะเป็นลม
ปรมาจารย์จะหักหาญน้ำใจกันเพียงนี้เชียวหรือ ให้สามีอุ้มภรรยาขึ้นมาเพื่อตัวเองจะได้ ‘กด’
ในฐานะปรมาจารย์ จะมีผู้หญิงสักกี่คนก็ได้ แต่ถ้ามีรสนิยมเช่นนี้ ดูท่าต่อไปตัวเขาคงต้องซ่อนภรรยาไว้ให้พ้นหน้าปรมาจารย์เหมือนกัน
อ้อ แต่ต้องรักษาชีวิตภรรยาให้ได้ก่อนนะ
“ช่างเถอะ อย่าอุ้มเธอเลยดีกว่า สภาพแบบนี้ ผมไป ‘กด’ เธอเองดีกว่า!”
สายตาของจางเซวียนจับอยู่ที่ร่างของสุภาพสตรีในชุดตัดเย็บประณีตซึ่งนอนอยู่ ไม่ได้ใส่ใจสองคนนั้น เมื่อพิจารณาแล้ว เขาเห็นว่าเป็นการดีที่สุดถ้าจะไม่อุ้มเธอขึ้นมา ถ้าเธอเสียชีวิตเพราะการนี้ ตัวเขาจะตกที่นั่งลำบาก
“คุณจะไป ‘กด’ เธอเองหรือ?” หลิงเทียนหยู่รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาอย่างไร้ความปรานี
ในเมื่อผมไม่ช่วยคุณ คุณก็จะช่วยตัวเองอย่างนั้นหรือ?
แม้แต่สุภาพสตรีที่อยู่ในสภาพโคม่าก็ไม่ละเว้น ไม่สมควรจะเป็นปรมาจารย์เลย นี่มันสัตว์ป่าชัดๆ
เขาร่ำๆจะหมดความอดทนและระเบิดอยู่เต็มแก่ แต่ฝ่ายนั้นไปอยู่ตรงหน้าหยู่โหลวเรียบร้อยและยื่นมือไปแตะข้อมือของเธอ
“ฮะ?”
แม้ตัวตายเขาก็จะไม่มีวันยอมให้ใครมาหยามเกียรติภรรยาของเขา แต่ก่อนที่เขาจะระเบิดออกมา ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาจังงัง
บ้าแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
คุณพูดไม่ใช่หรือว่าจะ ‘กด’ เธอ?
หรือคำว่า ‘กด’ ของคุณหมายถึงการจับชีพจร? มีจุดชีพจรหลายจุดอยู่ที่ข้อมือ ซึ่งอาจารย์ผู้สอนจะต้องลองกดข้อมือของลูกศิษย์ขณะให้คำแนะนำเรื่องการฝึกวรยุทธ คุณเรียกการกระทำเช่นนี้ว่า ‘กด’ ด้วยหรือ?
มันเรื่องอะไรถึงต้องพูดจาให้เข้าใจผิดกันวายป่วงแบบนี้?
พี่ชาย ให้ผมบอกอะไรสักนิดเถิด หากไม่ใช่เพราะท่านเป็นปรมาจารย์ล่ะก็ โดนกระทืบเละแน่หากไปพูดจาแบบนี้ข้างนอก…
ซุนฉางอ้าปากค้าง
ความสามารถในการใช้ภาษาของเจ้านายช่าง…พาฉิบหาย!
เหตุใดต้องทำให้เรื่องที่ถูกทำนองคลองธรรมผิดเพี้ยนไปขนาดนี้
ทำให้ผมเข้าใจเจตนาของท่านผิดไปด้วย…
การจับชีพจรก็อาจเรียกว่าการกดชีพจรได้ จางเซวียนพูดไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้คิดว่าคำคำเดียวจะทำให้เข้าใจผิดได้วายป่วงเช่นนั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอในโลกแห่งนี้ไม่ใช้การจับชีพจรในการวินิจฉัยโรค พวกเขาปฏิบัติเหมือนกับแพทย์แผนตะวันตกในโลกเก่าของจางเซวียน คือใช้การทดสอบนานารูปแบบเพื่อวิเคราะห์สภาวะของคนไข้
ดังนั้น เมื่อหลิงเทียนหยู่ได้ยินจางเซวียนพูดว่าจะกด เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะนึกไปถึงการจับชีพจรภรรยา เพราะไม่มีการรักษาด้วยวิธีแบบนั้นในโลกแห่งนี้ นี่คือที่มาของความเข้าใจผิดใหญ่โต
จางเซวียนไม่เรื่องรู้ราว ไม่รับรู้เลยว่าอีกสองคนใจหายใจคว่ำ เขาหมกมุ่นกับความคิดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
ความสามารถอีกแขนงหนึ่งของหอสมุดเทียบฟ้า-คือการตรวจสอบสมบัติ!
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาเดิมพันกับปรมาจารย์โม่หยาง เขาสามารถระบุตำหนิและความเท็จเทียมของมันได้เพียงแค่สัมผัส ตอนนี้ สุภาพสตรีตรงหน้าเขาอยู่ในอาการโคม่า แทบไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้ว ออกหมัดพื้นฐานก็ไม่ได้…
จะเป็นไปได้ไหมที่หนังสือจะให้ข้อมูลได้จากการที่เขาสัมผัสเธอ?
นั่นคือเหตุผลที่เขาต้องการสัมผัสผู้หญิงคนนี้ ในใจของจางเซวียน เขาเห็นเธอเป็นเสมือนวัตถุชิ้นหนึ่งเท่านั้น
ถ้าหลิงเทียนหยู่รู้ความจริงข้อนี้ จะต้องกระอักเลือดกองโตจนโซซัดโซเซแน่
ภรรยาของเขายังไม่ตาย แต่ถูกให้ค่าเท่ากับวัตถุชิ้นหนึ่ง…
“จริงๆด้วย!”
วินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสข้อมือของอีกฝ่าย หอสมุดเทียบฟ้าซึ่งเงียบกริบมาพักใหญ่ก็กระตุก และปรากฏหนังสือเล่มหนึ่งต่อหน้าเขา จางเซวียนลิงโลดจนตัวแทบจะลอย
เขาแค่คาดเดาเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะทำได้จริง!
เขารีบอ่านหนังสืออย่างเร่งด่วน มันมีคำว่า ‘หยู่โหลว’ เขียนไว้บนหน้าปก เมื่อพลิกดู รายละเอียดและอาการเจ็บป่วยก็ปรากฏ
“หยู่โหลว อายุ 43 ปี ชาวเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเทียนเซวียน ภรรยาของนายใหญ่แห่งห้างหุ้นส่วนเทียนหวี่ หลิงเทียนหยู่ นักรบขั้น 2-ขั้นต้น…”
“อาการเจ็บป่วย : ข้อ 1 ร่างกายอ่อนแอบอบช้ำ ไม่สามารถฝึกวรยุทธเพื่อกระจายพลังปราณได้ ข้อ 2 ขาดทักษะการฝึกวรยุทธ ขาดความสามารถในการรับพลังจากธรรมชาติ…ข้อ 8 ร่างกายถูกกัดกร่อนจากรังสีของหยดเลือดแห่งดินแดนทักษิณ ทำให้จุดชีพจรสำคัญแปดจุดถูกปิดกั้น ตำแหน่งของจุดที่ถูกปิดกั้นเหล่านั้นคือ…”
ทุกหน้าหนังสืออัดแน่นไปด้วยข้อมูล
“ดูเหมือนว่าปัญหาคือจุดชีพจรที่ถูกล็อก เรื่องนี้ง่าย…” จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่ออ่านหนังสือจบ
ตอนแรกเขากังวลว่าจะหาวิธีรักษาไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นจางเซวียนก็จะอธิบายปัญหาให้หลิงเทียนหยู่ฟังและส่งเขากลับ อย่างน้อยก็ยังได้บอกที่มาที่ไป แต่ถ้าปัญหามีแค่จุดชีพจรที่ถูกล็อกไว้ อะไรๆก็ง่ายขึ้นเยอะ
มันคือปัญหาเดียวกับของหลิวหยาง หวังหยิ่ง และจ้าวหย่า การแก้ไขก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร
แต่นั่นแหละ มันไม่ยากเย็นเฉพาะกับเขาเท่านั้น ต่อให้เป็นนักรบขั้น 8-จงซรือ ผู้เชี่ยวชาญ ก็ยังรู้สึกว่าปัญหานี้ซับซ้อนเกินจะเข้าใจ
ธรรมชาติของร่างกายมนุษย์นั้นอ่อนแอ เมื่อมีบางจุดถูกปิดกั้น จะเปิดจุดนั้นได้ก็ต้องอาศัยความพยายามต่อเนื่องยาวนาน แต่กับจางเซวียนนั้นไม่เหมือนกัน
การฝึกเคล็ดวิชาเทียบฟ้าทำให้เขามีพลังปราณบริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งเจือปน เมื่อส่งพลังปราณนี้เข้าไปในร่างของผู้ใด ทุกจุดที่ถูกปิดกั้น ไม่ว่าจะลึก ไม่ว่าจะเข้าถึงได้ยากแค่ไหน พลังปราณนั้นก็จะเข้าไปเปิดทางและไหลผ่านไปจนได้ ไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น
มันคือหลักการเดียวกับที่เขาช่วยจ้าวเยี่ยนเฟิงและซุนฉางฝ่าด่านวรยุทธได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงแก้ปัญหาของหวังหยิ่งได้อย่างง่ายดายด้วย
“ปรมาจารย์หยาง เป็นอย่างไรบ้างครับ?” เห็นปรมาจารย์จับชีพจรภรรยาเสร็จ หลิงเทียนหยู่กังวลขึ้นมาอีก
“รักษาได้ ไม่ได้ยากเย็นอะไร!” จางเซวียนกลับมานั่งวางมาดตามเดิม
ตัวเขาเองยังลุ้นจนเหนื่อยเกือบตาย!
“ไม่ยากเย็นหรือ?” หลิงเทียนหยู่หรี่ตา หมัดที่กำแน่นอยู่เมื่อครู่คลายลง เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอย่างร้อนใจ “ปรมาจารย์หยาง ได้โปรดช่วยชีวิตภรรยาผมด้วย”
เขาตระเวนไปทั่วเพื่อหาทางช่วยชีวิตหยูโหล่ว แม้แต่หมอมือหนึ่งของอาณาจักรเทียนเซวียน นายแพทย์หยวนหยู่ ก็ไม่อาจช่วยเธอได้ เขาคิดว่าไม่มีหวังแล้ว แต่สุดท้ายสวรรค์ก็เปิดทาง ปรมาจารย์หยางผู้นี้รักษาได้!
เขามีสีหน้าแช่มชื่นจนออกนอกหน้า
“ความตายเป็นลิขิตสวรรค์ ถ้าไร้วาสนาต่อกัน ผมคงไม่บังเอิญพบคุณที่ห้างหุ้นส่วนเทียนหวี่หรอก!” จางเซวียนโบกมือและลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็หน้านิ่ว “แต่…”
การรักษาเธอนั้นไม่ยากก็จริง แต่ถ้าเขาทำให้มันง่ายเกินไป แล้วที่พยายามมาตั้งนานมิสูญเปล่าหรือ?
“จะต้องใช้อะไรมากแค่ไหน ปรมาจารย์หยางโปรดบอกผม ผมจะหาให้ทุกอย่าง จะหมดเนื้อหมดตัวก็ยอม!” หลิงเทียนหยู่พูด
จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจเมื่อเห็นความเต็มอกเต็มใจของอีกฝ่าย
“ร่างกายของภรรยาคุณถูกกัดกร่อนด้วยรังสีมาเป็นเวลานาน จึงไม่อาจรักษาให้หายได้ในระยะเวลาอันสั้น น่าจะประมาณสิบวัน…เก้าวันนะ และคุณยังต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งซื้อยาราคาแพงมารักษาเธอทุกวันด้วย!”
ตอนแรกจางเซวียนตั้งใจจะพูดว่าสิบวัน แต่นึกได้ว่าเวลาผ่านไปหนึ่งวันแล้ว เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูด
เอาเข้าจริง ด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ของเขา ใช้เวลาไม่นานก็รักษาเธอได้ แต่ที่พูดว่าเก้าวันก็เพราะ…แน่ล่ะ จะได้โกยเงินให้มากขึ้น
การไม่มีเงินทำให้เขาไม่มีทางเลือก แม้จะทำให้การรักษาเธอต้องยืดเยื้อออกไปบ้าง แต่อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัย ดีกว่านั่งดูเธอตายไปเป็นไหนๆ
“ปรมาจารย์หยาง ท่านต้องการยาขนานใด ผมจะไปซื้อเดี๋ยวนี้!” เมื่อได้ยินว่าปรมาจารย์หยางรักษาภรรยาได้ หลิงเทียนหยู่ก็เทิดทูนเขาดังพระเจ้า ไม่สนใจแล้วว่าจะใช้เวลาแค่ไหนหรือยาจะแพงอย่างไร
แต่ตอนที่เขาพูดประโยคนั้น ใบหน้าสงบเยือกเย็นของปรมาจารย์หยางมีแววประหลาดและเคร่งเครียดขึ้นในทันที
