ตอนที่ 1407 หุ่นชิงอวิ๋น
“ชั้นแรก…” หลัวชวนฉิงหันไปมองผู้อาวุโสฝ่ายจัดการที่อยู่ข้างๆ และถามว่า “ปรมาจารย์จางจะต้องเจอกับอะไรในชั้นแรก?”
เขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งหลักๆ ของจางเซวียนอยู่ที่ค่ายกล การฝึกอสูร และการพลิกฟื้นจิตวิญญาณ ตราบใดที่ 1 ใน 3 อย่างนี้เป็นการท้าทายของชั้นแรก อีกฝ่ายก็คงจะผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
ผู้อาวุโสฝ่ายจัดการหันขวับมาเมื่อได้ยินหลัวชวนฉิงถาม เขารีบตอบ “เขาจะเข้าท้าทายนักออกแบบสวรรค์สร้างเป็นอันดับแรก!”
“นักออกแบบสวรรค์สร้าง ถ้าอย่างนั้น ผู้อารักขาชั้นนี้ก็คงจะเป็นเจียงเฟยเฟยน่ะสิ” หลัวชวนฉิงหน้าซีด
“นักปราชญ์รุ่นเยาว์ของสมาคมนักออกแบบสวรรค์สร้างแห่งปูชนียสถานนักปราชญ์คือเจียงเฟยเฟย เพราะฉะนั้นปรมาจารย์จางจะต้องเผชิญหน้ากับเธอ” ผู้อาวุโสฝ่ายจัดการตอบอย่างกังวล
“ดูท่าไม่ค่อยจะดีเลย” หลัวชวนฉิงพึมพำ
นักเรียนใหม่อย่างจางเซวียนคงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเจียงเฟยเฟย แต่ไม่มีใครในปูชนียสถานฝ่ายในที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
อันที่จริง ลูกปัดทองคำรัดวิญญาณที่เขาใช้กับอสูรมังกรบาดาลก็เป็นฝีมือการหลอมของเธอ
ในฐานะสมาชิกของ 1 ใน 3 ตระกูลนักปราชญ์ชั้นยอด อัจฉริยะของตระกูลเจียงไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา และความปราดเปรื่องของเจียงเฟยเฟยในด้านการออกแบบและการสร้างสรรค์ของล้ำค่าก็ถือว่าไม่มีใครในรุ่นเดียวกันที่เทียบชั้นกับเธอได้ เหล่าผู้อาวุโสของสมาคมนักออกแบบสวรรค์สร้างแห่งปูชนียสถานนักปราชญ์ล้วนภาคภูมิใจในตัวเธอ พวกเขาเชื่อว่าเธอมีโอกาสที่จะได้เป็นนักออกแบบสวรรค์สร้างระดับ 9 ดาวในอีก 2-3 ทศวรรษหน้า!
แม้จะดูเหมือนไม่สลักสำคัญอะไรนัก แต่อันที่จริง ลำดับของการเข้าท้าทายในหอคอยปรมาจารย์นั้นสำคัญมาก หากผู้เข้าท้าทายได้เริ่มด้วยอาชีพรองรับที่ง่ายที่สุดก่อน ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้พวกเขาก่อนจะขยับไปสู่อาชีพที่ยากขึ้นเรื่อยๆ
แต่การที่ต้องเจอกับเจียงเฟยเฟยตั้งแต่ชั้นแรก บอกได้เลยว่าจางเซวียนต้องเผชิญกับโหมดนรกตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว ไม่มีหวังที่จะเอาชนะ
ต่อให้เป็นน้องสาวของเขาก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะการทดสอบของเจียงเฟยเฟยได้หรือไม่ อย่าว่าแต่จางเซวียนเลย!
การที่ต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ระดับนี้ตั้งแต่ชั้นแรกนั้นทำให้ความมั่นใจหดหายไปโดยสิ้นเชิง
ระหว่างที่หลัวชวนฉิงกำลังกังวลใจ ก็ได้ยินใครคนหนึ่งพูดว่า “เจียงเฟยเฟยเข้มงวดกับทั้งตัวเธอเองและผู้คนรอบข้าง เธอจะไม่มีวันออมมือให้ใครทั้งนั้น ดูท่าหมอนั่นจะต้องแพ้ตั้งแต่เริ่ม”
เมื่อหันกลับไป ก็เห็นผู้อาวุโสคนหนึ่งยืนอยู่ข้างปรมาจารย์จาน กำลังลูบเคราอย่างสบายใจขณะจ้องมองหอคอยปรมาจารย์
เขาคือผู้อาวุโสฝ่ายจัดการของสมาคมนักออกแบบสวรรค์สร้าง!
แน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าจางเซวียนจะมีโอกาสมากนักในการรับมือกับเจียงเฟยเฟย
เมื่อได้ยินคำนั้น หลัวชวนฉิงมีสีหน้าเคร่งขรึม เขากำหมัดแน่นและอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ไม่ได้ขณะที่คิดว่า เราไม่รู้ว่าทำไมหมอนั่นถึงกระตือรือร้นอยากเป็นปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขามีทั้งความสามารถและไหวพริบ น่าเสียดายที่น้องสาวของเราได้หมั้นหมายกับทายาทน้อยของตระกูลจางเสียแล้ว ไม่อย่างนั้น หมอนี่ก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีคนหนึ่งทีเดียว น่าเสียดายเหลือเกิน
…..
เมื่อก้าวเข้าไปในชั้นแรกของหอคอยปรมาจารย์ จางเซวียนรีบมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ไม่ช้าก็เห็นสาวน้อยคนหนึ่งนั่งอยู่ที่มุมห้องพร้อมกับของล้ำค่าหน้าตาประหลาดในมือ นัยน์ตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ของล้ำค่าชิ้นนั้น เธอมีมีดเล่มเล็กอยู่ในมือ ดูเหมือนกำลังแกะสลักมัน ท่วงท่าและการเคลื่อนไหวของเธอนั้นไหลลื่นจนดูเหมือนกับกำลังระบายสีภาพวาดอันงดงาม
สาวน้อยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทั้งที่ยังไม่เงยหน้า “รออยู่ตรงนั้นสักครู่นะ ฉันจะประเมินคุณเมื่อแกะสลักสิ่งนี้เสร็จ”
“ได้เลย” จางเซวียนพยักหน้าขณะรอคอยอย่างอดทน
แม้สาวน้อยจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะบอกได้ว่าเธอมีความงดงามอย่างน่าทึ่ง
ที่สำคัญ เธอยังเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 7 สูงสุด เหมือนกับจางชุน!
เธอนั่งอยู่กับพื้น ก้มหน้าก้มตาใช้สมาธิกับการแกะสลัก แม้แต่จางเซวียนก็ยังอดประทับใจกับความมุ่งมั่นของเธอไม่ได้
เขาก้มหน้าลงเพื่อมองวัตถุที่เธอกำลังแกะสลักอยู่ และถึงแม้จะเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าเป็นอะไร แต่มันก็ดูเหมือนจะเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ของของล้ำค่าชิ้นหนึ่งในสไตล์ของนักออกแบบสวรรค์สร้าง
ของล้ำค่าที่ออกแบบโดยนักออกแบบสวรรค์สร้างนั้นเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องความงดงาม การลงมีดในแต่ละครั้งของสาวน้อยทำให้เกิดเศษโลหะร่วงลงสู่พื้น ในชั่วเวลาเพียง 2-3 อึดใจ มันก็กลายเป็นชิ้นส่วนที่มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ สามารถเชื่อมต่อได้อย่างสมบูรณ์แบบกับของล้ำค่าชิ้นใหญ่กว่าที่มีอยู่ก่อนหน้า ถึงขนาดที่มองไม่เห็นรอยต่อระหว่าง 2 ชิ้นนั้นเลย
“ช่างเป็นทักษะการแกะสลักที่น่าทึ่งจริงๆ !” จางเซวียนตั้งข้อสังเกตด้วยความทึ่ง
ถึงเขาจะไม่มีประสบการณ์มากนักกับงานในสายของนักออกแบบสวรรค์สร้าง แต่ด้วยความรู้จากหนังสือ เขาบอกได้ว่าทักษะการแกะสลักของสาวน้อยถือเป็นชั้นยอด เทียบได้กับนักออกแบบสวรรค์สร้างระดับ 8 ดาวเลยทีเดียว!
มีทักษะระดับนี้ตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ ดูเหมือนการได้ชื่อว่าเป็นนักปราชญ์รุ่นเยาว์ของสมาคมนักออกแบบสวรรค์สร้างนั้นจะไม่ใช่ได้มาเล่นๆ
“ฉันทำเสร็จแล้ว!” หลังจากซ่อมแซมชิ้นส่วนอีกหลายชิ้น สาวน้อยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะวางของชิ้นนั้นไว้ข้างๆ จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืนและพูดว่า “สำหรับการทดสอบของหอคอยปรมาจารย์ คุณไม่จำเป็นต้องทำให้ได้อย่างฉัน ทั้งหมดที่คุณต้องทำให้ได้ก็คือแสดงความสามารถออกมาให้ควรค่าแก่การที่ฉันจะยอมรับ!”
นี่ไม่ใช่การทดสอบของนักออกแบบสวรรค์สร้าง แต่เป็นการทดสอบปรมาจารย์ ดังนั้นเงื่อนไขจึงไม่ซับซ้อนเท่ากับการท้าทายเพื่อเข้าสู่การเป็นนักปราชญ์รุ่นเยาว์ของสมาคมนักออกแบบสวรรค์สร้าง
“แต่ก็นั่นแหละ ฉันมีความคาดหวังสูงมาก เพราะฉะนั้นรู้ไว้ด้วยว่าการจะได้การยอมรับจากฉันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”
“แน่นอน” จางเซวียนตอบยิ้มๆ “ไม่มีทางที่จะได้การยอมรับอย่างง่ายๆ จากคนที่สามารถแกะสลักได้อย่างงดงามโดยไม่จำเป็นต้องมีพิมพ์เขียวอยู่ในมือ”
โดยทั่วไป นักออกแบบสวรรค์สร้างจะต้องสร้างพิมพ์เขียวขึ้นก่อนที่จะแกะสลักชิ้นส่วนต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นของล้ำค่า เพื่อที่พวกเขาจะได้กะมิติของมันได้อย่างคร่าวๆ แต่สาวน้อยสามารถแกะสลักได้อย่างไม่ลังเลโดยไม่จำเป็นต้องใช้พิมพ์เขียวใดๆ
นอกจากความเชี่ยวชาญในด้านนักออกแบบสวรรค์สร้างของเธอ ลำพังแค่ความสามารถนี้ก็เกินพอที่จะบ่งบอกแล้วว่าเธอเป็นคนที่มีความคาดหวังสูง บางทีอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์เลยทีเดียว
แล้วการจะผ่านการทดสอบจากคนแบบนี้จะเป็นเรื่องง่ายได้อย่างไร?
“ดีแล้วที่คุณเข้าใจ จากที่คุณเห็น ฉันมีธุระยุ่งมาก มีภาระหลายอย่างที่จะต้องทำ เพราะฉะนั้นอย่ามัวเสียเวลาเลย ฉันมีโลหะจำนวนหนึ่งอยู่ตรงนี้ และเราทั้งคู่จะแกะสลักหุ่นโดยใช้พิมพ์เขียวที่ฉันมีให้ ขอแค่หุ่นที่คุณสร้างขึ้นสามารถต้านทาน 3 กระบวนท่าจากฉันได้ ก็จะถือว่าคุณชนะ”
ขณะที่สาวน้อยพูด เธอก็สะบัดข้อมือ แล้วโลหะกองหนึ่ง มีดแกะสลัก และพิมพ์เขียวก็ปรากฏขึ้น
พิมพ์เขียวนั้นมีรายละเอียดบรรจุอยู่มากมาย หากพยายามจะอ่านมันโดยไม่ใช้การรับรู้จิตวิญญาณ ก็ไม่มีทางที่จะตีความถ้อยคำและรายละเอียดที่อยู่ในนั้นได้
นอกจากการวาดชิ้นส่วนและข้อต่อต่างๆ แล้ว ลำพังแค่จำนวนถ้อยคำที่อยู่ในพิมพ์เขียวก็มีอยู่มากกว่าหลายหมื่นคำ!
ซับซ้อนอะไรอย่างนี้…จางเซวียนขมวดคิ้ว
เขาเคยเห็นพิมพ์เขียวเกรด 8 มามากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพิมพ์เขียวที่ละเอียดระดับนี้
“นี่คือพิมพ์เขียวของหุ่นชิงอวิ๋น” หญิงสาวพูดพร้อมกับพยักหน้า “มันเป็นหุ่นเกรด 8 มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับปรมาจารย์ระดับสุดยอดการควบคุม”
“รากฐานการออกแบบของมันมาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้า ทุกชิ้นส่วนแทนดวงดาวที่อยู่กลางอากาศ และในเมื่อมีดาวมากมายนับไม่ถ้วน จำนวนชิ้นส่วนจึงมีมากมายนับไม่ถ้วนเช่นกัน ดังนั้น แม้จะมีพิมพ์เขียว แต่ก็มีรายละเอียดอยู่ซับซ้อนมากมาย ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยในการแกะสลักแต่ละส่วนจะส่งผลถึงความเหลื่อมล้ำอย่างมากในประสิทธิภาพการต่อสู้ของมัน!”
ถึงตอนนี้ สาวน้อยก้มหน้าลงมองพิมพ์เขียวก่อนจะพูดต่อ “ฉันใช้เวลาราว 1 วันเพื่อแกะสลักหุ่นนี้ แต่จะให้เวลาคุณ 3 วัน ซึ่งหากหมดเวลานั้นแล้วคุณยังทำไม่สำเร็จ ก็จะถือว่าไม่ผ่านการทดสอบ”
“คุณควรจะรู้ว่าเวลาเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์เบื้องต้นของความเชี่ยวชาญของนักออกแบบสวรรค์สร้าง เพราะฉะนั้น สามวันจึงเป็นระยะเวลานานที่สุดที่ฉันจะให้คุณได้”
หลังจากสาวน้อยจบการอธิบาย เธอก็คว้าเอาโลหะจำนวนหนึ่งที่อยู่บนพื้นและเงยหน้าขึ้น เตรียมพร้อมที่จะเริ่มการแกะสลักของเธอ แต่พริบตาต่อมา เธอก็ต้องตัวแข็งไป
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชายหนุ่มตรงหน้าเธอนำดาบออกมากว่าร้อยเล่มพร้อมๆ กัน และทุกเล่มก็กำลังง่วนอยู่กับการแกะสลักโลหะโดยใช้กระแสดาบฉี ผ่านไปเพียงไม่ถึง 2 อึดใจ ชิ้นส่วนหลากหลายขนาดก็กองรวมกันอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม
จากนั้นเขาก็โบกมือ
ฟึ่บ!
ชิ้นส่วนที่เพิ่งแกะสลักเสร็จหมาดๆ นั้นรวมตัวกันเป็นหุ่นตัวหนึ่ง
“เอาล่ะ ผมทำเสร็จแล้ว!” จางเซวียนพูดพร้อมกับปรบมือ ก่อนจะเงยหน้ามองเจียงเฟยเฟย
