ตอนที่ 1411 ผมอยากเปลี่ยนเสื้อผ้า
“ปรมาจารย์จาง!” เมื่อเห็นจางเซวียน นักปราชญ์รุ่นเยาว์ของสมาคมผู้หยั่งรู้รีบเข้ามาทักทายพร้อมกับประสานมือ
“ผู้อาวุโสเฟิงสบายดีหรือยัง?” จางเซวียนทักทายตอบ
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาอยู่ในศาลเจ้าแห่งผู้หยั่งรู้ เขาได้ทำลายของล้ำค่าของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจและทำให้สถานที่ทั้งหมดพังพินาศ ลงท้ายก็ถึงกับทำให้อีกฝ่ายถูกสายฟ้าฟาดใส่ด้วย เรื่องนี้ยังคงทำให้เขารู้สึกผิดอยู่
“ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างการปลีกวิเวก” นักปราชญ์รุ่นเยาว์ของสมาคมผู้หยั่งรู้ตอบ “ดูเหมือนเขาจะ เศร้าสร้อยไปสักหน่อยด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง…”
เมื่อได้ยินคำนั้น จางเซวียนเกาหัวอย่างลำบากใจ
เขายังคงจำได้ถึงความสง่างามของผู้อาวุโสเฟิงในตอนที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรก และอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของอาการเศร้าสร้อยของอีกฝ่าย
“ผมรู้มาว่าผู้อาวุโสเฟิงตั้งใจจะรับคุณเป็นศิษย์สายตรงของเขา แต่ก็นั่นแหละ ในฐานะหนึ่งในผู้อารักขาของหอคอยปรมาจารย์ ผมจะออมมือให้คุณไม่ได้ เพื่อเป็นการรักษาความชอบธรรมและความศักดิ์สิทธิ์ของการทดสอบเอาไว้” นักปราชญ์รุ่นเยาว์พูด
“เรื่องนั้นผมเข้าใจ” จางเซวียนตอบพร้อมกับยิ้มอย่างสุภาพ
อาชีพรองรับทั้งหมดที่เขาเลือกคืออาชีพที่เขายังมีความเชี่ยวชาญไม่ถึงระดับ 8 ดาว ซึ่งกูรูยาพิษและผู้พยากรณ์จิตวิญญาณนั้นต้องถูกตัดออกจากรายการไปโดยอัตโนมัติ เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเลือกอาชีพผู้หยั่งรู้มาด้วย แม้เขาจะยังไม่ได้อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้ แต่ก็คิดว่าการทดสอบคงไม่ยากเกินไป
“ดีแล้ว การประเมินนั้นง่ายมาก เราทั้งคู่จะทำการทำนายเหตุการณ์หนึ่งพร้อมๆ กัน และหากคุณได้ข้อสรุปแบบเดียวกับผม ผมก็จะถือว่าคุณชนะ” นักปราชญ์รุ่นเยาว์อธิบายกฎเกณฑ์
เป็นที่รู้กันว่าการประเมินของผู้หยั่งรู้นั้นเกี่ยวข้องกับการทำนายลิขิตสวรรค์ ถึงผู้หยั่งรู้แต่ละคนจะมีความสามารถไม่เท่ากัน แต่หากการทำนายของพวกเขาถูกต้อง ก็จะได้ข้อสรุปแบบเดียวกันออกมา
“ผมเข้าใจแล้ว” จางเซวียนพยักหน้า
“เอาล่ะ ผมจะทำนายว่าคุณจะไม่ผ่านการทดสอบหอคอยปรมาจารย์ในวันนี้” นักปราชญ์รุ่นเยาว์พูดยิ้มๆ
“คุณทำนายว่าผมจะไม่ผ่านการทดสอบหอคอยปรมาจารย์ในวันนี้หรือ?” จางเซวียนเลิกคิ้ว
นี่เป็นประโยคขัดแย้ง ชัดเจนว่าอีกฝ่ายจงใจวางกับดักใส่เขา
ถ้าเขาพูดอะไรที่เป็นทำนองว่าเขาสามารถผ่านการทดสอบไปได้ นั่นก็จะถือเป็นการประกาศความขัดแย้งกับนักปราชญ์รุ่นเยาว์ ส่งผลให้เขาขาดคุณสมบัติ
ช่างเป็นการเคลื่อนไหวที่ตัดสินใจได้ยากจริงๆ
สมกับที่เป็นนักปราชญ์รุ่นเยาว์ของสมาคมผู้หยั่งรู้ เขารู้ดีว่าจะต้อนผู้อื่นให้จนมุมได้อย่างไร
“จริงๆ นะ ถ้าคุณเห็นชอบกับคำพูดของผม ผมจะให้คุณผ่านการทดสอบเดี๋ยวนี้เลย” นักปราชญ์รุ่นเยาว์พูดยิ้มๆ
ว่ากันตามตรง แม้มันจะไม่ใช่ความผิดของชายหนุ่มเสียทีเดียว แต่เขาก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าชายหนุ่มสมควรจะถูกตำหนิที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งผู้หยั่งรู้ต้องพังทลาย และนำมาซึ่งความเศร้าสร้อยของผู้อาวุโสเฟิง ในฐานะนักปราชญ์รุ่นเยาว์ของสมาคมผู้หยั่งรู้ เขารู้สึกว่าเขาควรจะเอาคืนอีกฝ่ายสักเล็กน้อย
เพราะไม่อย่างนั้น ศักดิ์ศรีของอาชีพที่ลึกลับที่สุดใน 9 สถานะระดับบนจะเหลืออะไร?
“เราทำนายเรื่องอื่นแทนได้ไหม? ขอโทษเถอะ ผมไม่คิดว่าผมจะตอบคำถามของคุณได้!”
จางเซวียนส่ายหน้า
“โชคไม่ดีเลย นี่เป็นเพียงคำถามเดียวที่ผมมีให้คุณ” นักปราชญ์รุ่นเยาว์พูดพร้อมกับโบกมือ
หมอนี่มีสภาวะของการปฏิเสธการทำนายอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนั่นหมายความว่าไม่มีทางจะทำนายสิ่งที่จะเกิดกับเขาในอนาคตได้ ดังนั้น การแข่งขันกับอีกฝ่ายก็มีแต่จะทำให้คำทำนายของเขาต้องสูญเปล่า ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เขาจึงตัดสินใจจะเล่นสนุกสักหน่อย
และพูดตามตรง เขาก็อยากรู้ว่าชายหนุ่มที่ผู้อาวุโสเฟิงอยากจะรับเป็นศิษย์สายตรงนักหนาจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร
“นี่คือคำถามเดียวที่คุณมีให้ผมหรือ? เอาล่ะ…ผมเข้าใจแล้ว” รู้ดีว่าอีกฝ่ายจงใจทำให้ทุกสิ่งยากเย็นสำหรับเขา จางเซวียนส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
เขาเพ่งสมาธิเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้า
เปรี้ยงงงง!
ยังไม่ทันที่นักปราชญ์รุ่นเยาว์จะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ชาวาบไปทั้งตัวเพราะสายฟ้าฟาดเข้าใส่ จากนั้นสายฟ้าอีกมากมายก็ฟาดเข้าใส่อย่างเกรี้ยวกราดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่นานเขาก็ลงไปนอนชักกระตุกอยู่กับพื้น
“เกิดอะไรขึ้น?” จางเซวียนรีบเข้าไปดูด้วยความประหลาดใจและกังวล “คุณเปิดเผยความลับของสวรรค์มากเกินไปจนต้องเผชิญกับการลงทัณฑ์จากสวรรค์อย่างนั้นหรือ?”
“ผม…”
เปรี้ยงงงง! เปรี้ยงงงง!
นักปราชญ์รุ่นเยาว์พูดออกมาได้เพียงคำเดียวก่อนที่สายฟ้าอีก 2 สายจะฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ ทำให้เขาต้องชักกระตุกอีก
“ดูเหมือนคุณจะไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะประเมินผมนะ ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ผมรบกวนคุณต่อไปก็คงจะไม่ดี ถ้าคุณไม่ขัดข้องล่ะก็ ผมจะขึ้นไปชั้นบนก่อนดีไหม?” จางเซวียนประสานมือ
“ไม่…”
เปรี้ยงงงง!
ภายใต้การโจมตีอย่างเกรี้ยวกราดของสายฟ้า แม้แต่จะพูดสักคำก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับนักปราชญ์รุ่นเยาว์
“ผมขอบคุณมากสำหรับความกรุณาของคุณ ถ้าในอนาคตผมมีโอกาส ผมจะไปเยี่ยมเยียนคุณเพื่อแสดงความขอบคุณอีกครั้ง” จางเซวียนประสานมือก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นไปชั้นบน
ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำให้อะไรๆ ยุ่งยากสำหรับเขา เขาก็คงจะทำการแข่งขันอย่างยุติธรรม แต่ในเมื่อหมอนี่ตั้งหน้าตั้งตาจะต้อนเขาให้จนมุม ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องยั้งมือ
ตั้งแต่ต้นแล้วที่การกระทำของผู้หยั่งรู้ไม่ต่างอะไรกับโจรที่ขโมยความลับของสวรรค์ ดังนั้นอีกฝ่ายจึงต้องยอมรับผลของสิ่งที่เขาทำไว้
“คุณ…” นักปราชญ์รุ่นเยาว์อุทานออกมาด้วยความตกใจ อยากจะยับยั้งจางเซวียนไว้
แต่เขาก็รู้ว่าสายฟ้าที่อยู่เหนือศีรษะของเขาเริ่มจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความพรั่นพรึง เขาพยายามจะหนี แต่ก็รู้ดีว่าต่อให้เคลื่อนไหวเร็วแค่ไหนก็ไม่มีทางหลบเลี่ยงมันได้ ลงท้ายจึงได้แต่ถอดใจและปล่อยให้มันเล่นงานตามสบาย
บนชั้น 4 คือนักปราชญ์รุ่นเยาว์ของสมาคมจิตรกร
ทันทีที่จางเซวียนก้าวเข้าไป ก็รู้สึกราวกับเข้าไปอยู่ในโลกแห่งภาพลวงตา ภูเขาสูงตระหง่านงดงามรายล้อมรอบตัว เกิดเป็นภาพอันสุนทรีย์
รู้ดีว่าตัวเขาอยู่ในภาพวาดขั้น 8 จางเซวียนจึงใช้เวลาไม่นานในการออกมาจากภาพนั้น ถือว่าเขาผ่านการประเมิน
อาชีพรองรับที่อยู่บนชั้น 5 คือผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์, ชั้น 6 คือนักตรวจสอบสมบัติ ส่วนชั้น 7 คือมือบรรเลงบทเพลงปีศาจ และชั้น 8 คือนักปรุงยา
เพราะได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับอาชีพเหล่านี้มาทั้งหมดแล้ว จางเซวียนจึงสามารถผ่านการทดสอบในแต่ละชั้นได้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่นาทีเขาก็มาอยู่ที่ชั้นสุดท้าย
จางเซวียนสูดหายใจลึกก่อนจะเดินเข้าสู่การประเมิน
ในเมื่อเขาผ่านการประเมินของอาชีพรองรับทั้ง 8 มาแล้ว ทั้งหมดที่เขาต้องทำก็คือผ่านการประเมินขั้นสุดท้ายให้ได้ เพื่อจะให้ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว
จางเซวียนผลักประตูและเดินเข้าไปในห้อง ทันทีที่เห็นหน้าบุคคลที่อยู่ในห้องอย่างชัดเจน เขาก็ขมวดคิ้ว
“คุณเองหรือ?”
บุคคลที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่เคยถูกอสูรมังกรบาดาลซ้อมเสียยับเยิน, อัจฉริยะแห่งตระกูลจางที่ติดค้างหินวิเศษขั้นสูงสุด 5 ก้อนกับเขา จางชุน!
“หอคอยปรมาจารย์ต้องการปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวเพื่อเป็นกรรมการในการทดสอบ ทั้งหลัวชวนฉิงกับผมมีคุณสมบัติที่จะได้เป็นกรรมการ แต่บังเอิญว่าเขาเพิ่งฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นการแบ่งแยกมิติได้ ทำให้เหลือเพียงผมที่มาประเมินคุณในวันนี้” จางชุนหัวเราะหึๆ
เขาสะบัดข้อมือ จากนั้นก็นำกล่องหยกออกมาและยื่นให้จางเซวียน “นี่คือหินวิเศษขั้นสูงสุด 5 ก้อนที่ผมติดค้างคุณอยู่”
จางเซวียนรับกล่องหยกมาเก็บไว้ในแหวนเก็บสมบัติโดยไม่ใส่ใจจะตรวจดู นัยน์ตาของเขาจับจ้องอยู่ที่จางชุนขณะขมวดคิ้ว
ก่อนหน้านี้ เขาใช้ให้อสูรมังกรบาดาลซ้อมจางชุน จึงพูดได้ว่าทั้งคู่มีความขัดแย้งต่อกัน ในเมื่อตอนนี้เป็นโอกาสดีที่อีกฝ่ายจะได้เอาคืนแล้ว แล้วหมอนี่จะปล่อยให้เขารอดตัวไปง่ายๆ หรือ?
อีกฝ่ายแสดงท่าทีชัดเจนแล้วตอนที่ยื่นหินวิเศษให้ – ตอนนี้ผมไม่ติดค้างอะไรกับคุณอีก ไม่จำเป็นต้องออมมืออีกแล้วหากจะต้องรับมือกับคุณ!
“ไม่ทราบว่าการประเมินต้องทำอย่างไร?” เมื่อเข้าใจความจริงข้อนี้ จางเซวียนถอนหายใจเฮือกก่อนจะตั้งคำถาม
“ในการที่จะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว คุณจะต้องมีพละกำลังแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักรบระดับเซียนขั้น 6 สุดยอดการควบคุม แต่โชคไม่ดีที่วรยุทธของคุณยังเป็นแค่กึ่งสุดยอดการควบคุมเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมจึงต้องประเมินผลด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด”
นัยน์ตาของจางชุนเป็นประกายวาบขณะมองจางเซวียน “วางใจเถอะ การประเมินของผมง่ายมาก ขอแค่คุณต้านทานสามหมัดจากผมได้ ผมก็จะถือว่าคุณชนะ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้…ก็ต้องขอโทษด้วย เกรงว่าผมจะต้องให้คุณสอบตก!”
“ต้านทานสามหมัดจากคุณ?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
เมื่อพิจารณาถึงการที่อีกฝ่ายเคยดวลกับเขามาหนหนึ่งแล้วโดยที่กดข่มระดับวรยุทธไว้ ก็น่าจะรู้ดีว่าพละกำลังของเขามีประสิทธิภาพแค่ไหน แล้วมาเสนอการดวลในลักษณะนี้ ชัดเจนว่าหมอนี่ไม่มีเจตนาจะลดระดับวรยุทธอย่างแน่นอน
ถึงจางเซวียนจะเพิ่งยกระดับวรยุทธและประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาได้เมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก็ยังห่างไกลนักหากจะเทียบชั้นกับนักรบระดับเซียนขั้น 7 พื้นที่ลวงตา ขั้นสูงสุดอย่างจางชุน
หัวสมองของจางเซวียนครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังหาวิธีที่จะผ่านการประเมินครั้งนี้ไม่ได้ หลังจากนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาก็ตอบว่า “ผมโอเค ว่าแต่ก่อนจะเริ่มการดวล ผมอยากขอเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย…”
“คุณอยากเปลี่ยนเสื้อผ้า? ได้เลย” จางชุนงงงันเล็กน้อยกับคำขออย่างปุบปับของจางเซวียน แต่เขาก็โบกมืออย่างสบายใจ ไม่คิดมากกับคำขอร้องของอีกฝ่าย
เพราะถึงอย่างไร สาระสำคัญของการดวลก็อยู่ที่ประสิทธิภาพการต่อสู้ ใช่ว่าจางเซวียนเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะสามารถเอาชนะเขาได้
“ขอบคุณ” จางเซวียนโบกมือ จากนั้นก็สร้างปราการเพื่อปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกที่มุมหนึ่งของห้อง และก้าวเข้าไป
