Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1489


ตอนที่ 1489 ชื่อของผมคือ…

เธอได้ถามเหล่าพี่น้องในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งที่สนิทสนมกับเธอเกี่ยวกับเรื่องของหัวหน้าน้อยแล้ว แต่คำตอบที่ได้รับก็คือทุกอย่างปกติดีและไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อลองคิดดู ก็ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย! จะเกิดอะไรขึ้นได้กับหัวหน้าน้อยซึ่งเป็นบุคคลที่มีสถานภาพเป็นรองเพียงแค่ผู้อาวุโสที่ 1 เท่านั้น จะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับเธอโดยที่ไม่มีใครรู้เลยได้อย่างไร?

มีความเป็นไปได้เพียง 2 ข้อเท่านั้นที่จะอธิบายสถานการณ์อันแปลกประหลาดนี้ได้

ข้อแรกก็คือหัวหน้าน้อยโกหก

ส่วนข้อ 2 เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นภายในสำนัก และมีใครบางคนจงใจปิดข่าว

เมื่อมาคิดดู หัวหน้าน้อยน่าจะแจ้งข่าวให้เหล่าผู้อาวุโสและเหล่าผู้เชี่ยวชาญในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งรับรู้โดยตรงเพื่อหาวิธีรับมือกับวิกฤตการณ์นั้นแทนที่จะพยายามส่งข้อความมาหาเธอ เพื่อให้ส่งไปถึงท่านอาจารย์ของเธอซึ่งมีวรยุทธอ่อนด้อยกว่าเธอมาก เพราะการกระทำอย่างนั้นดูจะมีเหตุผลมากที่สุด

เห็นได้ชัดว่าเธอคงไม่อาจไว้วางใจใครสักคนได้เลยในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง!

เรื่องนี้ทำให้เฉิงเล่อเหยาขนลุกไปทั้งตัวขณะที่ส่ายหัวอย่างไม่อยากเชื่อ

เธอรู้เพียงว่าหัวหน้าน้อยกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายบางอย่าง แต่ไม่ได้ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งถึงเรื่องนี้มาก่อน มันอธิบายได้เลยว่าทำไมปรมาจารย์จางถึงห้ามไม่ให้เธอติดต่อกับศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งโดยตรง

“ผมเข้าใจว่าคุณเป็นสมาชิกคนหนึ่งของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง หากเรื่องนี้ทำให้คุณลำบากใจ ผมรับมือเองได้ เพียงแต่ต้องขอร้องคุณว่าอย่าเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ของผมให้ใครรู้” จางเซวียนหันไปประสานมือให้เฉิงเล่อเหยา

ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งจริงๆ ก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่เกินไปที่จะขอร้องเธอให้เลือกระหว่างตัวเขากับศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง แทนที่จะทำให้เธอลำบากใจ คงจะดีกว่าหากจะกันเธอให้พ้นจากเรื่องนี้ ด้วยวิธีนี้ อย่างน้อยเธอก็สามารถทำเป็นไม่รู้เรื่องและลอยตัวจากปัญหาทั้งหมดได้

“เอ่อ…” เฉิงเล่อเหยาถึงกับอึ้งไป

สิ่งที่เธอคิดได้ก่อนหน้านี้ทำให้ได้ข้อสรุปบางอย่าง ถ้าเรื่องจริงคือศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับหัวหน้าน้อย ก็มีคนเดียวเท่านั้นที่มีอำนาจพอที่จะทำแบบนั้นได้ ซึ่งก็คือผู้อาวุโสที่ 1!

เท่าที่เธอจำได้ ผู้อาวุโสที่ 1 รับผิดชอบจัดการทุกสิ่งทุกอย่างในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นกิจการภายในหรือภายนอก ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ ด้วยเหตุนี้ แม้เธอจะไม่ใช่หัวหน้าศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง แต่ก็มีสถานภาพไม่ต่างกัน

หากข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของเธอถูกต้อง คือมีใครบางคนที่อยู่ในนั้นพยายามจะเล่นงานหัวหน้าน้อยจริงๆ ตัวการก็คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้อาวุโสที่ 1 ไม่มีใครมีความสามารถพอจะปกปิดเรื่องที่เกิดขึ้นในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งจากผู้อาวุโสที่ 1 ได้ เพราะถ้าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อาวุโสที่ 1 ป่านนี้เธอคงจะเข้าไปช่วยเหลือหัวหน้าน้อยแล้ว

แต่ถ้าผู้อาวุโสที่ 1 เป็นตัวการจริงๆ ในฐานะศิษย์สายตรงของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง เธอจะฝ่าฝืนคำสั่งได้หรือ?

“ไม่ต้องห่วงนะ ผมเข้าใจ ลาก่อน!” เพราะไม่อยากทำให้เฉิงเล่อเหยาต้องลำบากใจ จางเซวียนหันหลังกลับแล้วเดินจากมา

แต่เขาเดินไปได้เพียง 2-3 ก้าว เฉิงเล่อเหยาก็รีบวิ่งตามมาและยับยั้งเขาไว้ เธอพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “รอก่อน! หัวหน้าน้อยน่ะเป็นคนอ่อนโยน และฉันเองก็เป็นหนี้บุญคุณปรมาจารย์จางอยู่ ฉันอยากช่วยเหลือคุณในการนำตัวหัวหน้าน้อยออกมา ต่อให้นั่นจะหมายถึงการต้องเป็นฝ่ายตรงข้ามกับผู้อาวุโสที่ 1 ก็เถอะ!”

จางเซวียนจ้องหน้าเฉิงเล่อเหยา “คุณคิดดีแล้วหรือ? เรื่องนี้จะมีผลตามมาไม่น้อยนะ คุณคงเข้าใจใช่ไหมว่าไม่มีทางหันหลังกลับได้”

เฉิงเล่อเหยาถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “ฉันเข้าใจ!”

เธอเติบโตมาในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง จึงเป็นธรรมดาที่จะรู้จักที่นั่นดี แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้คือผู้ปรับปรุงเทคนิควรยุทธของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งและช่วยชีวิตบรรดาพี่น้องของเธอไว้จากการต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และหัวหน้าน้อยก็ดูจะเป็นคนที่มีจิตใจเมตตากรุณา ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังรู้สึกเกรงขามอยู่ในใจอย่างล้ำลึกกับความมุ่งมั่นของชายหนุ่มที่ต่อสู้กับปูชนียสถานนักปราชญ์เพื่อประโยชน์ของลูกศิษย์ของเขา…เธออยากช่วยเขาด้วยความจริงใจ

“ก็ได้ ขอให้ผมได้ขอบคุณแทนจ้าวหย่าด้วยก็แล้วกัน” เห็นอีกฝ่ายตัดสินใจแล้ว จางเซวียนพยักหน้า “มีใครในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งบ้างไหมที่มีตำแหน่งสูงและคุณสนิทสนมด้วย? เราควรจะเริ่มสืบเสาะเรื่องราวจากตรงนั้น บางทีอาจจะได้เงื่อนงำบางอย่าง”

อันดับแรก เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจ้าวหย่า ก่อนที่จะคิดหาวิธีตอบโต้ต่อไป

แต่การที่จะรู้เรื่องราวภายในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งนั้น เป็นเรื่องที่รู้กันว่าจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนใน

เฉิงเล่อเหยาครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตอบว่า “คนที่สนิทสนมกับฉันล้วนแต่เป็นคนรุ่นเด็กกว่าทั้งนั้น ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะรู้อะไรมากนักเกี่ยวกับปัญหาของหัวหน้าน้อย แต่มีผู้อาวุโสอยู่คนหนึ่งที่ฉันสนิทสนมด้วย เธอดูแลเอาใจใส่ฉันเป็นอย่างดีเสมอมา ฉันคิดว่าน่าจะลองถามเธอดู”

“ผู้อาวุโส? ระดับวรยุทธของเธอล่ะ?” จางเซวียนถาม

“นักรบระดับเซียนขั้น 8 ขั้นสูง เธอไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมายเมื่อเทียบกับเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมด แต่เธอมีหน้าที่จัดการเรื่องราวทั่วไปในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับหัวหน้าน้อย ฉันคิดว่าเธอน่าจะรู้เรื่อง” เฉิงเล่อเหยาพูด

“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ดี พาผมไปพบเธอหน่อย” จางเซวียนพยักหน้า

แม้ผู้อาวุโสที่เฉิงเล่อเหยาพูดถึงจะไม่ได้มีตำแหน่งสูงนัก แต่ด้วยหน้าที่การงานของเธอ เธอก็น่าจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่นเป็นอย่างดี ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับจ้าวหย่า แน่นอนว่าเธอคงจะรู้อะไรบ้าง

“ตอนนี้ก็ค่ำแล้ว ฉันคิดว่าเธอคงจะอยู่ในบ้านพัก บ้านพักของเธอนั้นอยู่ลึกเข้าไปในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง จะแอบเข้าไปตอนนี้น่ะไม่ใช่เรื่องง่าย” เฉิงเล่อเหยาพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว

ดูจากเวลา ประตูศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งน่าจะปิดแล้ว การเข้าไปข้างในไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“คุณเชิญเธอออกมาพบเราได้ไหม?” จางเซวียนถาม

เฉิงเล่อเหยาส่ายหน้า “มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก กฎเกณฑ์ของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งน่ะเข้มงวดมาก ถึงเธอจะเป็นผู้อาวุโส แต่ก็ไม่อาจออกจากศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งมาง่ายๆ ว่าแต่…เธอจะออกมาตอนรุ่งเช้าเพื่อซื้อผลไม้ ผัก และอะไรทำนองนั้น เราจะเข้าไปหาเธอตอนนั้นก็แล้วกัน!”

“พรุ่งนี้เช้า?” จางเซวียนขมวดคิ้ว “ยังเหลือเวลาอีกตั้ง 6 ชั่วโมงกว่าจะรุ่งเช้า อาจเกิดเรื่องราวขึ้นได้อีกมากมายใน 6 ชั่วโมงนี้ ผมรอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอก มีวิธีอื่นที่จะเข้าพบเธอไหม?”

เวลาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้ จนกว่าพวกเขาจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับจ้าวหย่า จึงไม่อาจรั้งรอได้แม้แต่วินาทีเดียว

“เอ่อ…” เฉิงเล่อเหยาเงียบไป

สมัยที่อยู่ในศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง เธอเป็นคนว่านอนสอนง่ายและทำตามระเบียบ จึงไม่เคยลักลอบออกมาในยามค่ำคืนมาก่อน ดังนั้นจึงจนปัญญากับคำถามของจางเซวียน

“ผู้อาวุโสที่คุณพูดถึงน่ะจะต้องมีพ่อค้าขาประจำเพื่อช่วยเหลือเธอในการดูแลเสบียงอาหารของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งใช่ไหม?”

“ในฐานะหนึ่งในกลุ่มอำนาจชั้นนำของทวีปแห่งปรมาจารย์ ศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งจะรับเฉพาะเสบียงอาหารที่เพาะปลูกโดยผู้เชี่ยวชาญและมีสารปนเปื้อนน้อยที่สุดเท่านั้น พูดกันตามตรงนะ ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่ากลุ่มอำนาจนั้นเป็นใคร แต่เท่าที่รู้ กลุ่มอำนาจเดียวในเมืองธารน้ำแข็งที่มีความสามารถตรงตามเงื่อนไขของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งก็คือตระกูลหาน พวกเขาเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของที่นี่”

ยิ่งกลุ่มอำนาจมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ กฎเกณฑ์ก็ยิ่งเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น เพื่อฝึกฝนวรยุทธที่มีคุณภาพให้กับคนรุ่นหลัง การใส่ใจอาหารการกินถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ซื้ออาหารจากพ่อค้าข้างถนน

อีกอย่าง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย หากมีใครใส่ยาพิษปนเปื้อนเข้าไปในผักของพวกเขา องค์กรทั้งองค์กรมิล่มสลายหรือ?

“ตระกูลหาน? คุณรู้ไหมว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน?” จางเซวียนถาม

เฉิงเล่อเหยาพยักหน้า เข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย “ฉันรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน”

อาจเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะเชิญผู้อาวุโสออกมา แต่ถ้าพ่อค้าเจ้าประจำเป็นผู้เชิญเสียเอง เรื่องนี้ก็คงจะง่ายกว่ามาก

“พาผมไปที!” จางเซวียนพยักหน้า

ทั้งคู่เดินเลาะไปตามถนนหลายสาย ราว 10 นาทีต่อมา คฤหาสน์ขนาดใหญ่ก็ปรากฏตรงหน้า

“ปรมาจารย์จาง นี่คือตระกูลหาน!” เฉิงเล่อเหยาแนะนำ

“อือ” จางเซวียนพยักหน้าขณะตรวจสอบคฤหาสน์ขนาดใหญ่ตรงหน้า

การผลิตอาหารที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของกลุ่มอำนาจชั้นนำในทวีปแห่งปรมาจารย์ได้นั้น แปลว่าตระกูลหานจะต้องเป็นตระกูลที่มีอำนาจตระกูลหนึ่ง

“ส่งสมุดแนะนำตัวไป!” จางเซวียนโบกมือ

การบุกเข้าไปในตระกูลนั้นเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ อีกอย่าง หากเขาสร้างความปั่นป่วนขึ้น ก็จะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากมากกว่าที่ควรจะเป็น สำหรับตอนนี้ เป็นการดีที่สุดที่จะทำให้เจ้าตัวยอมพบเขาอย่างเต็มใจ

“สมุดแนะนำตัว? ต้องใช้ชื่อฉันหรือ?” เฉิงเล่อเหยาถึงกับชะงัก

แม้เธอจะเป็นหนึ่งในศิษย์สายตรงที่ปราดเปรื่องที่สุดของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง แต่อีกฝ่ายก็เป็นบุคคลที่ถือได้ว่าเทียบเท่ากับผู้อาวุโสของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งเลยทีเดียว และเมื่อพิจารณาถึงช่วงเวลาอันไม่เหมาะสมที่ทั้งคู่มาเคาะประตู ก็มีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาคงจะไม่ได้พบกับเจ้าของบ้าน

“ใช้ชื่อผมนี่แหละ!” จางเซวียนพูด

“ชื่อคุณ?” เฉิงเล่อเหยาตาโตด้วยความประหลาดใจ

ถึงจางเซวียนจะเป็นอาจารย์ของหัวหน้าน้อย แต่ก็เป็นที่รู้กันในกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งเท่านั้น เขาจึงไม่ได้มีชื่อเสียงมากมายอะไร และยิ่งไปกว่านั้น เขาก็เพิ่งมีความขัดแย้งกับปูชนียสถานนักปราชญ์มาหมาดๆ การใช้ชื่อเขาจะไม่เป็นอันตรายหรือ?

“ขอโทษด้วยที่ต้องพูดแบบนี้ แต่ปรมาจารย์จาง…ฉันไม่คิดว่าชื่อของคุณจะใช้การได้นะ…”

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ปรมาจารย์จางก็หันกลับมา สีหน้าที่ไม่คุ้นเคยปรากฏตรงหน้าเธอ อีกฝ่ายปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเป็นชายวัยกลางคนที่มีผิวออกเหลือง เขาพูดด้วยทีท่าเรียบเฉยและสง่างาม “นับจากนี้ไป ชื่อของผมคือ…”

“หยางชวน!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version