Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1572


ตอนที่ 1572 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน (2)

ในด้านพละกำลัง จ้าวหย่ากับเว่ยหรูเหยียนยังอ่อนด้อยกว่าปรมาจารย์หยาง แต่เพราะสภาวะพิเศษของทั้งคู่ หากเป็นการต่อสู้ในสนามจริง ต่อให้ปรมาจารย์หยางก็ยังรับมือกับทั้งคู่ได้ยาก

แต่ทั้งๆ ที่มีความแข็งแกร่ง พวกเธอก็ไม่สามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ก่อนที่จะถูกจับตัวไป นอกเสียจากตัวจางเซวียนที่เปิดใช้ตราประทับสภาปรมาจารย์หรือนักปราชญ์โบราณสักคนหนึ่งแล้ว เขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครสามารถทำแบบนี้ได้อีก

ดวงตาหยั่งรู้!

จางเซวียนรีบสำรวจพื้นที่โดยรอบ

ครู่ต่อมา เขาก็ย่นหน้าผากขณะมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

ไม่มีร่องรอยอะไรเลย?

ดวงตาหยั่งรู้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังมาก่อน แต่ครั้งนี้ มันใช้การไม่ได้!

ที่ผ่านมา ขอแค่เขาตรวจสอบถี่ถ้วนพอ ก็จะพบสิ่งผิดปกติ แต่คราวนี้ ไม่ว่าจะจับจ้องสักแค่ไหนก็ไม่พบร่องรอยของผู้บุกรุกหรือลูกศิษย์ของเขาเลย ราวกับทุกคนสลายตัวเป็นอากาศธาตุไปในพริบตา

“ลูกศิษย์ทั้งคู่ของลูกน่ะทรงพลังมาก การที่ผู้บุกรุกลักพาตัวพวกเธอไปได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้ แปลว่าอีกฝ่ายต้องไร้เทียมทานจริงๆ !” เซียนดาบเหมิงตั้งข้อสังเกตอย่างเคร่งเครียด

“เป็นไปได้ไหมว่าเป็นฝีมือของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น?” จางเซวียนถาม

“เจตนาสังหารของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนั้นทรงพลังมาก ไม่อาจกลบเกลื่อนได้โดยง่าย แต่ในเมื่อไม่มีร่องรอยของเจตนาสังหารอยู่ตรงนี้เลย ก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือพวกมัน…แต่ถ้าตัวการเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจที่มีวรยุทธขั้นนักปราชญ์โบราณ มันก็ไม่แน่” เซียนดาบเหมิงตอบ

“นักปราชญ์โบราณ…” จางเซวียนหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นอีก

ถึงเขาจะมีความขัดแย้งกับสภาปรมาจารย์ แต่เรื่องราวก็คลี่คลายแล้ว ไม่น่าเป็นไปได้ที่สภาปรมาจารย์จะทำอะไรไร้เหตุผลอย่างการเอาคืนโดยผ่านทางลูกศิษย์ของเขา

ส่วนกลุ่มอำนาจอื่นๆ นั้น วิธีเดียวที่จะลักพาตัวทั้งคู่ได้ก็คือต้องใช้นักปราชญ์โบราณ

แต่เหล่านักปราชญ์โบราณที่เป็นมนุษย์ก็เหลือเวลาอยู่ไม่มากแล้ว การจะปลุกคนเหล่านั้นขึ้นมาเพียงเพื่อให้มาจับตัวลูกศิษย์ของเขา…ก็ดูจะไม่ใช่สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น

ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่ฮ่องเต้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจะเป็นตัวการ

เห็นความร้อนรนของลูกชาย เซียนดาบเหมิงรีบก้าวเข้ามา “ใจเย็นก่อนเถอะ ตรวจสอบพื้นที่นี้ให้ทั่วอีกครั้ง เราอาจพบอะไรบางอย่าง สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำตอนนี้ก็คือดูให้แน่ใจเสียก่อนว่าใครเป็นตัวการและลูกศิษย์ของลูกตกอยู่ในอันตรายหรือเปล่า!”

จางเซวียนพยักหน้ารับ

ยากที่จะยังคงความมีเหตุผลอยู่ได้เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ แต่แทนที่จะตื่นตระหนก เรื่องสำคัญที่สุดที่เขาจะต้องแน่ใจเสียก่อนก็คือความปลอดภัยของทั้งคู่

ดังนั้น จางเซวียนกับเซียนดาบเหมิงจึงตรวจสอบทุกรายละเอียดในบริเวณใกล้เคียง จับจ้องทุกอณูอย่างถี่ถ้วน

“ลูกพบอะไรบ้างไหม?” เซียนดาบเหมิงตั้งคำถาม

จางเซวียนส่ายหน้า “เจ้าตัวการมีทักษะสูงส่งในการปกปิดร่องรอยของตัวเอง หรือไม่พวกเขาก็หายวับไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย! คุณคิดว่าอย่างไร?”

คนที่พาตัวจ้าวหย่ากับเว่ยหรูเหยียนไปนั้นใช้วิธีการบางอย่างที่ล้ำลึกเกินหยั่งถึง สามารถหลบหลีกการตรวจจับของดวงตาหยั่งรู้ได้

“แต่แม่พบบางอย่าง!” เซียนดาบเหมิงพูด “อย่างแรก จากร่องรอยของการต่อสู้ ตัวการใช้เพียง 2 กระบวนท่าในการเอาชนะจ้าวหย่ากับเว่ยหรูเหยียน ทำให้ทั้งคู่หมดหนทางตอบโต้อย่างสิ้นเชิง”

“สองกระบวนท่า?” จางเซวียนหรี่ตา

“ใช่แล้ว แม้จะมีหลุมมีร่องเล็กๆ อยู่มากมายบนพื้นซึ่งบ่งบอกว่าการต่อสู้ดูจะหนักหน่วง แต่มีหลุมที่ขนาดใหญ่กว่าอยู่เพียง 2 หลุม หลุมแรกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็ง แม่คิดว่านั่นคงเป็นบริเวณที่จ้าวหย่าเผชิญหน้ากับตัวการ!”

เมื่อมองตามนิ้วของเซียนดาบเหมิง จางเซวียนก็เห็นหลุมหนึ่งซึ่งค่อนข้างลึกและมีเกล็ดน้ำแข็งปกคลุมอยู่โดยรอบ

“ดูเหมือนจ้าวหย่าตั้งใจจะเปิดการโจมตี แต่ถูกเจ้าตัวการตอบโต้ พลังของการตอบโต้นั้นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทำให้เกิดหลุมเล็กๆ มากมาย จากนั้นก็เห็นได้ชัดว่าแม้จ้าวหย่าจะใช้พละกำลังเต็มพิกัดของเธอ แต่ก็ยังรับมือกับเจ้าตัวการไม่ไหว” เซียนดาบเหมิงวิเคราะห์

จางเซวียนตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอีกครั้ง และได้เห็นว่าหลุมเล็กๆ เหล่านั้นดูจะห้อมล้อมหลุมที่มีขนาดใหญ่กว่าเอาไว้ ทำให้การวิเคราะห์ของเซียนดาบเหมิงดูจะมีความเป็นไปได้สูงขึ้น อีกอย่าง ก็ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ที่ชัดเจนนอกเหนือไปกว่านั้น จึงพอจะสรุปได้ว่าการต่อสู้น่าจะลงเอยด้วยการปะทะเพียงครั้งเดียว

“เหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นกับเว่ยหรูเหยียนในอีกหลุมหนึ่ง และทั้ง 2 หลุมใหญ่นั้นก็อยู่ บริเวณใกล้กัน แม่จึงขอเดาว่าทั้งคู่ต่อสู้เคียงข้างกัน แต่ตัวการก็เอาชนะได้อย่างง่ายดาย!” เซียนดาบเหมิงพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

พูดตามตรง เธอก็ออกจะอัศจรรย์ใจกับสิ่งที่เธอพบ คนๆ หนึ่งเอาชนะผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดถึง 2 คนได้ในกระบวนท่าเดียว…ผู้นั้นจะต้องเป็นใคร? และทำแบบนี้เพื่ออะไร?

เจ้านั่นไม่รู้หรือว่าการกระทำของตัวเองจะทำให้ทั้งศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง ห้องโถงแห่งยาพิษ ปูชนียสถานนักปราชญ์ และแม้แต่ตระกูลจางกลายเป็นปฏิปักษ์กับเขา?

แต่ละกลุ่มอำนาจก็มีไม้ตายชั้นยอดของตัวเองที่จะไม่นำมาใช้เว้นเสียแต่สถานการณ์จะเข้าตาจนจริงๆ ไม่อย่างนั้น พวกเขาคงไม่สามารถยืนหยัดและสร้างฐานอำนาจของตัวเองบนทวีปแห่งปรมาจารย์มาได้เนิ่นนานหลายปี

“ท่านหัวหน้า!”

ขณะที่ทั้งคู่ยังคงพยายามขบคิดสถานการณ์ ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลจางก็บินมาอย่างกะทันหันและส่งเสียงเรียก

เขาคือผู้อาวุโสที่ 8 ที่นำข่าวมาแจ้งกับจางเซวียนก่อนหน้านี้

จางเซวียนหันหน้าไปด้วยความสงสัย

ผู้อาวุโสที่ 8 ประสานมือและรายงานอย่างร้อนรน “เรียนท่านหัวหน้า ตระกูลหยวนเพิ่งส่งคำขอความช่วยเหลือมา นายน้อยของพวกเขาถูกใครคนหนึ่งลักพาตัวไปเช่นกัน!”

“หยวนเทาก็ถูกลักพาตัวหรือ?” จางเซวียนตกใจสุดขีด

“นี่คือข้อความที่ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลหยวนส่งมา…” ผู้อาวุโสที่ 8 ยื่นตราหยกให้

จางเซวียนก้มลงอ่านรายละเอียดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ก็เหมือนกับกรณีของจ้าวหย่าและเว่ยหรูเหยียน ตัวการบุกเข้าไปในตระกูลหยวน ทำลายมาตรการการป้องกันตัวทั้งหมดของตระกูลในทันที แม้แต่พละกำลังเต็มพิกัดของตระกูลหยวนก็ไม่อาจยับยั้งพวกมันได้ ก่อนที่ทางตระกูลหยวนจะได้เห็นว่าตัวการเป็นใคร เขาก็จากไปพร้อมกับตัวหยวนเทา

“แล้วตระกูลหยวนอยู่ที่ไหน?” จางเซวียนถามผู้อาวุโสที่ 8 อย่างร้อนรน

“ตระกูลหยวนตั้งอยู่ที่นี่!” เซียนดาบเหมิงพูดพร้อมกับส่งพิกัดให้

“ไปที่นั่นกันเถอะ!”

หลังจากแน่ใจเรื่องที่อยู่ของตระกูลหยวนแล้ว จางเซวียนก็นำธงค่ายกลเกรด 9 กำหนึ่งออกมาและสร้างค่ายกลทะลุมิติ

ฟึ่บ!

ทั้งคู่หายวับไปจากจุดนั้นในทันที

พริบตาต่อมา ก็มาอยู่ในอาณาบริเวณของตระกูลหยวน

“หัวหน้าตระกูลจาง, เซียนดาบเหมิง…”

ไม่ช้า รองหัวหน้าตระกูลหยวนก็พาทั้งคู่เข้าสู่ห้องโถงใหญ่

“เรามองเห็นรูปร่างหน้าตาของเจ้าตัวการไม่ชัด แต่เขาสวมเสื้อคลุมตัวยาวตอนที่เข้ามาในตระกูลหยวนของเรา สิ่งแรกที่พวกเราคิดคือเขาเป็นปรมาจารย์ แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ปกติ ทันทีที่เขามาถึงก็เข้าจับตัวหยวนเทาทันที พวกเราพยายามสกัดกั้นไว้ แต่เขาทำลายค่ายกลอารักขาได้ด้วยการปล่อยพลังฝ่ามือเพียงครั้งเดียว” รองหัวหน้าตระกูลหยวนพูดขณะชี้นิ้วไปที่ค่ายกลด้านบน

จางเซวียนกับเซียนดาบเหมิงหน้าขึ้นและเห็นรอยฝ่ามือบนหลังคา รวมทั้งค่ายกลที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขา ค่ายกลนั้นดูจะไม่มีอะไรที่จับต้องได้นอกจากธงค่ายกลที่เป็นส่วนประกอบของมัน ทำให้รับมือด้วยได้ยาก แต่ผู้นั้นสามารถทำให้ค่ายกลฉีกขาดเป็นรู และถึงกับป้องกันไม่ให้ค่ายกลสมานตัวกลับคืนได้ด้วย…เขาจะต้องเป็นคนเก่งกาจที่รับมือด้วยได้ยากมาก

ในฐานะตระกูลนักปราชญ์ชั้นนำตระกูลหนึ่งของทวีปแห่งปรมาจารย์ ค่ายกลอารักขาของตระกูลหยวนนั้นถือเป็นเพชรเม็ดงามแห่งภูมิปัญญาของผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายรุ่น แม้แต่ในหมู่ค่ายกลเกรด 9 ด้วยกัน มันก็ยังถือเป็นชั้นยอด

คงจะไม่เป็นการพูดเกินเลยหากจะบอกว่าแม้แต่ผู้ที่เข้าถึงวรยุทธขั้นสูงสุดของนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจทำแบบนี้ได้ แต่เจ้าตัวการนั่นทำได้ด้วยการปลดปล่อยพลังจากฝ่ามือเพียงครั้งเดียว ไม่น่าแปลกใจที่เขาจับตัวหยวนเทาซึ่งปลุกสายเลือดฮ่องเต้ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วไปได้อย่างง่ายดาย…

ดูเหมือนตัวการจะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง

“ต่อให้ปรมาจารย์หยางก็ทำแบบนี้ไม่ได้…” เซียนดาบเหมิงอ้าปากค้างเมื่อเห็นภาพนั้น

เธอเคยดวลกับปรมาจารย์หยางมาแล้ว จึงพอกะระดับพละกำลังของอีกฝ่ายได้อย่างคร่าวๆ ซึ่งสิ่งที่เธอพูดออกมาก็เป็นไปตามนั้น

จางเซวียนขมวดคิ้วด้วยความกังวลใจและอดตั้งคำถามไม่ได้ “ตัวการ…เป็นนักปราชญ์โบราณหรือ?”

ปรมาจารย์หยางสำเร็จวรยุทธขั้นสูงสุดของนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปแห่งปรมาจารย์ แทบไม่มีคนรุ่นหลังเทียบชั้นกับเขาได้ ผู้ที่จะเอาชนะเขาได้จะต้องเป็นนักปราชญ์โบราณเท่านั้น

และคนเดียวที่จางเซวียนรู้ว่ามีความสามารถระดับนั้นก็คือฮ่องเต้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น

“ไม่ใช่หรอก ตัวการไม่ใช่นักปราชญ์โบราณ” รองหัวหน้าตระกูลหยวนส่ายหน้า “ผมเคยสัมผัสรังสีของนักปราชญ์โบราณมาแล้ว และแน่ใจว่าเจ้าตัวการยังไม่สำเร็จวรยุทธถึงขั้นนั้น”

“เจ้านั่นทรงพลังถึงขนาดนั้นทั้งที่ยังไม่สำเร็จวรยุทธขั้นนักปราชญ์โบราณหรือ?” จางเซวียนถามด้วยความประหลาดใจ

“หรือว่าเขามีของล้ำค่าน่าทึ่งอะไรสักอย่างที่ใกล้เคียงกับตราประทับสภาปรมาจารย์ ซึ่งทำให้เขามีพละกำลังเหนือกว่าทุกคนที่มีวรยุทธต่ำกว่าขั้นนักปราชญ์โบราณหรือเปล่า?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version