ตอนที่ 1576 พายุหลังความสงบ
“ทำไมผู้คนมากมายขนาดนี้?”
จางเซวียนรีบเดินทางกลับตระกูลหลัว แต่ยังไม่ทันจะถึงห้องโถงใหญ่ที่แขกรวมตัวกันอยู่ เขาก็แทบลมจับด้วยความตกใจ
เขามาที่นี่เพื่อขอหลัวลั่วชิงแต่งงาน ยังไม่ใช่งานแต่งงานเสียหน่อย! เขาคิดว่ามันคงเป็นแค่งานฉลองเล็กๆ ที่แขกส่วนใหญ่เป็นลูกศิษย์ของเขา แต่ความคิดนั้นก็กระเจิงไปเพราะภาพตรงหน้า
“จากเรื่องราวมากมายที่ลูกก่อขึ้นน่ะ ก็ไม่แปลกหรอกที่ผู้คนมหาศาลจะมารวมตัวกันที่นี่! ส่วนเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่ออกจากการปลีกวิเวกเพื่อมาร่วมงานนั้น แม่คิดว่าคงมาตามคำเชิญของปรมาจารย์หยาง” เซียนดาบเหมิงพูด
“คำเชิญของปรมาจารย์หยาง?”
“ใช่ ผู้อาวุโสสูงสุดฮั่วฉื่อชิงของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่คนนั้นน่ะ ครั้งหนึ่งเคยได้รับคำชี้แนะของปรมาจารย์หยาง และทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนสนิทกัน ส่วนสุภาพบุรุษมือลึกลับ ว่ากันว่าครั้งหนึ่งปรมาจารย์หยางเคยช่วยชีวิตเขาไว้จากเหตุการณ์คับขัน แม่ไม่แน่ใจนักเกี่ยวกับอู๋ชิง แต่สำหรับนักบวชแห่งทะเลสาบสงบเย็นนั้น ว่ากันว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขาเคยท้าปรมาจารย์หยางเล่นหมากรุก และแพ้อย่างไม่เป็นท่า ลงท้ายเขาก็ร้างลาจากวงการและมาเป็นองครักษ์ให้บ้านพักของปรมาจารย์หยาง” เซียนดาบเหมิงอธิบายยิ้มๆ
เรื่องพวกนี้เป็นความลับสุดยอด แต่ด้วยความสนิทสนมระหว่างตระกูลจางกับปรมาจารย์หยาง เธอจึงพอรู้อะไรอยู่บ้าง
ในเมื่อคนเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นศิษย์พี่ที่ละทิ้งทางโลกไปแล้ว จะมีใครอื่นนอกจากปรมาจารย์หยางที่สามารถทำให้พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกได้
“เมื่อเสร็จงานแล้ว ผมจะต้องไปขอบคุณปรมาจารย์หยาง” จางเซวียนครุ่นคิดขณะส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ
เขามาเพื่อขอหลัวลั่วชิงแต่งงาน แต่กลับกลายเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยคิดไว้มาก
แน่นอนว่าก็เป็นเพราะประมาจารย์หยางที่ทำสิ่งนี้ให้เขา
ยิ่งงานหมั้นใหญ่โตและโดดเด่นมากขึ้นเท่าไหร่ ในอนาคตอิทธิพลของเขาก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น เมื่อเขาเปิดเผยตัวตนในฐานะปรมาจารย์ฟ้าประทาน อำนาจและเกียรติยศของเขาก็ย่อมยิ่งใหญ่กว่าเดิม
“เข้าไปในห้องโถงใหญ่กันเถอะ!” เซียนดาบเหมิงพูด
ทันทีที่ทั้งคู่ปรากฏตัว ลู่ชงกับเจิ้งหยางก็รีบเข้ามาหา
“ท่านอาจารย์!”
ทั้งคู่ได้ข่าวเช่นกัน ทำให้ทั้งร้อนใจและวิตกกังวล
“ผมไปสำรวจที่เกิดเหตุมาแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของผู้นั้น เขาสามารถเล่นงานจ้าวหย่ากับคนอื่นๆ ได้อย่างสบายหากอยากจะทำ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาเลือกที่จะลักพาตัวสามคนนั้นไปแทนก็ย่อมหมายความว่าจ้าวหย่ากับคนอื่นๆ คงยังไม่เป็นอันตรายในตอนนี้” จางเซวียนให้ความมั่นใจกับชายหนุ่มสองคนที่อยู่ตรงหน้า
“แต่ถึงอย่างนั้นเราก็วางใจไม่ได้ ในเมื่อหมอนั่นลงมือแล้ว ก็อาจจะมีอะไรตามมาอีก ถ้าผมคิดไม่ผิด วันนี้เขาอาจมาปรากฏตัวที่นี่…เพราะฉะนั้น พวกคุณเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ไว้ด้วย!”
“ได้!” เจิ้งหยางกับลู่ชงสบตากันก่อนจะพร้อมใจกันพยักหน้า
จ้าวหย่ากับเว่ยหรูเหยียนไม่ได้อ่อนด้อยกว่าพวกเขาเลย แต่หมอนั่นก็ยังลักพาตัวทั้งคู่ไปได้โดยง่าย ถ้าอีกฝ่ายมาที่ตระกูลหลัวจริงๆ ทั้งคู่ก็จะต้องงัดไม้ตายทุกชนิดที่มีออกมาใช้เพื่อสกัดกั้นไม่ให้อีกฝ่ายหลบหนีไปได้!
“หัวหน้าตระกูลจาง ผมคือเจ้าสำนักสายน้ำกระจ่าง เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานหมั้นระหว่างตระกูลจางกับตระกูลหลัว…”
ไม่ช้า หลังจากที่ลู่ชงกับเจิ้งหยางออกไปเตรียมการ คนอื่นๆ ในห้องก็พากันฮือฮาเมื่อได้เห็นจางเซวียน
“นั่นคือปรมาจารย์จางหรือ? ช่างเป็นชายหนุ่มที่ไม่ธรรมดาจริงๆ !”
“ถึงปีนี้จะเพิ่งอายุ 20 แต่ไม่เพียงเขาจะเป็นหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์ ลูกศิษย์ทุกคนของเขายังเป็นกลุ่มอำนาจใหญ่ของทวีปแห่งปรมาจารย์ด้วย ผมอยากรู้เหลือเกินว่าเขาทำได้อย่างไร…”
“ได้ยินว่าแม้แต่ปรมาจารย์หยางผู้ทรงเกียรติก็ยังเรียกขานเขาว่าศิษย์พี่!”
“ด้วยคำชี้แนะของปรมาจารย์หยางและข้อเท็จจริงที่ว่าเขามีสายเลือดที่บริสุทธิ์ที่สุดในตระกูลจาง ก็ไม่แปลกหรอกที่จะประสบความสำเร็จขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย!”
……
“ทุกท่าน เรายังมีเวลาพูดคุยกันอีกนาน คงจะไม่ดีนักหากเราทำให้คู่หมั้นทั้งสองต้องพลาดช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา” หลัวชิงเฉินก้าวเข้ามาและปรามฝูงชนให้สงบลง
ไม่ว่าจะเป็นงานหมั้นหรืองานแต่งงาน ก็สมควรที่จะทำให้เป็นช่วงเวลาอันน่าประทับใจที่สุดเพื่ออวยพรให้กับคนทั้งสอง ธรรมเนียมนี้มีความสำคัญมากกับบรรดาตระกูลขนาดใหญ่ที่มีมรดกตกทอดอันยาวนานอย่างเช่นตระกูลหลัว
ฝูงชนต่างก็รู้เรื่องดังกล่าว คนที่กำลังพูดคุยกันอยู่จึงรีบเปิดทางให้มีทางเดินเข้าสู่ห้องโถงใหญ่
จางเซวียนแอบถอนหายใจเฮือกขณะเดินตามหลัวชิงเฉินเข้าสู่ใจกลางห้อง
มีเก้าอี้ 3 ตัวอยู่บริเวณนั้น เซียนดาบชิงกับปรมาจารย์หยางนั่งอยู่บนเก้าอี้ 2 ใน 3 ตัว ส่วนเก้าอี้ตัวสุดท้าย ผู้ที่นั่งอยู่เป็นชายวัยกลางคนที่ดูสง่างามมาก ใบหน้าของเขามีส่วนคล้ายหลัวชวนฉิง แต่ทรงอำนาจและดูล้ำลึกกว่า แน่นอนว่าชายวัยกลางคนผู้นี้จะต้องเป็นท่านพ่อขององค์หญิงน้อยและว่าที่พ่อตาของเขา
ที่ยืนอยู่ด้านหลังชายวัยกลางคนคือหลัวชวนฉิงกับสาวน้อยสวมผ้าคลุมหน้าสีแดงที่ปกปิดหน้าตาของเธอไว้อย่างเขินอาย
“ลั่วชิง…”
จางเซวียนตื่นเต้นขึ้นมาทันที ความสุขใจที่ไม่อาจบรรยายได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขา
ระยะเวลาหลายเดือนที่ทั้งคู่ต้องแยกจากกันดูจะยาวนานราวกับหลายทศวรรษ ไม่มีวันคืนไหนเลยที่สาวน้อยไม่ได้เข้ามาอยู่ในใจของเขา
จางเซวียนสูดหายใจลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นก่อนจะหันกลับไปฟังการสนทนาระหว่างหัวหน้าตระกูลทั้งสอง อยากรู้รายละเอียดเรื่องงานแต่งงานของตัวเอง
แต่ถึงอย่างนั้น สายตาของเขาก็ยังอดจับจ้องสาวน้อยเป็นระยะๆ ไม่ได้ ไม่ช้าเขาก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ รูปร่างของเธอ…ดูจะเปลี่ยนไปจากเดิมสักหน่อยหรือเปล่า?
เขาเปิดใจกับหลัวลั่วชิงที่พระราชวังชิวอู๋ แต่หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็ต้องแยกจากกัน ถึงจะได้ใช้เวลาร่วมกันเพียงระยะสั้นๆ แต่เรือนร่างอันงดงามของเธอก็ตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขาอย่างไม่มีวันลืมเลือน แม้สาวน้อยผู้เขินอายที่สวมผ้าคลุมหน้าสีแดงคนนี้จะงดงามอย่างไร้ที่ติ แต่ก็มีความแตกต่างบางอย่างที่เขารู้สึกได้
เป็นไปได้ไหมว่าในครั้งนั้นเธอไม่เพียงแค่ปลอมแปลงหน้าตา แต่ยังปลอมแปลงรูปร่างด้วย?
เขาเคยใช้ดวงตาหยั่งรู้กับหลัวลั่วชิงมาแล้ว และรู้ดีว่าเธอปลอมแปลงหน้าตาของตัวเอง แต่สำหรับรูปร่างของเธอนั้น เขาไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ หรือว่านี่คือรูปร่างจริงๆ ของเธอ?
ขณะที่หัวสมองของจางเซวียนกำลังวิ่งพล่าน ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะใช้การรับรู้จิตวิญญาณหรือดวงตาหยั่งรู้กับสาวน้อยเพื่อยืนยันความแน่ใจของตัวเองหรือไม่ เสียงของเซียนดาบชิงก็ดังขึ้น
“เซวียนเอ๋อ เรามีความเห็นว่างานแต่งงานของลูกควรจะจัดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดหลังจากที่เรากลับตระกูลจาง ลูกมีความเห็นอย่างไร?”
“ผมไม่ค้าน” จางเซวียนรีบพยักหน้า
การได้แต่งงานกับหลัวลั่วชิงเป็นความปรารถนาสูงสุดของเขานับตั้งแต่เขามาถึงทวีปแห่งปรมาจารย์ และในเมื่อทุกอย่างกำลังจะสำเร็จลงตรงหน้า แล้วเขาจะรอช้าไปเพื่ออะไร?
“เยี่ยมเลย ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้นะ! ผมขอขอบคุณมิตรสหายทุกท่านที่มางานเฉลิมฉลองของเรา และขอเชิญทุกท่านอย่างเป็นทางการให้ไปร่วมงานเฉลิมฉลองระหว่างตระกูลของเราทั้งคู่ที่ตระกูลจางด้วย” เซียนดาบชิงหัวเราะลั่น
“แน่นอน แน่อยู่แล้ว!”
“ผมไม่พลาดการดื่มอวยพรงานแต่งงานแน่!”
ฝูงชนพากันประสานมือและตอบเสียงเซ็งแซ่
เมื่อการตัดสินใจเรื่องงานแต่งงานลุล่วงไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องหารือกันอีก เซียนดาบชิงจึงลุกขึ้นจากที่นั่งและผายมืออย่างวางมาด “เยี่ยม! ถ้าอย่างนั้น ก็ออกเดินทางกันเถอะ”
ในตอนนั้นเองที่เซียนดาบชิงเพิ่งรู้สึกว่าลูกชายของเขายังคงยืนจังงัง จึงได้แต่หัวเราะหึๆ “ลูกยืนเฉยอยู่ทำไมนี่? ไม่พาว่าที่ภรรยาของลูกไปที่เกี้ยวหรือ?”
“ได้!”
จางเซวียนสลัดตัวเองออกจากภวังค์และรีบเดินไปหาสาวน้อย ขณะที่เขากำลังจะจับมือของเธอ ก็ปรากฏเสียงอื้ออึงดังสนั่นด้านนอก ตามมาด้วยเสียงระเบิดลั่น
“เกิดอะไรขึ้น?” หัวหน้าตระกูลหลัวรีบลุกขึ้นและมองออกไปข้างนอก
หนึ่งในเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหลัวพรวดพราดเข้ามารายงาน “ท่านหัวหน้า ข่าวร้าย! มีคนแปลกหน้า 2 คนบุกรุกเข้ามาในห้องโถงใหญ่ คนของเราสกัดกั้นพวกเขาไว้ไม่ได้…”
“ผู้เชี่ยวชาญมากมายมารวมตัวกันเพื่อเป็นพยานในงานหมั้นระหว่างตระกูลจางกับตระกูลหลัว แต่ยังมีคนกล้าพอจะมาสร้างความปั่นป่วนที่นี่หรือ? ดีล่ะ ขอผมไปดูหน่อยว่าเป็นใคร!” หัวหน้าตระกูลหลัวมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาหรี่ตาอย่างดุร้าย
บังอาจสร้างปัญหาในโอกาสยิ่งใหญ่แบบนี้ แถมยังกล้าเผชิญหน้ากับเหล่าผู้เชี่ยวชาญมากมาย เจ้าผู้บุกรุก 2 คนนั่นจะอาจหาญเกินไปไหม?
“อาจเป็นเขา…” จางเซวียนชำเลืองมองเจิ้งหยางกับคนอื่นๆ และเห็นทุกคนเตรียมตัวพร้อม
ก่อนหน้านี้ เขาคาดเดาไว้ว่าเจ้าตัวการที่ลักพาตัวจ้าวหย่า เว่ยหรูเหยียน และหยวนเทาอาจปรากฏตัวที่นี่ในโอกาสสำคัญแบบนี้ เพื่อขโมยเครื่องรางฟ้าประทานในตำนานไปจากตระกูลจางและตระกูลหลัว ซึ่งเท่าที่ดูจากความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น ก็ดูเหมือนลางสังหรณ์ของเขาจะแม่นยำ!
“ไปดูกันเถอะ!” จางเซวียนไม่อาจคงความสุขุมไว้ได้อีกต่อไปเมื่อรู้ว่าเจ้าตัวการที่ลักพาตัวลูกศิษย์ของเขาอยู่ในบริเวณนี้ จึงรีบตามหัวหน้าตระกูลหลัวออกไป
เมื่อไปถึงประตูห้องโถงใหญ่ ก็เห็นเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหลัวและบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ออกไปรับมือก่อนหน้านี้ถูกตอบโต้กลับอย่างแรง ขนาดพวกเขาผนึกกำลังกันก็ยังสู้กับผู้บุกรุกไม่ได้!
“พวกนั้นคือพวกที่ลักพาตัวจ้าวหย่าหรือเปล่า?”
จางเซวียนมองผู้บุกรุกทั้งสอง และเห็นว่าผู้ที่เปิดการโจมตีก่อนนั้นคือเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่ง อายุราว 13-14 ปี
ที่ยืนอยู่ด้านหลังเด็กชายวัยรุ่นคนนั้นคือสาวน้อยที่สวมผ้าคลุมหน้า แม้ไม่อาจมองเห็นหน้าตาของเธอเพราะมีผ้าคลุมหน้าบังอยู่ แต่เท่าที่เห็น เธอก็น่าจะเป็นคนสวยอย่างหาตัวจับยาก
“รูปร่างแบบนี้…” จางเซวียนถึงกับตัวแข็งขณะลางสังหรณ์ร้ายปรากฏ
ฟึ่บ!
ในเวลาเดียวกัน สาวน้อยที่สวมผ้าคลุมหน้าก็ร่อนลงสู่พื้น เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามชวนตะลึง ซึ่งอาจทำให้ชายหนุ่มคนไหนคลุ้มคลั่งก็ได้
“เมืองหลวงแห่งเปลวเพลิง…ฉันเปิดใจให้คุณ, พระราชวังชิวอู๋…ฉันสาบานว่าจะมอบอนาคตของฉันให้คุณ…จางเซวียน คุณสัญญากับฉันว่าไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เราก็จะอยู่ด้วยกัน แต่ทำไมฉันถึงเห็นคุณกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอื่น?”
หลากหลายอารมณ์และความรู้สึกสั่นสะท้านอยู่ในดวงตาแดงก่ำของสาวน้อย ความโกรธ ความแค้น ความเสียใจ ความผิดหวัง…
“คะ-คุณคือหลัวลั่วชิง…”
ราวกับมีฟ้าแลบแปลบปลาบในสมองของเขา หัวใจของจางเซวียนสับสนวุ่นวาย
สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้หญิงที่เขาสาบานว่าจะร่วมเดินทางไปกับเธอตลอดชีวิตอันยาวไกล, หลัวลั่วชิง!
แต่ถ้าเธอคือหลัวลั่วชิง…แล้วองค์หญิงน้อยล่ะเป็นใคร?
จางเซวียนรีบหันกลับไป เห็นสาวน้อยอีกคนเปิดผ้าคลุมหน้า เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่คล้ายคลึงกับใครคนหนึ่งที่เขารู้จัก
จางเซวียนตัวแข็งทื่อ “ฉีฉี…”
