ตอนที่ 1575 ความเบิกบานขององค์หญิงน้อย (2)
เห็นสีหน้าปลาบปลื้มอิ่มเอิบของน้องสาว หลัวชวนฉิงพูดพร้อมกับยิ้มอย่างโล่งใจ “เซียนดาบชิงแห่งตระกูลจางกำลังหารือกับท่านพ่อของเราเรื่องการจัดงานแต่งงาน และเราก็รับของหมั้นทั้งหมดไว้แล้ว เป็นไปได้ว่าเธอจะต้องกลับตระกูลจางพร้อมกับเจ้าหนุ่มนั่นในวันนี้แหละ เดี๋ยวเตรียมตัวเสร็จแล้วก็รีบออกไปนะ บรรดาแขกเหรื่อน่ะอยากเห็นเธอจะแย่แล้ว!”
ถึงเขาจะไม่เต็มใจนักที่เห็นน้องสาวต้องแต่งงานกับชายอื่น แต่นี่ก็เป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้ เป็นความบังเอิญที่แม้แต่ตัวเขาก็ไม่เคยกล้าคิดฝันว่าจะเกิดขึ้นจริง
“ได้สิ” สาวน้อยพยักหน้าก่อนจะหันไปมองกระจก “ช่วยฉันดูหน่อยว่าต้องแก้ไขอะไรอีกบ้าง…”
“ไม่ต้องห่วงหรอก นายหญิงน้อย วันนี้ไม่มีใครงดงามเกินกว่านายหญิงอีกแล้ว!” สาวใช้ที่อยู่ด้านหลังตอบพร้อมกับยิ้มให้
ที่ผ่านมา นายหญิงน้อยทั้งเงียบขรึมและเย็นชามาตลอด ใครจะไปคิดว่าเธอจะมีมุมแบบนี้ด้วยเมื่อพูดถึงคนที่เธอรัก?
“อย่างนั้นหรือ?” สาวน้อยถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนและยิ้มเขินๆ ให้พี่ชายของเธอ “เราไปกันเถอะ”
“ไป!” หลัวชวนฉิงพยักหน้าขณะเดินนำ
สาวใช้ทั้ง 2 รีบตามไปติดๆ
สาวน้อยยังอดถามไม่ได้ “พี่ชาย วันนี้ใครมาบ้าง?”
ถึงเธอจะรู้ข่าวจากสาวใช้แล้วว่ามีแขกเหรื่อผู้ทรงอำนาจอยู่มากมาย แต่ก็ยังไม่รู้รายละเอียด
“บรรดาหัวหน้าและผู้อาวุโสที่ 1 ของตระกูลนักปราชญ์เกือบทุกตระกูลมากันหมด ดูเหมือนชื่อเสียงของหมอนั่นจะไม่เบาเลยทีเดียว!” หลัวชวนฉิงหัวเราะหึๆ
พูดตามตรง เขาเองก็แทบไม่เชื่อสายตาว่าจะมีผู้คนมามากมายขนาดนี้
“หัวหน้าเหล่าตระกูลนักปราชญ์มากันเกือบหมด?” สาวน้อยตาโตด้วยความประหลาดใจ “พวกเขามา…เพื่อแสดงความยินดีกับงานหมั้นของเราหรือ?”
“จะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ?” หลัวชวนฉิงตอบ “ครั้งล่าสุดที่มีงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ขนาดนี้ก็คือตอนที่ผู้ก่อตั้งสถาปนาตระกูลหลัวของเราขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้น แขกเหรื่อก็ยังไม่มากเท่าวันนี้ งานหมั้นของเธอน่ะทำให้ตระกูลหลัวก้าวขึ้นสู่สุดยอดของทวีปแห่งปรมาจารย์อีกครั้ง ถึงเจ้าหนุ่มนั่นจะไว้ใจไม่ค่อยได้ แต่พี่ก็ต้องขอบอกว่าคราวนี้เขาทำได้ดีเลยทีเดียว ทำให้องค์หญิงน้อยของเรายอมเข้าพิธีอย่างเบิกบาน ไม่มีความเศร้าโศกเลยสักนิด!”
“ใช่” สาวน้อยพยักหน้าขณะที่รู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ
แม้เธอจะได้เป็นผู้เก็บงำมิติและกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกัน แต่ก็รู้ดีว่าต่อให้เป็นตัวเธอเองก็ไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ผู้คนมารวมตัวกันมากขนาดนี้
ความรุ่งโรจน์ครั้งนี้จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของตระกูลหลัวตลอดไป เป็นที่จดจำไปอีกหลายพันปี
“นายหญิงน้อยปรารถนามาตลอดที่จะได้แต่งงานกับคนที่เธอรักและมีคนทั้งโลกมอบคำอวยพรให้ จะพูดได้ไหมว่าครั้งนี้ความปรารถนาของเธอกลายเป็นจริง?” สาวใช้คนหนึ่งตั้งคำถามด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอน! ถ้าแบบนี้ยังไม่เรียกว่าเป็นคำอวยพรของคนทั้งโลก แล้วจะเรียกว่าอะไร?” หลัวชวนฉิงตอบ “ห้องโถงใหญ่อยู่ข้างหน้านั่นน่ะ สวมผ้าคลุมหน้าของเธอเสียก่อน!”
ขณะที่กำลังพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน พวกเขาก็มาถึงห้องโถงใหญ่ เห็นสายตาของหลัวชวนฉิง สาวใช้รีบคลุมใบหน้าอันงดงามขององค์หญิงน้อยไว้ด้วยผ้าคลุมหน้าสีแดง
ตามธรรมเนียม ฝ่ายหญิงจะต้องคลุมใบหน้าของเธอไว้ด้วยผ้าสีแดงตลอดพิธีหมั้น ยิ่งมีกลุ่มอำนาจใหญ่ๆ มากมายมาเฝ้าดูงานหมั้นแบบนี้ ก็ยิ่งต้องรักษาธรรมเนียมให้เคร่งครัดมากขึ้น
หลังจากสวมผ้าคลุมหน้าสีแดงแล้ว สาวน้อยก็เดินตามหลัวชวนฉิงเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ยังไม่ทันที่จะได้ที่นั่ง เสียงประกาศก้องก็ดังมาจากด้านหลัง
“รองหัวหน้าปูชนียสถานจานเทียนเฉินและเหล่าผู้อาวุโสของปูชนียสถานนักปราชญ์มาถึงแล้ว ขอแสดงความยินดีให้กับคู่รักที่มีวาสนาต่อกันจากตระกูลจางและตระกูลหลัว!”
“รองประธานสภาปรมาจารย์เหรินชิงหยวนและปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวอีกสิบคนจากสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่มาเพื่อมอบคำอวยพรให้กับคู่หมั้นทั้งสอง!”
“แม้แต่คนจากปูชนียสถานนักปราชญ์และสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็ยังมา? แถมยังเป็นถึงรองหัวหน้าปูชนียสถานและรองประธานสภาปรมาจารย์ด้วย!” สาวน้อยถึงกับประหลาดใจ
เพียงแค่ได้เห็นเหล่าหัวหน้าตระกูลนักปราชญ์มาแสดงความปรารถนาดีก็น่ำตกตะลึงแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่รองประธานสภาปรมาจารย์ก็ยังมาที่นี่พร้อมกับปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวอีกมากมายเพื่อมอบคำอวยพรให้ ช่างเป็นเกียรติอย่างสูงจริงๆ
เมื่อมีงานเฉลิมฉลองระดับนี้ เธอก็ไม่อยากได้อะไรอีกแล้ว!
“ผู้อาวุโสสูงสุดฮั่วฉื่อชิงจากสภาปรมาจารย์มาพร้อมกับเหล่าศิษย์สายตรงเพื่อแสดงความยินดีกับตระกูลจางและตระกูลหลัว!”
“ฮั่วฉื่อชิง? ใช่ผู้อาวุโสสูงสุดที่ปลีกตัวจากโลกภายนอกไปแล้วหรือเปล่า? ทำไมเขาถึงมาร่วมงานหมั้นด้วย?”
“ผมก็ไม่รู้ ก่อนหน้านี้ ตอนที่เหรินชิงหยวนได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นรองประธานสภาปรมาจารย์ เขาก็ส่งคำเชิญไปยังฮั่วฉื่อชิง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ใส่ใจ ใครจะไปคิดว่าเขาจะมาร่วมงานหมั้นครั้งนี้?”
“จะมีอะไรเป็นเกียรติยิ่งใหญ่ยิ่งกว่านี้อีก? ถ้าผมเป็นองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว คงตัวลอยจนทำอะไรไม่ถูก!”
เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงและอิจฉาดังเซ็งแซ่
“ขนาดผู้อาวุโสสูงสุดฮั่วฉื่อชิงก็ยังมา…” สาวน้อยกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น
เมื่อเธอยังเด็ก ท่านพ่อของเธอได้พาไปพบฮั่วฉื่อชิง เพื่อหวังจะโน้มน้าวอีกฝ่ายให้รับเธอเป็นศิษย์ แต่ก็ถูกปฏิเสธ ใครจะไปคิดว่าเขาจะมาร่วมงานหมั้นของเธอ!
“สุภาพบุรุษมือลึกลับก็มาอวยพร!”
ผู้อาวุโสสูงสุดอู๋ชิงแห่งสมาคมช่างตีเหล็กก็มาแสดงความยินดีกับคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกัน!”
“นักบวชแห่งทะเลสาบสงบเย็น, ตู้อี้เหยา ก็มาอวยพร!”
“เซียนกระบี่ลิ่งหูชงก็มามอบความปรารถนาดีของเขา!”
……
ความตกตะลึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การปรากฏตัวของผู้อาวุโสสูงสุดฮั่วฉื่อชิง ไม่ช้าเสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกหลายครั้ง
มีชื่อที่คุ้นหูมากมายซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์ไว้กับทวีปแห่งปรมาจารย์ เสียงประกาศชื่อเหล่านั้นดังเข้าหูฝูงชนครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เกิดการออกความเห็นเซ็งแซ่ขึ้นในห้องโถงใหญ่
“สุภาพบุรุษมือลึกลับคือผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นเมื่อพันปีที่แล้ว ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นประธานสมาคมนายแพทย์ แต่แล้วก็หายตัวไปอย่างปุบปับตั้งแต่เมื่อ 500 ปีก่อน หลายคนคิดว่าเขาคงเสียชีวิตไปแล้ว ใครจะไปรู้ว่าไม่เพียงแต่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่ยังมาอวยพรให้คู่หมั้นด้วย!”
“ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นได้ช่วยชีวิตเหล่าผู้เชี่ยวชาญไว้นับไม่ถ้วน ผู้เชี่ยวชาญมากมายจากรุ่นก่อนๆ ล้วนแต่เป็นหนี้บุญคุณเขา!”
“นั่นใช่ผู้อาวุโสสูงสุดอู๋ชิงที่ได้ชื่อว่าเป็นช่างตีเหล็กผู้ไร้หัวใจหรือเปล่า? เขาไม่มีความรู้สึกรู้สาใดๆ แม้แต่กับคนที่เขารัก ว่ากันว่าครั้งหนึ่งลูกชายของเขาเคยอ้อนวอนให้เขาหลอมอาวุธให้กับคู่รักของตัวเอง แต่ก็ถูกปิดประตูใส่หน้า คนแบบนี้ก็ยังมางานหมั้นครั้งนี้ด้วย…”
“ผมดูของขวัญของเขาแล้ว ดูเหมือนจะเป็นทรัพย์สมบัติที่อยู่ในระดับขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่!”
“นักบวชแห่งทะเลสาบสงบเย็นเป็นใคร?”
“ชายผู้นั้นเป็นคนพิลึกพิลั่นคนหนึ่งของทวีปแห่งปรมาจารย์ เขาตั้งสมญานามให้ตัวเองตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อน ตอนที่เอาชนะปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวได้ถึง 3 คนพร้อมกันทีเดียวโดยใช้ศิลปะเพลงดาบของเขา เขาชื่นชอบการเล่นหมากรุกมาก เดินทางตระเวนไปทั่วโลกเพื่อท้าทายเหล่าผู้เชี่ยวชาญเรื่องหมากรุก แต่ก็หาคู่แข่งขันที่เหมาะสมไม่ได้ แล้ววันหนึ่งเขาก็หายตัวไปจากทวีปแห่งปรมาจารย์อย่างกะทันหัน ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน นึกไม่ถึงเลยว่าจะกลับมาเพื่อร่วมงานในวันนี้!”
“อันที่จริง คนที่ผมเคารพมากที่สุดคือเซียนกระบี่ลิ่งหูชง…”
“ผมมาร่วมงานนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลัวและตระกูลจาง ใครจะไปคิดว่าจะได้รับเกียรติให้พบผู้เชี่ยวชาญผู้โดดเด่นเหล่านี้…ช่างเป็นบุญตาเสียจริงๆ การมาที่นี่ในวันนี้ไม่สูญเปล่าเลย!”
“จริงด้วย ผมคงเสียใจไปชั่วชีวิตหากพลาดการรวมตัวครั้งนี้”
……
ขณะที่รายชื่อซึ่งปรากฏแต่ในตำนานเท่านั้นดังขึ้นชื่อแล้วชื่อเล่า เสียงเซ็งแซ่ของฝูงชนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ
แม้แต่เหล่าหัวหน้าตระกูลนักปราชญ์ผู้ทรงเกียรติก็ยังตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้เห็นบุรุษผู้เป็นตำนานเหล่านั้น ไม่ต่างกับเด็กน้อยที่ได้พบดาราในดวงใจของตัวเอง
“ปรมาจารย์จางคือผู้ที่ทำให้คนเหล่านั้นมาที่นี่หรือ?”
ภายใต้ผ้าคลุมหน้า สาวน้อยไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัวเธอ แต่ก็พอจะรู้สึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจากเสียงของคนอื่นๆ นัยน์ตาของเธอแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
ในฐานะทายาทสาวของตระกูลใหญ่ ชะตาชีวิตของเธอถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว เธอรู้ดีว่าตัวเองทำได้เพียงแค่เดินตามเส้นทางที่คนอื่นวางไว้ให้ ไม่เคยวาดฝันถึงอนาคต ไม่นึกเลยว่าชีวิตของเธอจะมีวันที่ได้โดดเด่นและหรูหราขนาดนี้!
“ขอบคุณนะ…”
รู้ดีว่าปรมาจารย์จางคงต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเพื่อเชื้อเชิญคนเหล่านี้มา ในใจของสาวน้อยเต็มไปด้วยความสำนึกในบุญคุณ
“ดูนั่น ปรมาจารย์จางมาแล้ว!”
ในตอนนั้นเอง เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นอีกครั้ง
จางเซวียนกับเซียนดาบเหมิงกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่
