ตอนที่ 271 สัญญาหนอนกู้
เหล่าองครักษ์ต้องกัดฟันอดกลั้นกับการที่อีกฝ่ายตบเซียนสมุนไพรสลบ เพราะเขาอ้างว่ามันคือศาสตร์ลับ
แต่หมอนั่นก็จาบจ้วงถึงขั้นประกาศว่าเซียนสมุนไพรกำลังชดใช้เวรกรรม นั่นถือเป็นการหยามเกียรติกันอย่างร้ายแรง แล้วพวกเขาจะนิ่งเฉยได้อย่างไร
“แกกล้าดีอย่างไร!”
“รนหาที่ตายแล้ว!”
บรรดาองครักษ์จ้องจางเซวียนอย่างโกรธแค้น ดาบในมือของพวกเขาเปล่งประกายวาววับ หากได้รับคำสั่งเมื่อไร พวกเขาก็จะสับเจ้าโอหังนี่ให้เละทันที
“หมอนี่ต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ”
“ผมรู้จักไป๋ชานมานานแล้ว ถึงนิสัยของเขาจะไม่ได้เรื่องอย่างไร แต่สติสตังก็ปกติดี ทำไมถึงเกิด…บ้าบอขึ้นมาปุบปับแบบนี้?”
ตอนแรกทุกคนคิดว่าจางเซวียนคงจะมาพร้อมกับทฤษฎีใหม่ๆอันน่าทึ่ง แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเขา นายแพทย์เหล่านั้นก็แทบกระอักเลือด ทุกคนจ้องจางเซวียนอย่างอึ้งตะลึงราวกับเห็นปีศาจ
ไม่ว่าใครที่เคยเหยียบย่างเข้ามาในเมืองบัวแดงต่างก็รู้ซึ้งถึงอำนาจของเซียนสมุนไพร
ในดินแดนแห่งนี้ เขามีอำนาจไม่ต่างจากฮ่องเต้
ขนาดองค์ชายแห่งอาณาจักรเทียนหวู่ที่แวะมาเยี่ยมเยียนก็ยังต้องก้มหัวให้เขาอย่างไม่มีทางเลือก การที่จางเซวียนตบเขาสลบถือเป็นการหยามเกียรติกันอย่างร้ายแรง แถมยังกำเริบหนักขึ้นอีกด้วยการพูดว่าเขากำลัง ‘ชดใช้เวรกรรม’…
นี่คุณเบื่อหน่ายชีวิตขนาดหนัก หรือคิดว่าเซียนสมุนไพรเป็นคนมีนิสัยเป็นกันเองอย่างนั้นหรือ?
นายแพทย์เฉินเฟิงมองจางเซวียนราวกับเห็นคนปัญญาอ่อน
หรือว่าหมอนี่…ถูกสัตว์ร้ายสักตัวหนึ่งเตะหัวเขาให้?
ไม่อย่างนั้นจะพูดจาโง่บรมขนาดนั้นออกมาได้อย่างไร?
“ตาย…คราวนี้เราตายจริงๆ…”
โม่หยู่ตบหน้าผาก แทบจะปล่อยโฮออกมาเดี๋ยวนั้น
เรื่องที่ตบเซียนสมุนไพรสลบ จางเซวียนยังพอแก้ตัวได้ว่าเป็นการแสดงศาสตร์ลับ แต่สิ่งที่เขาพูดออกมาหลังจากนั้นถือเป็นการลบหลู่อีกฝ่ายอย่างร้ายแรง ไม่มีทางหันหลังกลับได้
ถ้านายอยากตาย ก็ตายไปคนเดียวสิ มาลากฉันไปด้วยทำไม…
ฉันมาที่นี่ก็เพื่อหาความรู้และประสบการณ์ในโลกกว้างเท่านั้น ฉันไปทำอะไรใคร ถึงต้องมารับผิดชอบเรื่องแบบนี้…
แต่ช่างเถอะ ถึงอย่างไรก็มาด้วยกัน ต่อให้หมอนี่อยากจะฆ่าตัวตาย ฉันก็ปล่อยเขาไว้ไม่ได้!
ถึงจะแทบหายใจหายคอไม่ออก แต่โม่หยู่ก็กัดฟันและส่งโทรจิตหาจางเซวียน “จางเซวียน เรียกเจ้าเขี้ยวเหล็กเหินฟ้ามาเดี๋ยวนี้เลย ฉันมีแผ่นค่ายกลที่พ่อทิ้งไว้ให้ มันพอจะยื้อเวลาได้สักหน่อย เร็วเข้าเถอะ บางทีเราอาจยังมีโอกาส”
พวกเขาอยู่ลึกเข้ามาในฐานที่ตั้งของอีกฝ่ายก็จริง แต่ด้วยวรยุทธขั้นกึ่งจื้อจุนของเจ้าเขี้ยวเหล็กเหินฟ้า และความสามารถในการบินของมัน ก็มีโอกาสอยู่มากที่ทั้งคู่จะหลบหนีได้สำเร็จ
ปัญหาก็คือพวกเขาจะเอาชีวิตให้รอดจนถึงตอนที่เจ้าเขี้ยวเหล็กมาได้อย่างไร
โม่หยู่กำแหวนเก็บสมบัติของเธอไว้แน่นและสอดส่ายสายตาไปรอบๆอย่างระวังระไว หากมีใครรุกเข้ามาเมื่อไหร่ เธอจะขว้างค่ายกลออกไปทันที
ในฐานะองค์หญิงของอาณาจักร โม่หยู่ซุกกลเม็ดการเอาตัวรอดไว้มากมาย
แผ่นค่ายกลคืออุปกรณ์ช่วยชีวิตที่มีค่ายกลหลากหลายรูปแบบถูกฝังไว้ ต่อให้ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล ก็กระตุ้นให้มันทำงานได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปเท่านั้น
ถึงมันจะทำงานได้ไม่เต็มกำลังเท่าค่ายกลของจริง แต่ก็พกพาสะดวกและใช้งานได้ทันที ทำให้เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการใช้เอาตัวรอด
แผ่นค่ายกลนี้มีราคาแพง และต้องใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงมีแต่คนระดับเดียวกับโม่หยู่เท่านั้นที่หามาใช้ได้
“จะเรียกมันมาทำไม? ไม่ต้องกังวลหรอก!”
เห็นสีหน้าเดือดร้อนใจของอีกฝ่าย จางเซวียนยิ้ม
“คุณ…”
เห็นหมอนั่นยังเต๊ะท่าทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมอย่างหนัก โม่หยู่ถึงกับปรี๊ด “คุณลบหลู่เซียนสมุนไพรนะ ถ้าเราไม่รีบเผ่นตอนนี้ล่ะก็ ตายคาที่แน่ๆ!”
“ลบหลู่?” ผมแค่อธิบายอาการป่วยให้เขาฟังเท่านั้นเอง ผมไปลบหลู่ใครกัน? “จางเซวียนโบกมืออย่างไม่ยี่หระราวกับจะยืนยันให้เธอมั่นใจ” ไม่ต้องกังวลเลย อยู่เฉยๆแล้วก็รอไป!”
“อธิบายอาการป่วย?”
โม่หยู่แทบจะบ้า
ไอ้การพูดหยาบคายใส่คนอื่นด้วยการประกาศว่าเขากำลังชดใช้เวรกรรมนี่นะที่เรียกว่าอธิบายอาการป่วย?
ฉันเป็นผู้ช่วยนายแพทย์มาก็นานแล้ว ยังไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้
อยู่เฉยๆแล้วก็รอไป? ฉันต้องบ้าแน่ถ้าให้อยู่เฉยๆแล้วก็รอในสถานการณ์แบบนี้!
โม่หยู่โมโหเดือด แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เวลาที่จะเหวี่ยง เธอมองไปรอบๆและวิเคราะห์หาทางหนีทีไล่
ถ้ารู้ว่าไอ้หมอนี่จะไว้ใจไม่ได้ขนาดนี้ จะไม่มีทางมาร่วมหัวจมท้ายกับเขาเลย
“นายแพทย์ไป๋ชาน ผมตั้งใจเชิญคุณให้เข้ามารักษานายท่าน ในเมื่อคุณพูดจาให้เราเสื่อมเสียขนาดนี้ ถ้าไม่มีคำอธิบายที่ฟังขึ้นล่ะก็ อย่าหวังจะได้ออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้เลย!”
พ่อบ้านลู่ไม่สนใจความตกตะลึงของทุกคน เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างโกรธจัดและจ้องหน้าจางเซวียน
ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเคยแก้ปัญหาให้เขามาก่อน เขาคงใช้ดาบจัดการให้สิ้นซากไปแล้วก่อนที่หมอนั่นจะมีโอกาสอธิบาย
“อย่าวู่วามไปเลย ผมจะอธิบายทุกอย่าง แต่ว่า…มีคนอยู่เยอะแยะ คุณแน่ใจหรือว่าอยากให้ผมพูด” จางเซวียนไม่รู้สึกรู้สากับการข่มขู่นั้น เขายังคงยิ้มรับอย่างสบายใจ
“เลิกวางท่าเสียที ต่อให้สิ่งที่แกพูดจะน่าทึ่งแค่ไหน แกก็ต้องตายอยู่ดี!”
“กล้าหยามศักดิ์ศรีของเซียนสมุนไพร มันสมควรตาย!”
“พ่อบ้านลู่ มัวเสียเวลากับมันทำไม สั่งมาคำเดียว แล้วพวกเราจะสับไอ้คนที่บังอาจหยามหมิ่นนายท่านให้เละ!”
….
เห็นอีกฝ่ายยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน บรรดาาองครักษ์ต่างตวาดกร้าวและไม่ปกปิดเจตนาสังหารที่มีต่อจางเซวียนอีกต่อไป
ทุกคนล้วนเป็นนักรบขั้นทงฉวน เมื่อพวกเขาจำนวนหลายสิบคนสำแดงวรยุทธออกมาพร้อมๆกัน คนอื่นๆที่อยู่ในห้องก็ถึงกับหายใจหอบด้วยแรงกดดันอันหนักหน่วงนั้น และถึงกับมีเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ
ขนาดนายแพทย์หลายคนที่มีวรยุทธขั้นจงซรือก็ยังหน้าซีด พวกเขาล่าถอยไปโดยอัตโนมัติเพราะไม่อาจต้านทานพลังนั้นได้
ถึงนักรบขั้นจงซรือจะแข็งแกร่งกว่าขั้นทงฉวนมาก แต่องครักษ์เหล่านั้นมีกันหลายคน และหลอมรวมพลังเข้าเป็นทีมอันแข็งแกร่ง ทั้งยังมีอาวุธร้ายที่ต่อให้นักรบขั้นจงซรือก็ยังรับมือได้ยาก
“พอแล้ว!”
เห็นองครักษ์กำลังจะเข้าจู่โจมจางเซวียน พ่อบ้านลู่โบกมือและคำราม “ช้าก่อน!”
จากนั้นเขาหันไปพูดกับจางเซวียน “นายแพทย์ไป๋ องครักษ์เหล่านี้ล้วนแต่ภักดีกับนายท่าน คำพูดของคุณทำให้พวกเขาไม่พอใจ ถ้าคุณไม่อธิบายล่ะก็ ต่อให้ผมก็หยุดพวกเขาไม่ได้”
น้ำเสียงของเขาคุกคาม
ถ้าจางเซวียนหาเหตุผลดีๆไม่ได้ พวกนั้นเอาตายแน่
“ผมพร้อมอธิบาย แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับ ผมรู้สึกว่าไม่ควรจะพูดออกมาต่อหน้าคนหมู่มาก!”
ถึงชีวิตจะห้อยต่องแต่งอยู่ปากเหว จางเซวียนก็ยังดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจสักนิด เขาเดินไปหาเซียนสมุนไพรและพูดหน้านิ่ง “เอาอย่างนี้ ผมจะพูด 3 คำ ถ้าคุณเห็นว่าการวินิจฉัยของผมฟังขึ้น เราก็หารือกันต่อ แต่ถ้าไม่ ก็แค่ฆ่าผมซะ!”
หลังจากได้ฟังเขาพูดกับเซียนสมุนไพร พ่อบ้านลู่ก็พยักหน้า “ดี!”
“ถ้างั้นก็!”
จางเซวียนยิ้ม “3 คำของผมง่ายมาก…สัญญาหนอนกู้!”
“สัญญาหนอนกู้? มันคืออะไร?”
พ่อบ้านลู่กำลังสงสัยในคำประหลาดที่จางเซวียนพ่นออกมา และกำลังคิดว่าจะสับหมอนี่ให้เละเลยดีหรือไม่ ก็พอดีกับที่เซียนสมุนไพรมีสีหน้าตกตะลึงสุดขีด นัยน์ตาที่ฝ้าฟางและไร้ชีวิตชีวาของเขาเป็นประกายร้อนรนขึ้นมาทันที
“ให้…ให้…คนอื่นออกไป…”
เขารวบรวมกำลังและกระเสือกกระสนเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา
“เฮ้ย…”
เห็นไป๋ชานใช้คำพูดเพียง 3 คำ ทำให้เซียนสมุนไพรที่กำลังร่อแร่กระเสือกกระสนพูดออกมาได้ ทุกคนหันขวับไปมองเขาราวกับเห็นปีศาจ
ตอนแรก พวกเขาคิดว่าหมอนี่ต้องตายแน่ ไม่นึกว่าจะมีเรื่องหักมุมแบบนี้
หรือว่า…3 คำนั้นเป็นเวทมนตร์บางอย่าง?
“นายท่าน!”
เห็นนายท่านพูดได้ พ่อบ้านลู่ปรี่เข้าไปทันที และในวินาทีนั้นเขาก็ยืดตัวขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ
“ผมขออภัยด้วย แต่การวินิจฉัยโรคได้สิ้นสุดลงแล้ว ผมขอเชิญพวกคุณทุกคนให้กลับไป! คนของผมจะนำค่าเสียเวลาไปให้พวกคุณในภายหลัง”
จากนั้นเขาก็ได้แต่จ้องจางเซวียน
อาการของเซียนสมุนไพรเพียบหนักถึงขั้นพูดไม่ได้ก็จริง แต่พ่อบ้านลู่รับใช้เขามาหลายต่อหลายปี จนเรียกว่ามองตาก็รู้ใจ
สิ่งที่นายท่านต้องการนั้นง่ายมาก
ทำอย่างที่นายแพทย์ไป๋บอก! เขาเป็นคนเดียวที่ช่วยได้!
คนอวดดีที่เอาแต่พ่นเรื่องไร้สาระจะช่วยชีวิตนายท่านได้จริงๆหรือ?
หรือจะเป็นจริงอย่างที่เขาพูด…ว่านายท่านกำลังชดใช้เวรกรรม?
“ได้สิ!”
“เซียนสมุนไพรและพ่อบ้านลู่ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัว!”
เห็นพ่อบ้านลู่เชิญให้กลับ ถึงพวกเขาจะยังสับสนอยู่ แต่ก็หันหลังกลับออกมาโดยไม่ลังเล แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนจะเดินจากห้องนั่งเล่น ทุกคนก็ยังอดมองนายแพทย์ไป๋ชานอย่างงุนงงไม่ได้
แค่ 3 คำ หมอนั่นก็ทำให้เซียนสมุนไพรไล่พวกเขาออกมา หรือสิ่งที่เขาพูดจะเป็นเรื่องจริง?
แต่ว่า…เราก็ไม่รู้จักอาการป่วยที่มีชื่อว่า ‘สัญญาหนอนกู้’…
“พวกเธอก็ออกไปได้!”
พ่อบ้านลู่ไม่สนใจว่าใครจะสับสนอย่างไร เขาสั่งองครักษ์ให้ออกจากห้องไปเช่นกัน
“ขอรับ!”
รู้ว่าเป็นความประสงค์ของนายท่าน พวกเขาตอบรับและออกจากห้องนั่งเล่นไปทันที
เห็นทุกคนไปกันหมด โม่หยู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะอยู่
ไม่ว่าหมอนั่นจะผิดหรือถูก หรือจะถูกสับและตอนไหน ในเมื่อเธอมากับเขา ทิ้งเขาไว้คนเดียวคงไม่ดีแน่
แม้องค์หญิงผู้แสนจะเย่อหยิ่งคนนี้จะพูดจาไม่ไพเราะเสนาะหูเท่าไรนัก แต่เธอก็เป็นเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ จางเซวียนแอบพยักหน้ารับการตัดสินใจของเธอ
ไม่ช้าก็เหลือแต่พวกเขาที่อยู่ในห้อง
“นายแพทย์ไป๋ชาน ทุกคนไปกันหมดแล้ว คุณจะอธิบายได้หรือยัง?”
รู้ว่าโม่หยู่มากับนายแพทย์ไป๋ พ่อบ้านลู่จึงหันมาโค้งคำนับให้จางเซวียนด้วยความเคารพ
“อือ!” จางเซวียนพยักหน้า “อันที่จริง ครั้งแรกที่ผมได้เห็นเซียนสมุนไพร ผมก็พอมองสถานการณ์ออกคร่าวๆ แต่หลังจากที่ใช้ศาสตร์ลับของผมแล้ว ก็แน่ใจได้ว่า…”
เขาพูดต่อด้วยสีหน้าหดหู่ “เซียนสมุนไพรไม่ได้ป่วยหรือถูกวางยา แต่เขาได้รับผลกระทบจากบางอย่างที่เรียกว่า ‘สัญญาหนอนกู้’ สิ่งนี้ถูกฝังลงไปในตัวเขาเมื่อเขาทำสัญญากับใครคนหนึ่ง และเมื่อคนผู้นั้นตายไป ด้วยฤทธิ์เดชของคำสัญญาหนอนกู้ เขาก็น่าจะต้องตายตกตามไปเหมือนกัน!”
“สัญญาหนอนกู้…มันคืออะไร?” พ่อบ้านลู่ยังคงไม่เข้าใจ
ถึงเขาจะได้พบปะใกล้ชิดกับนายแพทย์และอยู่กับยาสมุนไพรทุกวัน แต่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้
นายท่านของเขาต้องรู้ดีแน่ว่าอีกฝ่ายพูดถึงอะไร แต่ก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะพูดออกมาได้ ถึงพ่อบ้านลู่จะใช้ภาษากายง่ายๆสื่อสารกับเขาได้ แต่เรื่องซับซ้อนขนาดนี้ก็คงพูดกันไม่รู้เรื่อง
“สัญญาหนอนกู้คือการทำสัญญากับคนๆหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งความเชื่อใจของฝ่ายนั้น มันเป็นวิถีทางเฉพาะของกูรูยาพิษ พูดง่ายๆก็คือ มันเหมือนกับสัญญาความเป็นความตายระหว่างนักฝึกอสูรกับอสูรของพวกเขา เมื่อสัญญาถูกทำขึ้นแล้ว ก็เท่ากับยอมจำนนที่จะเป็นบริวารของอีกฝ่ายโดยสมัครใจ หากเจ้านายตายไป บริวารก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้เช่นกัน จะต้องตายตกตามไปในไม่ช้า”
“โดยทั่วไป กูรูยาพิษใช้สิ่งนี้ควบคุมบริวารของพวกเขา เมื่อทำสัญญากันแล้ว บริวารเหล่านั้นจะไม่อาจลิขิตความเป็นความตายของตัวเองได้อีกต่อไป
หากขัดขืนคำสั่งของเจ้านาย ก็จะต้องทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดจากการถูกสัตว์ร้ายแทะกินหัวใจของเขา!”
จางเซวียนอธิบายช้าๆด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มันมี…ของแบบนี้อยู่ในโลกด้วยหรือ?”
พ่อบ้านลู่ประหลาดใจมาก เขาแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ฟัง
ถ้าจางเซวียนไม่พูดขึ้นมา เขาจะไม่มีทางเชื่อเลยว่าของแบบนี้มีอยู่จริง
นัยน์ตาของโม่หยู่ก็แทบปะทุออกจากเบ้า
เธอไม่เคยได้ยินเรื่องสัญญาหนอนกู้ แต่รู้ดีว่าการทำสัญญาความเป็นความตายคืออะไร
ด้วยอานุภาพของสัญญาชนิดนี้ เมื่อไรที่เจ้านายตาย ต่อให้อสูรตัวนั้นจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ต้องถึงวาระสุดท้ายเหมือนกัน
จากที่จางเซวียนอธิบาย ดูเหมือนว่าสัญญาหนอนกู้จะมีอานุภาพมากกว่านั้น ถ้านั่นเป็นเรื่องจริง ก็หมายความว่ามนุษย์สามารถถูกควบคุมและฝึกให้อยู่ในโอวาทได้เหมือนกับอสูรอย่างนั้นหรือ?
ช่างเป็นความคิดที่น่ากลัวเหลือเกิน!
“เป็นไปได้ไหมว่า…สัญญาหนอนกู้นี้จะเกี่ยวข้องกับอาการของนายท่าน?”
พ่อบ้านลู่เพิ่งหายตะลึง แต่ใบหน้ายังคงซีดเผือด
“ไม่ใช่แค่เกี่ยวข้อง แต่มันคือสาเหตุเลยล่ะ!”
จางเซวียนมองเซียนสมุนไพรและส่ายหน้าอย่างสังเวช
“ในฐานะที่เป็นเซียนสมุนไพรและผู้กุมอำนาจของเมืองบัวแดง เขายังเลือกที่จะยอมเป็นบริวารของใครคนหนึ่ง
และเต็มใจให้คนผู้นั้นฝังพิษหนอนกู้อันร้ายกาจนี้เข้าไปในร่างของเขา ถ้าไม่เรียกว่าเป็นการชดใช้เวรกรรมของตัวเอง แล้วจะเรียกว่าอะไร?”
ขนาดฮ่องเต้แห่งอาณาจักรเทียนหวู่ยังไม่กล้ามีปากเสียงกับเซียนสมุนไพรแห่งเมืองบัวแดง นายแพทย์ระดับ 3 ดาวก็ยังต้องก้มหัวให้ ตำแหน่งของเขาสูงส่งกว่าใครๆ มีเกียรติยศมากขนาดนี้ แต่ก็ยังเต็มใจทำสัญญาหนอนกู้เพื่อเป็นทาสรับใช้ของใครคนหนึ่ง ถ้าไม่ใช่การรนหาที่ตาย แล้วจะเรียกว่าอะไรได้?
เขาทำร้ายตัวเองอย่างที่ไม่อาจโทษใครได้เลย
เมื่อได้ฟังคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าแห้งเหี่ยวของเซียนสมุนไพรกลับแดงขึ้นมาเล็กน้อย ความเสียใจเอ่อท่วมนัยน์ตาของเขา
“นายแพทย์ไป๋ โปรดช่วยชีวิตนายท่านด้วย!”
สุดท้ายก็ได้รู้ว่านายท่านต้องทุกข์ทรมานจากอะไร พ่อบ้านลู่สั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเข่าอ่อนและทรุดฮวบลงไปกองอยู่กับพื้น
เขาต้องทนดูนายท่านอาการทรุดลงทุกวันโดยที่ไม่อาจบอกสาเหตุได้ มันทำให้เขาท้อแท้ใจอย่างหนัก แต่ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นอันดับ 2 ของคฤหาสน์ ทำให้ไม่อาจถอดใจได้ หากมีความหวังปรากฏตรงหน้า ต่อให้น้อยนิดขนาดไหนก็ต้องคว้าไว้
ด้วยการเติบโตขึ้นมาในคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพร ทำให้เขาจงรักภักดีกับเซียนสมุนไพรอย่างถึงที่สุด
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ หากนายท่านต้องตาย เจ้าแห่งสมุนไพรคนอื่นๆก็จะฉวยโอกาสนี้เข้ารุกรานคฤหาสน์ และคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพรก็ต้องถึงกาลล่มสลายในที่สุด ในฐานะพ่อบ้าน เขาจะต้องเดือดร้อนกับความระส่ำระสายนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ และคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
ไม่ว่าจะเป็นเพราะความจงรักภักดีที่เขามีต่อเซียนสมุนไพรหรือเพื่อชีวิตของตัวเอง เขาก็ไม่อาจยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับเซียนสมุนไพรได้
ในเมื่อนายแพทย์ไป๋มองเห็นอาการ และรู้กระทั่งสาเหตุที่ทำให้นายท่านต้องทุกข์ทรมาน เขาก็น่าจะมีหนทางแก้ไขเรื่องนี้
“ลุกขึ้นก่อนเถอะ!” จางเซวียนตรงเข้าพยุงพ่อบ้าน เขาส่ายหน้าและพูดว่า “เมื่อทำสัญญานี้แล้ว หนอนกู้ก็จะตรงเข้าสู่กระแสเลือดของคนๆนั้น การแก้ปัญหาเป็นเรื่องยากมาก!”
เมื่อทำสัญญานี้แล้ว หนอนกู้ก็จะดำดิ่งเข้าสู่อวัยวะภายในและไหลไปตามกระแสเลือด การระบุตำแหน่งและสังหารมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“ถ้านายแพทย์ไป๋รักษานายท่านได้ ทางคฤหาสน์เซียนสมุนไพรพร้อมจะทำตามความต้องการของคุณทุกอย่าง…” พ่อบ้านลู่ขบกรามแน่น
“ในการช่วยชีวิตเขา ผมจะต้องหาตำแหน่งของหนอนกู้ และกำจัดหรือฆ่ามันให้ได้!”
จางเซวียนอธิบาย
“แต่ว่า…หนอนกู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ และไหลไปตามกระแสเลือด เมื่อไรก็ตามที่มันรู้ตัวว่ามีอันตราย มันจะหนีทันที แล้วผมจะจับมันได้อย่างไร?”
เหตุผลหลักที่เซียนสมุนไพรต้องทุกข์ทรมานก็เพราะมีหนอนกู้อาศัยอยู่ในร่างกาย การแก้ปัญหาก็ดูเหมือนจะง่าย แค่กำจัดหรือฆ่ามันก็จบเรื่องแล้ว แต่การทำตามนั้นแสนจะยากเย็น
มันอาศัยอยู่ในกระแสเลือด มองก็ไม่เห็น สัมผัสก็ไม่ได้ แถมยังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาและรู้วิธีหลบเลี่ยงอันตราย แล้วจะกำจัดหรือทำลายมันได้อย่างไร?
กว่าจะฆ่าหนอนกู้ได้ คนๆนั้นคงจะตายเสียก่อน
“ในเมื่อนายแพทย์ไป๋รู้ว่านายท่านต้องทุกข์ทรมานเพราะอะไร คุณก็ต้องแก้ไขได้ ผมขอวิงวอนให้ช่วยชีวิตนายท่านด้วย!”
พ่อบ้านลู่คุกเข่าลงอีกครั้ง
นายแพทย์จำนวนมากมายที่มาตรวจอาการนายท่าน ยังบอกไม่ได้แม้กระทั่งสาเหตุของอาการป่วย นายแพทย์ไป๋ชานจึงเป็นความหวังเดียวของเขา
“ผมช่วยชีวิตเขาได้ แต่…มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง!”
จางเซวียนตอบหลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่
การควานหาตัวหนอนกู้เป็นเรื่องโหดหินสำหรับคนอื่น แต่กับจางเซวียนนั้นไม่เหมือนกัน ด้วยการครอบครองหอสมุดเทียบฟ้า จางเซวียนสามารถระบุตำแหน่งของหนอนกู้ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น การรักษาเซียนสมุนไพรจึงยังคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับเขา
“นายแพทย์ไป๋ บอกเงื่อนไขของคุณมาเลย!”
ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่ารักษาได้ พ่อบ้านลู่กำหมัดแน่นอย่างตื่นเต้น
“ผมต้องการไปห้องโถงแห่งยาพิษ หวังว่าจะมีใครสักคนหนึ่งพาผมไปที่นั่นได้หลังจากที่ผมรักษาเซียนสมุนไพรแล้ว!”
จางเซวียนมองหน้าพ่อบ้าน
“เอ่อ…”
พ่อบ้านลู่นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีเงื่อนไขแบบนั้น “ตอนนี้ทางห้องโถงแห่งยาพิษไม่รับแขกเลย โดยเฉพาะนายแพทย์ เกรงว่าถ้าคุณไปที่นั่น จะเป็นอันตรายมาก!”
กูรูยาพิษกับนายแพทย์ถือเป็นอาชีพที่เป็นคู่ตรงข้ามกันมาอย่างยาวนาน ในเมื่อคุณเป็นนายแพทย์ แต่กลับอยากไปห้องโถงแห่งยาพิษ จะไม่รนหาที่ตายไปหน่อยหรือ?
“ถ้าไปตอนนี้ ผมจะเป็นอันตราย? คุณหมายความว่าอย่างไร?”
เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายพูดเป็นนัยๆ จางเซวียนจ้องเขาอย่างสงสัย
พ่อบ้านลู่ชำเลืองมองนายท่านของเขา และรู้สึกได้ว่าฝ่ายนั้นไม่อยากให้เขาพูดอะไรมาก จึงได้แต่กัดฟันตอบ “มีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้นที่นั่น และตอนนี้มันปิดตายจากคนนอก ห้องโถงแห่งยาพิษปฏิเสธแขกทุกคน ขนาดนายท่านยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปที่นั่นเลย หากไปตอนนี้ จะถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด!”
“ความขัดแย้งภายใน?”
“ใช่!” พ่อบ้านลู่ตอบ “แต่ว่า ถ้านายแพทย์ไป๋อยากไปที่นั่นจริงๆ ภายใน 1 ปีนี้ ความขัดแย้งก็น่าจะสิ้นสุด ถึงตอนนั้นคงจะปลอดภัยกว่ากันมาก…”
“1 ปี? นานเกิ๊น!”
จางเซวียนส่ายหน้า
เหตุผลที่เขาเลือกปลอมตัวเป็นนายแพทย์ไป๋ชานแทนที่จะไปอาณาจักรเทียนหวู่เพื่อเข้ารับการทดสอบเป็นนายแพทย์ ก็เพื่อจะได้ไปห้องโถงแห่งยาพิษและแก้ปัญหาเรื่องรังสีพิษที่ตกค้างในตัวของเขาอย่างเร็วที่สุด แค่เดือนเดียวก็ยังไม่อยากจะรอแล้ว จะให้รอเป็นปีได้อย่างไร?
ตลกเป็นบ้า!
“แค่คุณพาผมไปถึงหน้าประตูห้องโถงแห่งยาพิษเท่านั้นแหละ ที่เหลือผมดูแลตัวเองได้ ถ้าคุณสัญญาจะทำตามเงื่อนไขของผม ผมก็จะช่วยชีวิตนายท่านของคุณเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นก็ ลืมซะเถอะ!”
จางเซวียนพูดเนิบๆ
“แต่ก็อย่างว่านะ ผมยังสงสัยอยู่ว่าใน 13 อาณาจักรโดยรอบนี้ จะมีใครช่วยชีวิตนายท่านของคุณได้หรือเปล่า!”
เห็นอีกฝ่ายยืนกรานแบบนั้น พ่อบ้านลู่พยายามจะขอความเห็นนายท่าน เมื่อเห็นเขากะพริบตา ก็หันกลับมาหาจางเซวียน
“ตกลง นายท่านยินยอมแล้ว!”
“ได้!”
จางเซวียนพยักหน้า “จับตัวเขาให้นอนราบลงไป ผมจะเริ่มรักษาเดี๋ยวนี้!”
“ได้!”
เพราะที่นี่คือคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพร พ่อบ้านลู่จึงไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรไม่เข้าท่า เขาจัดให้นายท่านนอนราบลงบนเก้าอี้นอน
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะกำจัดสัญญาหนอนกู้ออกจากร่างของเขา ใบหน้าแห้งเหี่ยวของเซียนสมุนไพรฉายความวิตกกังวลออกมา
พ่อบ้านลู่กับโม่หยู่อาจไม่เคยได้ยินเรื่องสัญญาหนอนกู้ แต่ผู้ที่ฝังสิ่งนี้เข้าไปในตัวเขารู้ดีว่าไม่มีทางรักษา
แต่ชายคนนี้ประกาศว่าตัวเองรักษาได้ ต่อให้เขายังไม่เชื่อคำพูดนั้นเท่าไร แต่ก็อยากจะลองดูสักตั้ง
ฟึ่บ!
เมื่อตกลงใจจะรักษาแล้ว จางเซวียนก็ไม่รีรอ สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว กล่องใบหนึ่งที่บรรจุเข็มเงินเอาไว้ก็มาอยู่ในมือเขา
จากนั้น เขาก็จมดิ่งเข้าไปในหอสมุดเพื่อพลิกดูหน้าหนังสือที่มีข้อบกพร่องระบุไว้ (ซึ่งทำให้เขารู้ตำแหน่งของสัญญาหนอนกู้)
เขารวบรวมพลังปราณและปักเข็มเงินลงไปยังจุดสุดท้ายที่หนอนกู้ฝังตัวอยู่
เข็มเงินที่ได้รับการถ่ายทอดพลังปราณเทียบฟ้าเข้าไปจะสามารถปลิดชีวิตหนอนกู้ได้อย่างง่ายดายถ้าโดนตัวมันจังๆ
“ฮึ?”
เมื่อปักเข็มลงไปแล้ว จางเซวียนก็ถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปรอบๆจุดนั้นด้วย แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าหนอนกู้หายตัวไปแล้ว ก็ถึงกับเครียด
“ไอ้หนอนนั่นหนีไปได้…”
เขาเสียเวลาไประหว่างอ่านเนื้อหาที่หนังสือประมวลไว้ให้ หนอนกู้ที่อยู่ในตัวเซียนสมุนไพรไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่หนังสือระบุไว้อีกต่อไป
ดูเหมือนว่าจะต้องมีการอัพเดทตำแหน่งของหนอนกันใหม่
จางเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซียนสมุนไพรอย่างเหนียมๆ
“เซียนสมุนไพร ผมเสียใจด้วย แต่ว่า…คุณสลบอีกสักที จะสะดวกไหม?”
……
หนอนกู้คือสิ่งมีพิษที่ใช้กับมนต์ดำและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ของจีนตอนใต้ มีวิธีการเตรียมหนอนชนิดนี้อยู่หลายวิธี แต่วิธีดั้งเดิมที่ใช้กันคือการนำเจ้าตัวนี้จำนวนมากๆมาไว้รวมกันในโหลใบหนึ่ง แล้วปล่อยให้มันสู้กันเอง
