ตอนที่ 270 ศาสตร์ลับของจางเซวียน
“เลวทราม!”
“แกพูดว่าใครทำไม่ได้?”
“เป็นแค่นายแพทย์ระดับ 1 ดาว…วาจาโอหังนัก!”
ฝูงนายแพทย์เกรี้ยวกราดขึ้นมาทันใด
แกหมายความอย่างไรที่พูดว่า เมื่อพวกเราทำไม่ได้แกก็จะลองดู…นี่หมายความว่าแกเก่งกาจกว่าพวกเราอย่างนั้นหรือ?
เป็นแค่นายแพทย์ระดับ 1 ดาว มั่นใจอะไรเสียขนาดนั้น?
“อวดดีนัก ไป๋ชาน แค่ 2-3 วันนี่เก่งกาจขึ้นมาแล้วหรือ!”
แม้แต่นายแพทย์เฉินเฟิงก็นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้นออกมา เขาหรี่ตามองจางเซวียนอย่างโกรธจัด
“เจ้าหนุ่มโง่เง่า กล้าพูดจาอวดเก่งแบบนั้นได้อย่างไร แล้วฉันจะรอดูว่าแกจะทำได้แค่ไหน!” นายแพทย์มู่หงสะบัดแขนเสื้ออย่างหงุดหงิด
ขนาดนายแพทย์ระดับ 2 ดาวกับ 3 ดาว ยังระบุสาเหตุของอาการป่วยและรักษาไม่ได้เลย แล้วนายแพทย์ระดับ 1 ดาวอย่างแกจะโอ้อวดหาอะไร?
“ลองดู? คนอย่างแกมีปัญญาเข้าใจด้วยหรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง?”
“หมอนี่…”
โม่หยู่กลอกตา
ขนาดนายแพทย์ระดับ 3 ดาว ยังวินิจฉัยอาการของเซียนสมุนไพรไม่ได้ แต่คุณซึ่งไม่รู้จักแม้กระทั่งวิธีการรักษาแบบล้ำลึกและการวินิจฉัยด้วยการสังเกต ยังกล้าประกาศว่าจะลองดู แถมลบหลู่คนอื่นเขาเสียหมด…
นี่ไม่กลัวตายหรือ?
เอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหนกัน?
จางเซวียนไม่สนใจทุกสายตาขุ่นเคืองสงสัย เขาเดินไปหาเซียน
ตอนที่มองจากระยะไกลก็ยังไม่รู้สึก แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ จางเซวียนก็รู้ได้ว่าอาการของเซียนสมุนไพรนั้นวิกฤตจริงๆ เนื้อหนังของเขาห้อยย้อยหย่อนยาน ผิวแห้งกร้านอย่างไม่น่าเชื่อ สัญญาณชีวิตในดวงตาก็วริบหรี่ ราวกับพร้อมจะดับลงได้ทุกวินาที
เขาเดินวนรอบๆ สัมผัสและตรวจร่างกายของอีกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วน…
ก็ตามคาด…
จางเซวียนบอกอะไรไม่ได้เลย!
“นายแพทย์ไป๋ คุณเห็นอะไรบ้าง?”
เห็นอีกฝ่ายรุ่นคิดอย่างหนัก พ่อบ้านลู่อดถามไม่ได้
คนอื่นๆก็สนใจเหมือนกัน
ในเมื่อพูดจาโอหังนัก พวกเขาก็อยากรู้ว่าจะทำได้อย่างปากว่าหรือเปล่า
“เอ่อ… ผมรู้สึกได้สองสามอย่าง แต่ว่า…ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไร!”
ขืนจางเซวียนตอบไปว่าเขาไม่รู้อะไรเลย มีหวังถูกฆ่าตายแน่ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงตอบแบบนั้นออกไป
“คุณรู้สึกได้สองสามอย่างจริงๆหรือ?” พ่อบ้านลู่ตื่นเต้นเมื่อได้ฟังคำตอบ
ก็นายแพทย์คนนี้ มองหน้าเขาแค่แว่บเดียวก็บอกได้ว่าเขาต้องทุกข์ทรมานกับอาการหายใจหอบถี่ตอนกลางคืน ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่เขาอาจจะรู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้
“โอ๊ย สร้างภาพ!”
“อยากรู้นักว่าแกจะเห็นอะไร?”
นายแพทย์คนอื่นๆแสดงกิริยาหยามเหยียดคำพูดของเขา
การตรวจอาการผู้ป่วยนั้นมีขั้นตอนและกระบวนการเฉพาะของมัน แต่เท่าที่หมอนี่ทำคือเดินวนรอบๆ สิ่งสำคัญที่ต้องทำก็ไม่ได้ทำสักนิด แล้วยังกล้าอวดอ้างว่ารู้สึกได้สองสามอย่าง…
ฝันไปหรือเปล่า?
โม้ให้สบายใจเถอะ แล้วมาดูกันว่าแกทำอะไรได้บ้าง!
“อย่าเพิ่งวู่วาม ถึงผมจะวิเคราะห์ปัญหาได้คร่าวๆแล้ว แต่ก็ต้องตรวจดูให้แน่ใจก่อนจะเริ่มการรักษา!”
จางเซวียนไม่แยแสสายตาดูถูกที่พุ่งเข้าใส่ เขาส่ายหน้าและหยุดพูดไปครู่หนึ่ง “ผมมีศาสตร์ลับที่ทำให้ผมวิเคราะห์สาเหตุของอาการป่วยได้อย่างง่ายดาย แต่ว่า…”
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง และทำหน้าลังเล
“แต่ว่าอะไร?”
ได้ยินว่าอีกฝ่ายมีศาสตร์ลับที่ทำให้วิเคราะห์สาเหตุของอาการป่วยได้ พ่อบ้านลู่ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ขนาดเซียนสมุนไพรที่นอนแซ่วเป็นศพก็ยังกลอกตาไปมาด้วยความอยากรู้
ปัญหาใหญ่ที่สุดที่พวกเขาเผชิญอยู่ไม่ใช่เรื่องการรักษา ที่หนักกว่าคือ…ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาการป่วยคืออะไร ถ้าพวกเขาระบุอาการป่วยและสาเหตุของมันได้ ก็น่าจะหาข้อมูลเรื่องวิธีการรักษาในหนังสือได้ไม่ยากนัก
“แต่ว่า…เซียนสมุนไพรอาจต้องทรมานสักหน่อย!”
จางเซวียนพูดเนิบๆ
“ตราบใดที่คุณวิเคราะห์อาการป่วยได้ ทรมานสักหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหาเลย นายแพทย์ไป๋ บอกมาเถอะว่าเราต้องทำอะไรบ้าง!”
พ่อบ้านลู่มองจางเซวียนด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว
เมื่อเปรียบเทียบกับความตาย ทรมานบ้างจะเป็นอะไรไป
“ไม่ต้องเตรียมการอะไรเลย ในเมื่อคุณพูดแบบนั้น ผมก็จะแสดงศาสตร์ลับของผมเดี๋ยวนี้!” จางเซวียนพูดอย่างเอาจริง
“อือ!”
พ่อบ้านลู่พยักหน้า จากนั้นก็ถามอย่างสงสัย “คุณบอกว่าจะใช้ศาสตร์ลับ คุณต้องการให้พวกเราออกไป…”
ก็ตามชื่อของมัน ศาสตร์ลับน่าจะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล จางเซวียนอาจไม่สะดวกใจที่จะแสดงศาสตร์ลับของเขาต่อหน้านายแพทย์จำนวนมาก
แต่ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นนายแพทย์ไป๋ชานเงื้อมือขึ้น แล้วตบเปรี้ยงเซียนสมุนไพรเข้าให้
ปั้ก!
เสียงตบนั้นดังลั่น ฝ่ามือของเขากระทบท้ายทอยของเซียนอย่างจัง ฝ่ายนั้นยังไม่ทันได้หือได้อือ ทุกอย่างก็ดับวูบลง เขามองอย่างแทบไม่เชื่อสายตา ก่อนจะ…สลบไป
“คุณทำอะไร…”
นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตบนายท่านสลบแทนที่จะแสดงศาสตร์ลับของเขาออกมา พ่อบ้านลู่โกรธจัด เขากำลังจะพุ่งเข้าใส่เมื่อเห็นฝ่ายนั้นสัมผัสตัวเซียนและปรบมือ “เอาล่ะ ผมแสดงศาสตร์ลับของผมเรียบร้อยแล้ว…”
“คุณแสดง…เรียบร้อยแล้ว?”
ฝูงชนต่างผงะและแทบลมจับ
น้องชาย นี่ล้อเล่นใช่ไหม!
คุณจะบอกว่า…ศาสตร์ลับของคุณคือการตบเซียนสลบอย่างนั้นหรือ?
ศาสตร์ลับบ้านแกน่ะสิ! แบบนี้หมามันก็ทำได้…คิดดูสิว่า ฉันถึงกับคิดจะเลี่ยงออกไปเพื่อให้แกแสดงศาสตร์ลับได้อย่างเต็มที่…
อีกด้านหนึ่ง ร่างอ้อนแอ้นของโม่หยู่สั่นสะท้านด้วยความกลัวสุดขีด เธอแทบจะล้มพับลงกับพื้น
ตอนที่จางเซวียนประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจ เธอคิดว่าเขาอาจมีความคิดดีๆอยู่ในหัวที่ทำให้ระบุอาการป่วยได้จริงๆ ไม่นึกว่าจะเป็นแบบนี้…
ตบเซียนสมุนไพรเปรี้ยงเดียวสลบ ถ้าจางเซวียนหาข้อแก้ตัวดีๆไม่ได้ล่ะก็ ทั้งคู่คงต้องตายคาที่
“นายท่าน…”
พ่อบ้านลู่พุ่งเข้าไปนวดเฟ้นเจ้านาย ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าฝ่ายนั้นจะได้สติขึ้นมา เขาจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นก็หันมาทางจางเซวียน ระงับความโมโหเดือดจนอยากจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆเอาไว้ “นายแพทย์ไป๋ คุณ…”
พูดกันตามตรง ถ้าฝ่ายนั้นไม่ได้รักษาพิษร้ายในตัวเขามาก่อนล่ะก็ เขาคงสั่งให้องครักษ์สังหารไปแล้ว
ร่างกายของนายท่านอ่อนแอมาก ตบจนสลบแบบนั้น…แทบไม่ต่างอะไรเลยกับการฆ่าเขา
“ศาสตร์ลับของผมนั้นต้องทำให้คนไข้สลบเสียก่อนจึงจะแสดงออกมาได้ ผมไม่มีทางเลือกอื่น ต้องขอรบกวนให้คุณเข้าใจด้วย”
จางเซวียนคิดข้อแก้ตัวล่วงหน้าไว้แล้ว
“มีศาสตร์ลับแบบนั้นด้วยหรือ?”
“คนไข้ต้องสลบจึงจะวินิจฉัยได้?”
ฝูงชนมองหน้ากัน รู้สึกว่าเรื่องนี้ยากเกินกว่าจะเข้าใจ
เป็นไปได้หรือว่ามีทักษะแปลกประหลาดแบบนี้ด้วย?
นายแพทย์ระดับ 3 ดาวต่างก็สบตากัน และเห็นแต่ความสับสนในดวงตาของแต่ละคน
พวกเขาอ่านหนังสือที่สมาคมนายแพทย์มาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีวิธีการวินิจฉัยที่ต้องทำให้คนไข้สลบ มันขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานในการรักษาโรคอย่างสิ้นเชิง
“เป็นแบบนี้เอง…”
พ่อบ้านลู่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามี แต่นายแพทย์คนนี้ก็ได้วินิจฉัยอาการป่วยของเขาผ่านการออกหมัดมาแล้ว ซึ่งก็ผิดธรรมดาเหมือนกัน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงตั้งคำถาม “ขอผมทราบได้ไหมว่า นายแพทย์ไป๋รู้หรือยังว่าอาการป่วยคืออะไร และนายท่านต้องทุกข์ทรมานเพราะอะไร?”
เมื่อได้ยินคำถาม ทุกคนหันขวับมาจ้องจางเซวียน อยากรู้ว่าเจ้าขี้โม้คนนี้จะพูดอะไรออกมา
“ผมระบุอาการป่วยได้!”
จางเซวียนพยักหน้า หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาถอนหายใจ “มันเป็นเวรกรรม!”
“คุณว่าอะไรนะ?”
พ่อบ้านลู่อึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตวาดก้อง “บังอาจ!”
เสียงชักดาบดังก้องไปทั่ว และองครักษ์จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาทันที
