Skip to content

Library Of Heaven’s Path 278


ตอนที่ 278 คราวนี้เราตายแหงแก๋

เซียนสมุนไพรนั่งปาดเหงื่ออยู่ในห้องโถง

ไม่ใช่เหลี่ยวฉวินคนเดียวที่ตั้งคำถาม ทั้งรองหัวหน้าคนที่ 2 และ 3 ก็ส่งคนมาสอบสวนเขาเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเตี๊ยมกันไว้ดิบดีล่ะก็ เจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาคงเป็นบ้าแน่

มันกดดันกันมากเกินไป!

เขาเป็นแค่กระบอกเสียงเท่านั้น ไอ้การโชว์กร่างเมื่ออยู่ข้างนอกก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การโกหกบรรดากูรูยาพิษที่นี่…มันเป็นสิ่งที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะนึกถึง

ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายได้ช่วยชีวิตเขาไว้ และทางห้องโถงแห่งยาพิษก็ไม่เคยเห็นหัวเขาเลย เขาคงไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่…

แต่ตอนนี้ก็ไม่เหลือที่ทางไว้ให้ถอยแล้ว

นายแพทย์ไป๋ถูกเปิดโปงเมื่อไหร่ เขาก็คงตายตกตามไปในตอนนั้น

รองหัวหน้าทั้งสามจะต้องวางยาทุกคนที่รู้ว่าพวกเขาถูกนายแพทย์คนหนึ่งตบตา และรู้ว่าพวกเขางี่เง่าจนแยกแยะผู้แทนตัวจริงตัวปลอมไม่ได้

ถ้าเรื่องอันแสนจะน่าอับอายนี้แพร่สะพัดออกไป พวกเขาจะเอาศักดิ์ศรีที่ไหนไปควบคุมสั่งการบริวารและแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้า

คงมีอีกหลายคนที่ต้องถูกสังหารเพื่อระบายความแค้นของพวกเขา

ถ้าเซียนสมุนไพรยังอยากมีชีวิตอยู่ เขาก็จะต้องหว่านล้อมให้ทุกคนเชื่อว่านายแพทย์ไป๋เป็นผู้แทนตัวจริง ด้วยวิธีนี้ พวกเขาก็จะไม่กล้ายื่นมือเข้าไปยุ่มย่าม

และเท่าที่เห็น ก็เหมือนว่าจะได้ผลดี

อย่างน้อยที่สุด แม้รองหัวหน้าทั้งสามจะยังสงสัยอยู่ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามออกหน้าออกตา

“สงสัยจริงว่านายแพทย์ไป๋ต้องการอะไรจากห้องโถงแห่งยาพิษ เขาควรจะรีบไปหาเสียให้เสร็จๆ พวกเราจะได้รีบออกไป…”

เมื่อนึกถึงนายแพทย์ไป๋ เซียนสมุนไพรก็ได้แต่ส่ายหน้า

อีกฝ่ายไม่ได้บอกเขาว่าทำไมถึงต้องเสี่ยงชีวิตมาห้องโถงแห่งยาพิษ แต่เซียนสมุนไพรก็คิดเอาเองว่าคงจะมีสมบัติล้ำค่าหรือบางอย่างที่เขาต้องการ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็ควรจะรีบไปค้นหา…แล้วมันเรื่องอะไรถึงมัวไปวิ่งอยู่ในหอสมุด?

หนังสือที่อยู่ในนั้นก็มีแต่เรื่องเกี่ยวกับกูรูยาพิษ ในเมื่อกูรูยาพิษทุกคนสามารถเข้านอกออกในที่นั่น ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ข้างใน

หรือว่าเขาเสี่ยงชีวิตมาที่นี่…เพียงเพื่อหนังสือ?

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เรื่องนี้ก็บ้าบอสิ้นดี!

“ช่างมันเถอะ เขาก็น่าจะรู้อยู่ว่ามีอันตราย คงไม่อยู่ที่นี่นานนักหรอก…”

แค่เซียนสมุนไพรคิดขึ้นมาแว่บเดียว ก็เกิดความชุลมุนอยู่ข้างนอก บรรดากูรูยาพิษต่างมุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้า

ที่นี่ปิดตายจากคนนอกมาหลายต่อหลายปี และเหล่ากูรูยาพิษก็อยู่ในที่ทางของตัวเอง จัดการแต่ธุระของตัวเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ซึ่งก็แทบจะไม่เคยมีความเคลื่อนไหวใหญ่ๆภายในเมืองเลย แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น?

“กูรูยาพิษฮั่น มีอะไรกัน?”

เซียนสมุนไพรลุกขึ้นยืนและดึงตัวกูรูยาพิษที่ยืนอยู่ข้างๆมาถาม

“คุณไม่รู้หรือ? เขาพูดกันว่ามีใครอีกคนหนึ่งมาอ้างตัวว่าเป็นผู้แทน แถมยังบอกว่าทุกคนที่นี่ควรจะไปต้อนรับเขา!” กูรูยาพิษฮั่นพูด

ก็ในเมื่อนายแพทย์ไป๋เป็นตัวปลอม แสดงว่า…นั่นคือตัวจริง?

ถ้าเขาเป็นตัวจริงล่ะก็ พวกเราเดือดร้อนแน่!

ไม่อยากจะเชื่อว่าโชคชะตาจะเล่นตลกถึงขนาดให้พวกเขาได้เจอกับตัวจริงภายใต้สถานการณ์แบบนี้ และที่เลวร้ายหนักไปกว่าเดิม ก็คือพวกเขาต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่…

เซียนสมุนไพรรู้สึกหน้ามืดตาลายไปหมด

“นั่นแหละ ไปดูกันเถอะ น้อยครั้งเหลือเกินที่ทางสำนักงานใหญ่จะส่งใครมา แล้วเกิดอะไรขึ้นถึงส่งมาทีเดียว 2 คน?” กูรูยาพิษฮั่นก็งง ขณะที่พูดก็เหน็บเซียนสมุนไพรไปที่ประตูทางเข้า

“เอ่อ…”

เซียนสมุนไพรถึงกับแข้งขาสั่น เขาส่ายหน้าอย่างร้อนรนและตอบว่า “ผม…ผมขอไม่ไปนะ!”

พวกเขาเพิ่งจะย่างเท้าเข้ามา ผู้แทนตัวจริงก็มาปรากฏตัวเสียแล้ว สวรรค์ต้องล้อเล่นกับเราแน่!

“ไปกันเถอะ!”

กูรูยาพิษฮั่นเหน็บเซียนสมุนไพรไปด้วย ไม่สนใจการปฏิเสธของเขา ไม่ช้าทั้งคู่ก็มาถึงประตูทางเข้า

ตอนที่มาถึง ปากทางก็คลาคล่ำไปด้วยกูรูยาพิษจำนวนนับไม่ถ้วนแล้ว รองหัวหน้าทั้งสามและผู้อาวุโสทุกคนยืนอยู่แถวหน้า

มี 2 ร่างยืนอยู่ตรงหน้าคนเหล่านั้น

“พ่อบ้านลู่?”

มองแว่บเดียว เซียนสมุนไพรก็จำหนึ่งในสองคนนั้นได้

คือพ่อบ้านลู่จากคฤหาสน์ของเขาเอง

เขาเคยพาพ่อบ้านลู่มาที่นี่ครั้งหนึ่ง แต่ฝ่ายนั้นแค่รอที่หน้าประตูทางเข้า ไม่น่าเชื่อว่าจะยังจำทางได้

เขาคงเป็นคนนำทาง เพราะไม่อย่างนั้นก็ยากที่ผู้แทนจะหาห้องโถงแห่งยาพิษซึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาเจอ

เมื่อรู้ที่มาที่ไปแล้ว เซียนสมุนไพรก็มองอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

เป็นชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมสีแดงเข้ม เขายืนเชิดหน้าและเอามือไพล่หลังไว้ สีหน้าของเขาแปลกประหลาดจนดูไม่ออกว่ายิ้มหรือบึ้ง

“นั่นคือ…ตราสัญลักษณ์…กูรูยาพิษระดับ 3 ดาว?”

เซียนสมุนไพรจับจ้องเสื้อคลุมของอีกฝ่าย และถึงกับหน้าตาบูดเบี้ยว

มีตราสัญลักษณ์กูรูยาพิษห้อยอยู่ที่อกเสื้อของฝ่ายนั้น ดาว 3 ดวงเปล่งประกายวาววับ

แม้แต่หัวหน้าคนเก่า ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจที่สุดของห้องโถงแห่งยาพิษ ก็เป็นแค่กูรูยาพิษระดับ 3 ดาวขั้นต้นเท่านั้น เมื่อเขาตายไป ตำแหน่งสูงสุดก็ถูกครอบครองโดยรองหัวหน้าเหลี่ยวฉวิน กูรูยาพิษระดับ 2 ดาวขั้นสูงสุด แต่ผู้มาเยือนเป็นถึงกูรูยาพิษระดับ 3 ดาว…

ตอนแรก เซียนสมุนไพรสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจเป็นตัวปลอม แต่เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ของเขา ความหวังอันน้อยนิดนั้นก็แหลกสลายไป

ต่อให้เขาไม่ใช่ผู้แทน แต่ด้วยสถานะกูรูยาพิษระดับ 3 ดาว ก็ไม่มีใครในห้องโถงยาพิษแห่งนี้จะกล้าหาเรื่องเขาแล้ว เพราะทั้งสาขานี้อาจพังพินาศด้วยยาพิษของเขาในชั่วพริบตา และทุกคนก็จะตายไม่รู้ตัว

ผู้ที่ได้เป็นกูรูยาพิษระดับ 3 ดาว อย่างน้อยก็ต้องสำเร็จวรยุทธขั้นจื้อจุน ต่อให้ไม่ใช้ยาพิษ แค่พลิกฝ่ามือ ก็ทำลายห้องโถงแห่งยาพิษให้ราบคาบได้

“เอ่อ…”

เหลี่ยวฉวินไม่คิดว่าจะมีผู้แทนอีกคนมาปรากฏตัว แถมเป็นถึงกูรูยาพิษระดับ 3 ดาว เขาปรับท่าทีให้สุภาพทันใด โดยประสานมือคารวะและกล่าวคำทักทาย “ขอผมทราบหน่อยได้ไหมว่าจะเรียกคุณว่าอย่างไร และถ้าไม่เป็นการรบกวน คุณช่วยแสดงเหรียญตราหัวใจยาพิษทองคำให้ผมดูหน่อยได้ไหม? ไม่ใช่ว่าผมสงสัยตัวตนของคุณนะ แต่มันเป็นกฎของทางสำนักงานใหญ่ ผู้แทนจะต้องแสดงเหรียญตราเพื่อยืนยันตัวตนของเขา ก่อนที่ทางเราจะอนุญาตให้เข้าไปได้!”

เขาใช้คำพูดเดียวกับที่พูดกับจางเซวียนเมื่อแรกมาถึง

ผู้แทนไม่ตอบ เขาสะบัดข้อมือ และเหรียญตราหัวใจยาพิษทองคำก็มาอยู่ในฝ่ามือของเขา เขายื่นมันให้ดูแบบง่ายๆ

เหลี่ยวฉวินกับคนอื่นๆรีบคว้ามันมาพิจารณาอย่างรวดเร็ว มองแค่ปราดเดียว พวกเขาก็ต้องหรี่ตา และได้ข้อสรุปเดียวกัน

“มันเป็นของจริง!”

เหรียญตราหัวใจยาพิษทองคำเป็นสิ่งที่มีแต่ผู้แทนเท่านั้นถึงจะได้ครอบครอง และมันแสดงถึงการได้รับมอบอำนาจจากห้องโถงแห่งยาพิษสำนักงานใหญ่ มันมีรังสีอันเข้มข้นซึ่งเป็นเอกลักษณ์อยู่ภายใน ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นรู้ทันทีว่ามันมีความพิเศษ แม้จะไม่เคยเห็นมาก่อน

“เขาคือกูรูยาพิษระดับ 3 ดาว และมีเหรียญตราหัวใจยาพิษทองคำด้วย…ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไม่มีทางที่เขาจะเป็นตัวปลอม ถ้าอย่างนั้น คนก่อนหน้า…”

บรรลัยล่ะสิ! เมื่อได้เห็นเหรียญตรายืนยัน เหลี่ยวฉวินกับคนอื่นๆใจหายวูบ

ถ้าคนนี้เป็นตัวจริง คนก่อนหน้าก็ต้องเป็นตัวปลอม!

ไม่อย่างนั้น ทำไมถึงไม่ยอมแสดงเหรียญตราออกมา?

“ทำไม มีปัญหาอะไรหรือ?”

เห็นฝูงชนถึงกับหน้าถอดสี ผู้แทนมีสีหน้าเคร่งเครียด ถึงจะไม่มีความโกรธอยู่ในน้ำเสียงของเขา แต่ทุกคำพูดก็บ่งบอกถึงอำนาจเต็มเปี่ยม

“ไม่ใช่อย่างนั้น…”

เหลี่ยวฉวินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอธิบาย “มีผู้แทนอีกคนหนึ่งมาถึงก่อนหน้าคุณ นั่นคือเหตุผลที่เมื่อเรารู้ว่าคุณมา เราจึงประหลาดใจมาก!”

“ฮะ?”

ผู้แทนขมวดคิ้ว “ทางสำนักงานใหญ่ส่งผมมาคนเดียว เพื่อให้คัดสรรหัวหน้าคนใหม่ รวมถึงมารับเจ้าสิ่งนั้นด้วย ซึ่งตอนนี้ก็คงจะแก่จัดแล้ว พวกเขาไม่ได้ส่งใครมาอีก มีผู้แทนมาถึงก่อนหน้าผมอย่างนั้นหรือ? คุณหมายความว่าอย่างไรกัน?”

“มันเป็นอย่างนี้ เมื่อสองชั่วโมงก่อน มีชายคนหนึ่งมาอ้างตัวว่าเขาเป็นผู้แทน และตอนนี้เขากำลังอ่านหนังสือในหอสมุด!”

เหลี่ยวฉวินอธิบาย

“เขาอ้างตัวว่าเป็นผู้แทน แล้วมีเหรียญตราหัวใจยาพิษทองคำหรือเปล่า?”

ผู้แทนเลิกคิ้ว

“เอ่อ…” เหลี่ยวฉวินอ้ำอึ้ง “เขาไม่ได้แสดงเหรียญตราให้พวกเราดู!”

“บังอาจ!” ผู้แทนสะบัดแขนเสื้อ รังสีอันแสนจะทรงพลังเปล่งประกายถึงสวรรค์ “เขาจะเป็นผู้แทนได้อย่างไรถ้าไม่มีเหรียญตราหัวใจยาพิษทองคำ? พาผมไปหาเขาเดี๋ยวนี้ อยากจะเห็นหน้าไอ้คนที่บังอาจปลอมตัวเป็นผู้แทนจากสำนักงานใหญ่!”

“ขอรับ! ผู้แทน ทางนี้เลย!”

เหลี่ยวฉวินกับคนอื่นๆรีบพาเขาเข้าไปยังใจกลางห้องโถงแห่งยาพิษ

เมื่อเห็นพวกนั้นไปกันหมด เซียนสมุนไพรถึงกับเข่าอ่อน เหมือนถูกดูดพลังงานในร่างออกไปจนเกลี้ยง

“นายท่าน…”

เห็นสภาพของนายท่าน พ่อบ้านลู่รีบเข้ามาพยุง

“เกิดอะไรขึ้น…”

เซียนสมุนไพรส่งโทรจิตถามพ่อบ้าน

“หนึ่งวันหลังจากที่คุณกับนายแพทย์ไป๋ออกไป ชายคนนั้นก็มาปรากฏตัว และสั่งให้พาเขาไปห้องโถงแห่งยาพิษ ผมไม่มีทางเลือก จึงต้องพาเขามา ผมพยายามเร่งฝีเท้าตลอดเวลาเพื่อจะตามให้ทันคุณ แต่…ก็มาช้าไป!”

พ่อบ้านลู่ก็แทบปล่อยโฮ

มีอยู่ 4 คนที่รู้ว่านายแพทย์ไป๋ปลอมตัวเป็นผู้แทน ก็คือเซียนสมุนไพร พ่อบ้านลู่ ตัวนายแพทย์ไป๋เอง และโม่หยู่

โม่หยู่กลับอาณาจักรเทียนหวู่ไปแล้ว ก็เหลือกันอยู่แค่ 3 คน

ชายผู้นั้นยืนยันตัวตนของเขา พ่อบ้านลู่จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธ และในเมื่อเซียนสมุนไพรไม่อยู่ เขาจึงต้องพาฝ่ายนั้นมาที่นี่ ตอนแรก เขาตั้งใจจะตามเซียนสมุนไพรกับนายแพทย์ไป๋ให้ทัน เพื่อบอกสองคนนั้นว่าไม่จำเป็นต้องปลอมตัวเป็นผู้แทนแล้ว แต่…ถึงจะเร่งฝีเท้ามาตลอดทางก็ยังตามทั้งคู่ไม่ทัน

“คราวนี้…พวกเราตายแหงแก๋!”

เมื่อได้ฟังคำอธิบายของพ่อบ้านลู่ เซียนสมุนไพรก็หน้าตาบูดเบี้ยว รู้สึกได้ถึงเลือดที่คั่งอยู่ในอกและพร้อมจะกระอักออกมาได้ทุกขณะ

ถ้าพ่อบ้านลู่กับผู้แทนมาถึงช้ากว่านี้สักหน่อย นายแพทย์ไป๋ก็อาจจะได้สิ่งที่เขาต้องการ และออกจากห้องโถงแห่งยาพิษไปก่อน ถึงต่อไปจะถูกจับได้ว่าปลอมตัวมา แต่เมื่อเขาสลัดคราบที่ปลอมตัวออกแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ทางนี้จะเอาเรื่องเขาได้

และถ้าพ่อบ้านลู่กับผู้แทนมาเร็วกว่านี้อีกหน่อย ก็อาจจะตามพวกเขาทัน ถ้าพวกเขารู้ว่าผู้แทนกำลังมาที่ห้องโถงแห่งยาพิษ ก็คงจะไม่ปลอมตัวเป็นเขา คงจะแค่เดินทางตามผู้แทนมาเท่านั้น

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นคือ นายแพทย์ไป๋ได้อ้างตัวเป็นผู้แทน และอีกฝ่ายก็เชื่อเขาไปแล้ว แล้วจู่ๆ ผู้แทนตัวจริงก็ปรากฏตัว…

ก็เหมือนกับมีสาวสวยคนหนึ่งมานอนเปลือยร่างอยู่ข้างคุณ ต่อให้คุณยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรเธอเลย คนทั้งโลกก็คงไม่มีใครเชื่อ!

ถูกจับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ คำอธิบายอะไรก็ช่วยไม่ได้ทั้งนั้น!

เขาก็รู้อยู่ว่าการปลอมตัวเป็นผู้แทนเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า…

แต่ไม่คิดว่าจะเลยเถิดได้ขนาดนี้!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version