Skip to content

Library Of Heaven’s Path 284


ตอนที่ 284 ลงไปข้างล่าง แล้วอัดมัน

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ทั้งกู้มู่และเหลี่ยวฉวินถึงกับตาโต “ศิษย์ปู่ตั้งใจจะปราบมันหรือ?”

บุคคลตรงหน้าพวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุดแสนจะน่าทึ่ง ซึ่งมีวรยุทธเหนือกว่าขั้นจื้อจุนเสียอีก ไม่ว่าไอ้ตัวยักษ์ที่อยู่ในลาวาจะแน่แค่ไหน ถ้าเขาลุยเองก็คงฆ่ามันได้ไม่ยาก

“มันก็แค่อสูรตัวนิดเดียว ไม่คู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของผมหรอก!”

จางเซวียนส่ายหน้า แถมเพิ่มสีหน้าเซ็งเป็ดเข้าไปด้วย แต่ในใจกำลังกระอักเลือด

ให้เราปราบมัน?

จะบ้าหรือไง!

นี่มันอสูรขั้นจื้อจุน! ต่อให้เจอกันบนพื้นดิน เราก็คงเปิดแน่บไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจะให้มาปราบมันที่นี่…

ถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้อีกหน่อย เราคงเป็นอาหารโอชะของมันแน่

“แล้ว…”

ทั้งคู่ก็งง

“ไม่ง่ายนะที่อสูรจะสำเร็จวรยุทธจื้อจุนขั้นสูงสุด จะฆ่ามันก็น่าเสียดาย!”

จางเซวียนส่ายหน้า สีหน้าเปี่ยมความเมตตาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

“กู้มู่ ในเมื่อคุณเป็นศิษย์น้องของผม ผมจะให้โอกาสคุณปราบเจ้าตัวนี้ให้เชื่อง! ถ้ามันกลายเป็นอสูรของคุณเมื่อไหร่ การเก็บเมล็ดบัวแดงเดือดก็จะเป็นเรื่องง่าย!”

“ผม…ปราบมันให้เชื่อง?”

กู้มู่ยังสงสัยว่าจางเซวียนคิดอะไร แต่เมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็ถึงกับซวนเซและแทบลมจับ

ขนาดอยู่บนพื้นดิน ก็ยังแทบจะเอาไอ้ตัวนี้ไม่อยู่ ให้ไปสู้กับมันในลาวาก็เท่ากับรนหาที่ตาย!

ถ้าจะให้เขาเป็นคนฝึกอสูรตัวนี้…แค่ไม่กลายเป็นตัวที่ต้องเชื่องเสียเองก็ถือว่าบุญโขแล้ว!

“ศิษย์ปู่ ผมไม่รู้เรื่องการฝึกอสูรเลย…” กู้มู่หน้าแดงก่ำและส่ายหัวดิก

เขาอุทิศตัวให้กับวิถีแห่งยาพิษมาตลอด ถึงจะเคยได้ยินเรื่องการฝึกอสูรมาบ้าง แต่มันก็เป็นของใหม่ที่เขาไม่คุ้นเคยสักนิด

จะให้ปราบไอ้ตัวเบ้อเร่อที่มีวรยุทธขั้นเดียวกันกับเขา…

ไม่ดีกว่า เรายังอยากมีชีวิตอยู่

“ไม่ต้องกังวลหรอก ผมชี้แนะคุณได้!” จางเซวียนเลิกคิ้วและถามเสียงแข็ง

“คุณไม่เชื่อในตัวศิษย์ปู่ของคุณหรือ?”

“ผมไม่บังอาจ…” กู้มู่ตัวสั่นและรีบคำนับ แต่แล้วก็เก็บความอยากรู้ไว้ไม่ได้ เขาถาม “ศิษย์ปู่…หรือว่าคุณก็เชี่ยวชาญการฝึกอสูรด้วย?”

ถึงศิษย์ปู่คนนี้จะดูไม่แก่กว่าเขามากนัก แต่ความเชี่ยวชาญเรื่องยาพิษก็ล้ำหน้าเขาไปไกล ความเข้าใจในเรื่องการรักษาโรคก็ดูจะไม่ธรรมดา จะเป็นไปได้ไหมว่าเขาเชี่ยวชาญการฝึกอสูรด้วย?

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็ต้องจัดว่าเป็นบุคคลในตำนาน ว่าแต่…ทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินชื่อศิษย์ปู่มาก่อนเลย?

“ผมก็พอรู้บ้าง!”

จางเซวียนพยักหน้า เอาสองมือไพล่หลังและเดินไปยังปากปล่องภูเขาไฟ เจ้าอสูรลาวากำลังแหวกว่ายอยู่ในลาวาบริเวณรอบๆบัวแดงเดือด ดูเหมือนกับงูยักษ์ ถ้าจะเก็บเมล็ดบัว ก็ไม่มีทางจะเข้าไปใกล้โดยที่ไม่ทำให้มันรู้ตัวได้เลย

จางเซวียนหันกลับมาจ้องหน้ากู้มู่ “นี่เป็นอสูรจื้อจุนขั้นสูงสุด ผู้คนนับไม่ถ้วนใฝ่ฝันที่จะได้ฝึกมันให้เชื่อง โอกาสดีมาถึงแล้ว คุณยังไม่เต็มใจจะคว้ามันไว้อีกหรือ?”

“เอ่อ…” เห็นหน้าตาเอาจริงของอีกฝ่าย กู้มู่ถึงกับลังเล จากนั้นเขาถามด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ผม…จะฝึกมันให้เชื่องได้จริงๆหรือ?”

ถ้าปราบอสูรที่มีวรยุทธขั้นเดียวกันให้เชื่องได้ ก็หมายความว่าพละกำลังของเขาจะเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า แค่คิดก็เย้ายวนใจแล้ว

อีกอย่าง ถ้าได้กินเมล็ดบัวแดงเดือด ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะสามารถฝ่าด่านวรยุทธขั้นจื้อจุน เมื่อถึงเวลานั้น ทั้งพละกำลังของมนุษย์และอสูรก็จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และเขาก็จะมีโอกาสดีกว่าเดิมในการแก้แค้น

ว่าแต่…ทักษะการฝึกอสูรนี่ มีแต่นักฝึกอสูรเท่านั้นไม่ใช่หรือที่ทำได้?

ชี้แนะผม?

ต่อให้คุณชี้แนะผม ก็เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะกลายเป็นนักสืบอสูรได้ในชั่วพริบตา และปราบไอ้งูยักษ์ตัวเบ้อเร่อนี้ได้!

“ถ้าคุณทำตามคำสั่งของผมอย่างเคร่งครัด การปราบมันไม่ใช่เรื่องยากเลย!”

รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหวั่นไหวกับข้อเสนออันเย้ายวนใจ จางเซวียนสะบัดแขนเสื้อและพูดอย่างเฉยเมย “ทางเลือกก็เป็นของคุณ ถ้าคุณไม่เต็มใจจะทำ ก็ช่างมันเถอะ เจ้าตัวนี้เป็นแค่อสูรขั้นจื้อจุน ผมฆ่ามันได้สบายอยู่แล้ว แต่ว่า…ถ้าคุณพลาดโอกาสครั้งนี้ มันจะไม่มีครั้งที่สองนะ”

“เอ่อ…”

กู้มู่ทำตาปริบๆด้วยความสงสัยและลังเล แต่สุดท้ายเขาก็กัดฟันและพยักหน้า “ตกลง, ศิษย์ปู่ แล้วผมต้องทำอะไรบ้าง…ต้องเตรียมอะไรไหม?”

มันก็เป็นโอกาสดีสำหรับเขาจริงๆ เพราะไม่เพียงแต่เจ้าตัวนี้จะมีวรยุทธทัดเทียมกับเขาเท่านั้น แต่มันยังไม่เกรงกลัวยาพิษใดๆด้วย หากเขาทำสำเร็จ ตำแหน่งของเขาที่สาขาชวนหยวนจะต้องพุ่งพรวดแน่

ถึงกู้มู่จะไม่เคยฝึกอสูรให้เชื่องมาก่อน แต่เขาก็เคยเห็นคนอื่นฝึก จึงรู้ว่านักฝึกอสูรจะต้องเตรียมการหลายอย่างล่วงหน้าเพื่อดึงดูดความสนใจของอสูร และเอาชนะใจมันให้ได้

เขาต้องหาทางสร้างความผูกพันล้ำลึกกับมัน และค่อยๆเพิ่มความสนิทชิดเชื้อเข้าไป ก่อนที่มันจะยอมจำนนต่อเขา

“ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น และไม่มีเวลาแล้วด้วย!”

จางเซวียนส่ายหน้า “ในเมื่อไอ้ตัวนี้เวียนอยู่รอบบัวแดงเดือดไม่หยุดไม่หย่อน ก็แปลว่ามันต้องชื่นชอบอย่างมาก ไม่ว่าเราจะเตรียมอะไรสักแค่ไหนก็ไม่มีทางดึงดูดใจมันได้เท่าบัวหรอก อีกอย่าง เมล็ดบัวแดงเดือดก็แก่จัดและพร้อมให้เราเก็บแล้ว ถ้ามัวแต่เตรียมตัว กว่าจะเตรียมเสร็จ มันอาจจะกินเมล็ดบัวหมดแล้วก็ได้”

“แล้ว…” กู้มู่งงงัน

ก็ถ้าไม่เตรียมอะไรให้อสูรลาวาเลย แล้วจะดึงดูดความสนใจของมันได้อย่างไร?

แล้วเสียงของ ‘ศิษย์ปู่’ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ง่ายมาก คุณโดดลงไปข้างล่าง แล้วอัดมันเลย จากนั้นผมจะบอกเองว่าต้องทำอย่างไรให้มันเชื่อง!”

“อัดมัน?”

กู้มู่ถึงกับหน้าเขียว

คนอื่นเขามีแต่คิดหาวิธีเอาชนะใจอสูร แต่ศิษย์ปู่บอกให้เราโจมตีมัน…

แล้วทำแบบนั้น ไอ้ตัวยักษ์นี่ไม่โมโหหรือ? ถ้ามันก้าวร้าวใส่เราขึ้นมา จะมีทางไหนไปฝึกให้มันเชื่อง?

อีกอย่าง…ถ้าเราลงไป เป็นไปได้ว่าจะไม่มีโอกาสได้ขึ้นมา…

คุณแน่ใจนะว่าส่งผมลงไปฝึกอสูร ไม่ใช่ลงไปให้มันงาบ?

จางเซวียนรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังลังเล เขาจึงสำทับ “อย่ากังวลเลยน่ะ ผมอยู่ทั้งคน ไอ้ตัวนั้นฆ่าคุณไม่ได้ง่ายๆหรอก”

“ได้!” กู้มู่ขบกรามแน่น

นั่นก็จริง ศิษย์ปู่มีวรยุทธเหนือกว่าขั้นจื้อจุนเสียอีก แถมยังไร้เทียมทาน เขาอยู่ตรงนี้ด้วยทั้งคน แค่อสูรลาวา เราจะปราบไม่ได้เชียวหรือ?

ก็แน่นอนว่าถ้ากู้มู่ความจริงว่าศิษย์ปู่คนนี้มีวรยุทธแค่กึ่งจงซรือ ซึ่งตัวเขาเองก็สามารถสังหารได้ง่ายๆ…เขาคงถึงกับบ่อน้ำตาแตกแน่

เมื่อตัดสินใจแล้ว กู้มู่สูดหายใจลึกและสะบัดข้อมือ พริบตาต่อมา หอกเล่มหนึ่งก็ปรากฏในมือของเขา เขาถ่ายทอดพลังปราณเข้าไป และใช้มันกรีดพื้นหลายๆครั้งติดต่อกัน พื้นหินแกรนิตอันแข็งแกร่งก็แยกออกเป็นชิ้นๆทันที

มีแผ่นหินอยู่ราว 70-80 แผ่น แต่ละแผ่นเป็นรูปสี่เหลี่ยมกว้างประมาณ 1 สือ

เขาจับแผ่นพวกนั้นมาเรียงซ้อนกันเป็นตั้ง และวางไว้ตรงหน้าเหลี่ยวฉวิน

“หัวหน้าเหลี่ยว รบกวนช่วยสร้างทางเดินให้ผมด้วย!”

“ได้!” เหลี่ยวฉวินพยักหน้า

ต่อให้นักรบจื้อจุนขั้นสูงสุดก็สู้กับอสูรลาวาท่ามกลางลาวาเดือดๆไม่ได้ เขาจึงต้องสร้างทางเดินขึ้นมา

เมื่อโยนแผ่นหินพวกนี้ลงไปในลาวา กู้มู่ก็จะสามารถเคลื่อนที่โดยใช้แผ่นหินนี้ได้

มีแต่นักรบขั้นจื้อจุนเท่านั้นที่ทำได้แบบนี้ นักรบขั้นจงซรือจะไม่สามารถทนคลื่นความร้อนขนาดนั้นได้ ส่วนเรื่องจะย่ำบนลาวายิ่งไม่ต้องพูดถึง

“ศิษย์ปู่…ผมจะลงไปเดี๋ยวนี้!”

เมื่อเตรียมการแล้ว กู้มู่ก็สูดหายใจลึก

จางเซวียนโบกมืออย่างสบายๆเป็นการตอบรับ

เมื่อเห็นศิษย์ปู่ตอบรับ กู้มู่รวบรวมพลังปราณจนถึงขีดสุด เขาขว้างแผ่นแกรนิตออกไปหนึ่งแผ่นด้วยการสะบัดข้อมือครั้งเดียว มันตกลงไปลอยอยู่บนผิวลาวา จากนั้นก็กระโจนลงไปยืนบนแผ่นหินนั้นทันที แค่กระทืบเท้าเบาๆเขาก็จะสามารถดันตัวเองขึ้นมาข้างบนอีกครั้งได้

นักรบจื้อจุนส่วนมากจะมีวิชาตัวเบาที่ทำให้ย่ำไปบนผิวน้ำได้ ดังนั้นการย่ำบนลาวาก็ไม่ใช่ปัญหา

ฟึ่บ!

เห็นกู้มู่กระโจนลงไป เหลี่ยวฉวินรีบกะระยะการเคลื่อนที่ของเขา และขว้างแผ่นหินลงไปอีกแผ่น

ราวกับแมลงปอที่กระโจนบนผิวน้ำ เขาย่ำลงไปบนแผ่นแกรนิตแผ่นหนึ่ง แล้วกระโจนขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นก็ลงไปยังอีกแผ่น ด้วยวิธีนี้ก็สามารถเข้าถึงตัวอสูรลาวาได้อย่างรวดเร็ว

“ลุย!”

เมื่อถ่ายทอดพละกำลังทั้งหมดเข้าไปในหอกแล้ว กู้มู่คำราม และแทงหอกพรวดเข้าไปที่ตัวอสูรลาวา

ในเมื่อเผชิญหน้ากับมันแล้วก็ต้องทุ่มสุดตัว ไม่อย่างนั้นคนที่ตายก็จะต้องเป็นเขา

แฮ่….

อสูรลาวาโมโหเดือดเมื่อเห็นผู้บุกรุก มันคำรามลั่นและฟาดหางอันเทอะทะของมันอย่างแรง

ซึ่มมมม!

ลาวากระฉอกเพราะพละกำลังมหาศาลนั้น

กู้มู่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวอสูร ก็รู้สึกถึงคลื่นความร้อนมหาศาลที่พุ่งมาปะทะ เขารีบตวัดข้อมือเพื่อใช้หอกป้องกันตัว

ตึ้ง!

หางอันเทอะทะฟาดเข้าที่หอกของเขา กู้มู่กระเด็นไปราวกับเป็นลูกบอลยาง

ตูม!

หลังจากกะคร่าวๆถึงจุดที่อีกฝ่ายจะร่วงลงมา เหลี่ยวฉวินก็รีบขว้างแผ่นหินไปอีกแผ่นเพื่อให้กู้มู่ได้ยืน

แม้ว่าทั้งคู่จะไม่เคยทำงานร่วมกัน แต่ในฐานะนักรบจงซรือขั้นสูงสุด การขว้างแผ่นหินง่ายๆแค่นี้ย่อมไม่เหลือบ่ากว่าแรง

“ศิษย์ปู่ ผมต้องทำไงต่อ!”

นึกไม่ถึงว่าไอ้ตัวบ้านี่จะเก่งกาจขนาดนั้น ถึงกับใช้หางฟาดเขาทีเดียวกระเด็น กู้มู่ถามอย่างตื่นตระหนก

“ขอเวลาเดี๋ยว ผมยังไม่ได้คิดเลย คุณสู้กับมันไปพลางๆก่อน…” จางเซวียนโบกมือ

“ยังไม่ได้คิดเลย? ให้สู้กับมันไปพลางๆ?”

กู้มู่แทบจะร่วงลงไปในลาวา

ศิษย์ปู่คนนี้ช่างไว้ใจไม่ได้เลย!

ก็เมื่อครู่นี้เอง คุณเพิ่งยืนยันว่าจะช่วยชี้แนะในการปราบไอ้ตัวนี้ ผมก็เลยลงไป นี่เริ่มสู้กันแล้ว กลับมาบอกว่ายังไม่ได้คิด…

มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ?

ฟึ่บ!

ขณะที่กู้มู่กำลังท้อใจ อสูรลาวาที่โมโหเดือดก็พุ่งเข้าใส่เขา ฟันที่คมกริบของมันใกล้จะฝังเข้าไปในตัวเขาเต็มที

การโจมตีนั้นรวดเร็วมากจนกู้มู่ไม่มีโอกาสหลบ เขาจึงทำได้แค่ใช้หอกเข้าปะทะกับมัน

ชิ้ง!

หอกกระแทกเข้ากับฟันคมกริบของอสูรลาวา กู้มู่รู้สึกชาที่มือและกระเด็นไปอีกครั้ง

ลาวาลอยละล่องอยู่ใต้ร่างของกู้มู่ แม้เขาจะเคลื่อนที่ได้โดยใช้แผ่นหินแกรนิตเหล่านั้น แต่เมื่อไม่มีพื้นดินที่มั่นคงพอมาเป็นฐานรองรับ พละกำลังที่เขาสามารถจะแสดงออกมาก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ ตอนนี้เขาแสดงพละกำลังได้แค่ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของพละกำลังที่แท้จริงเท่านั้น

อยู่ในสภาพง่อยเปลี้ยแบบนี้ ไม่มีทางรับมือกับการโจมตีของอสูรลาวาที่กำลังบ้าคลั่งได้เลย

ศิษย์ปู่ คุณพร้อมหรือยัง?

กว่าจะตั้งตัวได้ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เขามองจางเซวียนเพื่อจะเร่ง แต่เท่าที่เห็นคือฝ่ายนั้นยืนนิ่งอึ้งและมีสีหน้าว่างเปล่า ราวกับเขากำลังฝันกลางวัน

กู้มู่หนาวเยือกจับขั้วหัวใจ และคราวนี้ปล่อยโฮออกมาจริงๆ

ถ้าเขารู้ว่าศิษย์ปู่เป็นคนเหลาะแหละแบบนี้ เขาจะไม่มีวันลงมาเลย

ตอนนี้ไอ้ตัวบ้านั่นตามเขาแจ ไม่มีทางหนีรอดได้ ถึงจะอยากไปแค่ไหนก็เถอะ นี่จะต้องมาพบจุดจบตรงนี้จริงๆหรือ?

“ช่างมันเถอะ เราต้องไปต่อ!”

เมื่อรู้ว่าหนีไม่ได้ กู้มู่กัดฟันและชูหอกขึ้น พลังปราณพวยพุ่งออกจากร่างของเขาราวกับพายุ เขาพุ่งหอกเข้าใส่อสูรลาวาทันที

ตึ้ง!

เมื่อหอกกับอสูรปะทะกัน กู้มู่ก็กระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตรอีกครั้งหนึ่ง

โชคดีที่เหลี่ยวฉวินกะเวลาและจุดที่เขาจะร่วงลงมาได้พอดิบพอดีทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นก็คงตกลงไปในลาวาและมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านไปเสียนานแล้ว

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ!

หลังจากเจอแรงปะทะจากอสูรลาวาอีกสองสามครั้ง กู้มู่ก็ใกล้จะทรุดเต็มที แต่ในตอนนั้น เสียงหนึ่งก็แว่วเข้าหู

“เอาล่ะ ฟังผมให้ดีนะ!”

เมื่อหันไป ก็เห็นศิษย์ปู่มองมาที่เขาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version