Skip to content

Library Of Heaven’s Path 306


ตอนที่ 306 ผู้เชี่ยวชาญ

“101 คะแนน?”

โม่หงอีตัวสั่นสะท้านและแทบทรุดลงกับพื้น

บ้าไปแล้ว!

คะแนนสูงสุดของการทดสอบห้องไขวิชาชีพคือ 100 คะแนน แต่แกบอกฉันว่า 101 คะแนน?

เอาจริงๆสิ?

ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเจ้าคนรับใช้คนนี้ถึงตัวสั่นเหมือนคนเสียสติ ถ้าโม่หงอีไปอยู่ตรงนั้นก็คงต้องสั่นเหมือนกัน!

แค่ได้ 60 คะแนนก็กลายเป็นขวัญใจมหาชนแล้ว แต่ไอ้ 101 คะแนนนี่มันบ้าบออะไร?

“ที่มันเป็นเรื่องก็คือ…101 คะแนนก็ยังไม่ใช่ข้อสรุป คะแนนของเขายังเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ การทดสอบห้องไขวิชาชีพก็ยังไม่จบ…” คนรับใช้เสริม

“การทดสอบยังไม่จบ?”

โม่หงอีอยากจะทึ้งผมให้หายบ้า

แค่ได้ 60 คะแนนในการทดสอบขั้นห้องไขวิชาชีพเพื่อเป็นปรมาจารย์ระดับ 1 ดาวก็ทำให้หมอนั่นเป็นตำนานแล้ว แต่ตอนนี้คะแนนของเขาพุ่งขึ้นไปถึง 101 คะแนน และการทดสอบก็ยังไม่จบ

โว้ยยยย! โลกนี้เป็นบ้าไปหมดแล้ว!

“ไปดูกัน!”

โม่หงอีทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินออกจากห้องไปทันที

“องค์ชาย แล้วบทลงโทษของผม…” คนรับใช้กำลังจะตามไปเมื่อนึกบางอย่างได้

“ลงโทษ? ลงโทษอะไรกัน? ไปรับรางวัลของแกเลย ไข่มุกกระจ่างราตรี 10 เม็ด กับหอกเหล็กอีก 1 ด้าม!”

โม่หงอีจ้ำพรวดๆไปจนถึงห้องสอบ

เมื่อรู้ว่าไม่เพียงแต่การลงโทษจะถูกยกเลิก แต่ยังได้รางวัลมากมายด้วย คนรับใช้ก็รู้ว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่วิ่งแจ้นมารายงานเรื่องนี้กับเจ้านาย

เขารีบจ้ำตามโม่หงอีไปด้วยความชื่นมื่นสุดๆ

….

สถานการณ์แบบเดียวกันกำลังเกิดขึ้นอีกหลายที่

ที่สมาคมนักปรุงยา

“ยินดีด้วย ยินดีด้วย!”

“นักปรุงยาหง ยินดีด้วยกับการกับความก้าวหน้าของคุณ ในที่สุดคุณก็ฝ่าด่านขั้นสุดท้ายได้สำเร็จ และได้เป็นนักปรุงยาระดับ 3 ดาว ผมขอเคารพและชื่นชมคุณจากใจจริง!”

“จริงๆนะ! เมื่อก่อนพวกเราก็เข้าสอบเป็นนักปรุงยาระดับ 2 ดาวด้วยกัน แต่ในท้ายที่สุด คุณก็เป็นเพียงคนเดียวที่ก้าวมาถึงขั้นนี้!”

นักปรุงยามากหน้าหลายตาพากันห้อมล้อมชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง

เขาสวมเสื้อคลุมยาว มีตราสัญลักษณ์นักปรุงยาระดับ 3 ดาวติดอยู่ที่อกเสื้อ

นั่นคือนักปรุงยาที่เพิ่งพิชิตระดับ 3 ดาวเมื่อไม่นานมานี้, นักปรุงยาหง

เขาเพิ่งเข้าสอบเมื่อสองสามวันก่อน และวันนี้ ตราสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสถานภาพใหม่ของเขาก็มาถึง

นักปรุงยาที่เก่งกาจที่สุดในสมาคมนักปรุงยาแห่งอาณาจักรเทียนหวู่ก็เป็นระดับ 3 ดาว ซึ่งเมื่อเขาได้สิ่งนี้มา ก็ถือว่าสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับประธานสมาคมได้เลยทีเดียว

“พวกคุณไม่ต้องมาถ่อมตัวเลย ก่อนหน้านี้ ตอนที่ผมออกเดินทางไปนอกสถานที่ ผมได้พบกับผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง และคำชี้แนะของเขาก็ทำให้ผมตาสว่าง ถ้าไม่ใช่เขาล่ะก็ ผมก็ยังเดาไม่ออกเหมือนกันว่าอีกนานแค่ไหนผมถึงจะสำเร็จขั้นนี้!” นักปรุงยาหงพูด

“ต่อให้คุณพบผู้เชี่ยวชาญ แต่คุณก็ยังต้องมีความปราดเปรื่องมากพอที่จะนำถ้อยคำของเขามาประยุกต์ใช้ ถ้าเป็นผม ผมก็ยังสงสัยว่าจะทำได้อย่างคุณหรือเปล่า!”

เห็นนักปรุงยาหงโต้ตอบคำเยินยอของพวกเขาด้วยความถ่อมตัว นักปรุงยาคนอื่นๆต่างพากันส่ายหน้าและยิ้มเจื่อนๆ

“อาจารย์!”

ผู้ช่วยนักปรุงยาคนหนึ่งลนลานเข้ามาในห้อง

“ใจเย็นหน่อย ไม่เห็นต้องตื่นตูมแบบนั้น!”

เมื่อรู้ว่าผู้ช่วยคนนั้นคือลูกศิษย์ของเขาเอง นักปรุงยาหงโบกมือ

“ขอรับ!” ผู้ช่วยคนนั้นหายใจหอบและพยายามสำรวมกิริยา

“ผมให้คุณไปถามปรมาจารย์เจียงเฉินถึงเรื่องงานเลี้ยง เขาว่าอย่างไรบ้าง? องค์หญิงโม่หยู่จะมาร่วมงานไหม?” นักปรุงยาหงถาม

“ผม…” ผู้ช่วยคนนั้นผงะกับคำถามของอาจารย์ “ผม…ยังไม่ได้ถามเขาเลย!”

“คุณไม่ได้ถามเขา?” นักปรุงยาหงหน้าตึงด้วยความโมโห “ถ้าเรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ อย่ามาเรียกผมว่าอาจารย์เลย!”

ผู้ช่วยถึงกับหน้าซีด

นักปรุงยาหงเป็นถึงนักปรุงยาระดับ 3 ดาว ในฐานะที่เป็นศิษย์ของเขา ตัวเขาก็มีความได้เปรียบหากจะเข้ารับการทดสอบเป็นนักปรุงยาระดับ 1 ดาวในอนาคต

ถ้าถูกขับออกจากการเป็นศิษย์ล่ะก็ ความหวังที่จะได้เป็นนักปรุงยาก็คงหดหายไปชั่วชีวิต

“อาจารย์ ผมมีเหตุผล…ที่จะต้องตกใจขนาดนี้ ตอนนี้น่ะ…มีใครบางคนกำลังเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว…และเขากำลังอยู่ในการทดสอบขั้นห้องไขวิชาชีพ เขาเลือกการหลอมยาและ…” ผู้ช่วยตัวสั่น

“แล้วยังไง? ได้ 60 คะแนนหรือ? คะแนนของเขาสูงกว่าอาจารย์โม่หงอี?” นักปรุงยาหงเหวี่ยงแขน

ผู้ช่วยตัวสั่นก่อนจะตอบอย่างอ้ำอึ้ง “เขา…เขาได้… 101 คะแนน!”

“อะไรนะ? 101 คะแนน?”

นักปรุงยาหงก็ตัวสั่น ลูกตาแทบปะทุออกจากเบ้า สีหน้าของเขามีแต่ความไม่เชื่อ

แม้ว่าปรมาจารย์กับนักปรุงยาจะเป็นสองอาชีพที่แตกต่างกัน แต่ปรมาจารย์เก่งๆจำนวนมากก็เลือกอาชีพนักปรุงยาเป็นอาชีพรองรับ ดังนั้น เขาจึงรู้ดีว่าปรมาจารย์ทำงานอย่างไร

คะแนนสูงสุดของการทดสอบขั้นห้องไขวิชาชีพก็คือ 100 คะแนน แต่มีคนได้ 101 คะแนน, มันเกิดอะไรขึ้น?

“101 คะแนนในการทดสอบขั้นห้องไขวิชาชีพ?”

“ไปดูกัน!”

เมื่อได้ยินที่ผู้ช่วยพูด ทุกคนก็แทบจะบ้า พวกเขาเร่งรีบออกไปที่สมาคมนักปรุงยาทันที

ได้ 101 คะแนนจากการชี้แนะหุ่นจำลองให้ทำการหลอมยา คนผู้นั้นจะน่าทึ่งขนาดไหนกัน?

พวกเขารู้สึกว่าเรื่องนี้พลาดไม่ได้

สมาคมนักปรุงยาตั้งอยู่ใกล้กับสภาปรมาจารย์ ใช้เวลาไม่นานทั้งกลุ่มก็ไปถึงห้องสอบ ที่ห้องสอบในเวลานี้คลาคล่ำไปด้วยฝูงชน ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่ประตูซึ่งปิดสนิท

“ปรมาจารย์เจียง มันเกิดอะไรขึ้น?”

นักปรุงยาหงมองไปรอบตัว และเห็นคนคุ้นหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามา

เขาคือเจียงเฉิน

ตอนนี้ นัยน์ตาของเจียงเฉินเบิกโพลงราวกับจะปะทุออกมาได้ทุกขณะ ตัวก็สั่นไม่หยุด หมัดนั้นก็กำเสียแน่นและมีสีหน้าหวาดกลัวสุดๆ เมื่อเห็นนักปรุงยาหง เขาก็ชี้ไปที่ประตูตรงหน้าด้วยนิ้วมืออันสั่นเทา

“คุณดูเอาเองเถอะ…”

“ฮึ?”

นักปรุงยาหงเงยหน้าขึ้นมองและเห็นตัวเลขบนประตู เขาแทบจะล้มพับลงไปกับพื้น

“130? มันจะเป็น 130 ได้อย่างไร? ก็คะแนนสูงสุดในการทดสอบมันอยู่ที่ 100?”

เขาอุทานอย่างตกตะลึง

ตัวเลข ‘130’ สว่างหราอยู่ที่ประตู ดูจะทิ่มแทงหัวใจของทุกคนที่ได้เห็น บรรดานักปรุงยาข้างหลังเขาต่างก็ยืนตัวแข็งและถึงกับเซ่อไป

“ผมก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น…”

เจียงเฉินส่ายหน้า ตัวเขาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันบ้าบอสิ้นดี “บางทีการทดสอบอาจจะมีปัญหาก็ได้ ไม่อย่างนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่ใครจะได้คะแนนขนาดนี้?”

“ปัญหา?”

“ใช่แล้ว! ระบบจะต้องมีปัญหาแน่นอน จะมีคนได้คะแนนสูงขนาดนี้ได้อย่างไร?”

“ถ้ามันมีปัญหา การทดสอบก็ย่อมจะเป็นโมฆะ และต้องจัดการทดสอบขึ้นใหม่!”

อีกคนหนึ่งเสริมเข้ามา

คะแนนสูงสุดคือ 100 ในเมื่อมีคนได้ 130 ต่อหน้าต่อตา ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีใครสักคนคิดแบบนี้

“ผมจะไปพูดกับปรมาจารย์อู๋ทีหลัง…” เจียงเฉินพยักหน้า แต่พูดไปได้แค่ครึ่งประโยค ก็มีเสียงหนึ่งขัดขึ้น

“ห้องสอบที่นี่เป็นสมบัติด้านจิตวิญญาณที่ทางสภาปรมาจารย์ให้ผู้เชี่ยวชาญสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ดังนั้น จึงไม่มีทางที่จะมีข้อผิดพลาด!”

ไม่คิดว่าจะมีใครมาขัดคออย่างหยาบคายแบบนั้น เจียงเฉินกำลังจะตอบโต้ แต่เมื่อเห็นหน้าของอีกฝ่ายหนึ่งเต็มตา ก็ต้องข่มใจไว้ “ถ้าปรมาจารย์โม่เห็นว่าสภาวิชาชีพไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น?”

ผู้ที่ขัดคอเขาคืออัจฉริยะหมายเลข 1 ของอาณาจักร, โม่หงอี

เขาเองก็ช็อกพอกันเมื่อได้เห็นตัวเลขบนประตู

“ผมเคยได้ยินตำนานเรื่องการสอบเป็นปรมาจารย์ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า!” โม่หงอีพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

เมื่อเห็นเขามีทีท่าแบบนั้น ฝูงชนก็พากันเข้ามาห้อมล้อมเพื่อฟังเขา

ขนาดปรมาจารย์อู๋ที่เป็นผู้ควบคุมการทดสอบก็ยังหันมามอง

“ในการทดสอบขั้นห้องไขวิชาชีพ ประเด็นที่นำมาทดสอบคือความสามารถในการชี้แนะผู้อื่น คำชี้แนะที่ผิดจะส่งผลให้คะแนนลดลง ส่วนคำชี้แนะที่ถูกต้องก็จะมีผลให้คะแนนเพิ่มขึ้น ทุกคนคงรู้อยู่แล้ว ผมก็จะไม่ขยายความ!” โม่หงอีพูด

ฝูงชนต่างพยักหน้า

“แต่พวกคุณเคยคิดไหมว่า ห้องไขวิชาชีพตัดสินอย่างไรว่าคำชี้แนะของใครถูกหรือผิด?”

โม่หงอีมองไปรอบๆและพูดต่อ “ก็เหมือนกับการทดสอบของนักปรุงยาที่ดำเนินอยู่ในเวลานี้ กรรมวิธีที่เชื่อกันว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องคือพื้นฐานการหลอมยาของนักปรุงยาระดับ 4 ดาว ซึ่งมันจะเป็นอย่างไร…หากตัดสินกระบวนการเดียวกันนี้จากมุมมองของนักปรุงยาระดับ 5 ดาวหรือ 6 ดาว?”

ทุกคนพากันตัวสั่น

ความรู้นั้นเชื่อมโยงถึงกัน

บางอย่างที่นักปรุงยาระดับ 1 ดาว คิดว่าเป็นกฎเกณฑ์ขั้นพื้นฐาน อาจไม่จำเป็นจะต้องจริงในสายตาของนักปรุงยาระดับ 3 ดาว

เด็กๆมักคิดว่าท้องฟ้านั้นกลม ส่วนโลกนั้นแบน แต่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะไม่คิดแบบนี้

มาตรฐานที่ห้องไขวิชาชีพใช้เป็นคำตอบต้นแบบในการตัดสินคือกรรมวิธีการหลอมยาของนักปรุงยาระดับ 4 ดาว

ถ้ามาตรฐานการหลอมยาของใครสักคนยังไม่ถึงระดับ 4 ดาว ผู้นั้นก็ย่อมคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปนั้นไม่มีข้อผิดพลาดเลย แต่ว่า…จะเป็นอย่างไร ถ้าทักษะและความรู้ของผู้นั้นเหนือกว่าระดับ 4 ดาว?

ถ้าเป็นนักปรุงยาระดับ 5, 6 หรือ 7 ดาวพวกเขาจะยังคิดว่ากรรมวิธีหลอมยานี้ถูกต้องสมบูรณ์อยู่หรือเปล่า?

ไม่จำเป็นจะต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป

ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญ ‘คำตอบต้นแบบ’ มักเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดเสมอ

“คุณกำลังจะพูดว่า…คนที่กำลังทดสอบอยู่ข้างในมีความรู้เหนือกว่านักปรุงยาระดับ 4 ดาวหรือ?”

เจียงเฉินจะเชื่อเรื่องนี้ได้อย่างไร?

ไอ้หนุ่มหน้าตาบ้านๆคนนั้นจะเป็นนักปรุงยาผู้เก่งกาจได้อย่างไรกัน?

“ถ้าไม่ใช่แบบนั้น แล้วคุณจะอธิบายอย่างไร? ทำไมคะแนนถึงร่วงลงไปก่อนที่จะบวกกลับมาอีก 3? ในการทดสอบขั้นห้องไขวิชาชีพ ความผิดพลาดหนึ่งครั้ง หมายถึง 1 คะแนน ดังนั้นคะแนนที่เพิ่มขึ้นก็ต้องเป็นทีละ 1!”

โม่หงอีพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ผู้ที่ทำการทดสอบอยู่ข้างในจะต้องพบช่องโหว่ในคำตอบต้นแบบ ดังนั้น ในตอนแรกสิ่งนี้จึงถูกห้องไขวิชาชีพตัดสินให้เป็นข้อผิดพลาด แต่เพราะห้องไขวิชาชีพเป็นสิ่งที่มีความปราดเปรื่องในตัวมันเอง มันรู้สึกได้ว่ากระบวนการหลอมยาที่ผู้เข้าสอบดัดแปลงเสียใหม่นั้นทำให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปได้ราบรื่นกว่า มันจึงชดเชยคะแนนให้ทันที และให้คะแนนเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า สำหรับการค้นพบช่องโหว่นั้น”

“เอ่อ…”

ฝูงชนพากันหรี่ตาโดยไม่รู้ตัว

“นั่นก็หมายความว่า…ผู้ที่อยู่ข้างในพบข้อผิดพลาดถึง 15 ข้อในกระบวนการหลอมยาของนักปรุงยาระดับ 4 ดาว?”

ถ้าใครทำตามกระบวนการหลอมยาของนักปรุงยาระดับ 4 ดาวอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ก็จะได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน แต่ในเมื่อคะแนนพุ่งขึ้นไปถึง 130 นั่นหมายความว่าจางเซวียนได้พบข้อผิดพลาด 15 ข้อในคำตอบต้นแบบที่จัดมาโดยนักปรุงยาระดับ 4 ดาว!

บ้าไปแล้ว!

หมอนั่นใช่คนหรือเปล่า!

“ถ้านอกเหนือจากนี้…ผมไม่เห็นว่าจะมีทางไหนที่เป็นไปได้!” โม่หงอีส่ายหน้า

“ปรมาจารย์โม่พูดขึ้นมาแบบนี้ ผมก็นึกได้เหมือนกันว่าเคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับการทดสอบเป็นปรมาจารย์อยู่ครั้งหนึ่ง แต่ในเมื่อไม่มีใครทำได้แบบนั้นมานานแล้ว ก็เลยลืมเลือนกันไป!” ปรมาจารย์อู๋อดย้ำไม่ได้

เมื่อมีปรมาจารย์ถึง 2 คนยืนยันเรื่องนี้ ฝูงชนก็เริ่มจะเห็นว่ามันคงจะเป็นเรื่องจริง แต่ก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าสถานการณ์แบบนี้มันช่างไม่น่าเชื่อ

นอกจากคนข้างในจะรู้ข้อผิดพลาดที่หุ่นจำลองทำขึ้นแล้ว เขาก็ยังชี้ข้อผิดพลาดของนักปรุงยาระดับ 4 ดาวได้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วมาตรฐานจริงๆของเขาในฐานะนักปรุงยาคืออะไร?

“ใครอยู่ข้างในน่ะ? เป็นผู้อาวุโสจากสมาคมนักปรุงยาหรือเปล่า?”

นักปรุงยาหงอดถามไม่ได้

“เขาไม่ใช่ผู้อาวุโส เป็นแค่นักปรุงยาระดับ 1 ดาว แถมยังอายุไม่ถึง 20 ปีด้วย ชื่อของเขาคือ…”

เจียงเฉินกำลังจะบอกชื่อ ประตูห้องไขวิชาชีพก็เปิดผาง

ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินช้าๆออกมาจากข้างใน

“ฮะ…จางเซวียน? ทำไมมาอยู่ที่นี่?”

นักปรุงยาหงตะลึง

“นักปรุงงยาหง คุณรู้จักเขาด้วยหรือ?”

นักปรุงยาระดับ 2 ดาวที่ยืนอยู่ข้างหลังถามขึ้นทันที

“เขา…เขา…”

นักปรุงยาหงหน้าซีด “เขาคือคนที่ช่วยให้ผมฝ่าด่านการหลอมยาขั้นสุดท้ายได้ ผู้เชี่ยวชาญที่ผมเพิ่งจะพูดถึงไปนั่นแหละ!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version