Skip to content

Library Of Heaven’s Path 307


ตอนที่ 307 ออกตัวกี่ที?

“ผู้เชี่ยวชาญ?”

นักปรุงยาระดับ 2 ดาวหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหลังมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ

“ถูกแล้ว ก่อนหน้านี้มีผู้สั่งซื้อยาปลดปล่อยพลังหยินและเลือดแรดยักษ์ใช่ไหม? ในบรรดาอาณาจักรที่อยู่โดยรอบ เราเป็นสาขาที่ใกล้ที่สุดที่มีทั้ง 2 รายการ ผมจึงได้รับคำสั่งให้ไปส่งยาที่นั่น!”

นักปรุงยาหงพยักหน้า

“ผมก็รู้เรื่องนี้ พวกเขาพูดกันว่าคุณกำลังจะไปอาณาจักรเทียนเซวียนซึ่งเป็นอาณาจักรขั้นต่ำสุด แล้วทำไม…”

นักปรุงยาระดับ 2 ดาวซึ่งเป็นคนตั้งคำถามก่อนหน้ารู้สึกสับสนและถามขึ้นอีก

ไปอาณาจักรขั้นต่ำสุด และได้เจอกับผู้เชี่ยวชาญ? ทำให้ทักษะการหลอมยาของเขาพัฒนาขึ้นมาก?

“ผมไปที่อาณาจักรขั้นต่ำสุดนั้นจริงๆ และระหว่างการเดินทางก็ได้พบกับบุคคลผู้หนึ่ง ซึ่งสั่งซื้อยา 2 รายการในฐานะนักปรุงยาระดับ 1 ดาวที่ผ่านการทดสอบโดยวิวาทะยา!” นักปรุงยาหงตอบ

“ผ่านการทดสอบโดยวิวาทะยา?”

ผู้ฟังทุกคนพากันหรี่ตา

ในเมืองเล็กๆและอ่อนแออย่างอาณาจักรเทียนเซวียน มีไม่กี่คนที่รู้ว่าวิวาทะยาคืออะไร แต่ในอาณาจักรที่ใหญ่โตและมีอำนาจอย่างเทียนหวู่ นักปรุงยาทุกคนย่อมรู้จักมันดี

การทดสอบแบบนี้ยากกว่าการหลอมยาเกรด 1 หลายเท่า ผู้เข้าสอบจะต้องมีความรู้เรื่องการหลอมยาอย่างลึกซึ้ง ถึงจะสอบผ่าน ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีของอาณาจักรเทียนหวู่ ยังไม่มีใครสอบผ่านโดยวิวาทะยาสักคนเดียว!

แล้วผู้ที่ได้เป็นนักปรุงยาโดยผ่านวิวาทะยานั้นจะน่าพรั่นพรึงสักแค่ไหน?

“ตอนแรกที่รู้ข่าว ผมหงุดหงิดมาก คิดว่าทางสมาคมนักปรุงยาของอาณาจักรเทียนเซวียนคงไม่รู้กฎเกณฑ์ และตีความเอาตามใจ แต่เมื่อผมไปถึงและได้ดูผลึกบันทึกที่พวกเขาจัดให้ ก็รู้ว่าตัวเองคิดผิด!” เมื่อนึกถึงสถานการณ์ในวันนั้น นักปรุงยาหงก็ยังกระอักกระอ่วน

ถ้าจางเซวียนเห็นเขา คงจะจดจำเขาได้ทันที นักปรุงยาหงที่เจียงเฉินตั้งใจจะแนะนำให้จางเซวียนได้รู้จักก็คือนักปรุงยาหงหยุ่น คนที่หาเรื่องเขาที่อาณาจักรเทียนเซวียน และสุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการให้ยาปลดปล่อยพลังหยินและเลือดแรดยักษ์แก่จางเซวียนไปฟรีๆ

ในตอนนั้นเขายังเป็นนักปรุงยาระดับ 2 ดาวอยู่ แต่หลังจากกลับมาได้เดือนเดียว เขาก็สอบผ่านการเป็นนักปรุงยาระดับ 3 ดาว และได้รับการเลื่อนขั้น

“หรือว่า…ผู้ที่ได้เป็นนักปรุงยาระดับ 1 ดาวโดยผ่านวิวาทะยาก็คือ…เขา?”

เมื่อทบทวนความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของนักปรุงยาหง นักปรุงยาระดับ 2 ดาวอีกคนก็อุทานขึ้นมา

“ถูกแล้ว เขานั่นแหละ!” นักปรุงยาหงหยุ่นยิ้มอย่างขมขื่น

“หลังจากเราได้พบกัน คำชี้แนะที่เขาให้ผมมาก็ทำให้ผมเกิดความเข้าใจและตาสว่าง ผมจึงสามารถหลอมยาเกรด 3 และได้เป็นนักปรุงยาระดับ 3 ดาว!”

ทุกคนหรี่ตาจ้องมองชายหนุ่มอย่างพรั่นพรึง

เขาได้เป็นนักปรุงยาโดยผ่านวิวาทะยา, ชี้แนะให้นักปรุงยาระดับ 2 ดาวหลอมยาเกรด 3 ได้, แถมยังได้ 130 คะแนนในการทดสอบขั้นห้องไขวิชาชีพ…

“เขามีความรู้เรื่องการหลอมยาลึกซึ้งขนาดนั้นได้อย่างไรในเมื่อยังอายุไม่ถึง 20 ปีเสียด้วยซ้ำ…”

ใครบางคนอดพูดออกมาไม่ได้

ไม่ว่าคนๆหนึ่งจะปราดเปรื่องแค่ไหน ก็ย่อมมีขีดจำกัดในสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ยากที่จะเชื่อได้ว่าเขามีความรู้ลึกซึ้งขนาดนั้น เมื่อดูจากอายุ

“ผมก็สงสัยเหมือนกัน ก็เลยหาคนไปสืบสาวราวเรื่องมา กลายเป็นว่าเขามีอาจารย์ผู้น่าทึ่งคนหนึ่งที่ชื่อว่าหยางชวน อาจารย์ของเขาเป็นปรมาจารย์ที่น่าจะมีระดับสูงกว่า 3 ดาว!”

“ปรมาจารย์ที่มีระดับสูงกว่า 3 ดาว!” ผู้ฟังถึงกับหายใจถี่ด้วยความตื่นเต้น

ก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ระดับขั้นสูงสุดของปรมาจารย์ก็คือ 9 ดาว และทุกๆ 3 ดาว จะถือเป็นอีกลำดับชั้นหนึ่ง แม้แต่อาณาจักรอันทรงเกียรติก็อาจจะไม่มีปรมาจารย์ที่เหนือกว่าระดับ 3 ดาวเสียด้วยซ้ำ

ด้วยการมีผู้มีอำนาจหนุนหลัง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมีความสามารถน่าทึ่งขนาดนั้นในวัยเพียงเท่านี้

…..

ผู้คนยังคงกระซิบกระซาบกันอยู่เมื่อจางเซวียนเดินไปหาปรมาจารย์อู๋

เขาสามารถระบุข้อบกพร่องในการหลอมยาของหุ่นจำลองได้มากมายตั้งแต่การมองแว่บแรก แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงไม่อาจชี้ข้อบกพร่องออกมาได้ทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อหม้อถูกเปิดออกและเห็นยาที่อยู่ในนั้น เขาก็รู้ว่าตัวเองสอบผ่านแน่นอน

ยาเม็ดที่อยู่ในหม้อนั้นกลมดิกและมีผิวเรียบลื่น มีลวดลายเฉพาะตัวปรากฏอยู่บนผิวหน้า มันเป็นยาที่เหนือกว่าขั้นสมบูรณ์แบบ คือยาโลกจารึก

หลอมยาขั้นนี้ออกมาได้ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะสอบตก

เขาคิดว่าในการกำกับให้เจ้าหุ่นจำลองทำการหลอมยา เขาคงจะได้สัก 70 ถึง 80 คะแนน ไม่นึกเลยว่าจะได้ถึง 130 เมื่อเห็นคะแนนบนประตู จางเซวียนก็ตะลึง

“มัน…ทำงานผิดพลาดหรือเปล่า?” จางเซวียนถาม

เมื่อได้ยินคำถามนั้น ปรมาจารย์อู๋ถึงกับเซก่อนจะอธิบาย “นั่นเป็นเพราะคุณพบข้อบกพร่องในวิธีการหลอมยาของนักปรุงยาระดับ 4 ดาว…”

“นั่นคือวิธีการของนักปรุงยาระดับ 4 ดาวหรือ?” จางเซวียนกระพริบตาปริบๆและมีสีหน้าดูถูก “มันเหยาะแหยะไปหน่อยไหม?”

ผู้ฟังแทบกระอักเลือด

ไม่ใช่นักปรุงยาระดับ 4 ดาวหรอกที่เหยาะแหยะ คุณต่างหากที่เกินขนาดไป เอาเถอะ…

ก็ไม่น่าแปลกใจที่จางเซวียนจะคิดแบบนั้น เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้พึ่งพาหอสมุดเทียบฟ้า ทุกอย่างมาจากการตัดสินใจของเขาเอง

หลังจากที่ได้ความรู้จากหนังสือทั้งหมดในหอสมุดของสมาคมนักปรุงยาแห่งอาณาจักรเทียนเซวียนมาเป็นของตัวเอง ความเข้าใจในการหลอมยาเกรด 1 ของเขาก็แตกต่างไปจากเดิมมาก

หากเขาต้องชี้แนะใครสักคนให้หลอมยาเกรด 2 โดยไม่พึ่งพาหอสมุดเทียบฟ้า ผลที่ออกมาก็คงจะด้อยกว่านักปรุงยาระดับ 2 ดาวบางคน แต่สำหรับยาเกรด 1 ก็ไม่ต้องพูดถึง นักปรุงยาระดับ 4 ดาว, หรือต่อให้ระดับ 6 ดาวก็อาจจะสู้เขาไม่ได้

ก็เหมือนกับเคล็ดวิชาเทียบฟ้า มันถูกจำกัดอยู่ที่วรยุทธขั้นกึ่งจงซรือ แต่ในเชิงของความรู้พื้นฐาน แม้แต่เทคนิควรยุทธที่ล้ำค่าที่สุดในโลกก็ยังไม่อาจสร้างพลังปราณที่บริสุทธิ์อย่างพลังปราณเทียบฟ้าของเขาได้

ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวหรือ 6 ดาวต้องอธิบายวิธีการฝึกวรยุทธขั้นต่ำกว่ากึ่งจงซรือลงมา พวกเขาจะไม่มีทางชี้ชัดและเข้าถึงหัวใจของมันได้เท่ากับจางเซวียน

“มาเริ่มการทดสอบขั้นที่ 3 กันเถอะ, ศึกหุ่นจำลอง ไปได้!”

รู้ตัวว่าพูดกับปีศาจตนนี้ไปก็มีแต่จะเครียด ปรมาจารย์อู๋จึงเร่งให้เขาเดินไปยังประตูบานที่ 3

“ได้!” จางเซวียนพยักหน้า

“การทดสอบขั้นศึกหุ่นจำลองนี้ไม่มีคะแนน เมื่อเข้าไป คุณจะได้พบกับหุ่นจำลองสีแดงตัวหนึ่ง และสีน้ำเงินอีกตัวหนึ่งซึ่งมีวรยุทธระดับเดียวกัน คุณจะต้องชี้แนะหุ่นจำลองตัวสีแดงให้เอาชนะตัวสีน้ำเงินให้ได้ เมื่อทำสำเร็จก็ถือว่าสอบผ่าน”

ปรมาจารย์อู๋อธิบายกฎเกณฑ์

“ได้เลย!” ก็เหมือนกับที่หลิงเซียวเซียวอธิบายไว้ก่อนหน้า จางเซวียนผลักประตูบานนั้นและเดินเข้าไปโดยไม่รีรอ

ในห้องมีสังเวียนรูปวงกลมซึ่งมีรัศมีราวๆ 20 เมตร หุ่นจำลอง 2 ตัวอยู่ในวงสังเวียนนั้น ตัวหนึ่งใส่ชุดสีน้ำเงิน และอีกตัวหนึ่งใส่ชุดสีแดง

เมื่อเห็นเขาเข้าไป ทั้ง 2 ตัวก็ลุกขึ้นต่อสู้กันทันที

ตุ้บ! ปึ้ก! ปั้ก!

ทั้งคู่ต่างแลกหมัดกัน คลื่นพลังจากหมัดของทั้ง 2 ตัวก่อให้เกิดลมพัดอื้ออึงหวีดหวิวไปโดยรอบ

“ทงฉวนขั้นสูงสุด?”

จางเซวียนประหลาดใจมาก

ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองตัวจะสามารถแสดงพละกำลังของนักรบทงฉวนขั้นสูงสุดออกมาได้ ท่วงท่าของมันยังล้ำลึกและลื่นไหลในแบบที่นักรบทงฉวนขั้นสูงสุดตัวจริงอาจจะยังทำไม่ได้ขนาดนี้

ที่อาณาจักรเทียนเซวียน นักรบทงฉวนขั้นสูงสุดได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดของความแข็งแกร่ง แต่ก็เทียบกับเจ้าหุ่นจำลองตัวนี้ไม่ได้เลย

สมกับที่เป็นสภาปรมาจารย์!

“การทดสอบขั้นนี้ยากจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงพูดกันว่าไม่มีทางผ่านการทดสอบเป็นปรมาจารย์ได้ หากยังไม่ได้สำเร็จวรยุทธทงฉวนขั้นสูงสุดเสียก่อน เหตุผลมันเป็นแบบนี้เอง!”

ก็เพราะจางเซวียนมีวรยุทธที่สมบูรณ์แบบ ใครที่มีวรยุทธแตกต่างออกไปก็ถือว่าผิด สำหรับเขา การระบุข้อบกพร่องใดๆก็ล้วนแต่เป็นเรื่องหมูๆไปหมด

ใช้เวลาไม่นาน จางเซวียนก็จดจำข้อบกพร่องทั้งหมดของเจ้าหุ่นจำลองทั้ง 2 ตัวได้

ฟึ่บ!

การต่อสู้จบลง

ก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องไขวิชาชีพเมื่อครู่ก่อนหน้า มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงนั้นแจ้งให้เขาชี้แนะเจ้าหุ่นจำลองตัวสีแดงให้ต่อสู้จนได้ชัยชนะ

“ท่วงท่าของหุ่นจำลองสีแดงรุนแรงและดุเดือด ขณะที่หุ่นสีน้ำเงินจะอ่อนช้อยและว่องไวกว่า ทั้งคู่มีจุดแข็งของตัวเอง ทำให้ยากที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเอาชนะได้… ในเมื่อเป็นแบบนี้ เราจะชี้ข้อบกพร่องของทั้ง 2 ตัว ในแบบที่ทำให้ตัวสีแดงได้เปรียบตัวสีน้ำเงิน…”

จางเซวียนวางแผนอย่างว่องไว และเมื่อแน่ใจว่ามันเข้าท่าแล้ว เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ตุ้บ! ปึ้ก! ปั้ก!

หลังจากเขาคิดตกได้ไม่นาน หุ่นทั้งสองตัวก็เริ่มสู้กันอีก

“เจ้าหุ่นแดง ถอยไป 3 คุ่น บิดตัวไปทางขวาครึ่งรอบ แล้วออกหมัด…”

เห็นเจ้าหุ่นจำลองทั้ง 2 ตัวตะลุมบอนกันอีกรอบ จางเซวียนเริ่มสั่งการ

……

“คุณว่าเขาจะสอบผ่านขั้นนี้ไหม? ถึงทักษะการเป็นนักปรุงยาจะโดดเด่นมาก แต่ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้เรื่องวรยุทธอาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้!”

“ดูเหมือนคุณจะยังไม่รู้ นัปรุงยาหงหยุ่นเพิ่งจะบอกเมื่อครู่นี้เองว่า จางเซวียนเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์ที่มีระดับเหนือกว่า 3 ดาว!”

“ลูกศิษย์ของปรมาจารย์ที่มีระดับเหนือกว่า 3 ดาว? ถ้าอย่างนั้น…เขาสอบผ่านแน่ๆ!”

“จริงด้วย…”

ปรมาจารย์คือผู้ที่คุ้นเคยและเชี่ยวชาญการชี้แนะวรยุทธให้กับผู้อื่น ในเมื่อเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ ความสามารถของเขาในการชี้แนะวรยุทธให้กับผู้อื่นก็ย่อมจะเหนือชั้นกว่าการชี้แนะให้ผู้อื่นทำการหลอมยา คงจะตลกพิลึกถ้าเขาไม่ผ่านการทดสอบขั้นนี้

“ถึงการทดสอบขั้นนี้จะไม่มีคะแนน แต่คนส่วนใหญ่ก็เปรียบเทียบผลการทดสอบระหว่างผู้เข้าสอบแต่ละคนโดยดูจากระยะเวลาที่ใช้ และจำนวนครั้งของการเคลื่อนไหว!”

ปรมาจารย์อู๋ยืนลูบเคราอยู่หน้าประตูบานที่ 3

ปราจารย์คนอื่นๆต่างก็พยักหน้า

ในการชี้แนะผู้ที่มีวรยุทธระดับเดียวกันให้ต่อสู้กันนั้น การใช้เวลา 3 นาทีกับ 10 วินาทีถือเป็นแนวคิดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ก็เช่นเดียวกัน หลังจากที่ได้รับคำชี้แนะ ผู้ที่ออกตัว 100 ครั้งกับออกตัวเพียงครั้งเดียวเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ ก็เป็นแนวคิดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงเช่นกัน

“ผมจำได้ว่าปรมาจารย์โม่ชี้แนะหุ่นจำลองตัวสีแดงให้เอาชนะตัวสีน้ำเงินได้โดยใช้การออกตัวไม่ถึง 20 ครั้ง และนั่นก็กลายเป็นตำนานของสภาปรมาจารย์ไปเลย!” ปรมาจารย์อู๋มองโม่หงอีอย่างชื่นชม

“17 ครั้ง!”

โม่หงอีพยักหน้าอย่างมั่นใจ

“ใช่แล้ว, 17 ครั้ง! การชี้แนะให้หุ่นตัวหนึ่งเอาชนะอีกตัวหนึ่งได้โดยออกตัวแค่ไม่กี่ครั้ง ทั้งๆที่มันมีระดับวรยุทธเท่ากัน ก็แปลว่าความเข้าใจเรื่องวรยุทธของปรมาจารย์โม่สูงส่งนัก!”

หลังจากชมเชยอีกฝ่ายแล้ว ปรมาจารย์อู๋ก็หันไปที่ประตู “แต่นั่นแหละ ผมก็ยังสงสัยว่าจางเซวียนจะต้องออกตัวกี่ครั้ง!”

“ผมก็อยากรู้!” แววตาของโม่หงอีเป็นประกายขึ้นมาแว่บหนึ่ง

อีกฝ่ายทำลายสถิติของเขาไปหลายอย่างแล้ว เขาจึงอยากรู้ว่าเจ้าคนที่มาจากอาณาจักรเทียนเซวียนจะเหนือชั้นได้สักแค่ไหน ความสามารถในการชี้แนะวรยุทธของเขาจะน่าทึ่งเหมือนกับทักษะอื่นๆที่เขาเพิ่งจะแสดงออกไปหรือเปล่า?

….

“ด้วยอายุที่ยังไม่ถึง 20 ปี ผมยอมรับว่าทักษะการหลอมยาของเขาถือเป็นปรากฏการณ์ทีเดียว แต่ก็ไม่เชื่อว่าเรื่องวรยุทธจะเยี่ยมยอดได้แบบนั้น!”

เจียงเฉินพึมพำขณะที่จับจ้องประตู

เขาเติบโตขึ้นมาในตระกูลของปรมาจารย์ และภายใต้คำชี้แนะของบิดา เขาแทบไม่เคยเจอปัญหาในการฝึกฝนวรยุทธของตัวเองเลย ทั้งยังมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งด้วย แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังต้องออกตัวถึง 25 ครั้งกว่าจะสอบขั้นตอนนี้ผ่าน จึงไม่เชื่อว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะทำได้ดีกว่าเขา

“การสาธิตครั้งแรกใช้เวลาประมาณ 300 อึดใจ และ 10 อึดใจหลังจากนั้น การทดสอบก็จะเริ่ม เมื่อดูจากสมมติฐานที่ว่าการออกตัว 1 ครั้งใช้เวลา 1 อึดใจ เราก็พอจะคำนวณคร่าวๆได้ว่าเขาจะต้องออกตัวกี่ครั้ง…”

แม้เจียงเฉินจะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเทียบสถิติของเขาได้ แต่ก็ยังประสาทกินอยู่

เพราะหมอนี่ได้ทำทุกอย่างที่เหนือความคาดหมายของเขามาแล้ว

ก่อนหน้านี้ ถ้ามีใครสักคนบอกเขาว่ามีผู้ได้รับระดับความเชื่อใจถึง 85 หลังจากที่สอนลูกศิษย์มาแค่สองสามวัน เขาคงถ่มน้ำลายใส่หน้าเจ้าคนนั้น

ถ้าใครสักคนบอกว่ามีผู้เข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ที่ได้ 130 คะแนนในขั้นห้องไขวิชาชีพ เขาก็คงจะฉีกปากมันเสีย

แต่ตอนนี้…ทุกสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็ล้วนเกิดขึ้นกับหมอนี่

แม้ว่าเขาจะไม่ชอบขี้หน้าจางเซวียนด้วยเรื่องของโม่หยู่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหนุ่มคนนี้มีความสามารถเหนือชั้นจริงๆ

“312, 313, 314…”

เขานับเวลา และเคาะนิ้วชี้ขวาบนแขนซ้าย

เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งตาโตขึ้นทุกที

“333, 334, 335!”

ในที่สุด เมื่อเขานับมาถึง 335 อึดใจ ซึ่งเป็นระยะเวลาทั้งหมดที่เจียงเฉินใช้ในการทดสอบขั้นนี้ อีกฝ่ายก็ยังไม่ออกมาจากห้อง เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกและมีสีหน้ายินดีปรีดา

“ฮ่าฮ่า ดูเหมือนความสามารถในการชี้แนะวรยุทธของเขาจะไม่เจ๋งเท่าไหร่…”

เจียงเฉินพึมพำและเลิกคิ้ว

เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงจะทำให้เขาประหลาดใจเหมือนกับการทดสอบ 2 ขั้นที่ผ่านมา แต่สุดท้าย ผ่านไป 335 อึดใจแล้วเขาก็ยังอยู่ในห้อง นั่นหมายความว่า ภายใต้คำชี้แนะของเขา…หุ่นจำลองตัวสีแดงไม่สามารถเอาชนะตัวสีน้ำเงินได้ภายในการออกตัว 25 ครั้ง ต่อให้หมอนั่นออกจากห้องมาตอนนี้ ผลการทดสอบก็จะยังด้อยกว่าของเขา

….

ตอนที่เจียงเฉินกำลังตาโต ปรมาจารย์อู๋กับโม่หงอีก็มองหน้ากัน ต่างคนต่างส่ายหน้า

“ดูเหมือนทักษะการถ่ายทอดวรยุทธของเขาจะไม่ดีนัก!”

“ทุกคนย่อมมีจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง ขณะที่เขามีทักษะการหลอมยาเป็นเลิศ ความสามารถในการชี้แนะวรยุทธกลับยังอ่อนด้อยอยู่ แต่ว่า…”

โม่หงอีเงยหน้า และด้วยความสดใสมั่นใจถึงขีดสุด เขาพูดว่า “แต่จางเซวียนละเลยการฝึกฝนขั้นพื้นฐานของตัวเอง ไม่มีความจำเป็นจะต้องกลัวคนแบบนี้เลย!”

คุณมาเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ ความรับผิดชอบหลักของปรมาจารย์ก็คือให้คำชี้แนะด้านวรยุทธ เพื่อที่ลูกศิษย์ของตัวเองจะได้แข็งแกร่งขึ้น

คุณเก่งกาจเรื่องการหลอมยา แล้วอย่างไร? มีนักปรุงยาเก่งๆอีกมากมายที่พร้อมจะอุทิศทั้งชีวิตให้กับการหลอมยา ไม่มีเหตุผลที่ใครจะต้องตามหาคุณเลย!

อาจารย์คนหนึ่งจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเขาขับเครื่องบินเก่งแทนที่จะสอนเก่ง?

เขาหลงลืมหัวใจแห่งความรับผิดชอบในอาชีพไป

ในการทดสอบ 2 ขั้นก่อนหน้า เจ้าหนุ่มคนนี้ทำผลการทดสอบได้เป็นเลิศจนโม่หงอีคิดว่า นับจากวันนี้ไป หมอนี่จะต้องเป็นคู่แข่งตัวยงของเขา แต่เท่าที่ดูตอนนี้ ก็ดูเหมือนว่าตัวเขาเองจะคิดมากไป

ถ้าหมอนั่นไม่เอาไหนเรื่องการชี้แนะวรยุทธ เขาก็ไม่มีอะไรจะต้องกลัวเลย

“จริงด้วย น่าเสียดาย…”

ปรมาจารย์อู๋ก็เข้าใจเรื่องนี้ดี ความเสียใจปรากฏขึ้นบนสีหน้าของเขา

อีกฝ่ายได้ผลการทดสอบดีเยี่ยมในการทดสอบทั้ง 2 ขั้นก่อนหน้า ปรมาจารย์อู๋จึงคิดว่าในการทดสอบขั้นที่ 3 เขาก็ต้องทำได้ดีเหมือนกัน แต่เท่าที่ดู ก็เหมือนว่าเขาจะคาดหวังในตัวฝ่ายนั้นมากไป

ในโลกนี้จะมีใครที่เก่งกาจไปเสียทุกอาชีพ?

ในเมื่อเขาเป็นนักปรุงยาผู้ไร้เทียมทานไปแล้ว มันจะมากไปไหมถ้าจะคาดหวังให้เขาเป็นผู้รอบรู้เรื่องวรยุทธด้วย?

ความคิดของทุกคนยังคงกระเจิดกระเจิง จนอีก 10 อึดใจผ่านไป

แอ๊ด! ในที่สุดประตูก็เปิด จางเซวียนโผล่แต่หัวออกมา

“ใช้เวลาทั้งหมด 352 อึดใจ นั่นหมายความว่าหุ่นจำลองทั้ง 2 ตัว มีการออกตัวทั้งหมด 42 ครั้ง…”

เจียงเฉินเยาะเย้ย กำลังตั้งท่าจะทับถมอีก จางเซวียนก็เกาหัวอย่างขัดเขิน

“ระหว่างที่…ผมชี้แนะ เจ้าหุ่นตัวสีแดงปล่อยพลังมากเกินไปจนตัวสีน้ำเงินหัวหัวหลุดกระเด็น…ผมพยายามซ่อมมัน แต่ทำไม่ได้ ผมจะถามว่า…เอ่อ…ผมไม่ได้สอบตกใช่ไหม?”

“หัวหลุด?”

“ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของโครงสร้างหรือพละกำลัง ทั้งคู่ก็อยู่ในระดับเดียวกัน อย่างมากที่สุดก็ทำได้แค่ให้หุ่นอีกตัวยอมแพ้เท่านั้น นี่ถึงกับหัวหลุด…มันเกิดอะไรขึ้น?”

ฝูงชนพากันช็อก ในวินาทีนั้น ทั้งห้องสอบก็ตกอยู่ในความเงียบ

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version