ตอนที่ 316 การทดสอบที่แท้จริงของบ้านวัดใจ
“รับลูกศิษย์ใหม่?”
“ทำให้พวกเขามีระดับความเชื่อใจที่ 40 ภายใน 10 วัน?”
โม่หงอีขมวดคิ้ว
ถ้าเปรียบเทียบกับเกณฑ์ความเชื่อใจที่ 50 ของการทดสอบปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว ระดับความเชื่อใจที่ 40 ดูง่ายกว่า แต่อันที่จริงนั้นมันยากกว่ากันหลายเท่า
เพราะในการทดสอบของปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว ผู้เข้าสอบสามารถพาลูกศิษย์รุ่นเยาว์ที่สอนมาแล้วอย่างน้อย 3 ปีมาเข้าสอบได้ เพื่อให้ได้ระดับความเชื่อใจที่ 50
แต่สำหรับเกณฑ์ของการผ่านการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว พวกเขามีเวลาแค่ 10 วันในการสร้างระดับความเชื่อใจที่ 40 จากลูกศิษย์ใหม่ ความยากนั้นเหนือจะจินตนาการเลยทีเดียว
“การทดสอบขั้นบ้านวัดใจจะเป็นขั้นตอนสุดท้าย คุณทั้งคู่เริ่มทดสอบ 4 ขั้นแรกได้เลย!”
เมื่อแนะนำกฎเกณฑ์แล้ว ผู้อาวุโสจูก็หันไปบอกจางเซวียนกับโม่หงอี
“ได้!”
จางเซวียนพยักหน้าและเดินไปยังห้องสอบ แต่เดินไปได้แค่ 2 ก้าว ผู้อาวุโสจูก็รั้งตัวเขาไว้
“ปรมาจารย์จาง รอสักครู่…”
จางเซวียนหันกลับมาอย่างสงสัย
“เอ่อ…มันเป็นอย่างนี้ คุณเข้าสอบทีหลังปรมาจารย์โม่ได้ไหม ผมกลัวว่า…เมื่อคุณเข้าไป หุ่นจำลองอาจเป็นอะไรไปอีก ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น…ปรมาจารย์โม่ก็จะไม่ได้สอบ!” ผู้อาวุโสจูพูดอย่างกระอักกระอ่วน
เจ้าหนุ่มคนนี้ทำหุ่นจำลองพังไปเกือบหมดแล้ว ใครจะรู้ได้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าพวกมันจะฟื้นฟูตัวเองได้เหมือนเดิม
ผู้อาวุโสจูนึกสะพรึงกับสิ่งที่จะตามมา เขากลัวว่าจางเซวียนจะสร้างความสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นอีก และทำลายข้าวของที่ใช้ในการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาววอดวายหมด
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น โม่หงอีก็จะไม่ได้สอบ
“เอ่อ…ได้สิ!”
จางเซวียนตอบอย่างกระอักกระอ่วนพอๆกัน
ไม่คิดเลยว่าตัวเขาจะสร้างความประทับใจในแบบที่แสนจะน่าสะพรึงให้กับอีกฝ่ายหลังการทดสอบเพียงครั้งเดียว
แต่แน่นอน ถ้าจางเซวียนรู้ว่าทุกคนมองว่าการเข้าสอบของเขาเทียบเท่ากับการสร้างความวอดวายให้กับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เขาคงจะใบ้กินยิ่งกว่าเดิม
โม่หงอีก็ทำตัวได้สมราคาของอัจฉริยะแห่งอาณาจักรเทียนหวู่ เขาผ่านการทดสอบทั้งหมดไปได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง
แม้จะไม่ได้ทำคะแนนอันน่าอัศจรรย์เหมือนจางเซวียน แต่ก็ทำลายสถิติที่มีมาในอดีตไปหลายอย่าง
จากนั้นก็ถึงตาของจางเซวียน
ซึ่งก็เกิดเป็นความวายป่วงอย่างสาหัสสากรรจ์ อุปกรณ์และเครื่องจักรกลที่ใช้ในการทดสอบแทบทุกอย่างล้วนพังพินาศตอนที่เขาเดินออกมา
เมื่อเห็นสภาปรมาจารย์ที่แทบจะวายวอด ทั้งประธานเจียง ผู้อาวุโสจู ปรมาจารย์อู๋ และคนอื่นๆแทบจะปล่อยโฮ…แม้หุ่นจำลองของสภาปรมาจารย์จะมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง แต่ก็ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อการนี้ เมื่อดูจากหุ่นจำลองที่ใช้ในการทดสอบของปรมาจารย์ระดับ 1 ดาวและ 2 ดาว ที่วอดวายขายตัวกันไปหมด ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะต้องจ่ายแพงขนาดไหนกว่าจะเยียวยาพวกมันให้กลับสู่สภาพเดิมได้
“คุณทั้งคู่ผ่านการทดสอบ 4 ขั้นแรกแล้ว สำหรับขั้นสุดท้ายคือบ้านวัดใจ ผมจะให้เวลาพวกคุณ 10 วันในการปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ คุณจะรับลูกศิษย์แค่ 1 คนหรือหลายคนก็ได้ ตราบใดที่ระดับความเชื่อใจที่พวกเขามีให้คุณอยู่ที่ 40 ขึ้นไป คุณก็จะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว!”
ผู้อาวุโสจูเริ่มอธิบายขั้นตอนของการทดสอบขั้นสุดท้ายให้ทั้งคู่ฟัง
“ลูกศิษย์คนเดียวก็พอหรือ?” จางเซวียนถามอย่างข้องใจ
“ใช่!” ผู้อาวุโสจูลูบเครา
“10 วัน…” จางเซวียนยังสงสัยอยู่ “ผมรับลูกศิษย์ตอนนี้เลยได้ไหม?”
10 วันสำหรับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวถือว่านานเกินไปสำหรับเขา ถ้าทำได้ จางเซวียนอยากจะรับลูกศิษย์เสียเดี๋ยวนี้และทำให้เขามีระดับความเชื่อใจที่ 40 เลย เขามั่นใจว่าตัวเองทำได้
“ใจเย็นก่อน มีเงื่อนไขอยู่ 2-3 ข้อเกี่ยวกับการรับลูกศิษย์!”
ผู้อาวุโสจูส่ายหน้า เขากวาดสายตาไปรอบๆและพูดว่า “สำหรับการทดสอบของปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว ผมมีอีกภารกิจหนึ่งที่จะต้องวานให้ปรมาจารย์จางและปรมาจารย์โม่ทำ ตอนนี้คงต้องรบกวนให้พวกคุณทุกคนกลับไปก่อน อีกอย่าง ปรมาจารย์ทั้งคู่จะต้องออกจากอาณาจักรเทียนหวู่และไม่สามารถติดต่อได้เป็นการชั่วคราว! แต่ได้โปรดวางใจ ภารกิจนี้ไม่มีอันตรายอย่างแน่นอน!”
“อีกภารกิจหนึ่ง?”
“ทั้งคู่ต้องออกจากอาณาจักร? ทำไมผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?”
“แต่ถ้าไม่มีอันตราย ก็ไม่เป็นไรหรอก!”
ฝูงชนต่างผงะไป เพราะนึกไม่ถึงว่าการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวจะซับซ้อนขนาดนี้ แถมภารกิจที่เพิ่มขึ้นมายังทำให้ทั้งคู่ต้องออกจากอาณาจักรไปด้วย แต่ถึงจะอยากถามแค่ไหน พวกเขาก็ทำได้แค่ส่ายหน้าขณะที่เดินออกจากห้องสอบไป พร้อมกับมองผู้อาวุโสจูที่ไม่มีทีท่าจะยินยอมตอบคำถาม
จ้าวหย่ากับเด็กคนอื่นๆก็ชำเลืองมองจางเซวียนก่อนจะเดินออกไป
ไม่ช้าในห้องก็เหลือแต่จางเซวียน โม่หงอี และปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว อีกสามคน
“เอาล่ะ ผู้อาวุโสจู คุณบอกเรื่องนั้นกับพวกเขาได้แล้ว!” ประธานเจียงพูด
“ได้!” ผู้อาวุโสจูพยักหน้า เขาหันไปทางจางเซวียนกับโม่หงอีและพูดว่า “อันที่จริง เรื่องที่ผมบอกคนอื่นๆไปว่าคุณทั้งคู่จะต้องออกจากเมืองเพื่อไปปฏิบัติภารกิจนั้นเป็นเรื่องโกหก แต่ที่ผมทำอย่างนั้นก็เพื่อให้พวกคุณปฏิบัติภารกิจในการทดสอบขั้นบ้านวัดใจได้อย่างราบรื่นและไม่เกิดปัญหา!”
จางเซวียนกับโม่หงอีมองหน้ากันอย่างงุนงง
“ก็เหมือนที่ผมพูดไปแล้ว ในการทดสอบขั้นบ้านวัดใจ คุณจะต้องรับลูกศิษย์ใหม่และทำให้พวกเขามีระดับความเชื่อใจอยู่ที่ 40 ให้ได้ แต่คุณทั้งคู่ไม่สามารถใช้ตัวตนที่แท้จริงในการทดสอบครั้งนี้ เพราะไม่อย่างนั้น เชื่อแน่ว่าจะต้องมีผู้คนนับไม่ถ้วนที่วิ่งโร่เข้ามาขอเป็นลูกศิษย์ของคุณ และการจะผ่านการทดสอบก็ย่อมเป็นเรื่องง่ายมาก!”
ผู้อาวุโสจูพูด
“เอ่อ…”
ทั้งคู่พยักหน้า
ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาก็เป็นความจริง
ด้วยการผ่านการทดสอบ 4 ขั้นแรกของการเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว ก็เรียกได้ว่าทั้งคู่เป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวแล้ว หากรับลูกศิษย์ตอนนี้ ผู้คนมากมายคงจะวิ่งเข้าใส่และมาอ้อนวอนขอเป็นศิษย์ การจะได้ระดับความเชื่อใจจากลูกศิษย์ใหม่ก็ย่อมง่ายดายยิ่งกว่าเดินชมสวน
“ถ้าเราใช้ตัวตนของเราไม่ได้ แล้ว…”
โม่หงอีถามอย่างสงสัย เขายังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ของการสอบในขั้นนี้ดีนัก
“สภาปรมาจารย์จะมอบตัวตนใหม่และเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้กับคุณทั้งคู่ ก่อนจะส่งไปยังโรงเรียนเทียนหวู่ในฐานะอาจารย์ทั่วไป ภายใน 10 วันคุณทั้งคู่ในคราบของตัวตนใหม่จะต้องรับลูกศิษย์และพาพวกเขามาเข้ารับการทดสอบ เมื่อได้ระดับความเชื่อใจที่ 40 จึงจะถือว่าสอบผ่าน ในระหว่างนั้น คุณทั้งคู่จะไม่สามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงหรือติดต่อใครได้ ไม่อย่างนั้น…จะถือว่าสอบตก!”
ผู้อาวุโสจูพูดอย่างเข้มงวด
“ปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเราไว้ และทำตัวเป็นอาจารย์ทั่วไป?”
“ห้ามเปิดเผยตัวตนหรือติดต่อกับใคร?”
จางเซวียนกับโม่หงอีถึงกับผงะ
ไม่นึกเลยว่าการทดสอบขั้นบ้านวัดใจของปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวจะแปลกประหลาดขนาดนี้
แต่หลังจากใคร่ครวญแล้วก็พอฟังขึ้น
ตัวตนของการเป็นปรมาจารย์นั้นเป็นเครื่องเรียกแขกชั้นดีอยู่แล้ว หากพวกเขาใช้ตัวตนที่แท้จริงในการรับลูกศิษย์ การจะผ่านการทดสอบย่อมเป็นเรื่องง่าย
โดยเฉพาะสำหรับโม่หงอี ในฐานะอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของอาณาจักร ย่อมมีผู้สนับสนุนเขามากมาย การหาลูกศิษย์สองสามคนที่มีระดับความเชื่อใจในตัวเขาที่ 40 นั้นง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
แต่หากทั้งคู่ต้องใช้ตัวตนอื่นในการปฏิบัติภารกิจนี้ แน่นอนว่าย่อมกลายเป็นหนังคนละม้วน
หากต้องเริ่มจากการเป็นอาจารย์ธรรมดาสามัญ และยังทำให้ลูกศิษย์มีความเชื่อใจถึงระดับ 40 ได้ นั่นก็หมายความว่าพวกเขามีความสามารถในการสอนอันโดดเด่น และควรค่าแก่การได้รับตำแหน่งปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว “เหตุผลที่ผมจงใจบอกใครๆว่าคุณสองคนจะต้องออกจากเมืองเพื่อไปปฏิบัติภารกิจ ก็เพื่อจะได้ไม่มีใครสงสัยเมื่อมีอาจารย์ใหม่ 2 คนปรากฏตัวที่โรงเรียน!”
ผู้อาวุโสจูยิ้มและอธิบาย
ทั้งคู่ถึงบางอ้อในทันที
ด้วยการที่ผู้อาวุโสจูพูดออกไปดังๆแบบนั้น ภายในเวลาไม่นาน ทั่วทั้งเมืองหลวงก็จะต้องรู้กันว่าทั้งคู่ออกจากเมืองเพื่อไปปฏิบัติภารกิจ และเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็จะไม่มีใครสนใจตัวตนใหม่เมื่อพวกเขาเข้าไปที่โรงเรียนเทียนหวู่
เพราะถ้าไม่มีใครแสดงความสงสัยในตัวตนใหม่ของพวกเขา ก็แน่นอนว่าตัวตนเก่าย่อมไร้ประโยชน์
มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเริ่มต้นใหม่
“เอาล่ะ ทางสภาปรมาจารย์ได้เตรียมตัวตนใหม่ของคุณทั้งคู่ไว้แล้ว ซึ่งมันจะสามารถผ่านการตรวจสอบตัวตนทุกที่ที่มีในเมือง เนื่องจากมีอาจารย์ 2-3 คนลาออกไป พรุ่งนี้เช้า โรงเรียนเทียนหวู่จะจัดการคัดเลือกอาจารย์ที่เปิดสำหรับบุคคลทั่วไป เพื่อหาเลือดใหม่เข้าร่วมทีมของพวกเขา คุณทั้งคู่จะต้องไปสมัคร…ไม่มีบุคลากรคนไหนในโรงเรียน, รวมทั้งครูใหญ่ ที่จะล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของพวกคุณ ดังนั้น คุณทั้งคู่จึงเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ หลังจาก 10 วันผ่านไป คุณจะต้องพาลูกศิษย์ใหม่มาที่นี่ หากระดับความเชื่อใจของพวกเขาอยู่ที่ 40 หรือมากกว่า คุณก็จะผ่านการทดสอบ และได้รับตราสัญลักษณ์ปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว เพราะสำหรับการทดสอบระดับ 2 ดาว จะไม่มีปุจฉา-วิสัชนา”
ผู้อาวุโสจูพูดและยื่นหนังสือให้ 2 เล่ม
จางเซวียนคว้ามาเล่มหนึ่ง และเปิดอ่าน
“หลิวเฉิน อาจารย์ทั่วไปผู้ผ่านการทดสอบเป็นอาจารย์ในเมืองฉวนไห่แห่งอาณาจักรเทียนหวู่, อายุ 24 ปี, วรยุทธทงฉวนขั้นต้น เป็นอาจารย์ในเมืองฉวนไห่มา 1 ปี…”
ข้อมูลของบุคคลที่เขาต้องยืมตัวตนมาใช้นั้นมีระบุไว้ในหนังสือ ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน บุคคลผู้นั้นไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ระดับมันสมองก็ไม่ได้ขี้เหร่ เป็นอาจารย์ที่ไม่ได้มีข้อบกพร่องร้ายแรง แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จแบบรุ่งโรจน์เช่นกัน
ไม่ช้า จางเซวียนก็อ่านจบทั้งเล่มและจดจำทุกสิ่งในฐานะตัวตนใหม่ของเขาเอาไว้
การเตรียมการของสภาปรมาจารย์นั้นไม่อาจประมาทได้ หลิวเฉินเป็นผู้มีตัวตนอยู่จริงๆ และหากใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสืบเสาะภูมิหลังของเขาได้ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้อาจารย์หลิวตัวจริงอยู่ที่ไหน
เขาน่าจะได้ทำข้อตกลงบางอย่างไว้กับสมาคมอาจารย์ และเพื่อให้กระบวนการทดสอบทั้งหมดเป็นไปได้อย่างราบรื่น เขาจึงหลบไปซ่อนตัว
ส่วนโม่หงอีก็อ่านหนังสือของเขาจบทั้งเล่มแล้วเหมือนกัน เนื้อหาในนั้นก็คือตัวตนและเรื่องราวของบุคคลที่เขายืมตัวตนมาใช้
“เอาล่ะ นี่เป็นหน้ากากของสภาปรมาจารย์ เมื่อใส่แล้วคุณทั้งคู่ก็จะกลายเป็นตัวตนของคนที่คุณได้รับมอบหมาย การทดสอบจะเริ่มขึ้นวันพรุ่งนี้ ภายใน 10 วันคุณทั้งคู่จะต้องพาลูกศิษย์มารับการทดสอบระดับความเชื่อใจ ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าสอบตก!”
ผู้อาวุโสจูยื่นหน้ากากผิวมนุษย์ให้
วินาทีที่จางเซวียนสวมหน้ากากลงบนใบหน้า เขารู้สึกถึงคลื่นความเย็นที่ซึมซาบเข้ามาขณะที่หน้ากากหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับผิวหนังของเขา ทำให้ไม่อาจสัมผัสหรือมองเห็นได้
จางเซวียนไม่รู้ว่าตอนนี้รูปลักษณ์ของเขาเป็นอย่างไร แต่เมื่อหันไปมองโม่หงอี ก็รู้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ราวกับเป็นคนละคน แม้แต่รังสีของเขาก็เปลี่ยนไป
สมกับเป็นเครื่องมือของสภาปรมาจารย์ มันน่าทึ่งจริงๆ!
“วันนี้คุณทั้งคู่ยังมีเวลาเหลือในการตระเตรียมสิ่งที่จำเป็น คุณสามารถใช้เวลานี้จัดการธุระที่ยังค้างคาอยู่ได้ แต่ห้ามบอกใครโดยเด็ดขาดถึงสถานที่ที่คุณจะไป และใครที่คุณปลอมตัวเป็นเขา!”
ผู้อาวุโสจูย้ำกับทั้งคู่อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งคู่พยักหน้า
ทั้งสองคนเป็นปรมาจารย์ระดับ 2 ดาว ที่มีคุณค่าต่อสภาปรมาจารย์ ก็เป็นธรรมดาที่ผู้อาวุโสจูจะตั้งความหวังว่าพวกเขาจะไม่สะเพร่าจนต้องขาดคุณสมบัติไป
จางเซวียนไม่มีความหวาดหวั่นในการทดสอบขั้นนี้แม้แต่น้อย เขากลับรู้สึกตื่นเต้น
มันเหมือนกับแผนเดิมของเขาที่ตั้งใจจะไปยังโรงเรียนเทียนหวู่เพื่อหาลูกศิษย์สัก 2-3 คน แล้วทำให้พวกเขาสำนึกในบุญคุณมากพอที่จะทำให้หน้าหนังสือสีทองปรากฏขึ้นมา การทดสอบครั้งนี้บังเอิญเหมือนกับแผนของเขาอย่างน่าประหลาด
“ผู้อาวุโสจู ผมอยากอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรมาจารย์สักหน่อย ขอทราบได้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน?”
ก่อนจะมุ่งหน้ามาที่อาณาจักรเทียนหวู่ เขาคิดมาตลอดว่าอยากเข้าไปในหอสมุดของสภาปรมาจารย์ เพื่อหาข้อมูลของปรมาจารย์เซียนขง รวมทั้งหนังสือเกี่ยวกับเทคนิควรยุทธขั้น 8-จงซรือ
ก่อนหน้านี้ ที่เมืองบัวแดง จางเซวียนสะสมหนังสือวรยุทธขั้นจงซรือไว้ได้มากแล้ว ยังขาดอีกแค่ 200-300 เล่ม ก็จะเรียบเรียงเคล็ดวิชาเทียบฟ้าเพื่อนำมาฝึกฝนได้
ซึ่งเขายังเหลือเวลาอีก 10 วัน หากรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับเทคนิคการฝึกวรยุทธได้มากพอ เขาก็อาจใช้ช่วงเวลานี้ฝ่าด่านวรยุทธไปยังจงซรือขั้นสูงสุดได้
“คุณอยากอ่านหนังสือหรือ? หอสมุดอยู่ด้านโน้น แต่คุณยังเป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 1 ดาวอยู่ จึงเข้าไปได้เฉพาะหอสมุดระดับ 1 ดาวเท่านั้น ส่วนหอสมุดระดับ 2 ดาวนั้น ยังถือว่าคุณไม่มีสิทธิ์!”
ผู้อาวุโสจูชี้มือไป
“ได้!” จางเซวียนตอบ จากนั้นก็เดินตรงไปยังหอสมุดของปรมาจารย์ระดับ 1 ดาว
