ตอนที่ 518 จางเซวียนเซ็งเป็ด
ถูกอสูรห้าสะพรึงซึ่งหนักกว่าหมื่นกิโลนั่งทับ…แค่คิดก็มากพอจะทำให้จินชงไห่กับจ้าวเฟยอู่อกสั่นขวัญแขวนแล้ว
ทั้งคู่ส่ายหน้า และมองแม่สาวทรงโตที่ใกล้ลมจับอยู่รอมร่ออย่างเห็นใจ
มีคนให้คุณหาเรื่องตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเจาะจงมาหาเรื่องหมอนี่?
ปรมาจารย์จางคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนสงบเสงี่ยม แต่อันที่จริง เขาคือตัวป่วนที่ไม่เคยหวาดกลัวอะไรทั้งสิ้นในโลกใบนี้ ไม่อย่างนั้น คงไม่บุกเดี่ยวเข้าทำลายล้างทั้งราชวงศ์แห่งอาณาจักรชวนหยวนหรอก
หากใครพูดจาดีๆ ด้วย เขาก็จะตอบกลับอย่างมารยาทดีพอๆ กัน…แต่ในเมื่อคุณตวาดใส่เขาราวกับเขาเป็นคนสติไม่ดี ก็คงจะน่าแปลกหากไม่ถูกสั่งสอนเสียบ้าง!
แค่นี้ก็โชคดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่บังคับให้คุณยอมรับเขาเป็นอาจารย์!
ชายผู้นี้กล้าบ้าบิ่นถึงขนาดสั่งให้นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 9 ยอมรับเขาเป็นอาจารย์มาแล้ว แค่คุณน่ะเหรอ…ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก!
ขณะที่ทั้งคู่ยังตะลึงกับภาพตรงหน้า แม่สาวปากกล้าที่ถูกอสูรห้าสะพรึงนั่งทับอยู่ก็รู้สึกเหมือนใกล้บ้าเต็มที
เธอเป็นเจ้าของสวนคนสวยผู้มีทั้งอำนาจและอิทธิพล ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนยอมศิโรราบให้เธอ เธอคิดว่าชายผู้นี้แค่พยายามจะเรียกร้องความสนใจ หรือไม่ก็ทำก้อร่อก้อติกด้วยการขอยืมจดหมายเชิญ แต่เขากลับส่งอสูรวิเศษของตัวเองมาจัดการเธอจริงๆ …
แม่สาวทรงโต, หลัวชิงเหยียน ใกล้คลุ้มคลั่งเต็มที เธอกระอักเลือดกองใหญ่ออกมา
“แก…ฉันจะฆ่าแก!”
เธอตวาดกร้าวอย่างดุเดือด และกำลังจะรวบรวมพละกำลังทั้งหมดเพื่อผลักเจ้ายักษ์ใหญ่ที่นั่งทับเธอออกไป ก็พอดีกับที่ได้ยินเสียงชายหนุ่มบ่นพึมอย่างขัดอกขัดใจอยู่ไม่ห่างออกไปนัก
“ห้าสะพรึง แกเป็นอะไรนี่? ฉันบอกให้แกไปต่อรองกับเธอเพื่อขอยืมจดหมายเชิญนะ! ไอ้คำว่าขอยืมนี่แกไม่เข้าใจรึไง? ทำไมมือไวใจเร็วแบบนั้น แกยังเหลือความเคารพฉันซึ่งเป็นเจ้านายของแกอยู่บ้างหรือเปล่า?”
“ฮื่ออออ?” อสูรห้าสะพรึงอึ้งไป นัยน์ตาใหญ่โตราวกับตะเกียงของมันกระพริบปริบๆ อย่างงุนงง
ถึงมันจะมีสติปัญญาทัดเทียมกับมนุษย์ แต่ก็ยังไม่คุ้นเคยกับภาษามนุษย์ดีนัก เป็นไปได้ว่า มันเข้าใจคำว่า ‘ต่อรอง’ ของจางเซวียนผิดเป็น ‘ฉก’
อีกอย่าง ตัวมันเองก็ทำอะไรตามใจอยู่แล้ว โดยปกติก็พร้อมจะฉกทุกอย่างที่อยากได้ หากมันไม่เป็นตัวแสบแบบนี้ ทางสมาพันธุ์นานาอาณาจักรก็คงไม่ส่งนักรบมากมายมาตามล่า
ต่อให้มันเข้าใจคำว่า ‘ต่อรอง’ ของจางเซวียนอย่างถูกต้องก็เถอะ แล้วจะมีความอดทนอดกลั้นพอที่จะทำแบบนั้นหรือ?
“พอแล้ว เลิกตีหน้าซื่อเสียที ในเมื่อแกทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ นั่งอยู่อย่างนั้นแหละ นั่งไปอีกชั่วโมงนึง ถ้าฉันไม่สั่งก็ห้ามลุก!”
ชายหนุ่มตวาดอย่างรำคาญ
พลั่ก…หลัวชิงเหยียนกระอักเลือดออกมา น้ำตาไหลพราก
คุณลงโทษมันหรือลงโทษฉัน?
คุณจะให้มันไปนั่งที่อื่นก็ได้ แต่กลับสั่งให้มันนั่งอยู่ตรงนี้อีก 1 ชั่วโมง…กว่าจะหมดเวลาลงโทษ ฉันคงตายเสียก่อน…
ขณะที่เธอกำลังกระอักเลือด จ้าวเฟยอู่ก็เดินเข้ามาและพูดขึ้นว่า “เรามาหาซื้อสมุนไพร คงจะดีหากเราไม่สร้างปัญหาโดยไม่จำเป็น…”
“คุณพูดถูก!” ชายหนุ่มพยักหน้า จากนั้นก็ยื่นจดหมายเชิญให้แม่บ้านที่เฝ้าหน้าประตู “นี่คือจดหมายเชิญของผม ผมเข้าไปได้หรือยัง?”
“….” แม่บ้าน
เอาเข้าจริง เธอก็แทบเสียสติเหมือนกัน
เห็นคนอวดเก่งอวดดีมาก็มาก แต่ชายหนุ่มคนนี้กินเรียบ
จดหมายเชิญเป็นเครื่องยืนยันตำแหน่งและสถานภาพของผู้นั้น รวมถึงการแสดงความปรารถนาดีของเจ้าของสวนด้วย ฉกมาดื้อๆ อย่างนี้…
คนสติดีๆ เขาจะทำกันหรือเปล่า?
อีกอย่าง…ต่อให้คุณอยากฉกจริงๆ ก็ควรจะแอบทำตอนที่ไม่มีใครเห็น ถ้าฉันไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็พอจะมองข้ามและปล่อยให้คุณเข้าไปได้
แต่…ถึงกับฉกกันต่อหน้าต่อตาฉันแบบนี้ คุณคิดว่าฉันตาบอดหรือไง?
และที่ทุเรศทุรังกว่านั้นก็คือ…ขนาดฉกมาแล้วก็ยังมีหน้ายื่นจดหมายเชิญให้ฉันดู และถามหน้าซื่อตาใสว่าเข้าไปได้หรือยัง…
เข้ากับผีอะไร!
เธอยืดตัวตรงอย่างหงุดหงิด และร่ำๆ จะระเบิดอยู่เต็มแก่
“ไม่มีทาง! คุณกล้าดีอย่างไรขโมยจดหมายเชิญของคนอื่นต่อหน้าต่อตาฉัน ถ้าไม่ข้ามศพฉันไปก่อนล่ะก็ อย่าฝันเลยว่าจะได้เข้าไป…”
แม่บ้านกัดฟันกรอด เธอรวบรวมพลังปราณ และพร้อมจะทำทุกวิถีทางไม่ให้จางเซวียนเข้าไป แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต
“ไม่มีทาง?”
เกียรติยศของสวนสมุนไพรจะต้องไม่ถูกใครลบหลู่ ขณะที่เธอกำลังเตรียมพร้อม ชายหนุ่มก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งคำถาม “คุณผู้หญิง คุณป่วยหรือเปล่า?”
แม่บ้านแทบทรุด
คุณมันบ้า! ฉันไม่อนุญาตให้คุณเข้าไป แล้วคุณก็กลับมาถามว่าฉันป่วยหรือเปล่า…คนที่ป่วยน่ะคุณต่างหาก!
เธอไม่เคยโมโหเดือดขนาดนี้มาก่อน หากทำได้ คงพุ่งเข้าไปสังหารหมอนั่นเสียแล้ว แม่บ้านสะบัดข้อมือ และอาวุธชิ้นหนึ่งก็ปรากฎ ขณะที่เธอกำลังจะเข้าโจมตี ชายหนุ่มก็พูดขึ้นอีก
“ผมเห็นจุดชีพจรหยางไป๋ที่อยู่ตรงหว่างคิ้วของคุณมีสีแดงเรื่อ และพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของคุณก็ออกจะติดขัดเล็กน้อย ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คุณกำลังทุกข์ทรมานจากอาการปวดหัวรุนแรงทุกค่ำคืน และบริเวณท้ายทอยก็กระตุกด้วยใช่ไหม?”
“คุณ…” แม่บ้านที่กำลังโมโหเดือดถึงกับชะงัก
เขาพูดถูก เธอปวดหัวอย่างหนักทุกคืนและบริเวณท้ายทอยก็กระตุกอย่างรุนแรง เธอได้ไปตรวจอาการที่สมาคมนายแพทย์แล้ว แต่พวกเขาก็ให้ข้อสรุปอะไรไม่ได้ จึงได้แต่ทนทุกข์กับมันอยู่อย่างนั้น
แล้วชายผู้นี้…รู้ได้อย่างไร?
“ไม่ใช่แค่นั้นนะ พลังปราณก็ไม่อาจไหลเวียนไปทั่วทางเดินพลังปราณของคุณได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้พละกำลังของคุณไม่สมดุล การฝึกฝนวรยุทธของคุณจึงมาถึงด่านคอขวด ทำอย่างไรก็ฝ่าไปไม่ได้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด คุณกำลังแอบฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบอยู่ ผมพูดถูกไหม?” ชายหนุ่มตั้งคำถาม
“คะ คุณ…รู้ได้ไง?” แม่บ้านแทบจะถอยกรูด
วรยุทธของเธอชะงักงันมาระยะหนึ่งแล้ว ด้วยความที่อยากยกระดับวรยุทธ เธอจึงเลือกฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบ แต่ก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับแม้แต่กับเพื่อนสนิทของเธอ แล้วเขารู้ได้อย่างไร?
“ผมรู้ได้อย่างไรน่ะไม่ใช่ประเด็นหรอก ครั้งหนึ่งคุณเคยได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของผู้ที่ฝึกฝน เทคนิควรยุทธที่มีองค์ประกอบของพลังหยาง ทำให้กระแสพลังหยางเข้าไปปิดกั้นทางเดินพลังปราณของคุณ เหตุที่คุณตั้งใจฝึกฝนเทคนิคที่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบ ก็เพื่อจะเจือจางพลังหยางในร่างกาย และเรียกความปราดเปรื่องในการฝึกฝนวรยุทธกลับมาใหม่…”
ชายหนุ่มส่ายหน้า “แนวคิดของคุณก็ไม่เลว แต่วิธีการที่คุณใช้…มันผิดเสียจนผิดมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว!”
แม่บ้านอึ้งตาค้าง เธออ้าปากหวอ แต่พูดอะไรไม่ออกสักคำเดียว
เธอเคยต่อสู้กับผู้ที่มีพลังหยางเข้มข้นเมื่อปีก่อน และอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการต่อสู้ครั้งนั้นก็ทำให้วรยุทธของเธอชะงักงัน ด้วยเหตุนี้ เธอจึงต้องหลุดจากตำแหน่งผู้บ่มเพาะสมุนไพรมาเป็นแม่บ้านเฝ้าประตู
ชายหนุ่มเอาสองมือไพล่หลังไว้และอธิบายเนิบๆ “พลังหยินกับพลังหยางนั้นเจือจางซึ่งกันและกัน แต่ว่ากระแสพลังหยางในร่างกายของคุณได้หลอมรวมเข้ากับเลือด และถ่ายเทเข้าสู่ทางเดินพลังปราณของคุณแล้ว ดังนั้น การฝึกฝนวรยุทธที่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบอย่างพรวดพราดมีแต่จะเปลี่ยนร่างกายของคุณให้กลายเป็นสนามรบ แน่นอนว่า ในการต่อสู้ทุกครั้ง พลังปราณที่มี องค์ประกอบของพลังหยางจะค่อยๆ ลดลงก็จริง แต่ว่าในเวลาเดียวกัน พลังปราณที่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบก็ได้กระจัดกระจายไปทั่วร่าง และบางส่วนของมันได้ไหลตามกระแสเลือดขึ้นไปจนถึงศีรษะของคุณ เกิดเป็นอาการปวดหัวรุนแรงอย่างที่ผมพูดไปนั่นแหละ!”
“เอ่อ…” แม่บ้านปากสั่น “มีวิธีรักษาไหม?”
อีกฝ่ายวิเคราะห์ได้ตรงเผง เธอคิดมาตลอดว่าอาการปวดหัวรุนแรงนั้นมีสาเหตุมาจากความอ่อนล้า ไม่ได้รู้สักนิดว่าเป็นผลพวงมาจากการฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบ
คิดไปคิดมา อาการปวดหัวที่ว่าก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนฝึกฝนเทคนิควรยุทธนี้นั่นแหละ!
ไม่เพียงแต่เขาจะล่วงรู้อาการเจ็บป่วยของเธอ ยังรู้แม้กระทั่งต้นตอของอาการป่วย รู้ในสิ่งที่แม้แม้แต่บรรดานายแพทย์ในสมาคมนายแพทย์ก็ไม่รู้!
แค่มองปราดเดียวก็บอกได้มากขนาดนี้…
ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน?
“วิธีรักษานั้นง่ายมาก คุณต้องฝึกฝนเพลงดาบดอกไม้ร่วงวันละ 5 ครั้ง พร้อมๆ ไปกับการขับเคลื่อนพลังปราณ ภายใน 10 วันก็จะหายขาด!” จางเซวียนตอบ
“คุณ…รู้ได้อย่างไรว่าฉันเคยเรียนเพลงดาบดอกไม้ร่วง?” แม่บ้านแทบทรุดไปอีกรอบ
เธอได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาเพลงดาบดอกไม้ร่วงจากกูรูเชวซึ่งเป็นเจ้าของสวน และในบรรดา พี่สาวน้องสาวของเธอ เธอก็เป็นคนเดียวที่ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ แค่เธอชักดาบออกมา อีกฝ่ายก็รู้ได้ขนาดนี้เชียวหรือ…
เราฝันไปหรือเปล่า?
ทั้งจัดการเจ้าของสวนชิงเหยียนจนหมอบราบคาบแก้วและต้องกระอักเลือดกองใหญ่ออกมา ฉกจดหมายเชิญมาอย่างหน้าตาเฉย…แถมยังระบุอาการป่วยรวมทั้งวิธีแก้ไขได้ด้วยการมองเธอแค่ปราดเดียว…นี่เขาพูดจริงหรือแค่พล่ามเอาเพลิน?
ชายหนุ่มพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่ใส่ใจความงุนงงสงสัยของอีกฝ่าย “เพลงดาบดอกไม้ร่วงจะทำให้ผู้ฝึกฝนสามารถแผ่กระแสดาบฉีที่เหมือนกับดอกไม้ร่วงออกมา หากคุณขับเคลื่อนพลังปราณไปพร้อมๆ กับการสำแดงเทคนิคนี้ ก็จะสามารถขับพลังหยางที่ปิดกั้นอยู่ในร่างกายของคุณออกมาพร้อมกับกระแสดาบฉีได้ เพียงแค่ฝึกฝนวันละ 5 ครั้งต่อเนื่องกัน 10 วัน พลังหยางที่อยู่ในตัวคุณจะถูกขับออกมาจนหมด และแม้ต่อไปคุณจะฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบ ก็จะไม่มีผลกระทบใดๆ อีกเลย!”
เมื่อได้รู้ว่าวิธีการรักษาช่างง่ายดายขนาดนั้น แม่บ้านลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันแน่น เธอชูดาบในมือขึ้น และตั้งต้นปฏิบัติตามที่อีกฝ่ายบอก
เพลงดาบดอกไม้ร่วงจะสร้างกระแสพลังปราณที่ทำให้นึกถึงดอกไม้ร่วง ในพริบตานั้น สรวงสวรรค์ที่เกลื่อนกล่นไปด้วยกลีบดอกไม้ร่วงก็ดูเหมือนจะปรากฎต่อหน้าต่อตาทุกคน กลีบดอกไม้แต่ละกลีบมีปราณสังหารอันคมกริบและเยือกเย็นกว่าธรรมดา เกิดเป็นความงดงามอย่างน่าพรั่นพรึง
จางเซวียนอดรู้สึกยำเกรงไม่ได้ขณะที่เฝ้ามองเพลงดาบนั้น สมกับที่เป็นเมืองหลวงแห่งสมาพันธุ์นานาอาณาจักร แม้แต่แม่บ้านเฝ้าประตูก็ยังเป็นถึงนักรบกึ่งเหนือมนุษย์
ไม่ช้า แม่บ้านก็เสร็จสิ้นการสำแดงเพลงดาบพื้นฐาน เธอรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย และได้แต่ตาค้างด้วยความดีใจจนตะลึงพรึงเพริด
แม้จะเป็นแค่การปฏิบัติตามครั้งแรก แต่ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายเบาสบายกว่าเดิม พลังหยางที่เธอคิดว่าคงไม่มีทางกำจัดได้ถูกขจัดออกไปบางส่วน แม้จะยังหลงเหลือที่ปิดกั้นทางเดินพลังปราณอยู่อีกมาก แต่อย่างน้อย…ก็เห็นชัดว่าเขาพูดความจริง!
วิธีการของเขารักษาอาการป่วยของเธอได้จริงๆ !
“ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ!” แม่บ้านเก็บดาบเข้าฝักและประสานมือคารวะอย่างสุภาพ
อาการโมโหเดือดที่มีอยู่หายวับไปหมดสิ้น
การที่เขามองเห็นทั้งปัญหาและเสนอวิธีแก้ไขที่ถูกต้องได้ ก็แปลว่าความรู้ความสามารถของอีกฝ่ายเหนือชั้นกว่าบรรดานายแพทย์ในสมาคมนายแพทย์เสียอีก…แน่นอนว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
คนที่เก่งกาจอย่างเขาคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาแน่!
“อือ!” จางเซวียนโบกมืออย่างไม่ยี่หระ ปัญหาของเธอไม่ได้ซับซ้อนมากมาย จึงแก้ไขได้ไม่ยากเขาหัวเราะหึๆ และถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ผมเข้าไปได้หรือยัง?”
“เอ่อ…ไม่ทราบว่าคุณชายคือ…” แม่บ้านอดตั้งคำถามไม่ได้
แม้เธอจะรู้แล้วว่าเขาเป็นบุคคลผู้เก่งกาจ แต่ก็อยากสอบถามตัวตนให้แน่ใจเสียก่อน ไม่อย่างนั้น ก็ไม่อาจรายงานเจ้าของสวนได้ถูก
“นี่คือปรมาจารย์จาง!” จินชงไห่เดินออกมาและให้คำตอบ
“ปรมาจารย์จาง? คุณเป็น…ปรมาจารย์?” แม่บ้านถึงกับชะงัก
“ใช่แล้ว!” จางเซวียนออกจะงงๆ
ต่อให้ผมเป็นปรมาจารย์ คุณก็ไม่เห็นต้องประหลาดใจนี่ เมืองนี้มีปรมาจารย์อยู่เยอะแยะ
“ถ้าฉันรู้เสียก่อนว่าคุณเป็นปรมาจารย์ จะไม่ขวางทางคุณเลย สำหรับงานเลี้ยงคืนนี้ ท่านเจ้าของสวนประกาศว่า นอกจากเจ้าของสวนคนอื่นๆ แล้ว ปรมาจารย์ทุกคนก็จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในสวนสมุนไพรได้ตามสบาย…” แม่บ้านพูด
“ปรมาจารย์เข้าไปได้ตามสบาย?” จางเซวียนถึงกับมึนตึ้บ
เซ็งเป็ด!
ถ้ารู้ว่าง่ายขนาดนี้ จะไม่ลงทุนใช้อสูรห้าสะพรึงหรอก เขาต้องเหนื่อยยากแทบตายกว่าจะเข้ามาในสวนสมุนไพรแห่งนี้ได้ เพียงเพื่อจะมารู้ที่หลังว่าที่ทำไปนั้นไม่มีประโยชน์…
“ปรมาจารย์จาง เชิญทางนี้!” เมื่อรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แม่บ้านก็เชื้อเชิญชายหนุ่มให้เข้าไป
“เฮ่อออ…” จางเซวียนข่มความเซ็งไว้และเดินเข้าไปในสวนพร้อมกับจ้าวเฟยอู่และจินชงไห่ แต่เดินไปได้แค่ 2 ก้าว ก็เห็นแม่บ้านชี้นิ้วไปที่หลัวชิงเหยียนซึ่งยังบี้แบนและมีอสูรห้าสะพรึงนั่งทับอยู่ “เอ่อ…ปรมาจารย์จาง แล้วเจ้าของสวนชิงเหยียนล่ะ…”
“อ๋อ ไป! แกหลบไปเลย เดี๋ยวฉันค่อยเรียกแกทีหลัง!”
รู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดอะไร จางเซวียนโบกมือไล่อสูรห้าสะพรึงให้ออกไปพ้นทาง
แม้การที่อสูรห้าสะพรึงเข้าใจเจตนาของเขาผิดจะถือเป็นอุบัติเหตุ แต่แม่สาวปากกล้าคนนี้ก็สมควรโดนแล้ว เพราะเธอบังอาจถึงขนาดไม่เคารพปรมาจารย์
ฮื่ออออ!
อสูรห้าสะพรึงผงกหัวเมื่อได้ยินคำสั่ง มันสะบัดก้น กางปีกและโผขึ้นสู่ท้องฟ้า
“แก! ไอ้บ้าเอ๊ย…”
หลัวชิงเหยียนมองร่างยับเยินของเธอ และได้แต่จ้องตามหลังจางเซวียนกับคนอื่นๆ ไปอย่างเคียดแค้น เธอตัวสั่นและกัดฟันกรอด
ในฐานะเจ้าของสวนสมุนไพรหมอกเขียว สถานภาพของเธอเทียบเท่ากับคนใหญ่คนโตในสมาพันธุ์นานาอาณาจักรทีเดียว มันเรื่องอะไรถึงต้องเจอกับเรื่องแบบนี้?
โดนอสูรวิเศษนั่งทับ…หยามหน้ากันเหลือเกิน!
ถึงหมอนั่นจะเป็นปรมาจารย์ แต่เธอก็จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ
“เจ้าของสวนชิงเหยียน เกิดอะไรขึ้น?”
ขณะที่เธอสาบานกับตัวเองว่าจะต้องแก้แค้นไอ้สารเลวคนนี้ให้ได้ ก็มีเสียงตั้งคำถามอย่างประหลาดใจดังขึ้น เมื่อมองไป ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีตราสัญลักษณ์ของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวกำลังเดินเข้ามา
