ตอนที่ 583 คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า
“คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า?”
“ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย?”
“ในเมื่อเป็นของล้ำค่าที่ปรมาจารย์หงนำมาจากสำนักงานใหญ่ จะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ!”
“จริงด้วย!”
เมื่อได้ยินชื่อคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า ผู้เข้าประลองทุกคนที่อยู่บนเวทีก็มีสีหน้างงงัน
ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อนี้ แม้แต่ประธานคัง ปรมาจารย์สู่ว และคนอื่นๆก็ไม่รู้จัก
เห็นความงงงันของผู้ชม ปรมาจารย์หงอธิบายยิ้มๆ “ในฐานะปรมาจารย์ ทุกคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ความรู้ไม่ได้เป็นแค่ถ้อยคำหรือข้อมูล มันยังมีน้ำหนักในตัวเองด้วย!”
“ผมเคยได้ยินคำกล่าวนั้น!”
“ความรู้จะช่วยขัดเกลานิสัย ทั้งยังทำให้ผู้นั้นมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง!”
“ยิ่งมีความรู้มากขึ้นเท่าไหร่ จิตวิญญาณของผู้นั้นก็จะยิ่งมั่นคงหนักแน่น ว่ากันว่าในสมัยนั้น ปรมาจารย์ขงทำให้โลกจมและมหาสมุทรกระฉอกได้ด้วยการกระทืบเท้าเพียงครั้งเดียว และด้วยความรู้ของปรมาจารย์ขงนี่เอง ที่เป็นเข็มทิศชี้ทางให้คนทั้งโลก!”
“จริงด้วย! เมื่อปรมาจารย์ขงจากโลกนี้ไป แม้ศิษย์สายตรงทั้ง 72 คนของเขาจะมีวรยุทธทัดเทียมกับตัวปรมาจารย์ขง แต่ก็ไม่อาจสำแดงพละกำลังอย่างที่ปรมาจารย์ขงเคยทำได้เลย!”
ผู้ชมออกความคิดเห็นกันเซ็งแซ่
จางเซวียนก็อดพยักหน้าไม่ได้
เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวีรกรรมของปรมาจารย์ขงมากนัก แต่จากการอ่านหนังสือ เขาได้เรียนรู้ว่าคำพูดมีน้ำหนักของมัน
แม้ความรู้จะจับต้องไม่ได้ แต่ก็ทำให้ผู้รู้เก่งกาจและเพียบพร้อมกว่าเดิม
“ในเมื่อความรู้มีน้ำหนัก ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องวัดได้ ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ทำแบบนั้นได้ก็คือคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า!”
ปรมาจารย์หงพูดต่อ “แม่น้ำเหือดแห้งเผยให้เห็นตะกอนทองคำ หมอกที่สลายไปเผยให้เห็นดวงจันทร์ใสกระจ่าง คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าจะมองทะลุภาพลวงตาเข้าสู่ความรู้ของคนผู้นั้น”
“ของชิ้นนี้รังสรรค์ขึ้นโดยปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวตั้งแต่หนึ่งหมื่นปีก่อน มันมีอานุภาพค้นหาจิตวิญญาณของผู้คน แค่วางมือของคุณลงไปบนนั้น มันก็จะบอกน้ำหนักของความรู้ที่คุณมีอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้!”
“แน่นอนว่ามันวัดได้เฉพาะน้ำหนักของความรู้ที่ผู้นั้นสั่งสมไว้ ไม่อาจวิเคราะห์ความคิดของคุณได้ จึงไม่มีอะไรต้องกังวล ชิ้นที่ผมยืมมาจากจากสำนักงานใหญ่ถือว่ามีคุณภาพระดับรอง แต่ก็เกินพอที่จะตรวจสอบจำนวนหนังสือที่คุณอ่านไป”
“ชั่งน้ำหนักความรู้?”
“เหลือเชื่อจริงๆ!”
“ใช่ น่าทึ่งมาก สมกับที่เป็นของล้ำค่าจากสำนักงานใหญ่!”
เมื่อรู้ว่าสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้สามารถประเมินน้ำหนักของความรู้ที่แต่ละคนมีอยู่ ผู้ชมก็ทึ่ง
“โดยทั่วไป เมื่ออาจารย์สักคนสั่งการให้ลูกศิษย์เล่าเรียน ต่อให้ลูกศิษย์เกียจคร้าน อาจารย์ก็ตรวจสอบไม่ได้ แต่ด้วยสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ อาจารย์สามารถประเมินน้ำหนักของความรู้ที่ลูกศิษย์มี และบอกได้ว่าลูกศิษย์ขยันหมั่นเพียรหรือเปล่า!”
“นี่คือเหตุผลหลักที่คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าถูกประดิษฐ์ขึ้น”
ปรมาจารย์หงกระดิกนิ้ว และคัมภีร์เล่มหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตาทุกคน
มันมีขนาดปานกลางและเป็นสีขาวราวหิมะ แต่การปรากฏของมันก็ดูเหมือนจะนำพาเอาคลื่นรบกวนของพลังจิตวิญญาณอันเข้มข้นเข้ามาสู่บริเวณนั้น ทำให้ทุกคนรู้ได้ว่าไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ธรรมดา
ปรมาจารย์หงวางคัมภีร์เล่มนั้นลงบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าเขาและหันไปอธิบายกับผู้ชม “คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าจะแสดงปริมาณของความรู้ที่คนคนหนึ่งมีอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งออกมาเป็น 7 สี เรียงลำดับจากน้อยไปมาก คือสีแดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า น้ำเงิน และม่วง! แต่ละสีหมายถึงการเพิ่มขึ้นของหนังสือจำนวน 800 เล่ม ยกตัวอย่าง…ถ้าคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าเรืองแสงสีแดงออกมา หมายความว่าคุณผ่านการทดสอบ ถ้าเรืองแสงสีส้ม ก็แปลว่าคุณจดจำเนื้อหาในหนังสือได้ 1600 เล่ม และจากนั้นก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ พวกคุณจะต้องเข้ามาแตะคัมภีร์เล่มนี้ทีละคน”
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะง่ายแบบนี้!”
“ในเมื่อเป็นสิ่งประดิษฐ์ของปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว พวกเราก็ไม่มีข้อกังขาเรื่องความเที่ยงธรรม!”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของปรมาจารย์หง ทุกคนก็เข้าใจ ต่างพากันพยักหน้า
ในเมื่อเป็นของล้ำค่าที่มาจากสำนักงานใหญ่ ก็ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น
“บรรลัยสิเรา…”
ตรงกันข้ามกับความยินดีปรีดาของทุกคน จางเซวียนหน้ามืดและแทบจะเป็นลมลงไปเดี๋ยวนั้น
ถ้าเขารู้เสียก่อนว่าจะต้องถูกประเมินโดยสิ่งประดิษฐ์พรรค์นี้ จะไม่อ่านหนังสือมากขนาดนั้นเลย
ตลอด 2 ชั่วโมงนั้น ผู้เข้าประลองคนอื่นๆคงอ่านหนังสือได้ราวหลักร้อยปลายๆไปจนถึงพันกว่าเล่ม แต่ตัวเขาใช้จิตวิญญาณอ่านหนังสือเหล่านั้น ซึ่งรวมแล้วก็น่าจะตกราวสองแสนเล่ม…
เขานึกว่าการทดสอบจะเป็นการตั้งคำถามเพื่อวัดระดับความเข้าใจที่มีต่อเนื้อหาในหนังสือเหล่านั้น ซึ่งเขาก็พอจะยังทำเป็นถ่อมเนื้อถ่อมตัวได้อยู่ ใครจะไปรู้ว่าทุกอย่างจะพลิกผันเร็วขนาดนี้? แล้วแบบนี้ จะเหลืออะไรให้ถ่อมตัวอีกเล่า?
ไม่มีทางที่จางเซวียนจะทำให้สิ่งประดิษฐ์ของปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวยอมปิดบังผลการประเมินให้เขา!
แล้วทีนี้จะทำไง?
ขณะที่จางเซวียนวุ่นวายใจอยู่ ปรมาจารย์หงก็ลูบเคราและถามบรรดาผู้เข้าประลอง “เอาล่ะ เริ่มกันเลย ใครจะเป็นคนแรก?”
“เอ่อ…”
ทุกคนมองหน้ากัน และหลังจากอ้ำอึ้งกันอยู่ครู่หนึ่ง ทุกสายตาก็หันขวับไปจับจ้องที่จางเซวียน
“ทำไมไม่ให้ปรมาจารย์จางไปก่อนล่ะ?”
“จริงด้วย! ปรมาจารย์จาง เชิญคุณก่อนเลย พวกเราไม่รีบ!”
มีสองสามคนเชียร์ให้จางเซวียนออกไป
แต่ยังไม่ทันที่จางเซวียนจะได้ตอบ ปรมาจารย์หงที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับเซและแทบกระอักเลือดออกมา
มันแน่อยู่แล้วว่าพวกคุณไม่รีบ! พวกคุณก็แค่หวังว่าปรมาจารย์จางจะสร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีก แล้วพวกคุณก็จะผ่านการทดสอบไปอย่างสบาย!
มันอาจเป็นข่าวดีสำหรับพวกคุณ แต่สำหรับผม…ผมจะรายงานเรื่องนี้ให้สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่เข้าใจได้อย่างไร ถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบเดิมอีก!
ปรมาจารย์หงหน้าแดงก่ำ เขารีบยกมือเบรกและสั่งการ “ในเมื่อไม่มีใครออกมา เรียงตามลำดับอายุก็แล้วกัน แต่คราวนี้เราจะเริ่มจากคนอายุมากที่สุด!”
ไม่ใช่ปรมาจารย์หงอยากกีดกันจางเซวียน แต่เขาก็…น่าสะพรึงเกินไป
ขืนปล่อยให้ออกมาคนแรก ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า
อย่างน้อยที่สุด เมืองหลอนแดนปีศาจกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นตนนั้นก็เป็นสมบัติของเขา แม้ต้องสูญเสียมันไป เขาก็ยังรับได้ แต่คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าเป็นของที่ยืมมาจากสำนักงานใหญ่ ต้องเอากลับไปคืนเมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ
“ให้ผมเป็นคนสุดท้าย?”
นึกไม่ถึงว่าขนาดปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวยังเข็ดขยาดกับเขา จางเซวียนได้แต่ส่ายหน้า ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
อันที่จริง ออกไปคนแรกหรือคนสุดท้ายก็ไม่ต่างอะไร เขาคิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องผ่านการทดสอบ จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องอื่น
อันที่จริง เรียกว่าไม่มีกะจิตกะใจคงจะตรงกว่า เพราะเรื่องด่วนที่สุดตอนนี้ก็คือหาวิธีปกปิดปริมาณความรู้ที่เขาเพิ่งศึกษามาให้ได้…
เมื่อได้ฟังการตัดสินใจของปรมาจารย์หง ประธานคังกับคนอื่นๆก็เซ่อไป ปรมาจารย์จางถึงกับทำให้ผู้จัดการประลองปรมาจารย์เข็ดขยาดได้ ช่างเก่งกาจเสียจริง!
เมื่อรู้กฎเกณฑ์และจัดลำดับกันแล้ว ส่วนที่เหลือก็ง่าย ผู้เข้าประลองคนแรกที่ต้องเข้าไปคือปรมาจารย์ที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม เป็นปรมาจารย์จากจักรวรรดิหมิงเซี่ย
ปรมาจารย์ผู้นี้ติด 1 ใน 10 อันดับตัวเก็งที่ต้องคอยจับตาเช่นกัน และวรยุทธของเขาก็อยู่ในขั้นขจัดสิ่งมัวหมอง-สูงสุดแล้ว เมื่อรู้ว่าต้องเป็นคนแรก เขาก็เดินไปหาคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า
ทุกสายตาจับจ้องที่เขา
เขาสูดหายใจลึกและวางมือลงบนคัมภีร์เล่มนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะชักมือกลับ คัมภีร์สีขาวราวหิมะสั่นสะท้าน ก่อนจะเกิดเสียงกุกกัก แล้วแสงสีแดงก็เรืองออกมา
“แสงสีแดง เขาผ่านการทดสอบ!”
“เยี่ยมมาก!”
“ประเมินน้ำหนักความรู้ของคนๆหนึ่งได้ สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ!”
การได้เห็นคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าทำงานทำให้ทุกคนตื่นเต้น
ในความเห็นของพวกเขา สิ่งประดิษฐ์ส่วนใหญ่มีไว้เพื่อการสู้รบหรือยกระดับวรยุทธเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ซึ่งวัดความรู้ของคนๆหนึ่งได้
ปรมาจารย์หงพยักหน้าอย่างพอใจขณะที่ถามว่า “คุณอ่านหนังสือไปกี่เล่ม?”
“เรียนปรมาจารย์หง ผมอ่านไปทั้งหมด 1238 เล่ม” ปรมาจารย์ผู้นั้นตอบ
“อือ ไม่เลว!” ปรมาจารย์หงชมเชยก่อนจะประกาศผล “หลิวฉวนจากจักรวรรดิหมิงเซี่ยผ่านการทดสอบ คนต่อไป, จางหมิงซื่อจากจักรวรรดิเหิงซา”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวออกมา – จางหมิงซื่อ แม้เขาจะมีอายุมากเป็นที่ 2 ในบรรดาผู้เข้าประลองที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ แต่กลับมีวรยุทธแค่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -ขั้นต้นเท่านั้น จึงถือเป็นอันดับท้ายๆของกลุ่ม
เขาเดินไปหาคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า และวางฝ่ามือลงบนนั้น
ซึ่งก็แตกต่างจากครั้งก่อน คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าไม่ตอบสนองอะไรเลย ทำเหมือนกับเขายังไม่ได้วางฝ่ามือลงไป
“ดูเหมือนเขาจะอ่านหนังสือได้ไม่ถึง 800 เล่ม!”
หลังจากรอดูอยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจแล้วว่าคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าไม่ตอบสนอง ทุกคนก็ส่ายหน้า
“ผมอ่านไป 771 เล่ม!” จางหมิงซื่อยิ้มเจื่อนๆ
เขาคิดว่าอีกแค่ไม่กี่เล่มก็จะแตะ 800 แล้ว จึงน่าจะพอยืนหยุ่นไปได้ แต่เท่าที่เห็น ก็ไม่มีทางตบตาคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าได้เลย
“อือ!” ปรมาจารย์หงพยักหน้า “จางหมิงชื่อไม่ผ่านการทดสอบ จะต้องถูกคัดออก คนต่อไป…”
หลังจากผู้เข้าประลองเข้ารับการทดสอบไป 2 คน คนที่เหลือก็เข้าใจถึงประสิทธิภาพของคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปรับการทดสอบทีละคนตามลำดับอายุ
อีก 2 ชั่วโมงต่อมา ผู้เข้าประลองทั้ง 53 คน เว้นแต่จางเซวียน ก็เข้ารับการทดสอบจนเสร็จสิ้น
การทดสอบความจำด่านนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น ในที่สุดก็มีผู้เข้าประลอง 17 คนถูกคัดออกไป และหลังจากสอบถามกัน พวกเขาเหล่านั้นก็ล้วนแต่อ่านหนังสือได้ไม่ถึง 800 เล่ม อันที่จริง…มีอยู่ 1 คนที่อ่านได้ 799 เล่ม แต่คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าก็ไม่ให้เขาสอบผ่าน ซึ่งเขาก็ได้แต่คอตกกลับไป
“ผลการประเมินของคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าช่างเที่ยงตรงจริงๆ!”
เมื่อเห็นว่าสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้สามารถวัดได้แม้ความแตกต่างของจำนวนหนังสือเพียงเล่มเดียว ผู้ชมก็อดประทับใจในความแม่นยำและเที่ยงตรงของมันไม่ได้
สมกับที่เป็นของล้ำค่าจากสำนักงานใหญ่ น่าสะพรึงนัก!
ในบรรดาผู้เข้าประลอง 35 คนที่ผ่านการทดสอบ ผู้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดตอนนี้ไม่ใช่หลัวชุนหรือเลี่ยวอู๋จื่อ น่าประหลาดใจมากที่เป็นหนึ่งในคนรู้จักมักคุ้นของจางเซวียน…ซ่งเชา!
ตอนที่เข้ารับการทดสอบ คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าเรืองแสงสีส้มออกมา นั่นหมายความว่าเขาจดจำหนังสือได้ถึง 1600 เล่ม!
จดจำหนังสือได้มากขนาดนั้นภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมง…ความสามารถในการจดจำของเขาไม่ต่างอะไรกับปีศาจ
แม้แต่จางเซวียนก็ยังประหลาดใจ
ถึงหมอนั่นจะดูต้วมเตี้ยม แต่ความจำของเขาไม่ธรรมดาเลย
คุณชายโหลวฮวนที่จดจำได้ 1200 เล่ม ก็มีผลงานอยู่ในแถวหน้า
“คนสุดท้าย ปรมาจารย์จาง!”
จางเซวียนเดินออกไปตามเสียงประกาศของปรมาจารย์หง ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่ชายหนุ่มผู้เป็นตัวสร้างปัญหา
“ปรมาจารย์จางกำลังจะเข้ารับการประเมินแล้ว อยากรู้จริงๆว่าผลจะออกมาอย่างไร!”
“ผมไม่คิดว่าเขาจะทำผลงานได้ดีนักหรอก ผมแอบสังเกตดูระหว่างการทดสอบ ที่เขาทำก็แค่หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา แล้วจากนั้นก็เข้าภวังค์ ในสภาพแบบนั้นน่ะ จะทำผลงานให้ได้ดีก็คงยาก!”
“ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ว่า…นี่คือปรมาจารย์จางนะ! ดูจากผลงานอันน่าอัศจรรย์ของเขาใน 2 ด่านแรก ผมยังไม่อยากเชื่อหรอกว่าด่านนี้เขาจะถูกคัดออก”
“งั้นก็รอดูกัน…”
หลังจากการทดสอบ 2 ด่านแรก จางเซวียนก็กลายเป็นจุดสนใจ ทุกคนอยากรู้ว่าชายหนุ่มผู้ทำลายการทดสอบทั้ง 2 ด่านเสียวอดวายจะทำผลงานในด่านนี้ได้ดีหรือไม่
เมื่อเห็นแล้วว่าไม่มีทางปกปิดอะไรได้อีก จางเซวียนเดินออกไปด้วยสีหน้าละเหี่ยเพลียใจ
เขาคิดหาวิธีกลบเกลื่อนจนหัวแทบแตกแล้ว แต่ก็ไม่เจอสักอย่าง
“ช่างมันเถอะ เป็นไงเป็นกัน…”
รู้แล้วว่าไม่มีทางหลีกพ้น จางเซวียนรวบรวมความกล้าและก้าวออกไป เขาวางมือลงบนคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่าและถอนมือกลับทันที
จากนั้นก็จ้องคัมภีร์ อยากรู้ว่ามันจะเรืองแสงสีอะไรออกมา
