ตอนที่ 624 ของกำนัลต้อนรับ
คำตอบของทั้งคู่ทำเอาชิงย่วนหัวหมุน
เจ้าคนที่องค์หญิงเฟยเอ๋อได้พบก็ชั่วร้ายและหน้าไม่อายจริงๆ ไม่มีอะไรจะต้องออกความเห็น แต่หลัวฉีฉีพบใครกัน เธอถึงได้ชื่นชมเขาเสียขนาดนั้น?
อันที่จริง…นี่ไม่ใช่ชื่นชมธรรมดาแล้ว เรียกว่าหลงรักไปเต็มๆ ต่างหาก!
“ชั่วร้ายและหน้าไม่อาย? เขาทำอะไรให้เธอโมโห?” หลัวฉีฉีถาม
“หมอนั่น…หมอนั่นไร้ยางอายจริงๆ …”
ยิ่งคิด องค์หญิงเฟยเอ๋อก็ปรี๊ดแตก เธอรีบทบทวนเรื่องราวทั้งหมด
“เขาทำให้เธอกลายเป็นคนใช้ของเขา?”
หลัวฉีฉีอ้าปากค้างอย่างแทบไม่เชื่อเมื่อได้ฟังคำตอบ
สุภาพสตรีที่อยู่ตรงหน้าเธอเป็นใครกัน?
องค์หญิงที่ 6 แห่งจักรวรรดิหงหย่วน ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของฮ่องเต้ ขนาดชิงย่วนยังไม่กล้าล้ำเส้น แต่หมอนั่น…พยายามจะให้เธอไปเป็นคนรับใช้…
กล้าหาญชาญชัยไปหน่อยไหม?
ต่อให้เธอเป็นคนใช้ของคุณจริงๆ คุณกล้าใช้เธอหรือ?
หลัวฉีฉีอมยิ้มและส่ายหน้าก่อนจะพูดต่อ “อันที่จริง ฉันก็ว่าเขาเก่งนะ ทำให้องค์หญิงผู้ดื้อรั้นของเราโมโหแต่ตอบโต้ไม่ได้ ถือว่าเก่งใช่ย่อย”
“เธอ…” องค์หญิงเฟยเอ๋อทำปากยื่น “เอาเถอะ ซ้ำเติมกันเข้าไป ว่าแต่คนที่เธอพูดถึงน่ะเป็นใคร?”
“อ๋อ วันนี้ฉันไปที่สมาคมนักปรุงยา…”
หลัวฉีฉีเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นโดยไม่ปิดบัง
“แค่มองดูเธอหลอมยา ก็ชี้ข้อบกพร่องได้มากกว่า 100 ข้อ แถมยังให้คำชี้แนะจนเธอหลอมยาเกรด 6 ได้สำเร็จ และ ทะ-ที่สำคัญกว่านั้น…อายุแค่ 20 กว่า? จะเก่งอะไรขนาดนั้น?”
องค์หญิงตาค้างกับคำบอกเล่าของเพื่อนสนิท
หลัวฉีฉีเป็นนักปรุงยาผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วทั้งสถาบันปรมาจารย์ ไม่ว่าจะเข้าแข่งขันที่ไหนก็ล้วนแต่ อยู่ในอันดับต้นๆ แต่อัจฉริยะระดับนี้กลับถูกชี้ข้อบกพร่องในการหลอมยาได้มากกว่า 100 ข้อ?
ชายหนุ่มคนนั้นจะต้องไร้เทียมทานขนาดไหน?
อย่าว่าแต่หลัวฉีฉีเลย ถึงตัวเธอเองก็คงยอมรับอีกฝ่ายเป็นอาจารย์โดยไม่รีรอ
“จริงๆ นะ ตั้งแต่ฉันเริ่มฝึกฝนวรยุทธมา ไม่เคยรู้สึกชื่นชมในตัวใครเลย อาจารย์จางเป็นข้อยกเว้นเพียงคนเดียว!”
ยิ่งหวนคิดถึงความเชื่อมั่นและน้ำจิตน้ำใจของชายหนุ่มคนนั้น ริมฝีปากของหลัวฉีฉีเผยอยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“อือ ฉันชักจะเริ่มชื่นชมอาจารย์จางที่เธอพูดถึงเสียแล้ว เมื่อไหร่เธอจะพาฉันไปพบเขาล่ะ ฉันอยากเรียนการหลอมยากับเขา” องค์หญิงเฟยเอ๋อพูด
“ได้สิ! แต่เธอก็ต้องพาฉันไปพบหมอนั่นนะ ฉันอยากเห็นหน้าคนที่กล้าคิดจะเอาองค์หญิงของเราไปเป็นคนใช้ ถ้าหมอนั่นเป็นแค่คนเหยาะแหยะล่ะก็ ฉันจะช่วยเธอซ้อมมันให้ลืมชื่อตัวเองเลย!”
“ได้!”
ทั้งคู่หัวร่อต่อกระซิก
เห็นทั้งคู่คุยกันอย่างอารมณ์ดี ชิงย่วนรีบขัด “แค่ก แค่ก, คุณสาวๆ …องค์รัชทายาทเย่เฉียนเตรียมงานเลี้ยงไว้ต้อนรับพวกเรานะ เขาเชิญคนเก่งๆ จากจักรวรรดิฮ่วนหยูที่กำลังจะเป็นศิษย์น้องของพวกเราในเร็วๆ นี้มาด้วย เราควรไปดูเสียหน่อยไหม?”
“เออใช่ มีงานเลี้ยงนี่!”
หลัวฉีฉีเพิ่งนึกได้ “ไปสิ! เราขอเตรียมตัวก่อน”
“ก็ได้ ถ้าเธอไป ฉันไปด้วย!”
เห็นเพื่อนรักไป องค์หญิงเฟยเอ๋อพยักหน้า
หลังจากได้คุยกับหลัวฉีฉี ความโกรธของเธอก็หายไปหมด
“….”
ได้ยินสาวๆ ขอเตรียมตัว ชิงย่วนได้แต่ตบหน้าผาก พูดอะไรไม่ออก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ‘การเตรียมตัว’ ของสาวๆ ต้องใช้เวลายาวนานแน่ จะไปร่วมงานเลี้ยงทันหรือเปล่าก็ยังไม่รู้…
“องค์รัชทายาทมาแล้ว!”
ขณะที่ชิงย่วนยังยืนบื้อใบ้ องค์รัชทายาทเย่เฉียนก็ไปถึงงานเลี้ยง
“องค์รัชทายาท!”
ปรมาจารย์หงกับคนอื่นๆ ลุกขึ้นประสานมือคารวะทันที
“ไม่ต้องพิธีรีตองหรอก!”
เย่เฉียนโบกมือขณะเดินไปที่โต๊ะตัวใหญ่ เขามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่และยิ้มทักทาย “ศิษย์พี่อู๋เจิง!”
“อือ!”
อู๋เจิงพยักหน้า “ชิงย่วนกับคนอื่นๆ ล่ะ?”
“เดี๋ยวก็ตามมา” เย่เฉียนตอบ
“ดี!” อู๋เจิงรับคำ ก่อนจะหันกลับไปจับจ้องที่แก้วไวน์บนโต๊ะ
เย่เฉียนหันไปรอบๆ และโอภาปราศรัยกับแขกเหรื่อ “ผมเชื่อว่าทุกคนที่นี่คงรู้แล้วว่าผมเชิญพวกคุณมาทำไม”
“ใช่!”
“พวกเราเข้าใจดี!”
หลัวจ้าว เฉินเยว่ และคนอื่นๆ พยักหน้า
“ดี ก่อนอื่นผมขอแนะนำศิษย์พี่อู๋เจิงจากสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนให้ทุกคนรู้จักก่อน เขาเป็น นักเรียนเกรด 2, ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ขั้นต่ำ!” เย่เฉียนแนะนำ
อู๋เจิงพยักหน้าทักทายทุกคนจากที่นั่งของเขา
ในฐานะอัจฉริยะตัวฉกาจของสถาบันปรมาจารย์ เป็นธรรมดาที่เขาจะภาคภูมิใจในตัวเอง
“ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ขั้นต่ำ?”
ได้ยินคำแนะนำของเย่เฉียน จางเซวียนหันไปมองปรมาจารย์หงอย่างงุนงง
ระดับขั้นของปรมาจารย์แบ่งเป็นขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสูงสุดไม่ใช่หรือ? แล้วขั้นต่ำหมายความว่าอย่างไร?
“เมื่อได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวแล้ว การไต่ขึ้นไปแต่ละขั้นจะยิ่งยากเย็นกว่าเดิมมาก!” ปรมาจารย์หงส่งโทรจิตตอบ
“อือ!” จางเซวียนพยักหน้า
ทันทีที่ได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว จะถือว่าผู้นั้นเข้าสู่ก้าวแรกของการเป็นชนชั้นนำในทั่วทั้งทวีป และแน่นอนว่าเมื่อถึงจุดนี้ ความยากไม่ได้มีแค่การยกระดับวรยุทธ การยกระดับขั้นในวิชาชีพก็ยากเหมือนกัน
“ดังนั้น สำหรับปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขึ้นไป เพื่อให้แบ่งระดับขั้นได้ชัดเจนกว่า เราจึงแบ่งเป็นปรมาจารย์ขั้นต่ำ ขั้นกลาง และขั้นสูงแทน!”
ปรมาจารย์หงอธิบายต่อ “โดยขั้นย่อยที่ว่ามาจะขึ้นอยู่กับระดับวรยุทธของปรมาจารย์ สำหรับผมที่เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6 ผมถือเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นต่ำ หากสำเร็จวรยุทธเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 7 ผมจะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นกลาง และเมื่อได้เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8 ก็จะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นสูงสุด แต่แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของระดับวรยุทธจะต้องมาพร้อมกับทักษะการหยั่งรู้ที่เฉียบแหลมกว่าเดิมด้วย ไม่อย่างนั้นก็ถือว่ามีคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการเลื่อนขั้น!”
จางเซวียนถึงบางอ้อ
เพราะสำหรับปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวขึ้นไป การแบ่งระดับวรยุทธก็จัดเป็น 3 ขั้นย่อยเช่นกัน
ยกตัวอย่าง ผู้ที่จะได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวต้องมีระดับวรยุทธต่ำสุดที่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2 และหากสำเร็จวรยุทธเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 5 เมื่อไหร่ ก็จะได้เป็นปรมาจารย์ระดับกึ่ง 5 ดาว
พูดอีกอย่างก็คือ ผู้ที่สำเร็จวรยุทธของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2, 3, 4 ยังถือเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวอยู่
มีแต่ผู้ที่ได้เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6 แล้วเท่านั้นจึงจะถือว่าเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวอย่างเต็มขั้น
แต่ก็แน่นอนว่าระดับวรยุทธเป็นเพียงเกณฑ์ข้อหนึ่ง ยังมีกฎเกณฑ์อีกมากมายที่มีบทบาท
“ระดับเกรดของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนแบ่งตามระดับขั้นของปรมาจารย์ ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุดและระดับกึ่ง 5 ดาว ถือเป็นนักเรียนใหม่เกรด 1 หากได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวอย่างเต็มตัวเมื่อไหร่ ก็จะได้เลื่อนเป็นนักเรียนเกรด 2 และหากได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นกลาง ก็จะกลายเป็นนักเรียนเกรด 3…เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ!”
“สถาบันปรมาจารย์หงหย่วนมีทั้งหมด 6 เกรด พูดอีกอย่างก็คือ ต่อให้ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวก็ยังถือเป็นนักเรียน!”
“ขนาดปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวก็ยังเป็นนักเรียน?”
จางเซวียนตาโต
สมกับที่เป็นสถาบันปรมาจารย์ ช่างไร้เทียมทานและน่าทึ่งเสียจริง
เขานึกภาพออกเลยว่าในสถาบันแห่งนั้นจะมีอัจฉริยะอยู่มากมายแค่ไหน
ตอนแรก จางเซวียนไม่ได้สนใจสถาบันแห่งนี้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ฟังก็เริ่มจะคาดหวัง
เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยปรมาจารย์ บางทีเขาอาจจะหาวิธีแก้ไขสภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิดได้ หรือต่อให้ไม่สำเร็จ การได้ศึกษาเล่าเรียนท่ามกลางปรมาจารย์หมู่มากแบบนั้นย่อมทำให้ระดับขั้นปรมาจารย์ของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแน่
อย่างน้อยที่สุด ก็ดีกว่าควานและงมหาทางอยู่คนเดียวหลายเท่า
“พวกเราได้ยินชื่อปรมาจารย์อู๋มานานแล้ว ในฐานะนักเรียนเกรด 2, คุณเป็นหนึ่งในอัจฉริยะตัวฉกาจของสถาบัน ถือเป็นเกียรติมากสำหรับผม, หลัวจ้าวจากจักรวรรดิเฉียนเฟิง ยินดีที่ได้รู้จัก!”
ได้ยินองค์รัชทายาทแนะนำ หลัวจ้าวลุกขึ้นยืนทักทายพร้อมกับยิ้มกว้าง “ในฐานะคนพื้นที่ แน่นอนว่าพวกเราต้อนรับคุณด้วยมือเปล่าไม่ได้…เพิ่งเมื่อครู่นี้เอง ตอนที่ผมอยู่ในทุ่งมัลเบอรี่ทางตะวันตก ผมได้พบกับ ‘เมล็ดมัลเบอรี่นกกระจอก’ จึงคิดว่าควรนำมามอบให้ปรมาจารย์อู๋กับแขกผู้ทรงเกียรติท่านอื่นๆ จากสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน เพื่อเป็นการแสดงความปรารถนาดีของพวกเรา”
เมื่อพูดจบ หลัวจ้าวสะบัดข้อมือ และเมล็ดพันธุ์ที่มีหน้าตาเหมือนเมล็ดบัวแดงเดือดจำนวนหนึ่งก็ลอยละลิ่วไปหาอู๋เจิงด้วยพลังปราณ
“เมล็ดมัลเบอรี่นกกระจอก? มันคือสมุนไพรในตำนานที่เติบโตได้เฉพาะในรังของอสูรวิเศษที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 8-นกกระจอกสวรรค์ ใช่หรือไม่? ว่ากันว่าเมื่อกินเข้าไป จะช่วยฟื้นฟูความกระชุ่มกระชวยให้กับผู้นั้น ทั้งยังเพิ่มระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณได้ด้วย…มอบให้ทีเดียวมากขนาดนี้ ช่างเป็นของกำนัลล้ำค่าเสียจริง!”
“น่าทึ่ง ถือเป็นของดีมาก…”
“สมฐานะประธานสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิเฉียนเฟิง ความใจกว้างของเขาถือเป็นสุดยอด…”
ทุกคนต่างยำเกรงเมื่อได้เห็นของกำนัลที่หลัวจ้าวมอบให้
แม้แต่ปรมาจารย์หงกับจางเซวียนก็ได้แต่ย่นหน้าผากและมองหน้ากัน
เมล็ดมัลเบอรี่นกกระจอกถือเป็นของล้ำค่าจนแทบประเมินมิได้ มูลค่าของมันไม่ด้อยไปกว่าหัวใจงูมหานทีเลย ดูเหมือนครั้งนี้หลัวจ้าวจะเตรียมตัวมาดี
“หมอนี่ไว้ใจไม่ได้สักนิด…”
ปรมาจารย์หงมีสีหน้าถมึงทึงขณะกำหมัดแน่น
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาบุกไปทวงแค้นถึงถิ่นของอีกฝ่าย ทั้งๆ ที่หลัวจ้าวบอกเขาแล้วว่าแขกทั้ง 4 คนเป็นใคร แต่กลับไม่บอกรายละเอียดอื่น เขาจึงคิดว่าพวกนั้นไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ใครจะคิดว่าพวกนั้นถึงกับเตรียมของขวัญไว้แล้ว!
พลาดเพียงก้าวเดียวก็จะพลาดไปตลอด สายไปแล้วที่พวกเขาจะหาของกำนัล
“เมล็ดมัลเบอรี่นกกระจอก? ถือเป็นของล้ำค่าจริงๆ ผมจะเป็นตัวแทนขององค์หญิงที่ 6 และคนอื่นๆ รับไว้ก็แล้วกัน”
ได้ของกำนัลล้ำค่าแบบนั้น อู๋เจิงถึงกับตาโต เขารับเมล็ดพันธุ์ไว้ สีหน้าพออกพอใจมาก
เมล็ดมัลเบอรี่นกกระจอกเป็นของหายาก แม้แต่ในจักรวรรดิหงหย่วนซึ่งมั่งคั่งกว่าที่นี่ ก็ยังเป็นเรื่องยากลำบาก
“ในเมื่อปรมาจารย์หลัวเตรียมของกำนัลไว้ จักรวรรดิจูเยว่ของเราจะมามือเปล่าได้อย่างไร นี่คือ ‘ต้นโพธิ์แสงจันทร์’ ผมต้องใช้เวลาเสาะหาอยู่ถึงสิบวัน! หวังว่าปรมาจารย์อู๋จะรับไว้”
เฉินเยว่กระดิกนิ้ว แล้ววัตถุรูปร่างเหมือนไข่มุกที่เปล่งประกายสี่เม็ดก็ลอยละล่องไปหาอู๋เจิง
“เมล็ดพันธุ์ของต้นโพธิ์แสงจันทร์? ต้นไม้สวรรค์ที่รวบรวมพลังจากดวงจันทร์และดวงดาวเพื่อ ผลิตเมล็ดพันธุ์ทุกๆ หนึ่งพันปี พลังงานของมันเทียบได้กับหัวใจอสูรวิเศษที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 7-สูงสุด หากได้ถือไว้อย่างต่อเนื่องระหว่างการฝึกฝนวรยุทธ ผู้นั้นจะรู้สึกได้ถึงพลังจากดวงจันทร์และดวงดาว ทำให้ขอบเขตของสมองและหัวใจของเขากว้างไกลขึ้นอีก!”
“จัดว่ามีค่าพอๆ กับเมล็ดมัลเบอรี่นกกระจอก”
“คุณหมายความว่าอย่างไรที่ว่าพอๆ กัน? ผมว่าเหนือกว่านะ ดูเหมือนปรมาจารย์เฉินจะเตรียมตัวมาดี!”
“พวกเขาให้ของกำนัลล้ำค่าขนาดนี้ แล้วปรมาจารย์หงล่ะ?”
เมื่อเห็นว่าแม้แต่ปรมาจารย์เฉินก็ยังมีของกำนัลล้ำค่ามามอบให้ หลัวชุนกับปี้เจียงไห่ได้แต่ขมวดคิ้วและมองหน้ากัน
สุดท้าย การปะทะคารมเมื่อครู่ก็เป็นแค่น้ำจิ้ม นี่ต่างหากที่เป็นของจริง พวกนั้นพากันมอบของกำนัลล้ำค่า แล้วปรมาจารย์หงจะทำอย่างไร?
ขณะที่ทั้งคู่กำลังกังวลใจ ฝงหยู่ที่มาพร้อมใบหน้าบวมฉึ่งก็นำของกำนัลล้ำค่าของเขาออกมาเช่นกัน ซึ่งมูลค่าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าทั้ง 2 ชิ้นก่อนหน้าเลย
“ปรมาจารย์หง นี่เป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างพวกราวกับปรมาจารย์อู๋ พวกเราได้แสดงความนับถือแล้ว แล้วของคุณล่ะ?”
หลัวจ้าวหันไปยิ้มให้ปรมาจารย์หง
พรึ่บ!
ทุกสายตาหันขวับไปจับจ้องปรมาจารย์หงทันที
