Skip to content

Library Of Heaven’s Path 625


ตอนที่ 625 ความคับแค้นใจของจางเซวียน

“ผม…”

ปราจารย์หงหน้าเสีย

เขานึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะถึงขนาดจงใจใช้ของกำนัลล้ำค่ามาต้อนเขาให้จนมุม

อีก 3 จักรวรรดิพากันมอบของกำนัลมูลค่าสูงลิ่ว แต่ตัวเขาไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย ต่อให้อยากนำออกมา ก็ไม่อาจทำได้!

การไม่ได้มอบของกำนัลอาจไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดสรรตำแหน่งโควต้า แต่เพราะทุกคนพากันมอบให้ ขณะที่เขาไม่มี นั่นจะทำให้ปรมาจารย์อู๋กับองค์รัชทายาทไม่พอใจ

อีกอย่าง หมอนั่นก็ตั้งใจเยาะเย้ยเขา เขาไม่อาจนิ่งเฉยและปล่อยให้อีกฝ่ายย่ำยีจนตัวเองกลายเป็นตัวตลกได้

“ว่าไงล่ะ? คงไม่ใช่ว่าคุณไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยนะ?”

“เอาจริงๆ สิ? เมื่อบ่ายนี้ผมก็บอกคุณแล้วว่าปรมาจารย์อู๋กับพรรคพวกจะมาร่วมงานเลี้ยง ที่คุณมาช้า ผมก็นึกว่าคุณกำลังจัดเตรียมบางอย่างอยู่ นี่ผมเข้าใจผิดหรือเปล่า?”

“คุณก็รู้ว่าพวกเราจะได้พบกับแขกผู้มีเกียรติ แต่ยังมามือเปล่าได้ มารยาทหายไปไหนหมด?”

หลัวจ้าว เฉินเยว่ และฝงหยู่ต่างลิงโลดใจที่เห็นปรมาจารย์หงหน้าเสียขึ้นเรื่อยๆ

พวกเขาบอกเรื่องแขกผู้มีเกียรติทั้ง 4 ไปแล้วก็จริง แต่แน่นอนว่าจงใจไม่พูดถึงเรื่องของกำนัล

ก็เป็นไปตามคาด เมื่อได้ยินคำพูดของทั้ง 3 องค์รัชทายาทเย่เฉียนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจขึ้นมาทันที

ถึงเขาจะไม่ได้ให้ความสำคัญมากมายกับของกำนัล แต่ก็รู้สึกว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จักรวรรดิหงเฟิงจะมามือเปล่า ในขณะที่คนอื่นๆ มีของกำนัลล้ำค่ามามอบให้

“ผมเพิ่งมาถึงวันนี้ ของกำนัลก็เลยยัง…”

เห็นทุกสายตาจับจ้องเขม็งขึ้นทุกที น้ำเสียงตั้งคำถามก็ห้วนขึ้นเรื่อยๆ ปรมาจารย์หงหน้าแดงก่ำและทำอะไรไม่ถูก เขากำลังจะพูดว่าของกำนัลยังไม่เรียบร้อย ก็พอดีกับที่เสียงเนิบๆ ดังขึ้นข้างตัว

“อ๋อแน่ล่ะ จักรวรรดิหงเฟิงของพวกเราเตรียมของกำนัลไว้แล้ว…”

ปรมาจารย์หงถึงกับผวาเมื่อได้ยินเสียงนั้น เขารีบหันขวับไปมอง มาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเขา, จางเซวียน

“ปรมาจารย์จาง ผมไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย…”

ปรมาจารย์หงหน้าตาเหยเก เขารีบส่งโทรจิตเพื่อเบรกจางเซวียนไว้

การตอบโต้เรื่องที่ตัวเองไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การอวดอ้างว่าเตรียมไว้แล้วทั้งที่ไม่มีปัญญา ถือเป็นความน่าอับอายยิ่งกว่า

ใครๆ ก็เห็นแล้วว่าของกำนัลที่ 3 จักรวรรดิมอบให้ล้ำค่าขนาดไหน หากพวกเขานำบางอย่างที่มีมูลค่าด้อยกว่าออกมา ก็ยังต้องอับอายขายหน้าอยู่ดี

“เหรอ? ในเมื่อเตรียมมา ทำไมไม่นำออกมาให้พวกเราเห็นล่ะ?”

ได้ยินเจ้าคนวรยุทธต่ำต้อยขัดบทสนทนาของพวกเขา หลัวจ้าวคำรามเยาะ

“นำออกมา?” จางเซวียนส่ายหน้า “ผมเกรงว่าคงจะยากอยู่สักหน่อย”

หลัวจ้าวคำรามเยาะเมื่อได้ยินว่าจักรวรรดิหงเฟิงไม่อาจนำของกำนัลของตัวเองออกมาได้ “ยาก? คุณหมายความว่าอย่างไร คิดจะปั่นหัวองค์รัชทายาทกับปรมาจารย์อู๋อย่างนั้นหรือ?”

ปรมาจารย์หงถึงกับเซ เวียนหัวตึ้บขึ้นมาเดี๋ยวนั้น

กล้าอวดอ้างว่าพวกเขาเตรียมของกำนัลไว้แล้ว แต่ไม่อาจนำออกมาได้ พี่ชาย…จะใช้วิธีนี้จริงๆ หรือ?

หากพวกเขาหาของกำนัลไม่ได้จริงๆ ไม่เพียงแต่ปรมาจารย์อู๋จะไม่พอใจ แน่นอนว่าองค์รัชทายาทจะต้องกริ้วโกรธด้วย ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ต่อให้โง่เง่าแค่ไหนก็คงรู้ว่าการจัดสรรโควต้าเข้าทะเลสาบหมดจดจะลงเอยอย่างไร

องค์รัชทายาทกับปรมาจารย์อู๋มองหน้ากัน ทั้งคู่ย่นหน้าผาก

ลำพังแค่ความจริงที่ว่าเด็กหนุ่มอายุ 20 ต้นๆ ติด 1 ใน 3 อันดับแรก ก็ชวนให้งงงันอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ เจ้าหนุ่มคนเดียวกันก็กำลังอวดอ้างว่าพวกเขาเตรียมของกำนัลไว้ แต่นำออกมาไม่ได้ ยิ่งทำให้งงหนักเข้าไปอีก ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไร

ปี้เจียงไห่กับหลัวชุนก็งง

พวกเขาอยู่กับปรมาจารย์หงตลอดทั้งบ่าย รู้ดีกว่าใครว่ามีการเตรียมของกำนัลไว้หรือไม่ หากตอนนี้นำของกำนัลออกมาไม่ได้ พวกเขาจะไม่ตกที่นั่งลำบากหรือ?

“ผมเป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวต๊อกต๋อยจากสมาพันธ์นานาอาณาจักร ต่อให้ใครๆ ยกยอผมแค่ไหน ผมก็ไม่บังอาจปั่นหัวองค์รัชทายาทกับปรมาจารย์อู๋แน่!”

จางเซวียนไม่แยแสสายตาฉงนสนเท่ห์ของใครต่อใคร เขาหัวเราะหึๆ และหันไปพูดกับหลัวจ้าว “ปรมาจารย์หลัว คุณก็ใช้เวลาพินิจพิจารณาของกำนัลที่ปรมาจารย์หงเตรียมไว้นานเอาการแล้วนะ จะคืนผมได้หรือยังล่ะ?”

“ฮะ?”

หลัวจ้าวยืนอึ้งและหน้าเสียไปทันที “คุณพูดเรื่องอะไร? พินิจพิจารณาหมายความว่าอย่างไร? ผมเอาของกำนัลของปรมาจารย์หงไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“นึกแล้วเชียวว่าคุณต้องไม่ยอมรับ…”

จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่และส่ายหน้า เขาลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะองค์รัชทายาทกับปรมาจารย์อู๋ “ผมหวังว่าองค์รัชทายาทกับปรมาจารย์อู๋จะช่วยชดเชยความเสียใจของปรมาจารย์หงด้วย!”

“ชดเชยความเสียใจของปรมาจารย์หง? ขอแค่คุณพิสูจน์ได้ พวกเรายิ่งกว่าเต็มใจที่จะมอบความยุติธรรมให้ปรมาจารย์หง!”

ปรมาจารย์อู๋หัวเราะหึๆ และตอบรับคำขอของจางเซวียนแทนองค์รัชทายาท

“ผมซาบซึ้งใจอย่างล้ำลึกทีเดียว…”

จางเซวียนพยักหน้าและหันกลับไปพูดกับหลัวจ้าวอีกครั้ง “ในเมื่อปรมาจารย์อู๋ตอบตกลงชดเชยความเสียหายให้แล้ว…ปรมาจารย์หลัว คุณกล้าพิสูจน์ความจริงกับผมไหม?”

“พิสูจน์ความจริง? ทำไมผมจะไม่กล้าล่ะ?”

หลัวจ้าวอึ้งจังงังเมื่อเห็นความมั่นใจของชายหนุ่มตรงหน้า

ถึงเขาจะคุ้นเคยกับปรมาจารย์หง แต่ทั้งคู่ก็อยู่กันคนละดินแดนและแทบไม่ได้เจอหน้ากัน แล้วเขาจะเอาของกำนัลของอีกฝ่ายไปได้อย่างไร?

แต่หมอนี่กล้าลุกขึ้นร้องขอให้องค์รัชทายาทกับปรมาจารย์อู๋ตัดสินเรื่องนี้ เขาคิดอะไรอยู่?

จะว่าไป แม้ปรมาจารย์หงเองก็งงหนัก

หลัวจ้าวเอาของของเราไปตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมเราไม่รู้เรื่อง?

“ดี!”

จางเซวียนยิ้มและเงยหน้า “ผมขอยืนยันให้แน่ใจ เมื่อเช้านี้ปรมาจารย์หงไปพบคุณที่บ้านพักใช่ไหม?”

“ใช่!”

หลัวจ้าวพยักหน้า

ปรมาจารย์หงเดินเข้าที่พักของเขาอย่างเปิดเผย การตรวจสอบเรื่องนั้นทำได้ไม่ยาก เขาไม่มีทางปกปิดได้ ต่อให้อยากปกปิดก็ตาม และอีกอย่าง หมอนั่นก็แค่มาตามหาเขา ไม่มีหลักฐานอะไรที่ทำให้สรุปได้ว่าตัวเขาเอาของกำนัลของอีกฝ่ายไป!

“คุณได้ท้าทายปรมาจารย์หงเข้าสู่การเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์หรือเปล่า?”

ขณะที่หลัวจ้าวกำลังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงของอีกฝ่ายก็ดังขึ้นอีก

“ชะ-ใช่!”

หลัวจ้าวพยักหน้าหลังจากอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง

หลังจากที่ได้เห็นปรมาจารย์หงอัดปรมาจารย์ฝงเสียน่วม เขาโกรธแค้นแทนปรมาจารย์ฝงจนท้าทายปรมาจารย์หงเข้าสู่การเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์

เพราะการเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์ต้องใช้หยดเลือดเพื่อยืนยันตราสัญลักษณ์ประจำตัวและ ร้องขอคำอนุมัติจากสำนักงานใหญ่ การสืบเสาะเรื่องนี้จึงไม่ยาก ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องปกปิด

“ก็ดีที่คุณยอมรับ ผมคงไม่ต้องคาดคั้นอะไรอีกแล้ว!”

จางเซวียนพยักหน้าและหันไปประสานมือให้องค์รัชทายาทกับปรมาจารย์อู๋เจิง “ปรมาจารย์หลัวยอมรับแล้ว ผมเชื่อว่าผมคงไม่ต้องดำเนินการใดอีก!”

“คุณพูดเรื่องอะไรอยู่น่ะ? พูดออกมาให้ชัดๆ ดีกว่า…”

หลัวจ้าวแทบจะทึ้งผมอย่างคลุ้มคลั่ง

หมอนี่เป็นบ้าอะไร? ถามอยู่แป๊บๆ ก็หยุด และพูดว่าเรายอมรับแล้วว่าก่ออาชญากรรม จึงไม่ต้องคาดคั้นอะไรอีก?

แล้วเรายอมรับอะไรออกไป…

ปรมาจารย์หงยิ่งปวดหัวหนักกว่า ตรรกะของอีกฝ่ายพรวดพราดเสียจนเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ผมว่าคุณอธิบายเองน่าจะดี!”

เย่เฉียนกับอู๋เจิงมองหน้ากัน

“เอาล่ะ ในเมื่อผมต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ก็หวังว่าจะไม่ถูกลงโทษด้วยข้อหาทำตัวกระด้างกระเดื่อง เนื่องจากการพาดพิงปรมาจารย์ระดับสูงกว่า!”

ตอนนี้ นัยน์ตาของจางเซวียนลุกโชนด้วยความแค้นเคือง ราวกับได้รับความทุกข์ใจแสนสาหัส “อันที่จริง ปรมาจารย์หงกำชับไม่ให้ผมพูด แต่ผมทนเห็นเขาถูกใส่ความไม่ไหว…”

“ฮะ?” ปรมาจารย์หงตาค้าง

ผมกำชับไม่ให้คุณพูด?

พูดเรื่องอะไร?

“ปรมาจารย์หงเป็นคนซื่อสัตย์และมีน้ำใจ แต่เขาพูดไม่เก่ง เพื่อรักษาผลประโยชน์และชื่อเสียงของจักรวรรดิฮ่วนหยู เขาจึงคิดจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แต่ในฐานะศิษย์น้อง ผมไม่อาจทนดูใครๆ เข้าใจเขาผิดแบบนี้…” จางเซวียนพูดต่อ

อู๋เจิงมีสีหน้าไม่สู้ดี เมื่อได้ยินคำพูดของจางเซวียน

ซื่อสัตย์และมีน้ำใจ…ตัวผมก็ยืนยันไม่ได้ แต่…พูดไม่เก่ง คุณก็ช่างโกหกหน้าด้านๆ ! ทำอย่างกับผมไม่เห็นว่าหลัวจ้าวกับคนอื่นๆ โมโหจนแทบลมจับเพราะคำพูดของเขา

ส่วนหลัวจ้าวก็ตัวสั่นด้วยแรงโทสะ ยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห สุดท้ายความโกรธของเขาก็ระเบิด

“เลิกพล่าม แล้วตรงเข้าประเด็นเสียที!”

“ก็ได้ คุณพูดเองนะ…”

จางเซวียนกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ทำท่าราวกับกำลังตัดอกตัดใจรวบรวมความกล้า เขาพูดออกมา “เมื่อบ่ายนี้ปรมาจารย์หงเข้าไปปรึกษาหารือบางอย่างกับประธานสภาปรมาจารย์อีก 3 คน แต่ไม่เพียงทั้งสามจะรวมหัวกันซ้อมปรมาจารย์หง…พวกเขายังขโมยของกำนัลที่ปรมาจารย์หงเตรียมไว้อีกด้วย!”

“อะ-อ้าว! พูดอะไรออกมา? พวกเราซ้อมปรมาจารย์หง?”

หลัวจ้าวซวนเซและเกือบกระอักเลือดออกมา

ซ้อมหัวแกโน่น! ปรมาจารย์หงปฏิเสธการเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์ที่ผมท้าทายเขา จำไม่ได้หรือไง? แล้วพวกเรารวมหัวกันซ้อมเขาตั้งแต่เมื่อไหร่? แถมยังฉกของกำนัลของเขาไปอีก ฉกบ้านแกสิ!

ต่อให้อยากโกหก อย่างน้อยก็เลือกไอ้ที่มันน่าเชื่อกว่านี้หน่อย!

ปรมาจารย์สามคนรุมซ้อมอีกฝ่ายในที่พัก คุณคิดว่าพวกเราเป็นนักเลงโตหรือไง?

จางเซวียนกระทุ้งต่อ ไม่ปล่อยให้หลัวจ้าวได้อธิบาย

“ในเมื่อคุณไม่ยอมรับ ผมขอถามหน่อย เมื่อบ่ายนี้…ไม่ใช่คุณคนเดียวที่ท้าทายปรมาจารย์หงเข้าสู่การเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์ แต่ปรมาจารย์ฝงก็ทำแบบเดียวกัน ผมพูดถูกไหม?”

“คือ…” หลัวจ้าวชะงัก “สองคนนั้นสู้กันด้วยวิธีการเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์ แต่ว่า…”

ปรมาจารย์ฝงเข้าสู่การเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์ก็จริง แต่ก็ถูกปรมาจารย์หงอัดอยู่ข้างเดียว…

“แต่อะไร? ลำพังความจริงที่ว่ามีการต่อสู้ ก็พิสูจน์ได้ทุกอย่างแล้ว!”

จางเซวียนคำรามกร้าว “ทั้งปรมาจารย์หงกับปรมาจารย์ฝงเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นต่ำ, นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6-ขั้นต้น ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครคัดค้านว่าพวกเขาสมน้ำสมเนื้อกัน…ถูกไหม?”

ผู้ฟังต่างพยักหน้า

ปรมาจารย์ที่มีวรยุทธขั้นเดียวกันย่อมมีประสิทธิภาพในการต่อสู้ไม่เหลื่อมล้ำกันเท่าไหร่

“ในเมื่อทั้งคู่มีระดับวรยุทธเท่ากันและเข้าสู่การเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์เหมือนกัน แล้วดูสิว่าปรมาจารย์ฝงถูกอัดเละแค่ไหน ถึงขนาดนั้นแล้ว คุณยังคิดว่าปรมาจารย์หงจะสู้ไหว?”

จางเซวียนกระทุ้ง

องค์รัชทายาทกับอู๋เจิงยืนอึ้ง

“ปรมาจารย์หลัว ให้ผมถามคุณอีกครั้งเถอะ ทันทีที่ปรมาจารย์หงกับปรมาจารย์ฝงเสร็จสิ้นการดวล คุณได้ท้าทายปรมาจารย์หงเข้าสู่การเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์หรือเปล่า? และปรมาจารย์หงตอบใช่ไหมว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่อาจต่อสู้ได้อีกเป็น 10 ปีหรืออะไรทำนองนั้นน่ะ?”

จางเซวียนซ้ำอีกดอก

“เขาพูดแบบนั้น แต่ว่า…”

หลัวจ้าวอึ้งไปอีกรอบ เขาพยายามอธิบาย แต่ก็ถูกชายหนุ่มเบรก “ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวคนหนึ่งซึ่งเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6 จะต้องเจ็บหนักขนาดไหน ถึงไม่สามารถต่อสู้ได้อีกเป็น 10 ปี?”

จางเซวียนยิ่งพูดยิ่งเดือดดาล “ถึงขนาดนั้นแล้ว ปรมาจารย์หลัวก็ยังยืนกรานที่จะท้าทายปรมาจารย์หงเข้าสู่การเผชิญหน้าระหว่างปรมาจารย์ ในสภาพแบบนั้น…ปรมาจารย์หงจะสู้กับเขาได้อย่างไร? จึงเป็นธรรมดาที่ของกำนัลซึ่งเขาเตรียมไว้ในแหวนเก็บสมบัติจะถูกฉกฉวยไปด้วย…”

มาถึงตอนนี้ จางเซวียนดูโมโหเสียจนหากพูดต่อแม้เพียงคำเดียว น้ำตาแห่งความคับแค้นใจของเขาจะต้องไหลพราก

“บ้าไปแล้วหรือไง…ผมซ้อมเขา ขโมยของกำนัลของเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่? คุณหยุดโกหกเสียดีกว่า…”

หลัวจ้าวยืนโงนเงนและแทบปล่อยโฮ

เห็นๆ อยู่ว่าปรมาจารย์หงเป็นคนไปอัดปรมาจารย์ฝงถึงที่ ไปไงมาไงถึงกลายเป็นทั้งคู่บาดเจ็บพอๆ กัน และผมคือคนชั่วร้ายที่ฉวยโอกาสตอนอีกฝ่ายบาดเจ็บ?

แถมยังเอาของกำนัลของเขาไปด้วย…

ปากของคุณ พูดความจริงเป็นสักนิดไหม?

โกหกหน้าด้านๆ แบบนั้น แน่ใจหรือเปล่าว่ายังเป็นปรมาจารย์?

ศักดิ์ศรีหายไปไหนหมด?

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version