ตอนที่ 626 หลัวจ้าวแทบเสียสติ
เฉินเยว่กับฝงหยู่ ก็อ้าปากค้าง
มีแค่พวกเขาสี่คนที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ปรมาจารย์ฝงยับเยินขนาดใกล้ตายตั้งแต่ยังไม่ได้สู้กับปรมาจารย์หงด้วยซ้ำ แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับเขา?
จู่ๆ กลายเป็นทั้งคู่สมน้ำสมเนื้อกันได้อย่างไร?
ส่วนเรื่องที่ปรมาจารย์หลัวท้ายปรมาจารย์หง หลังจากที่อีกฝ่ายตอบว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัสปรมาจารย์หลัวก็ไม่ได้ทำอะไรเลย…
แต่เมื่อเห็นว่าจางเซวียนคับแค้นใจขนาดไหนขณะบรรยายเหตุการณ์ในตอนนั้น ก็ถึงกับจังงัง…หรือเราถูกหลัวจ้าวซ้อมจริงๆ เกิดความจำเสื่อมจนหลงลืมเรื่องนั้นไปหรือเปล่า?
“เลิกพล่ามได้แล้ว! พวกเราที่เหลือพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเรื่องแบบนั้น ปรมาจารย์ฝงได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว…”
เฉินเยว่ทะลุกลางปล้องอย่างอดรนทนไม่ไหว
ราวกับคิดไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้แบบนั้น จางเซวียนสะบัดแขนเสื้อ “ปรมาจารย์ฝง ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว? ในเมื่อคุณพูดเอง ผมก็อยากถามว่าเขาบาดเจ็บได้อย่างไร ใครเป็นคนทำ? อีกอย่าง การที่ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวบาดเจ็บขนาดนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ มีการทำรายงานแล้วใช่ไหม?”
“เอ่อ…” เฉินเยว่ถึงกับเหงื่อตก “บางที ผมอาจจำผิด…”
การที่ปรมาจารย์ฝงเข้าขัดขวางการมาถึงของปรมาจารย์หงนั้นถือเป็นสิ่งที่ขัดกับจริยธรรมของปรมาจารย์อยู่แล้ว แถมตัวเขายังทำไม่สำเร็จ และต้องร่วงลงมามีสภาพทุเรศทุรังอยู่กับพื้น…ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ควรให้ใครรู้ ไม่อย่างนั้นปรมาจารย์ฝงก็จบเห่!
แต่ถ้าพวกเขาไม่พูดออกมา แล้วจะพูดอะไรอื่นได้?
อีกอย่าง ตอนที่พวกเขาพบกับองค์รัชทายาทในตอนเช้า ปรมาจารย์ฝงยังปกติดี แต่อีกแค่ 2-3 ชั่วโมงหลังจากนั้นก็กลายสภาพเป็นมัมมี่ พวกเขาไม่มีคำอธิบายไหนที่จะสมเหตุสมผลและฟังขึ้นกว่าสิ่งที่จางเซวียนพูด!
“พอหาข้อแก้ตัวไม่ได้ ก็คิดจะคืนคำหรือไง?”
จางเซวียนถลึงตาอย่างโกรธจัด ราวกับจะพอใจหากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวถูกแผดเผาจนมอดไหม้ “ถึงอย่างไร ปรมาจารย์อู๋ก็ยืนยันได้ว่าคุณทั้งสามร่วมมือกันรุมปรมาจารย์หง เพราะฉะนั้น ก็ไม่แปลกอะไรที่พวกคุณจะเข้าข้างกันเอง แต่เรื่องนี้น่ะยิ่งทำให้คำพูดของคุณน่าสงสัยขึ้นอีก!”
“เอ่อ…”
ใบหน้าของเฉินเยว่กระตุกด้วยความเดือดดาล
ถึงตอนนั้นปรมาจารย์อู๋กำลังนั่งดื่ม แต่ก็แน่นอนว่าได้เห็นว่าพวกเขา 3 คนรวมหัวกันทับถมปรมาจารย์หง จะปฏิเสธตอนนี้ก็สายไปแล้ว…
“ในเมื่อเป็นแบบนั้น ผมจึงอยากขอให้ปรมาจารย์ฝงกับปรมาจารย์เฉินเงียบไว้ดีกว่า!” จางเซวียนโบกมือ
เฉินเยว่กำลังจะตอบโต้ ก็พอดีกับที่องค์รัชทายาทขัด “พอเถอะ คุณทั้งคู่หยุดก่อน ปล่อยให้ชายหนุ่มคนนี้พูดให้จบ!”
แม้แต่การมอบของกำนัลเมื่อครู่ก็เป็นแผนการที่ทั้ง 3 ใช้ร่วมมือกันต้อนปรมาจารย์หงให้จนมุม ไม่มีทางที่คนระดับองค์รัชทายาทจะไม่รู้เรื่องนี้
ในเมื่อเห็นแล้วว่าทั้ง 3 ร่วมมือกัน คำพูดของพวกเขาจึงขาดความน่าเชื่อถือไปมาก
“ขอบคุณองค์รัชทายาท”
จางเซวียนพยักหน้า “ปรมาจารย์หงมาถึงงานเลี้ยงล่าช้าไปเล็กน้อยก็เพราะวุ่นอยู่กับการรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ประธานสภาปรมาจารย์อีก 3 คนกลับรวมหัวกันทับถมและกล่าวหาว่าเขาไร้มารยาท ปรมาจารย์อู๋ยืนยันคำพูดของผมเรื่องนี้ได้!”
“เขาไม่ได้โกหก” ปรมาจารย์อู๋พยักหน้า
“ขอบคุณปรมาจารย์อู๋”
จากนั้นจางเซวียนก็หันไปประสานมือให้องค์รัชทายาท “หลังจากซ้อมปรมาจารย์หงและขโมยของกำนัลของเขาไปแล้ว คนพวกนี้ก็จงใจจัดฉากให้จักรวรรดิหงเฟิงสูญเสียจำนวนโควต้า ในเมื่อตอนนี้ความจริงปรากฏแล้ว ผมอยากขอให้องค์รัชทายาทนำความยุติธรรมมาให้เรื่องนี้ด้วย!”
องค์รัชทายาทมองหน้าจางเซวียน “คำโต้แย้งของคุณฟังขึ้น ผมยิ่งกว่าเต็มใจจะชดเชยความสูญเสียของคุณ…แต่นั่นแหละ คงต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก่อนสำหรับเรื่องนี้ ผมอยากรู้ว่าของกำนัลที่คุณนำมาคืออะไร”
ในฐานะองค์รัชทายาทแห่งจักรวรรดิและปรมาจารย์ระดับกึ่ง 5 ดาว เย่เฉียนไม่ใช่คนโง่เง่า แม้คำโต้แย้งของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาจะดูไร้ที่ติ อีกทั้งหลัวจ้าวก็ยอมรับไปแล้วหลายเรื่อง แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวสามคนจะวางแผนขโมยของกำนัลของปรมาจารย์รุ่นเดียวกัน
“จริงด้วย! คุณบอกว่าผมเอาของกำนัลของหงเฉียนไป แต่ผมเอาอะไรไปล่ะ? ถ้าคุณตอบไม่ได้ นั่นเท่ากับกล่าวหาปรมาจารย์ระดับสูงกว่า ถ้ามีการพิสูจน์ความผิดกันละก็ คุณจะต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตปรมาจารย์ หรือไม่ก็ถูกพิพากษาให้ถึงตาย…”
ได้ยินคำนั้น หลัวจ้าวถึงกับตาโต
เหมือนคำกล่าวที่ว่า ‘จับคนเล่นชู้ให้ได้ตอนอยู่เป็นคู่ จับโจรให้ได้ตอนกำลังปล้น’ ในเมื่อคุณกล่าวหาผมว่าเอาของกำนัลของปรมาจารย์หงไป ทำไมไม่พูดล่ะว่าสิ่งนั้นคืออะไร ถ้าพิสูจน์ออกมาแล้วไม่ใช่… เดี๋ยวได้รู้กัน!
ลำพังแค่ข้อหาใส่ร้ายปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ก็หนักพอจะทำให้ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวอย่างคุณจบเห่แล้ว!
“พบเจอคนไร้ยางอายมาก็มาก แต่ไม่เคยเจอใครไร้ยางอายเหมือนคุณ คุณจะไม่ยอมรับว่าเอาของของเขาไปก็เรื่องหนึ่ง แต่ถึงกับอวดอ้างความชอบธรรมด้วย ก็ได้…ผมจะทำให้คุณยอมรับ!”
จางเซวียนคำรามและหันไปพูดกับปรมาจารย์หง “ปรมาจารย์หง ผมคงต้องรบกวนคุณเรื่องนี้!”
“รบกวนผม?”
ปรมาจารย์หงสะดุ้งเฮือกทันทีที่ได้ยินจางเซวียนเรียก “เชิญปรมาจารย์จางพูดมาเลย…”
ตอนนี้เขาให้ยำเกรงชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง
ฝีปากของหมอนี่เปลี่ยนแม้กระทั่งศพให้กลายเป็นคนเป็นๆ เปลี่ยนคนเป็นๆ ให้กลายเป็นเทพเจ้า…พวกเขามาช้าก็เพราะหมอนี่ แต่ด้วยคำพูดของอีกฝ่าย กลับกลายเป็นว่าเขามัวแต่รักษาอาการบาดเจ็บของตัวเอง…
เจ้าหนุ่มคนนี้เสกสรรปั้นเรื่องเสียจนเนียนกริบ ไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย ขนาดตัวเขาซึ่งเป็นต้นเรื่อง ก็ยังต้องยอมรับว่าไร้ที่ติ!
คิดได้ถึงขนาดนี้…หรือว่าหมอนี่วางแผนไว้หมดแล้วตั้งแต่แนะนำเขาว่าควรดวลกับปรมาจารย์หลัวและคนอื่นๆ ?
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงล่ะก็…โคตรจะน่าสะพรึง!
“ที่คุณต้องทำก็ง่ายมาก แค่…”
คราวนี้จางเซวียนส่งโทรจิต
“คุณจะให้ผมทำ…”
ได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ปรมาจารย์หงถึงกับตาค้าง
“ทำไปเถอะ พวกเราจะฉีกหน้ากากของคนพวกนั้นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณนั่นแหละ!”
จางเซวียนกำหมัดแน่น
“ทำไปเลย? ทำกับผีอะไร…”
เมื่อนึกถึงสิ่งที่อีกฝ่ายส่งมาทางโทรจิต ปรมาจารย์หงตัวสั่นและแทบปล่อยโฮออกมา
แน่ใจนะว่าคุณไม่ได้อยากให้ผมถูกฆ่า…
จางเซวียนรีบตอบเมื่อเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอีกฝ่าย
“อย่าห่วงน่ะ นึกถึงการดวลระหว่างคุณชายโหลวฮวนกับฉิงเหลย แล้วคุณจะเข้าใจว่าผมคิดอะไร!”
“คุณชายโหลวฮวนกับฉิงเหลย?”
ปรมาจารย์หงตัวแข็งทื่อ
ในสถานการณ์ปกติ เป็นไปไม่ได้ที่คุณชายโหลวฮวนจะติด 1 ใน 8 เพราะคู่ต่อสู้เป็นฉิงเหลย…ต่อให้ตัวเขาเอง ก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะชนะ
แต่หลังจากที่คุณชายโหลวฮวนขว้างชามซุปเนื้อใส่ฉิงเหลย สถานการณ์ก็พลิกผัน…
แค่นึกทบทวนเรื่องราวก็อดอัศจรรย์ใจไม่ได้
แต่เท่าที่เห็น แน่นอนว่าหมอนี่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งสิ่งที่เขากำลังจะต้องทำนั้นก็เหมือนกับคุณชายโหลวฮวนไม่มีผิด
“ก็ได้!”
รู้ดีว่าครั้งนี้ทำเพื่อพรรคพวก หลังจากอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ปรมาจารย์หงก็กัดฟันกรอดและลุกขึ้นยืนเขาเดินไปหาปรมาจารย์หลัว
“คราวนี้จะทำอะไรอีกล่ะ?”
หลัวจ้าวงง แทนที่จะพูดว่าเขาขโมยอะไรไปจากปรมาจารย์หง กลับส่งปรมาจารย์หงมาหาเขาทำไม?
“มีบางอย่างที่ผมต้องรบกวนปรมาจารย์หลัว ขอความร่วมมือด้วย!”
ปรมาจารย์หงประสานมือและตอบอย่างจริงใจ ส่วนจางเซวียนก็ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างไม่รู้สึกรู้สากับเหตุการณ์โดยรอบ
“ร่วมมือ? ทำไมผมต้องร่วมมือกับคุณ?” หลัวจ้าวกัดฟัน
คุณกล่าวหาผมในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง แล้วคราวนี้ยังมาขอความร่วมมือ ทำไมต้องร่วมมือ? จะให้ผมยอมให้คุณสาดโคลนมากกว่านี้หรือไง?
“ถ้าคุณไม่ร่วมมือล่ะก็ หมายความได้อย่างเดียวว่าคุณกำลังรู้สึกผิด วางใจเถอะ ถ้าคุณไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรจริงๆ ล่ะก็ เราก็ไม่อาจกล่าวหาคุณในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำ!” ปรมาจารย์หงตอบ
ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย หลัวจ้าวรู้ดีว่าหากเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือก็จะยิ่งน่าสงสัยขึ้นอีก จึงได้แต่กัดฟันยอม
“ก็ได้ คุณอยากให้ผมทำอะไร?”
อยากให้ผมร่วมมือ? เอาสิ ดูซิว่าคุณจะทำอะไรได้
ถึงอย่างไร หากคุณพูดออกมาไม่ได้ว่าผมขโมยอะไรไป ก็มีแต่พัง ผมชนะเห็นๆ
“ลุกขึ้นยืนแล้วเอาสองมือไพล่หลังไว้!” ปรมาจารย์หงพูด
แม้หลัวจ้าวจะโมโหจนใกล้ระเบิด แต่ก็ยังลุกขึ้นยืนและเอาสองมือไพล่หลัง
“เอาล่ะ ได้ตำแหน่งแล้ว อยู่นิ่งๆ นะ อย่าขยับ…”
ปรมาจารย์หงจัดท่วงท่าของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองหน้าเขา จากนั้นก็เงื้อฝ่ามือขึ้นและตบเปรี้ยงเข้าให้
พลั่ก!
เสียงตบดังก้องไปทั่วทั้งงานเลี้ยง
“อะไรกันนี่?”
องค์รัชทายาทผงะ
ปรมาจารย์อู๋ก็อึ้ง
ทุกคนเซ่อไป
นี่คือ…การให้ความร่วมมือที่คุณพูดถึง?
ยืนนิ่งๆ ให้คุณตบหน้า?
“สารเลว! หงเฉียน ฉันจะฆ่าแก…” หลัวจ้าวอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะโกรธจนปรี๊ดแตก
แรงตบครั้งนี้ทำให้เขามึนงงและฟันร่วงออกมา 3 ซี่ หากไม่ตอบโต้ตอนนี้จะต้องเป็นบ้าแน่
ฉันก็ยังสงสัยอยู่ว่าแกให้ฉันยืนนิ่งๆ ทำไม ลงท้ายก็เพื่อให้แกตบได้ถนัด…
หงเฉียน ฉัน, หลัวจ้าวขอสาบานว่าจะต้องฆ่าแกให้ได้…
หลัวจ้าวหน้ามืดตามัวด้วยแรงโทสะ ไม่สนใจทั้งองค์รัชทายาทและปรมาจารย์อู๋ เขาเงื้อฝ่ามือและพุ่งเข้าใส่หงเฉียนทันที เกิดลมพัดแรงวู่หวิวไปโดยรอบ
ตึ้งงงง!
พลังจากฝ่ามือนั้นสะท้านไปทั่วบริเวณ
เพราะเป็นปรมาจารย์และนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6 ทักษะการเรียนรู้และประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาจึงอยู่ในระดับที่น่าอัศจรรย์ หากต่อสู้ด้วยพละกำลังเต็มพิกัดล่ะก็ ต่อให้ภูผาก็อาจแหลกสลายเป็นเศษซาก นับประสาอะไรกับมนุษย์
เฮ้ย…
แต่การโจมตีของเขาก็ต้องค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าปรมาจารย์หงที่เพิ่งตบหน้าเขาไปหยกๆ กลับไปนั่งที่และถือแก้วไวน์อย่างสบายใจตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำท่าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แกต้องตาย…” หลัวจ้าวตวาดด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ
เขาเป็นปรมาจารย์ มันเรื่องอะไรต้องถูกหยามหน้าขนาดนี้? ต้องยืนนิ่งๆ ก่อนจะถูกตบ…
มีอะไรหยาบคายกว่านี้อีกได้ไหม?
เขากำลังจะพุ่งเข้าจัดการเจ้าคนที่เหยียดหยามเขา ก็พอดีกับที่ชายหนุ่มคำรามด้วยน้ำเสียงของผู้ผดุงความชอบธรรม “พอได้แล้ว ปรมาจารย์หลัว! ที่นี่คือวังองค์รัชทายาท ไม่ใช่บ้านของคุณนะ มาแสดงความก้าวร้าวแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”
หลัวจ้าวแทบปล่อยโฮ
รู้เหมือนกันหรือว่าที่นี่คือวังองค์รัชทายาท?
แต่ยังปล่อยให้ไอ้สารเลวหงเฉียนมาตบผมฟันร่วง?
คนที่ได้รับความอยุติธรรมคือผม คุณเอาสิทธิ์อะไรมาประกาศความชอบธรรมแบบนั้น…คุณไม่ใช่คนถูกตบนี่…
ทั้งๆ ที่ยังโมโห แต่หลัวจ้าวก็หันไปคำนับปรมาจารย์อู๋กับองค์รัชทายาท “ผมไม่อาจยอมรับการดูถูกจากหงเฉียนได้อีกแล้ว ขออนุญาตให้ผมท้าทายเขาเข้าสู่การดวลแบบชี้เป็นชี้ตายด้วย…”
แต่ก็อีกรอบ ที่ยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกขัด
“องค์รัชทายาทกับปรมาจารย์อู๋ คุณถามผมใช่ไหมว่าเขาขโมยอะไรไปจากปรมาจารย์หง? ผมจะเขียนลงไปเดี๋ยวนี้แหละ จะได้ไม่มีใครกล่าวหาได้ว่าผมโกหก!”
จากนั้นจางเซวียนก็คว้าพู่กันหมึก แท่นฝนหมึก และกระดาษออกมา เขาตั้งต้นเขียน
