Skip to content

Library Of Heaven’s Path 664


ตอนที่ 664 จางเซวียนประกอบค่ายกล

ยังไม่ทันจะเจอทางออก เจ้าปีศาจนั่นก็พรวดพราดเข้ามา ทำให้พวกเขามีสภาพเหมือนหนูที่ถูกแมวต้อนให้จนมุม

จางเซวียนยังไม่ทันจะได้คิดอะไร หุ่นปีศาจก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที แน่นอนว่ามันโมโหเดือดจนไม่สนใจหลัวฉีฉี

“เวรละ!”

รู้ดีว่าสู้มันไม่ได้จางเซวียนเผ่นแผล็วขึ้นไปกลางอากาศทันที

โชคดีที่เพดานของห้องนี้สูงกว่าห้องก่อนหน้ามาก คือสูงราวหลายสิบเมตร ถึงจางเซวียนจะสู้กับหุ่นปีศาจไม่ได้ ก็ยังมีโอกาสมีขึ้นไปวางแผนกลางอากาศ

ฟึ่บ!

ทันทีที่บินขึ้นมา ก็รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังหนักหน่วงที่ไล่ตาม เจ้าหุ่นปีศาจนั่นกระโดดตามเขา

ด้วยธรรมชาติของหุ่น มันบินไม่ได้ แต่ความสูงแค่ไม่กี่สิบเมตรก็ไม่ยากเกินไปสำหรับหุ่นระดับเซียนที่จะกระโดดถึง

“ท่านอาจารย์ ฉันช่วยคุณเอง!”

เห็นเจ้านั่นไล่ล่าอาจารย์ไม่หยุดหย่อน หลัวฉีฉีร้อนใจ เธอรีบคว้าคันธนูและลูกธนูออกมา จากนั้นก็ยิงใส่หุ่นที่อยู่กลางอากาศด้วยพละกำลังเต็มพิกัดของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6 สูงสุด

ฟิ้ววววว!

ลูกธนูนั้นพุ่งเข้าใส่หุ่นปีศาจทันที แต่เพียงแค่มันสะบัดแขนเบาๆ ลูกธนูก็ร่วง

แต่เพียงแวบเดียวที่มันหันเหความสนใจไปจากเขา จางเซวียนก็ฉวยโอกาสนั้นบินไปหาหลัวฉีฉี

เพราะแม้หุ่นจะ ‘บิน’ ได้โดยใช้การกระโจน แต่ก็ยังต้องอาศัยแรงโน้มถ่วงอยู่ดี

“อาจารย์…”

หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น หลัวฉีฉีไม่มีเวลาตั้งคำถามว่าทำไมจางเซวียนถึงบินได้ เธอรีบถามด้วยความเป็นห่วง “คุณเป็นอะไรไหม…”

“ผมไม่เป็นไร แต่ถ้ายังไม่รีบหาทางออกให้เจอล่ะก็ เราเสร็จแน่…” จางเซวียนหน้าตาเคร่งเครียด

แม้เขาจะร่อนไปทั่วและหลบการโจมตีของมันได้ แต่หากพลังปราณเหือดแห้ง ก็แพ้อยู่ดี

เมื่อรู้แล้วว่าไม่มีเวลาหารือ จางเซวียนรีบสั่งการ “ไปเอาหม้อเพลิงแดงเดือดมาแล้วรีบหาทางออก…”

“ใช่…”

หลัวฉีฉีรีบพยักหน้าก่อนจะพรวดพราดไปเอาหม้อหลอมใบนั้น เธอทาบฝ่ามือลงไป ตั้งใจจะเก็บมันไว้ในแหวนเก็บสมบัติ

แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัว ฟันเฟืองของกลไกในนั้นก็ส่งเสียงคลิกออกมา มีเสียงดังขึ้น

“ผมคือหวูหยางจื่อ! สหาย ถ้าคุณหลอมอาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นสูงได้ คุณจะได้รับการถ่ายทอดมรดกจากผม แต่ถ้าคิดจะเอาหม้อเพลิงแดงเดือดของผมไปโดยพลการล่ะก็ ห้องใต้ดินนี้จะพังพินาศ มีแต่การได้รับมรดกจากผมเท่านั้นที่จะเผยให้เห็นทางออก ไม่อย่างนั้นก็เตรียมตัวถูกฝังไปพร้อมกับผมได้เลย!”

“พังพินาศ?”

“ถูกฝังไปกับเขา?”

จางเซวียนกับหลัวฉีฉีอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะแทบคลั่ง

ใครต้องการมรดกของคุณกันเล่า!

มีผีห่าซาตานไล่ล่าเอาชีวิตอยู่แบบนี้ ใครจะมีเวลาหลอมอาวุธบ้าบอของคุณ?

คิดจะฆ่าเราใช่ไหม!

อีกอย่าง หลอมอาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นสูง…มีแต่ช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาวขั้นสูงสุดเท่านั้นแหละที่ทำได้!

แม้หลัวฉีฉีจะเคยเรียนรู้เรื่องการหลอมอาวุธมาบ้าง เธอก็เป็นแค่ช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาวขั้นต้น จะหลอมอาวุธได้ทัดเทียมกับช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาวขั้นสูงสุดได้อย่างไร?

ส่วนจางเซวียนก็ไม่รู้อะไรสักอย่างเรื่องการหลอมอาวุธ เรียกว่าเป็นช่างตีเหล็กระดับ 1 ดาวยังไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย…

บึ้ม!

ขณะที่ทั้งคู่กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คลื่นพลังงานหนักหน่วงก็ระเบิดขึ้นในห้องนั้น เจ้าหุ่นปีศาจยืนอยู่บนพื้น และหลังจากตัดสินใจได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป มันก็พุ่งเข้าใส่

ด้วยความเร็วของมัน แค่ 2-3 อึดใจก็คงถึงตัวพวกเขา

“ท่านอาจารย์ ทำอย่างไรดี?” หลัวฉีฉีร้องถามด้วยความตระหนก

จางเซวียนก็ขนลุกขนชันไปทั้งตัว

ขนาดเขาผนึกกำลังกันกับตัวโคลน ยังสู้มันแทบไม่ได้ แล้วให้เจอจังๆแบบนี้…ไม่กี่หมัดก็คงจอดแล้ว!

ตามที่หวูหยางจื่อพูด มีแต่ผู้ที่ได้รับมรดกของเขาเท่านั้นถึงจะออกไปได้…

ซึ่งการจะได้รับมรดกก็ต้องหลอมอาวุธ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้อยากหลอม ไอ้ปีศาจนี่ก็คงไม่ปล่อยให้หลอมหรอก!

“เว้นเสียแต่…จะมีค่ายกลบางอย่างที่กักขังมันไว้ได้ชั่วคราว ไม่อย่างนั้นเราคงหลอมอะไรไม่ได้…” หลัวฉีฉีพูดอย่างร้อนรน

“จริงด้วย แล้วค่ายกลก็ต้องเป็นค่ายกลเกรด 6 เป็นอย่างน้อย ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวมันก็พังออกมา…”

จางเซวียนพยักหน้า เขากำลังจะพูดต่อ เมื่อเกิดความคิดหนึ่งขึ้น “ค่ายกลเกรด 6?”

“ฉีน้อย ช่วยเบนเบี่ยงเบนความสนใจของไอ้ปีศาจนี่สัก 2-3 อึดใจนะ!”

เมื่อคิดได้ จางเซวียนก็กระโดดแผล็วขึ้นไปบนท้องฟ้า

“ได้!”

ดูจากสีหน้าของท่านอาจารย์ เขาน่าจะคิดอะไรได้บางอย่าง หลัวฉีฉีคว้าลูกธนูออกมา 1 กำมือและยิงเข้าใส่หุ่นตัวนั้น

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!

ลูกธนูแต่ละดอกมีพละกำลังมหาศาล ทำให้เจ้าหุ่นต้องพยายามปัดป้อง

รู้ดีว่าหลัวฉีฉีคงรับมือได้ไม่นาน จางเซวียนรีบสะบัดข้อมือ แล้วธงค่ายกลกองหนึ่งก็ปรากฏ

มันคือธงที่เขาเก็บมาจากค่ายกลด้านนอกนั่นเอง

จางเซวียนมีความรู้เรื่องค่ายกลถึงเกรด 3 ซึ่งหากเหนือกว่าเกรด 4 ก็เกินกำลังของเขา และค่ายกลเกรด 5 ชนิดเดียวที่เขารู้จักก็คือค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณ

ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะประกอบค่ายกลเกรด 6

ไม่มีทั้งพิมพ์เขียวและธงค่ายกล แล้วจะทำสำเร็จได้อย่างไร?

แต่ด้วยความบังเอิญอย่างที่สุด เขามีพิมพ์เขียวของค่ายกลและธงค่ายกลเกรด 6

หยู่เฟยเอ๋อใช้เข็มเงินสลายค่ายกลเพื่อกระตุ้นค่ายกลให้ทำงาน หอสมุดเทียบฟ้าจึงประมวลหนังสือที่ระบุข้อบกพร่องไว้ให้ ทำให้จางเซวียนเข้าใจค่ายกลชนิดนี้เป็นอย่างดี

ถึงค่ายกลอำพรางที่ว่าจะเป็นค่ายกลเกรด 6 แต่เขาก็มีธงค่ายกลอยู่ในแหวนเก็บสมบัติ!

ตอนนั้น เขาคิดว่าทิ้งของล้ำค่าแบบนี้ไว้ก็น่าเสียดาย ใครจะคิดว่าจะได้ใช้มันเอาตัวรอด?

จางเซวียนสำรวจห้องนั้นจากกลางอากาศ

‘ห้องนี้ใหญ่พอจะวางค่ายกลได้…’

เขาตั้งใจจะใช้ค่ายกลบดบังพื้นที่ที่หม้อหลอมกับหนังสือวางอยู่ ขอแค่กันเจ้าหุ่นปีศาจออกไปได้สักครู่หนึ่ง พวกเขาก็อาจพยายามหลอมอาวุธเพื่อให้ได้มรดกตกทอดของบรมครูหวูหยางจื่อ!

แน่นอนว่าค่ายกลอำพรางต้องการพื้นที่กว้างในการประกอบ และโชคดีเหลือเกินที่ห้องนี้ก็ใหญ่โตมโหฬาร ไม่อย่างนั้นจางเซวียนคงทำอะไรไม่ได้เลย

ตามนั้น!

เมื่อหาตำแหน่งได้แล้วจางเซวียนก็กระดิกนิ้ว

ฟิ้วววว!

ธงค่ายกล 2 อันพุ่งหวือข้ามห้องไป

“ธงค่ายกล? อาจารย์กำลังจะประกอบค่ายกล?”

หลัวฉีฉีซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับการใช้ลูกธนูหาเรื่องเจ้าหุ่นปีศาจ อดงงกับการกระทำของจางเซวียนไม่ได้

ถึงเธอจะไม่เคยเรียนเรื่องค่ายกลมาก่อน แต่มีเพื่อนรักเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 5 ดาว จึงมีโอกาสได้เห็นการประกอบค่ายกลหลายครั้ง

แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลที่เก่งกาจที่สุดในสถาบันปรมาจารย์ก็ยังต้องใช้เข็มทิศสำรวจสภาพแวดล้อม พวกเขาต้องตรวจสอบทีละตารางนิ้วก่อนจะปักธงค่ายกลลงไป…

แต่เขาขว้างธงค่ายกลลงไปจากท้องฟ้าง่ายๆแบบนั้น…

เอาจริงๆสิ?

การประกอบค่ายกลมันง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

จะดูถูกค่ายกลไปหน่อยไหม?

ขณะที่เธอกำลังสงสัย ลูกธนูดอกหนึ่งก็ถูกยิงเข้าใส่เจ้าปีศาจด้วยพละกำลังที่น้อยเกินไป มันจึงคำรามลั่น ก่อนจะคว้าลูกธนูเอาไว้ได้ แล้วพุ่งมันกลับเข้าหาเธอ

ฟิ้วววววว!

แม้จะเป็นพละกำลังจากมือเปล่า แต่ก็ถือว่าหนักหน่วงมาก ลูกธนูดอกนั้นพุ่งหวือกลับมาหาหลัวฉีฉี

เธอหรี่ตาและรีบหลบไปด้านข้าง แต่แรงกดดันจากลูกธนูก็ยังถากบริเวณไหล่จนเสื้อขาด และปักผิวขาวนวลของเธอเป็นแผลลึก

ฮื่อออออ!

ในตอนนั้นเอง หุ่นปีศาจที่พ้นจากดงลูกธนูแล้วก็คำรามดุเดือดขณะกระโจนเข้าใส่จางเซวียน

จางเซวียนรีบเอี้ยวตัวหลบ จากนั้นก็พุ่งธงค่ายกลลงไปอีก

“ศัตรูของแกคือฉัน อย่าได้คิดแตะต้องท่านอาจารย์!”

เห็นเจ้านั่นกลับไปไล่ล่าจางเซวียนอีกครั้ง หลัวฉีฉีกัดฟันกรอดและยิงลูกธนูไปอีก

ฉึก!

คราวนี้เธอออกแรงเกือบสุดตัว ลูกธนูพุ่งหวือไปด้วยความเร็วราวกับดาวตก และเข้าปักหว่างคิ้วของมันทันทีก่อนที่มันจะได้ตั้งตัว

แต่เพราะเจ้าตัวนี้มีความสามารถในการป้องกันตัวที่สูงส่งมาก แถมยังเป็นหุ่น แนวคิดเรื่องจุดชีพจรและอะไรทำนองนั้นจึงใช้กับมันไม่ได้ การโจมตีบริเวณที่น่าจะเป็นจุดอ่อนของมันจึงไม่ได้ผล ทำได้แค่สร้างความหงุดหงิดเท่านั้น

มันคำรามอย่างดุเดือดก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายจากจางเซวียนมาเป็นตัวเธอ

มันยืดแขนใหญ่เบ้อเร่อเท่อออกมา หมายจะทุบสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าให้เละเป็นโจ๊ก

ควั่บ!

หลัวฉีฉีตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นหุ่นปีศาจมาอยู่ตรงหน้า มันยื่นมือมาคว้าคอเธอ

แม้การโจมตีครั้งนี้จะไม่มีพลังปราณเข้าเสริม แต่ความแรงของมันก็ทำให้เธอหายใจหอบ

“ไปให้พ้น!”

หลัวฉีฉีไม่มีเวลายิงธนูแล้ว เธอคว้าคันธนูแล้วใช้มันทุบตีเจ้าปีศาจตรงหน้า

แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่เธอไม่มีทางเลือก ดาบของเธอยังปักอยู่ที่เพดาน ถึงต้องการอาวุธอีกชิ้น ก็ไม่มีเวลาจะหยิบแล้ว

ฟึ่บ!

ยังไม่ทันที่คันธนูจะได้กระทบตัวมัน เจ้าหุ่นนั่นก็คว้าคันธนูไว้แน่นและบิดอย่างแรงจนเป็นเกลียว

เมื่อรู้สึกได้ถึงพละกำลังนั้น หลัวฉีฉีรีบปล่อยมือ ขนาดจางเซวียนยังสู้กับมันอย่างจังๆไม่ได้ แล้วเธอจะทำได้อย่างไร?

ป๊อก!

หุ่นปีศาจหักคันธนูเป็น 2 ท่อนก่อนจะเขวี้ยงทิ้ง จากนั้นก็คว้าคอหลัวฉีฉีอีกครั้งหนึ่ง

บึ้ม!

เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น หลัวฉีฉีรีบถอย แต่ช้าไป เธอพยายามจะหลบให้พ้นสองมือนั้น แต่กลับถูกคลื่นความสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงปะทะเข้าที่อก ทำให้หมุนคว้างกลางอากาศหลายรอบก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงที่อยู่ไม่ห่างนัก

หลัวฉีฉีหน้าซีดเผือด เธอกระอักเลือดออกมา

ไม่น่าเชื่อว่าอัจฉริยะเกรด 2 แห่งสถาบันปรมาจารย์จะไปไม่เป็นหลังจากถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว แค่คิดก็อับจนปัญญาแล้ว

“ไม่ได้การ เราต้องถ่วงเวลาให้ท่านอาจารย์!”

เห็นหุ่นกลับไปเล่นงานจางเซวียนอีก หลัวฉีฉีกัดฟันกรอด เธอกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนและพุ่งเข้าใส่

หลัวฉีฉีคำรามกร้าวและปล่อยหมัด

“คู่ต่อสู้ของแกคือฉัน!”

เพลงหมัดหลัวเฟิง!

มันเป็นเพลงหมัดระดับจิตวิญญาณขั้นสูงที่บรรพบุรุษของเธอทิ้งไว้ให้ เป็นเทคนิคทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอทำได้ในตอนนี้

ด้วยเทคนิคการต่อสู้ที่ว่า เธอสามารถยืนหยัดรับมือได้แม้แต่กับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 7 ขั้นต้น

แต่น่าเสียดายที่ปีศาจตนนี้ไม่ได้เป็นทั้งมนุษย์หรือนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 7 มันใช้นิ้วรับมือกับหมัดของเธอ

พลั่ก!

หลัวฉีฉีกระเด็นไปกระแทกกำแพงอีกครั้ง กระอักเลือดออกมากองโต

ตอนนี้บาดเจ็บสาหัสแล้ว หากต้องถูกอัดกับกำแพงอีกครั้งคงพิการแน่ แต่ในตอนนั้นเอง กระแสพลังปราณก็เข้าโอบล้อมตัวเธอเพื่อบรรเทาแรงปะทะ

จากนั้นก็ได้ยินเสียงไร้อารมณ์

“ที่เหลือ…ผมจัดการเอง!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version