ตอนที่ 676 เละเป็นโจ๊ก
แม้แต่นักรบก็เหนื่อยอ่อนหลังจากที่ต้องต่อสู้เป็นเวลานาน นับประสาอะไรกับหุ่น!
หุ่นเหล่านี้มีค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณติดตั้งไว้ในร่างกาย พวกมันอาศัยพลังจิตวิญญาณจากสภาพแวดล้อมหรือหินวิเศษในการเคลื่อนไหว ดังนั้น หากใช้พลังมากเกินไป ก็มีโอกาสจะหยุดทำงานไปดื้อๆ เมื่อพลังหมดลง
เรื่องนี้อธิบายได้ว่าทำไมหุ่นปีศาจราว 20 ตัวถึงผละออกมาหลังจากโจมตีปราการแสงได้เพียงครู่เดียว ดูเหมือนพวกมันจะใช้พละกำลังเต็มพิกัดนานเกินไป จนต้องมาชาร์จพลังใหม่
“ลำธารใต้ดินสายนี้ แท้ที่จริงแล้วคือท่อน้ำเลี้ยงจิตวิญญาณ มันรวบรวมพลังจิตวิญญาณจากเทือกเขาที่ทอดตัวยาวกว่าพันกิโลเมตร จึงมีพลังจิตวิญญาณอยู่ในลำธารมากพอที่จะหล่อเลี้ยงหุ่นพวกนั้น…แต่แน่นอนว่าการซึมซับพลังจิตวิญญาณให้ได้อย่างรวดเร็วย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย หัวใจนั่นแปลกประหลาดจริงๆ !”
ก็เหมือนกับนักรบที่ไม่สามารถฟื้นคืนพลังปราณได้ในชั่วพริบตา หุ่นก็ต้องการเวลาในการชาร์จพลังเช่นกัน
การฟื้นคืนสภาพได้ภายใน 2-3 อึดใจถือเป็นเรื่องน่าทึ่งมาก
เป็นไปได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหัวใจดวงนั้น
การที่หัวใจซึ่งเปี่ยมไปด้วยเจตนาสังหารจะมาอยู่กลางลำธารที่เต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณก็ถือว่าพิลึกพิลั่นพอแล้ว แต่กลับมีบางอย่างที่ไม่น่าไว้วางใจเกี่ยวกับหัวใจดวงนั้นด้วย ซึ่งดูเหมือนจะทำให้จางเซวียนเสียวสันหลังวาบเมื่อได้เห็น
ภาพน่าสะพรึงนี้ทำให้เขาหวาดระแวงไปหมด!
ขณะที่จางเซวียนเพ่งพิจารณาหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ด้วยความพิศวง หุ่นปีศาจอีกตัวหนึ่งก็กระโดดลงไป ด้วยหัวใจที่กำลังเต้นนั้น มันก็กลับฟื้นคืนพละกำลังได้ดังเดิม
“ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ต้องเกิดหายนะแน่…”
จางเซวียนใจเต้นโครมครามเมื่อเห็นหุ่นปีศาจฟื้นคืนพละกำลังทีละตัว
หากเขาไม่รีบทำอะไรสักอย่าง ไม่ช้าหุ่นพวกนี้จะต้องแข็งแรงดีและกลับไปโจมตีหยู่เฟยเอ๋อกับพรรคพวกอีก ซึ่งหากเป็นแบบนั้น ทั้ง 4 คนต้องตายอย่างแน่นอน!
“เราต้องพาพวกนั้นออกจากที่นี่ให้ได้ก่อนที่หุ่นเหล่านี้จะฟื้นตัว!”
จางเซวียนกำหมัดแน่น
อันที่จริง นี่ก็เรียกว่าเป็นโอกาส เพราะหุ่นส่วนใหญ่ยังง่วนอยู่กับการชาร์จพลัง คงใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าพวกมันจะกลับไป เป็นโอกาสเดียวที่เขาจะไปช่วย 4 คนนั้นได้ เพราะหากกองทัพหุ่นกลับไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่จางเซวียนจะทำได้อีก
“แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น…เราก็ยังสู้กับหุ่น 2 ตัวที่อยู่กับพวกนั้นไม่ได้อยู่ดี…”
ถึงจางเซวียนจะรู้ตัวว่าต้องรีบคว้าโอกาสไว้ แต่หุ่นปีศาจอีก 2 ตัวที่เหลือก็ยังเกินกำลังของเขา แถมถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ ก็มีโอกาสที่คลื่นรบกวนของพลังจิตวิญญาณ รวมทั้งคลื่นความสั่นสะเทือนจากการปะทะจะดึงดูดความสนใจของหุ่นตัวอื่นๆ พวกมันคงเข้ามารุมสกรัมก่อนที่พวกเขาจะทันออกไปจากห้องใต้ดินแห่งนี้
เหตุผลหลักที่จางเซวียนสังหารหุ่นปีศาจในห้องใต้ดินฝั่งโน้นได้ก็เพราะมีหลัวฉีฉีช่วย รวมถึงการใช้หม้อเพลิงแดงเดือดซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าให้เป็นประโยชน์ แต่ตอนนี้ไม่มีทั้งหลัวฉีฉีและสิ่งประดิษฐ์…จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จางเซวียนจะสังหารหุ่นปีศาจ 2 ตัวนั้น!
สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการที่เขามีระดับวรยุทธต่ำไป
“เราทำแบบนั้นได้นี่…”
ขณะที่จางเซวียนกำลังกุมขมับอย่างท้อแท้ ก็พลันเกิดความคิดหนึ่ง
เขาใคร่ครวญและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างถี่ถ้วน แล้วนัยน์ตาก็วาววับขึ้นเรื่อยๆ หลังจากแน่ใจแล้วว่าเป็นไปได้ จิตวิญญาณของเขาก็ผลุนผลันบินออกไป
จางเซวียนไม่ได้ตรงไปที่แท่นบูชาซึ่งหยู่เฟยเอ๋อกับพรรคพวกรออยู่ แต่รีบกลับไปยังทางเดินเพื่อจับตัวโคลนยัดเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติ ก่อนจะใช้พลังจิตวิญญาณนําพาแหวนวงนั้นไปยังมุมอับแห่งหนึ่งในเมือง
จากนั้นก็นำตัวโคลนกับซากศพเบ้อเร่อเท่อออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ
ซากศพนั้นมี 2 ส่วน คือหัวกับตัว – มันคือเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นตัวที่เขาสังหารได้ในห้องใต้ดินอีกฝั่ง
“ครอบงำ!”
จางเซวียนสูดหายใจลึก ก่อนที่จิตวิญญาณของเขาจะดำดิ่งเข้าไปในร่างของหุ่น
ฟึ่บ!
หุ่นพวกนี้ทำจากร่างกายที่มีเลือดมีเนื้อเช่นเดียวกันกับหุ่นโลหะไร้วิญญาณ การที่จิตวิญญาณของเขาจะเข้าครอบงำจึงไม่ใช่เรื่องยาก
เพียงแต่ว่า ร่างของหุ่นพวกนี้มีเจตนาสังหารอยู่เต็มเปี่ยม จึงมีแต่ผู้ที่ฝึกฝนศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้าอย่างจางเซวียนเท่านั้นที่จะเข้าครอบงำได้
หากเป็นผู้พยากรณ์จิตวิญญาณคนอื่นๆ จิตวิญญาณของพวกเขาคงจะสูญสลายไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้สัมผัสร่างของพวกมันด้วยซ้ำ
ควั่บ!
ทันทีที่จิตวิญญาณของจางเซวียนดำดิ่งเข้าไปในร่าง หุ่นก็เริ่มขยับและลุกขึ้นยืน
“ทำได้จริงๆ ด้วย…”
จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก
ตอนที่เขากำลังคิดหัวแทบแตกว่าจะช่วยหยู่เฟยเอ๋อกับคนอื่นๆ ได้อย่างไร ก็พลันนึกขึ้นได้ว่ามีซากหุ่นปีศาจอยู่ในแหวนเก็บสมบัติ
แม้หัวหุ่นจะถูกตัดออกไป แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับการที่จิตวิญญาณดวงหนึ่งจะเข้าครอบงำ ตราบใดที่จางเซวียนบังคับมันได้ เขาก็ทำให้มันเคลื่อนไหวได้ บางทีเขาอาจตบตาหุ่นปีศาจตัวอื่นๆ รวมทั้งเข้าช่วยทั้ง 4 คนนั้นได้สำเร็จ
หุ่นปีศาจที่ถูกจางเซวียนเข้าครอบงำก้มลงหยิบหัวของมันขึ้นมาต่อกับลำคอ จากนั้นก็สะบัดแขนขาเพื่อให้คุ้นเคยกับร่างใหม่ ก่อนจะวิ่งตรงไปยังแท่นบูชา
แต่วิ่งไปได้แค่ 2-3 ก้าว ‘ตึง!’ หุ่นก็ชนเข้ากับเสาหินอย่างจัง จนหัวหลุดกระเด็นและกลิ้งไปไกล
เจ้าหุ่นรีบมะงุมมะงาหราไปเก็บหัวขึ้นมาติดไว้ที่เดิมอีกครั้ง
ถ้าจะว่าไป ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะรู้ว่าหุ่นปีศาจตัวนี้ถูกครอบงำ แต่เพราะหัวของมันเคยหลุดมาก่อน จึงร่วงลงมาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนั่นอาจเป็นจุดจบ
“ต้องช่วยมันหน่อย…”
หากเขาต้องไปไหนมาไหนโดยหัวสั่นหัวคลอนอยู่แบบนี้ จะต้องถูกจับได้แน่ จางเซวียนไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ใช้ฝ่ามือประคองหัวไว้ขณะที่วิ่งไปยังแท่นบูชา
บริเวณที่เขาซ่อนตัวอยู่ก่อนหน้านี้ไม่ห่างจากแท่นบูชาเท่าไหร่ ใช้เวลาไม่นานก็ถึง
“พวกเราตายแน่…”
หยู่เฟยเอ๋อกับพรรคพวกที่กำลังรอคอยให้จางเซวียนมาช่วยเหลืออย่างใจจดใจจ่อ ต่างนึกไม่ถึงว่าจะเห็นหุ่นปีศาจโผล่เข้ามาอีกตัวหนึ่ง ทุกคนหน้าเสีย
ปราการแสงก็ริบหรี่เต็มทีแล้วเพราะการโจมตีของหุ่นสองตัวนั่น หากเพิ่มมาอีกตัว ก็ปิดฉากได้
แต่หุ่นตัวที่เพิ่งมาใหม่มีบางอย่างแปลกๆ หัวของมันเอียงไปข้างหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรมชาติ และดูเหมือนจะหล่นมิหล่นแหล่หากไม่มีมือข้างหนึ่งคอยประคองไว้ เป็นภาพที่พิลึกพิลั่นยิ่งนัก
ไม่ช้า เจ้าหุ่นประหลาดตัวใหม่ก็วิ่งมาถึงปราการแสง มันแตะไหล่หุ่นปีศาจ 2 ตัวแรกที่กำลังโจมตีปราการแสงอยู่
หุ่น 2 ตัวหยุดการโจมตีและหันไปมองผู้มาใหม่
ฮื่อออออ!
เจ้าหุ่นหัวเอียงทำท่าบุ้ยใบ้และชี้นิ้วไปด้านหลัง ภายใต้แสงสลัวของไข่มุกกระจ่างราตรี หยู่เฟยเอ๋อ กับคนอื่นๆ เห็นร่างมนุษย์คนหนึ่งย่องกริบเข้ามา
“ปรมาจารย์จาง!”
หลังจากเพ่งดู ทั้ง 4 คนถึงกับขวัญเสีย
‘เจ้าบ้านั่นคิดจะทำอะไร!’
‘ถ้าอยากช่วยชีวิตพวกเรา อย่างน้อยก็ควรจะซ่อนตัวให้เป็นเสียก่อน!’
‘เข้ามายืนโด่เด่ภายใต้แสงไข่มุกกระจ่างราตรีแบบนี้ ยืนรอให้พวกมันมาเจอหรือไง?’
‘แถมยิ่งกว่านั้น เห็นเจ้าหุ่นหัวเอียงตัวใหม่แล้ว แทนที่จะหนี กลับเดินเข้ามาอีก อยากลงนรกอะไรกันขนาดนั้น?’
‘นี่คุณไม่ได้ช่วยชีวิตพวกเรานะ จะพาพวกเราไปตายต่างหาก!’
ฮื่อออออ!
แน่นอนว่าหุ่นปีศาจ 2 ตัวแรกมองเห็นจางเซวียนเช่นกัน พวกมันคำรามกร้าว ตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่
จางเซวียนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นพละกำลังอันน่าสะพรึงนั้น เขาพยายามจะหลบ แต่ไม่มีทาง หลบพ้นหุ่นระดับเซียนได้ จึงถูกต่อยหน้าเข้าอย่างจัง
พลั่ก!
ใบหน้าของเขายุบลงไปเหมือนโดนัท ร่างกระเด็นไปไกลหลายช่วงตึก
“ปรมาจารย์จาง…”
“จางเซวียน…”
นึกไม่ถึงว่า ‘ผู้ช่วยชีวิต’ พวกเขาจะถูกเสยยอดหน้าตั้งแต่ยังมาไม่ถึงตัวเสียด้วยซ้ำ ทั้งชิงย่วน อู๋เจิงและคนอื่นๆ ตัวสั่น แทบลมจับด้วยความตกใจ
หมอนั่นเพิ่งประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจไปหยกๆ ว่าจะช่วยชีวิตพวกเขา แต่กลับถูกสังหารทันทีที่ปรากฏตัว…
ถือเป็นปฏิบัติการช่วยชีวิตที่หักมุมที่สุดเท่าที่เคยมี!
หยู่เฟยเอ๋อนัยน์ตาแดงก่ำเมื่อเห็นภาพนั้น เธอกรีดร้องด้วยริมฝีปากสั่นสะท้าน “คุณเป็นคนเก่งไม่ใช่หรือ? ฉันไม่เคยเอาชนะคุณได้สักครั้ง จะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ…”
‘นี่มันบ้าอะไร?’
‘ทีข่มเหงฉันล่ะก็ ทำไมถึงเก่งนัก?’
‘แล้วมาทำตัวเหยาะแหยะอะไรกับหุ่นพวกนี้? จะให้พวกมันเสยยอดหน้าเอาง่ายๆ แบบนี้น่ะหรือ?’
‘อย่างน้อยคุณก็น่าจะได้บทเรียนแล้วไม่ใช่หรือไง หลังจากที่ฝึกฝนวรยุทธในทะเลสาบหมดจดจนเกือบจะกลายเป็นศพน่ะ?’
คนที่เหลือต่างก็ส่ายหน้า ไม่ใช่เพราะเห็นอกเห็นใจจางเซวียน แต่เพราะรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นรายต่อไป
เจ้าหุ่นตัวที่อัดหน้าจางเซวียนไปเมื่อครู่หันกลับมา แล้วพุ่งเข้าใส่ปราการแสงอีกครั้งหลังจากจัดการผู้บุกรุกได้สำเร็จ
แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร หุ่นหัวเอียงก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปด้านหลังของมันอีกครั้ง
หุ่นตัวแรกขมวดคิ้วและหันกลับไป เพื่อจะเห็นผู้บุกรุกที่หน้ายุบลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง แม้จะขาสั่น แต่ก็ดูมั่นคงดี
“เฮ้ย?”
ชิงย่วน อู๋เจิง และคนอื่นๆ ที่หมดหวังไปแล้วได้แต่อ้าปากค้าง
ลุกขึ้นยืนได้ทั้งๆ ที่หน้ายุบไปแล้วแบบนั้น…เอาจริงๆ สิ?
หยู่เฟยเอ๋อพึมพำอย่างงงงัน “เขา…ยังไม่ตาย?”
เมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ เธอพึมพำด้วยริมฝีปากสั่นสะท้าน “หรือเขา…ถูกวิญญาณอื่นเข้าครอบงำอีกแล้ว?”
เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นที่ทะเลสาบหมดจด ตอนที่พวกเธอละสายตาไปแค่ครู่เดียว ร่างไร้ชีวิตของเขาก็แอบตะเกียกตะกายกลับลงไปในทะเลสาบ หรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย? เพราะไม่อย่างนั้น คนที่ถูกอัดจนหน้ายุบไปแล้วจะลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้อย่างไร?
ลำพังแค่ถูกครอบงำก็เหลือเชื่อพออยู่แล้ว แต่คนคนเดียวกันถูกครอบงำถึงสองครั้งในช่วงระยะเวลาสั้นๆ …
นี่คุณไปทำให้จิตวิญญาณเคืองแค้นกี่ดวงกันนี่?
แฮ่!
ภาพพิสดารพันลึกตรงหน้าสร้างความตกใจให้แม้แต่กับหุ่นปีศาจที่ไร้อารมณ์ แต่หลังจากนั้น มันก็พุ่งเข้าเตะจางเซวียนทันที
พลั่ก!
แรงเตะทำให้จางเซวียนซี่โครงหัก หน้าอกของเขายุบเข้าไป และกระเด็นไปไกลหลายช่วงตึก หายไปท่ามกลางกองฝุ่น
เจ้าหุ่นตัวแรกพยักหน้าอย่างพออกพอใจที่จัดการผู้บุกรุกได้ แต่ทันทีที่หันกลับไปอีกครั้ง ก็เห็นเจ้าหุ่นหัวเอียงบุ้ยใบ้ไปด้านหลังด้วยสีหน้าพรั่นพรึง
ร่างที่หน้าอกยุบเข้าไปข้างในโผล่พรวดออกมาท่ามกลางกองฝุ่น สองมือเท้าสะเอวไว้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
“อ๊ากกกกกก…”
หยู่เฟยเอ๋อ ชิงย่วนและคนอื่นๆ ถึงกับจังงัง จากนั้นก็ตบแก้มตัวเองอย่างแรง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป
บ้าบออะไรขนาดนี้?
หน้าก็พัง อกก็ยุบ แต่ยังยืนอยู่ได้…นี่มันพ่อมดหมอผีชนิดไหน!
ฮื่ออออ!
นึกไม่ถึงว่าผู้บุกรุกจะยังยืนอยู่ได้หลังจากถูกเล่นงาน 2 ครั้งซ้อน หุ่นปีศาจคำรามกร้าวและพุ่งเข้ามา คราวนี้ทั้งหมัดศอกเข่าประเคนเข้าใส่จางเซวียนแบบไม่ยั้ง
ผ่านไปครู่เดียว จางเซวียนก็ยับเยินไม่เป็นรูปร่าง
หัวของเขาแบะไปครึ่งหนึ่ง ร่างก็แหลกเหลวและบี้แบนจนแทบจะเหมือนกับแผ่นกระดาษ กระดูกหักไม่มีชิ้นดี
เมื่อผู้บุกรุกเละเป็นโจ๊กแล้ว หุ่นปีศาจถึงได้หยุด มันหันหลังกลับแล้วเดินออกมาอย่างสบายใจ
แต่แล้วเจ้าหุ่นหัวเอียงก็ชี้มือไปด้านหลังอีก
มันรีบหันกลับมา และเห็นร่างที่แทบไม่เหลือสภาพมนุษย์แล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แขน 2 ข้างห้อยร่องแร่งอยู่ข้างเอว นัยน์ตาเต็มไปด้วยฝุ่นโคลน
“บรรลัยสิ…”
“ใช่ปรมาจารย์จางจริงๆ หรือ?”
“เขายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน?”
“ฉันฝันไปแน่ๆ !”
ทั้งหยู่เฟยเอ๋อ ชิงย่วน อู๋เจิงและเย่เฉียนใกล้เสียสติเต็มที
หัวก็แบะ สภาพร่างกายก็ดูไม่ได้ ไม่มีทางที่จางเซวียนจะลุกขึ้นยืนได้เลย นี่ต้องไม่ใช่การถูกครอบงำแบบธรรมดาแน่
เพราะแม้แต่จิตวิญญาณก็ไม่อาจทำให้ร่างที่เละเป็นโจ๊กแบบนี้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งอย่างแน่นอน!
